Shop Fit Fit ขายสินค้า online

09/06/2022

รถพยุงเดิน ผู้สูงอายุ

#รถเข็นหัดเดิน #รถเข็นช่วยเดิน #ผู้สูงอายุ

08/06/2022

ที่รัดพยุงข้อเท้าช่วยเสริมสร้างความมั่นคงให้แก่ข้อเท้า
#ข้อเท้าพลิก #สายรัดข้อเท้า #ที่รัดข้อเท้า #ล็อคข้อเท้า
รุ่น 7130

07/06/2022

เฝือกข้อมือ ปลอกรัดข้อมือ แยกซ้ายและขวา ผ้ารัดพยุงข้อมือ Wrist support

#เฝือกข้อมือ

05/06/2022

Balance Pad Massage Disk เบาะรองสำหรับฝึกการทรงตัว

#เบาะฝึกการทรงตัว

04/06/2022

โยคะท่าง่าย ผ่อนคลายสบายทั้งตัว เปิดทำตามได้เลย

การเดิน และการวิ่งเป็นกิจกกรรมการออกกำลังกายที่ทำได้ง่าย ประหยัด ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ อาศัยเพียงแค่สถานที่วิ่งที่เหมาะสม มี...
16/08/2021

การเดิน และการวิ่งเป็นกิจกกรรมการออกกำลังกายที่ทำได้ง่าย ประหยัด ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ อาศัยเพียงแค่สถานที่วิ่งที่เหมาะสม มีอากาศถ่ายเทสะดวก แถมยังเป็นกิจกรรมการออกกำลังกายที่ดีต่อระบบต่างๆ ทั้งภายใน และภายนอกร่างกาย

สั่งซื้อสายรัดเข่าตอนวิ่งได้ที่ https://shopee.co.th/product/46941027/1473979164?smtt=0.136603412-1629100906.9

ประโยชน์ที่ได้จากการเดิน และการวิ่ง

การเดิน และการวิ่งเป็นประจำ ส่งผลดีต่อร่างกายทุกระบบ ทั้งร่างกาย และจิตใจ นพ.ภัทรภณ อติเมธิน ผู้เชี่ยวชาญด้านการวิ่ง และอาการบาดเจ็บจากการวิ่ง กล่าวว่า การวิ่งนั้นดีต่อร่างกายในหลายๆ ด้าน

ด้านสุขภาพพื้นฐานทั่วไป ช่วยรักษาระดับความดันเลือดให้เป็นปรกติ การทำงานของหัวใจ ปอด การหายใจดีขึ้น เพิ่มความฟิต และสมบูรณ์ให้กับร่างกาย ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ทำให้ส่วนต่างๆ ของร่างกายทำงานได้ดีขึ้น

ช่วยเบาเทาและลดความเสี่ยงในการเกิดโรคประจำตัวต่างๆ เช่นหัวใจ โรคความดันเลือด โรคเบาหวาน ช่วยลดระดับไขมันในเลือด และช่วยในการลดน้ำหนัก และควบคุมน้ำหนักได้

ด้านสุขภาพจิต และอารมณ์ ก็มีรายงานว่าการวิ่งช่วยให้อารมณ์ และสุขภาพจิตดีขึ้น ช่วยทำให้ระดับความเครียดลดลง

กิจกรรมการเดินและวิ่ง เหมาะกับใครบ้าง

คนทุกเพศ ทุกวัย สามารถใช้การเดิน และการวิ่งเป็นกิจกรรมสร้างเสริมการออกกำลังกายได้ เพียงแต่ต้องกำหนดเวลา และระยะทางการวิ่งให้เหมาะสมตามสภาพร่างกาย เช่น กลุ่มช่วงวัยเด็ก ควรวิ่งในระยะทางที่ไม่ไกลมากนัก ในขณะที่กลุ่มผู้สูงอายุ หรือกลุ่มคนที่มีโรคประจำตัว ควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อกำหนด ระยะเวลา และรูปแบบการวิ่งให้พอเหมาะกับความสมบูรณ์ของร่างกาย

การกำหนดเป้าหมายในการวิ่ง ช่วยให้การวิ่งปลอดภัยขึ้น

นพ.ภัทรภณ ยังให้คำแนะนำต่อว่า การวิ่งนั้นไม่ว่าคนในกลุ่มใดก็มีความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ อาการบาดเจ็บ และ อาการหัวใจหยุดเต้นได้ อันเนื่องมาจากการวิ่งที่หนักเกินกำลังร่างกาย ขาดการฝึกฝนฝึกซ้อมที่สม่ำเสมอ และกลุ่มที่ไม่ทราบว่าตนเองป่วย หรือมีโรคประจำตัว ดังนั้นการกำหนดเป้าหมายในการวิ่งให้ชัดเจน จึงมีส่วนช่วยในการกำหนดการฝึกซ้อม และการเตรียมสภาพร่างกาย

กลุ่มคนที่วิ่งเพื่อสุขภาพ วิ่งไม่หนักมากนัก สามารถสังเกตอาการเจ็บป่วยได้ด้วยตนเอง และควรเริ่มวิ่งอย่างค่อยเป็นค่อยไป ค่อยๆ เพิ่มระยะทาง ระยะเวลาตามความพร้อม และความสบูรณ์แข็งแรงของร่างกาย

กลุ่มคนที่ต้องการวิ่งเพื่อการแข่งขันหรือวิ่งในระดับอาชีพ ที่ต้องการพัฒนาการวิ่งของตนเองให้มีระดับสูงขึ้น วิ่งได้เร็วขึ้น นอกจากการฝึกซ้อมอย่างค่อยเป็นค่อยไป และสม่ำเสมอแล้ว ควรได้รับการตรวจเช็คสภาพร่างกายก่อน เพื่อดูว่าตนเองมีความเสี่ยงในการเกิดโรค หรือโรคประจำตัวอะไรหรือไม่

กลุ่มคนที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ คือกลุ่มคนที่มีโรคประจำตัว โรคความดันเลือด โรคหัวใจ ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก หรือคนที่เป็นโรคเกี่ยวกับกระดูก และข้อต่อ ควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์ เพื่อกำหนดรูปแบบและระยะเวลาที่เหมาะสม

วิ่งอย่างไรไม่บาดเจ็บ และไม่ทำร้ายสุขภาพ

อาการบาดเจ็บจากการวิ่ง โดยมากมักขึ้นบริเวณหัวเขา รองลงมาคือส่วนของข้อเท้า ซึ่งอาการบาดเจ็บเหล่านี้สามารถเกิดได้กับนักวิ่งทุกคน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มระยะ และเพิ่มความเร็วในการวิ่ง เร็วเกินไป ในขณะที่สภาพร่างกายยังไม่พร้อม การฝึกซ้อมให้สม่ำเสมอ และทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป สามารถช่วยลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บได้

สั่งสายรัดเข่าตอนวิ่งได้ที่ https://shopee.co.th/product/46941027/1473979164?smtt=0.136603412-1629100906.9

ยกเวตน้ำหนักเบา ไม่ต้องหนักก็สร้างกล้ามได้     หลายคนอาจจะเข้าใจกันมาตลอดว่า ในการออกกำลังกายแบบยกเวตนั้น ยิ่งยกหนัก ๆ ก...
15/08/2021

ยกเวตน้ำหนักเบา ไม่ต้องหนักก็สร้างกล้ามได้

หลายคนอาจจะเข้าใจกันมