Bear ITem Shop จำหน่ายเครื่องฉายท้องฟ้าจำลอง Homestar จากประเทศญี่ปุ่น

ร้านน้องหมีไอที Bear ITem Shop จำหน่ายเครื่องฉายท้องฟ้าจำลองในบ้าน Homestar ทั้งมือหนึ่งและมือสองจาก Sega Toys ประเทศญี่ปุ่นสามารถจำลองภาพท้องฟ้าได้สมจริง
มีให้เลือกซื้อหลายรุ่นทั้งรุ่น Lite, Pure, Classic, Pro, Flux, Earth Theater ไปจนถึงท็อปสุดอย่างรุ่น Extra

สินค้ามีจำหน่ายที่
Lazada : https://www.lazada.co.th/shop/bear-item
Shopee : https://www.shopee.co.th/bearitem

ดาวหางเลมมอน ( ไม่ใช่มะนาวนะ 😁 )
21/10/2025

ดาวหางเลมมอน ( ไม่ใช่มะนาวนะ 😁 )

เพราะอวกาศยังมีเรื่องราวน่าค้นหาอีกมาก
The MATTER เปิดตัวคอลัมน์ใหม่ ‘Cosmic Current’ โดย The Principia พร้อมพาทุกคนไปสำรวจพื้นที่เหนือฟ้า แล้วดูว่า ท่ามกลางหมู่ดาวสุดแสนพิศวงมีเรื่องราวอะไรซ่อนอยู่บ้าง ประเดิมเรื่องแรกด้วย ‘ดาวหางเลมมอน’ บันทึกโบราณที่กำลังพาดผ่านโลก และทำให้คืนนี้เป็นอีกหนึ่งคืนสำคัญทางวิทยาศาสตร์
“ดาวหางเลมมอน ถูกค้นพบครั้งแรกเมื่อปี 2025 โดยระบบกล้องอัตโนมัติที่ออกแบบมาเพื่อใช้ตรวจจับวัตถุใกล้โลกเพื่อเตือนภัยอุกกาบาต ของหอสังเกตการณ์เมาท์เลมมอน (Mount Lemmon Survey) รัฐแอริโซนา ประเทศสหรัฐอเมริกา ดาวหางดวงนี้จึงได้รับชื่อเต็มที่ยาวเหยียดว่า C/2025 A6 ตามปีคริสต์ศักราช และกล้องโทรทรรศน์ที่ค้นพบนั่นเอง ทว่าผู้คนก็กลับนิยมเรียกดาวหางดวงนี้ว่า ‘ดาวหางเลมมอน’ ตามชื่อหอสังเกตการณ์แรกที่ค้นพบแบบสั้นๆ มากกว่า
การค้นพบครั้งนี้เกิดขึ้นขณะที่ดาวหางเลมมอนยังอยู่ห่างจากโลกกว่า 1,000 ล้านกิโลเมตร แต่ด้วยเทคโนโลยีการสำรวจอวกาศที่ก้าวหน้า นักวิทยาศาสตร์สามารถคำนวณวงโคจรของมันได้แม่นยำ และพบว่ามันเข้าใกล้โลกมากที่สุดในวันที่ 21 เดือนตุลาคม ก่อนที่จะเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุดในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2025 ตามที่กล่าวไปข้างต้น
สิ่งที่ทำให้ดาวหางเลมมอนโดดเด่นก็คือ คาบการโคจรที่ยาวนานกว่า 1,300 ปี หมายความว่าครั้งสุดท้ายที่มันผ่านเข้ามาใกล้โลก มนุษยชาติยังอยู่ในช่วงยุคกลางตอนต้นอยู่เลย ในช่วงเวลานั้นมนุษย์ยังไม่รู้จักกล้องโทรทรรศน์ที่ใช้ศึกษาดวงดาวเสียด้วยซ้ำ และครั้งต่อไปที่จะได้เห็นอีกอาจต้องรอไปจนถึงศตวรรษที่ 34 เลยทีเดียว”
อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่: https://thematter.co/thinkers/lemmon-comet/250798

#ดาวหางเลมมอน #ดาวหาง #ดาราศาสตร์ #คอลัมน์CosmicCurrent

ดาวเสาร์ใกล้ฉัน ที่ไม่ต้อง Search ใน Google Map 😉
19/09/2025

ดาวเสาร์ใกล้ฉัน ที่ไม่ต้อง Search ใน Google Map 😉

21 กันยายน 2568 นี้ เตรียมมาดูดาวเสาร์ใกล้ฉันกับปรากฏการณ์ “ดาวเสาร์ใกล้โลกที่สุดในรอบปี” ดาวเสาร์อยู่ห่างจากโลกประมาณ 1,279 ล้านกิโลเมตร สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าตลอดคืน โดยจะเริ่มสังเกตเห็นดาวเสาร์พร้อมวงแหวนบางๆ ได้หลังดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าทางทิศตะวันออกไปจนถึงรุ่งเช้า
สำหรับใครที่อยากเห็นดาวเสาร์และวงแหวนแบบชัดๆ ทางสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ ได้จัดเตรียมจุดดูดาวผ่านกล้องโทรทรรศน์ให้บริการฟรี! ยามค่ำคืนใน 5 พื้นที่ ได้แก่ อุทยานดาราศาสตร์สิรินธร อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่, หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา ใน 4 จังหวัด คือ นครราชสีมา ขอนแก่น ฉะเชิงเทรา และสงขลา รวมทั้งเปิด LIVE ให้ได้ชมกันชัดๆ ทางเฟซบุ๊ก NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ
สำหรับวันที่ 21 กันยายน 2568 ดาวเสาร์จะโคจรมาอยู่ตำแหน่งตรงข้ามกับดวงอาทิตย์ (Saturn Opposition) หมายถึง ดวงอาทิตย์ โลก และดาวเสาร์ เรียงกันในแนวเส้นตรง ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการชมดาวเสาร์เนื่องจากดาวเสาร์อยู่ในตำแหน่งตรงข้ามดวงอาทิตย์ ทำให้ได้รับแสงอาทิตย์เต็มที่ สามารถมองเห็นรายละเอียดของดาวเสาร์ได้ชัดเจนขึ้น นอกจากนี้ ยังมีโอกาสเห็นดวงจันทร์บริวารที่สว่างที่สุดอย่าง ไททัน (Titan) ซึ่งเป็นดวงจันทร์ที่ใหญ่ที่สุดของดาวเสาร์ และหากสังเกตผ่านกล้องโทรทรรศน์ขนาดกลางตั้งแต่ 8 นิ้วขึ้นไปจะสามารถเห็นดวงจันทร์อื่น ๆ เช่น ดวงจันทร์รีอา (Rhea) ทีทิส (Tethys) ไดโอนี (Dione) ไอแอพิตัส (Iapetus) ได้อีกด้วย
ภาพ : NASA/JPL-Caltech/Space Science Institute
ข้อมูล : สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ
อ่านเพิ่มเติม ดาวเสาร์ ราชาวงแหวนแห่งระบบสุริยะ : https://bit.ly/3VlW3ry

พบดาวหางใหม่
19/09/2025

พบดาวหางใหม่

☄️ ผู้มาเยือนดวงใหม่ ดาวหาง C/2025 R2 (SWAN)

ในห้วงอวกาศอันกว้างใหญ่ไพศาล มีผู้มาเยือนจากแดนไกลที่ไม่คาดคิดปรากฏตัวขึ้น นั่นคือ ดาวหาง C/2025 R2 (SWAN) หรือที่รู้จักกันในนาม ที่เพิ่งถูกค้นพบเมื่อวันที่ 11 ก.ย. 68 ที่ผ่านมานี้เอง สิ่งที่น่าทึ่งคือ การค้นพบนี้เกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันก่อนที่ดาวหางจะโคจรเข้าสู่จุดที่ใกล้ดวงอาทิตย์ที่สุด หรือ

ดาวหางดวงนี้ถูกพบครั้งแรกโดยนักดาราศาสตร์สมัครเล่นชื่อ Vladimir Bezugly จากภาพถ่ายที่ได้จากเครื่องมือ SWAN (Solar Wind Anisotropies) ซึ่งติดตั้งอยู่บนยานสำรวจดวงอาทิตย์ SOHO (Solar and Heliospheric Observatory) ที่น่าประหลาดใจคือ แม้จะมีความสว่างมาก แต่ก็ยากที่จะสังเกตเห็นได้ง่าย ๆ เนื่องจากมันอยู่ใกล้กับแสงจ้าของดวงอาทิตย์มาก อย่างไรก็ตาม ภาพถ่ายจากกล้องโทรทรรศน์ที่บันทึกไว้เมื่อวันที่ 17 ก.ย. 68 สามารถเผยให้เห็นโคมา (coma) หรือกลุ่มแก๊สและฝุ่นที่ห่อหุ้มแกนกลางของดาวหาง และหางสีเขียวเรืองรองได้อย่างชัดเจน

ในขณะที่ถูกบันทึกภาพไว้ ดาวหางดวงนี้อยู่ห่างจากโลกเพียง 6.5 นาทีแสงเท่านั้น และกำลังเคลื่อนที่ผ่านท้องฟ้าใกล้กับดาวสไปกา (Spica) ซึ่งเป็นดาวฤกษ์ที่สว่างที่สุดในกลุ่มดาวหญิงสาว (Virgo) ผู้สังเกตการณ์ที่อยู่ในซีกโลกใต้จะสามารถมองเห็นมันได้ง่ายกว่า โดยใช้กล้องส่องทางไกลในช่วงเวลาหลังพระอาทิตย์ตกดิน และในวันที่ 2 ต.ค. 68 นี้ ดาวหางจะเคลื่อนที่ไปใกล้กับดาวซูเบเนลเกนูบี (Zubenelgenubi) ซึ่งเป็นดาวฤกษ์ในกลุ่มดาวคันชั่ง (Libra) ก่อนจะเข้าสู่จุดที่ใกล้โลกที่สุดในวันที่ 20 ต.ค. 68 นี้

การมาเยือนของดาวหาง C/2025 R2 (SWAN) ถือเป็นโอกาสอันดีสำหรับนักดาราศาสตร์และผู้ที่ชื่นชอบการเฝ้ามองท้องฟ้า ได้ติดตามความเคลื่อนไหวของวัตถุอันน่าพิศวงนี้ ซึ่งเป็นสัญญาณที่ย้ำเตือนเราว่ายังมีสิ่งน่าค้นหาอีกมากมายในระบบสุริยะของเรา

------------
เครดิตภาพ: Team Ciel Austral
- Comet C/2025 R2 (SWAN)

👨‍🚀 กดไลก์ แชร์ คอมเมนต์ และติดตามเพจ เพื่อเป็นการสนับสนุนและให้กำลังใจครับ 🙏

#ข่าวอวกาศ #ข่าวดาราศาสตร์ #ดาราศาสตร์ #อวกาศ #ดาวหาง

23/05/2023

วันนี้มีพระจันทร์ยิ้ม ถ่ายรูปสวยๆ มาอวดกันเถอะ 🌜

หลุมดำใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยพบ จะมีขนาดเท่าไรกันนะ ❓
31/03/2023

หลุมดำใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยพบ จะมีขนาดเท่าไรกันนะ ❓

หลุมดำมวลมหาศาลเท่าที่เคยพบ ใหญ่กว่าดวงอาทิตย์ 3 หมื่นล้านเท่า - เชื่อ! ยังสามารถพบหลุมดำที่ใหญ่ที่สุดได้ในจักรวาล
รายงานการค้นพบนี้เผยแพร่ทางวารสารรายเดือนของราชสมาคมดาราศาสตร์ (Royal Astronomical Soceity) ในสหราชอาณาจักร โดยนักดาราศาสตร์ฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัยเดอรัม ได้ระบุว่า ในใจกลางของดาราจักรที่ชื่อว่า Abell 1201 ซึ่งอยู่ห่างจากโลกประมาณ 2.7 พันล้านปีแสง มี ‘ยักษ์ใหญ่’ แฝงตัวอยู่ และมีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยพบมา โดยมีขนาดอยู่ที่ 3.27 หมื่นล้านเท่าของดวงอาทิตย์
“หลุมดำนี้มีมวลประมาณ 3 หมื่นล้านเท่าของดวงอาทิตย์ของเรา เป็นหนึ่งในหลุมดำที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยตรวจพบมา และอยู่บนขีดจำกัดสูงสุดที่เราเชื่อว่าจะเกิดหลุมดำในทางทฤษฎีได้” เจมส์ ไนติงเกล (James Nightingale) นักฟิสิกส์แห่งมหาวิทยาลัยเดอรัมกล่าว “นี่จึงเป็นการค้นพบที่น่าตื่นเต้นอย่างยิ่ง”
มีหลุมดำอยู่มากมายในเอกภพ แต่หลายแห่งไม่ได้ใหญ่โตขนาดนี้ เพราะการขยายตัวเองของหลุมดำจำเป็นต้องสะสมมวลสารอย่างขยันขันแข็งตลอดเวลานับตั้งแต่กำเนิดจักรวาล รวมถึงการควบรวมหลุมดำด้วยกันเอง แต่ถึงแม้จะมีขนาดมหึมาเช่นนั้น การตรวจจับมันก็เป็นเรื่องที่ทำได้ยากยิ่งอยู่ดี
วิธีหนึ่งที่นักดาราศาสตร์ใช้กันคือ มองหาผลกระทบของสิ่งที่เรียกว่า ‘เลนส์ความโน้มถ่วง’ ที่บิดเบี้ยวกาลอวกาศ ซึ่งสามารถขยายแสงอันไกลโพ้นที่อยู่ด้านหลังของมันให้มองเห็นได้ชัดขึ้น รวมไปถึงหลุมดำด้วยเช่นกัน โดยกาแล็กซี Abell 1201 นั้นมีความโน้มถ่วงรุนแรงที่นักวิทยาศาสตร์ต่างประหลาดใจ
มันยืดแสงของกาแล็กซีด้านหลังให้คล้ายเส้นคิ้วเปื้อน รอยนี้ถูกค้นพบครั้งแรกในปี 2003 และนักดาราศาสตร์ก็ไม่รู้ว่าทำไม พวกเขาเสนอว่าอาจมีหลุมดำขนาดใหญ่อยู่ตรงใจกลาง แต่ด้วยเทคโนโลยีที่ยังไม่ละเอียดพอ จึงไม่สามารถแยกแยะข้อมูลเพื่อเปิดเผยเพิ่มเติมถึงสิ่งที่อยู่ในนั้น
เมื่อเวลาผ่านไป ไนติงเกลและเพื่อนร่วมงานของเขาสามารถเข้าถึงข้อมูลได้มากขึ้น จนสามารถทำการจำลองสองแสงที่เคลื่อนผ่านเลนส์ความโน้มถ่วงได้หลายแสนครั้ง เพื่อมองหาชุดข้อมูลที่ตรงกับผลสังเกตจากดาราจักร Abell 1201 นั่นคือหลุมดำใจกลางกาแล็กซีที่มีมวลขนาด 32.7 พันล้านเท่าของดวงอาทิตย์
เป็นหลักฐานถึงหลุมดำมวลมหาศาลที่สามารถเกิดขึ้นได้ในทฤษฎีการวิวัฒนาการของจักรวาล โดยมีจำนวนสูงสุดอยู่ที่ 5 หมื่นล้านเท่าของดวงอาทิตย์
“หลุมดำที่ใหญ่ที่สุดที่เรารู้จักส่วนใหญ่อยู่ในสถานะที่เคลื่อนไหว (Active State) ซึ่งสสารที่ถูกดึงเข้ามาใกล้กับหลุมดำจะร้อนขึ้นและปล่อยพลังงานออกมาในรูปของแสง รังสีเอกซ์ และรังสีอื่นๆ” ไนติงเกลกล่าว
“อย่างไรก็ตาม เลนส์ความโน้มถ่วงนี้ทำให้สามารถศึกษาหลุมดำที่ไม่เคลื่อนไหวได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่สามารถทำได้กับกาแลคซีอันไกลโพ้นในปัจจุบัน วิธีการนี้จะสามารถช่วยให้เราตรวจพบหลุมดำอีกมากมายนอกเหนือจากจักรวาลในพื้นที่ของเรา และเผยให้เห็นว่าวัตถุแปลกใหม่เหล่านี้วิวัฒนาการต่อไปอย่างไรในช่วงเวลาจักรวาล”
และอาจรวมไปถึงเป็นคำใบ้บางอย่างเกี่ยวกับวิธีที่พวกมันสามารถเติบโตจนมีขนาดใหญ่ได้
สืบค้นและเรียบเรียง วิทิต บรมพิชัยชาติกุล
Image by ESA/Hubble, Digitized Sky Survey, Nick Risinger (skysurvey. org), N. Bartmann

16/03/2023

กล้องเจมส์เวบบ์ เผยภาพ ‘ดวงดาวกำลังเข้าสู่ขั้นตอนการตาย’ ที่สวยงาม และจะกลายเป็นซุปเปอร์โนวา การระเบิดที่ยิ่งใหญ่ของจักรวาล
ดาวดวงนี้มีชื่อว่า WR 124 อยู่ห่างจากโลกไปประมาณ 15,000 ปีแสง ซึ่งเป็นดาวประเภท ‘วูล์ฟ-ราเยต์’ (Wolf-Rayet) ซึ่งเป็นดาวมวลมากที่หายาก นาซาประเมินว่าดาวดวงนี้มีมวลมากกว่าดวงอาทิตย์ของเรา 30 เท่า ส่งผลให้มันมีอายุขัยที่น้อยกว่า และในตอนนี้มันกำลังเข้าสู่กระบวนการตาย
เมื่อดาวฤกษ์ซึ่งไม่มีไฮโดรเจนเหลือพอที่จะเผาไหม้ในแกนกลาง ดาวฤกษ์จะเริ่มหลอมรวมธาตุที่หนักกว่าแทน และก่อให้เกิดการระเบิดทรงพลัง ซึ่ง WR 124 กำลังอยู่ในขั้นตอนนี้ และเปลือกฝุ่นรอบนอกของมันค่อย ๆ ลอกออกโดยมีปริมาณ 10 เท่าของดวงอาทิตย์สู่อวกาศ จากนั้นจะเข้าสู่การระเบิดที่เรียกว่า ‘ซุปเปอร์โนวา’ (Supernova)
“ดาวมวลมากเดินทางผ่านวัฏจักรชีวิตของมัน และมีเพียงบางดวงเท่านั้นที่ผ่านระยะ วูล์ฟ-ราเยต์ สั้น ๆ ก่อนจะกลายเป็นซุปเปอร์โนวา” นาซ่าแถลง “ทำให้การสังเกตโดยละเอียดของเวบบ์เกี่ยวกับระยะที่หายากนี้มีค่าสำหรับนักดาราศาสตร์”
พร้อมเสริมว่า “ดาววูล์ฟ-ราเยต์ กำลังอยู่อยู่ในกระบวนการลอกชั้นนอกออก ส่งผลให้มีรัศมีของก๊าซและฝุ่นตามลักษณะเฉพาะ” ซึ่งคุณอาจเปรียบเทียบเป็นภาพเม็ดฝุ่นบนตู้อันเป็นเรื่องธรรมดา แต่สำหรับจักรวาลแล้ว ฝุ่นคือสิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่ง
มันทำหน้าที่เป็นวัตถุดิบในการก่อตัวของดาวเคราะห์ ทำหน้าที่เป็นสิ่งเกาะเกี่ยวให้โมเลกุลเกาะกลุ่มกัน รวมไปถึงส่วนประกอบของสิ่งมีชีวิต และกลายเป็นมนุษย์เช่นเรา ฝุ่นในอวกาศนั้นเป็นรากฐานของเกือบทุกอย่าง และมันก็มาจากความตายของดวงดาวเช่นนี้
“ก่อนการมาของเจมส์ เวบบ์ นักดาราศาสตร์ที่รักฝุ่นไม่มีข้อมูลรายละเอียดเพียงพอที่จะหาคำถามเกี่ยวกับการสร้างฝุ่นเลยในสภาพแวดล้อมแบบดาว WR 124” นาซ่ากล่าว “และคำถามที่ว่า เม็ดฝุ่นจะมีขนาดใหญ่และอุดมสมบูรณ์พอที่จะรอดจากกระบวนการซุปเปอร์โนวา กลายเป็นส่วนสำคัญต่อฝุ่นโดยรวมแทนหรือไม่ ตอนนี้คำถามเหล่านี้สามารถตรวจสอบได้ด้วยข้อมูลจริงแล้ว”
กล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เวบบ์ ได้เปิดโอกาสใหม่ ๆ ในการศึกษารายละเอียดในฝุ่นคอสมิก ซึ่งสังเกตได้ดีที่สุดในช่วงความยาวคลื่นอินฟราเรดของแสง และเวบบ์ก็สร้างมาเพื่อสิ่งนั้น นักดาราศาสตร์ได้เห็นโครงสร้างที่จับตัวกันเป็นก้อนของเนบิวลาก๊าซ และฝุ่นที่ล้อมรอบดาวฤกษ์
นอกจากนี้ มันยังช่วยทำหน้าที่เป็นตัววัดให้นักดาราศาสตร์เข้าใจช่วงเวลาที่ดาวฤกษ์กำลังตายขณะที่อยู่ในประวัติศาสตร์ยุคแรกของเอกภพ ซึ่งสร้างธาตุหนักในแกนกลางของพวกมันและส่งต่อมาถึงยังปัจจุบัน รวมทั้งโลกด้วย เจมส์ เวบบ์ กำลังค่อย ๆ เปิดเผยความลึกลับของจักรวาลให้มนุษยชาติได้เรียนรู้
สืบค้นและเรียบเรียง วิทิต บรมพิชัยชาติกุล

3 - 4 มกราคม 2566 ชวนดูฝนดาวตกควอดรานติดส์ (Quadrantids Meteor Shower)
03/01/2023

3 - 4 มกราคม 2566 ชวนดูฝนดาวตกควอดรานติดส์ (Quadrantids Meteor Shower)

💫 ฝนดาวตกแรกต้อนรับปีใหม่ !!!
คืน 3 - เช้า 4 ม.ค. 66 #ฝนดาวตกควอดรานติดส์ (110 ดวง/ชม.)
แต่ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การสังเกตค่อนข้างดึกมาก เวลาประมาณ 02:00 น. ของคืนวันที่ 4 มกราคม เป็นต้นไป ผู้สนใจสามารถชมได้ด้วยตาเปล่า แนะนำชมในพื้นที่มืดสนิท ไร้แสงเมืองรบกวน และอย่าลืมคำนึงเรื่องความปลอดภัยกันด้วยนะครับ

"Blue Marble" ภาพโลกถ่ายโดยลูกเรือ Apollo 17 วันที่ 7 ธันวาคม 2515 ระหว่างภารกิจเดินทางสู่ดวงจันทร์
08/12/2022

"Blue Marble" ภาพโลกถ่ายโดยลูกเรือ Apollo 17 วันที่ 7 ธันวาคม 2515 ระหว่างภารกิจเดินทางสู่ดวงจันทร์

This is us 🌍

On Dec. 7, 1972, the crew of Apollo 17 took this photo of Earth as they journeyed to the Moon. Known today as the "Blue Marble," this picture has since become one of the most iconic images of our home world.

Full-size download: https://images.nasa.gov/details-as17-148-22727
Follow along with the Apollo 17 mission in real time: https://apolloinrealtime.org/17/

เตรียมสร้างสถิติโลกใหม่ "ท้องฟ้าจำลองที่ฉายดวงดาวได้มากที่สุดในโลก"โดยฉายดาวกว่า 1.2 พันล้านดวง ด้วยเครื่องฉายดาว Megast...
29/11/2022

เตรียมสร้างสถิติโลกใหม่ "ท้องฟ้าจำลองที่ฉายดวงดาวได้มากที่สุดในโลก"
โดยฉายดาวกว่า 1.2 พันล้านดวง ด้วยเครื่องฉายดาว Megastar-IIA จากบริษัท Ohira Tech ของคุณ Takayuki Ohira ผู้สร้างเครื่องฉายดาวในบ้าน Homestar

ล่าสุด ศูนย์วิทยาศาสตร์โยโกฮาม่า ‘Hamagin Space Science Center’ ในจังหวัดคานางาว่า ประเทศญี่ปุ่น เตรียมทุบสถิติโลก “ท้องฟ้าจำลองที่ฉายดวงดาวได้มากที่สุดในโลก” ของ Guinness World Records ด้วยการฉายภาพดวงดาวกว่า 1.2 พันล้านดวง
ด้วยโปรเจ็กเตอร์ Megastar-IIA ที่ผลิตโดยบริษัทผู้ออกแบบท้องฟ้าจำลอง Yokohama Ohira Tech Ltd. ในเขต Tsuzuki คาดว่าจะสามารถฉายดวงดาวได้ประมาณ 1.2 พันล้านดวง ทำให้สามารถทำลายสถิติโลกของ Guinness World Records ในหัวข้อ “ท้องฟ้าจำลองที่ฉายดวงดาวได้มากที่สุด” ได้
โดย Yokohama Ohira Tech กล่าวว่า โปรเจ็กเตอร์นี้จะใช้แผ่นดาวพิเศษที่สร้างขึ้นด้วยรูเล็กๆ และเทคโนโลยีเดียวกันกับที่ใช้ในแผ่น Blu-ray ทำให้สามารถดึงรายละเอียดที่ชัดเจนของดาราจักรทางช้างเผือกที่ปกติแล้วไม่สามารถแยกแยะได้ด้วยตาเปล่าให้มองเห็นได้
ขณะที่ก่อนหน้านี้ ท้องฟ้าจำลองที่พิพิธภัณฑ์ Yokkaichi Municipal Museum ในจังหวัด Mie ถือเป็นเจ้าของสถิติเดิมของท้องฟ้าจำลองที่ฉายดวงดาวได้มากที่สุดคือ 140 ล้านดวง ตั้งแต่ปี 2016
ซึ่งหากทุกอย่างเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ ในวันที่ 30 พฤศจิกายนนี้ ศูนย์วิทยาศาสตร์โยโกฮาม่าจะสามารถโค่นเจ้าของสถิติเก่าได้ด้วยการฉายภาพดวงดาวมากกว่าเกือบสิบเท่า และในวันดังกล่าวจะมีการเปิดให้เจ้าหน้าที่จาก Guinness World Records เข้าชมการเปิดตัวการฉายภาพดวงดาว เพื่อประกาศสถิติโลกอย่างเป็นทางการอีกด้วย
อนึ่ง ท้องฟ้าจำลองที่ศูนย์วิทยาศาสตร์โยโกฮาม่าอยู่ในระหว่างการปรับปรุงตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา และมีกำหนดการเปิดให้บริการอีกครั้งในวันที่ 1 ธันวาคม 65 พร้อมโปรเจ็กเตอร์เครื่องใหม่ที่กำลังจะทำให้ท้องฟ้าจำลองแห่งนี้กลายเป็นเจ้าของสถิติโลกคนใหม่นั่นเอง
__________________________
ติดตามเรื่องราวด้านธุรกิจ โอกาสทางด้านธุรกิจ การพัฒนาตนเองที่น่าสนใจจากประเทศญี่ปุ่นได้ที่
・Blockdit : blockdit.com/wabizth
・Twitter : twitter.com/wabizth
・Instagram : instagram.com/wabiz.th
____________________________
References
- https://mainichi.jp/english/articles/20221124/p2a/00m/0na/005000c
- https://www.yokohama-kagakukan.jp/planetarium/
____________________________
#ญี่ปุ่น #ธุรกิจ #ศูนย์วิทยาศาสตร์ #ท้องฟ้าจำลอง #ดวงดาว #สถิติโลก

"Pillars of Creation" หรือ "เสาแห่งการก่อกำเนิด" อยู่ห่างจากโลก 6,500 ปีแสงภาพจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศ James Webb
22/10/2022

"Pillars of Creation" หรือ "เสาแห่งการก่อกำเนิด" อยู่ห่างจากโลก 6,500 ปีแสง

ภาพจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศ James Webb

งดงามตระการตา “Pillars of Creation” จากกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เว็บบ์

นี่คือภาพบริเวณเล็ก ๆ ภายในเนบิวลานกอินทรีที่มีขนาดใหญ่กว่า 50 ปีแสง กลุ่มฝุ่นและแก๊สสีเหลืองสดใสที่เห็นในภาพเป็น “วัตถุดิบหลัก” ที่จะก่อตัวไปเป็นดาวฤกษ์ยุคใหม่ที่ซุกซ่อนอยู่เบื้องหลังกลุ่มแก๊สอันหนาทึบเหล่านี้ ราวกับเป็นเสาหลักแห่งห้วงอวกาศที่คอยให้กำเนิดดาวฤกษ์ดวงใหม่ เป็นที่มาของชื่อ “Pillars of Creation” ซึ่งมีความหมายว่า “เสาแห่งการก่อกำเนิด”

เสาแห่งการก่อกำเนิด หรือ Pillars of Creation อยู่ห่างออกไปจากโลก 6,500 ปีแสง เป็นเนบิวลาขนาดเล็กเพียง 4-5 ปีแสงที่อยู่ภายในเนบิวลานกอินทรี (Eagle Nebula, M16) หากใครคุ้นเคยกับวงการภาพถ่ายดาราศาสตร์ก็น่าจะคุ้นหูชื่อเนบิวลาเหล่านี้เป็นอย่างดี เนื่องจากเป็นเนบิวลาที่มีความสวยงามและสามารถบันทึกภาพได้ไม่ยากนัก โดยภาพที่ทำให้ Pillars of Creation เป็นที่รู้จักมากที่สุดคือผลงานจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศฮับเบิลที่เผยแพร่เมื่อปี ค.ศ. 1995 หรือกว่า 27 ปีที่แล้ว เผยให้เห็นกลุ่มฝุ่นและแก๊สอันหนาทึบ และเป็นภาพที่มีโทนสีแตกต่างไปจากภาพล่าสุดนี้อย่างสิ้นเชิง เนื่องจากฮับเบิลถ่ายภาพในช่วงคลื่นแสงที่ตามองเห็น และใช้ฟิลเตอร์กรองแสงในช่วงคลื่นเฉพาะ จึงประมวลผลภาพออกมาเป็นสีสันที่แตกต่างไปจากเจมส์ เว็บบ์

ภาพล่าสุดจากกล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เว็บบ์ไม่เพียงแต่เผยให้เห็นรายละเอียดและสีสันที่ต่างออกไป แต่ยังแสดงให้เห็นดาวฤกษ์ที่ซุกซ่อนอยู่ภายในฝุ่นอันหนาทึบเหล่านี้ได้อย่างชัดเจนมาก ซึ่งเป็นคุณสมบัติหลักของช่วงคลื่นอินฟราเรดที่สามารถทะลุฝุ่นหนาทึบเหล่านี้ได้ดี ยิ่งรวมเข้ากับขนาดหน้ากล้องที่ใหญ่และอุปกรณ์ถ่ายภาพอย่างกล้อง NIRCam จึงทำให้ได้ภาพเนบิวลาอันโด่งดังแห่งนี้อย่างคมชัดแบบที่ไม่เคยมีกล้องใดทำได้มาก่อน ช่วยให้นักดาราศาสตร์ระบุจำนวนดาวฤกษ์เกิดใหม่ในเนบิวลาแห่งนี้ได้แม่นยำยิ่งขึ้น นำไปสู่การสร้างแบบจำลองการก่อกำเนิดดาว และการทำความเข้าใจกระบวนการก่อกำเนิดดาวฤกษ์ภายในเนบิวลานั่นเอง

นอกจากนี้ หากเปรียบเทียบแนวฝุ่นและแก๊สระหว่างภาพจากฮับเบิลกับภาพจากเจมส์ เว็บบ์ จะพบว่าส่วนที่หนาทึบของฮับเบิลนั้น เป็นส่วนที่สว่างสีเหลืองสดใสของเจมส์ เว็บบ์ เนื่องจากกลุ่มฝุ่นและแก๊สเหล่านี้มีอุณหภูมิต่ำ จึงไม่แผ่รังสีในช่วงคลื่นที่ตามองเห็น ฮับเบิลจึงมองเห็นกลุ่มฝุ่นนี้เป็นสีดำเข้ม ขณะที่เจมส์ เว็บบ์สามารถมองเห็นรายละเอียดของแก๊สเหล่านี้ได้ชัดเจน เนื่องจากแก๊สอุณหภูมิต่ำเช่นนี้จะแผ่รังสีอินฟราเรดออกมา ทำให้เจมส์ เว็บบ์สามารถบันทึกรายละเอียดของกลุ่มแก๊สนี้ได้ ขณะที่แสงจากดาวฤกษ์พื้นหลังก็ยังสามารถทะลุฝุ่นเหล่านี้ออกมาได้อีกด้วย

เรียบเรียง: ธนกร อังค์วัฒนะ - เจ้าหน้าที่สารสนเทศดาราศาสตร์ สดร.

อ้างอิง :
[1] https://www.nasa.gov/feature/goddard/2022/nasa-s-webb-takes-star-filled-portrait-of-pillars-of-creation
[2] https://hubblesite.org/contents/media/images/1995/44/351-Image.html

15/08/2022

15 สิงหาคม 2565 ดาวเสาร์ใกล้โลกที่สุดจนมองเห็นด้วยตาเปล่าได้ในพื้นที่ท้องฟ้าเปิด

ที่อยู่

Si Racha
20110

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Bear ITem Shopผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์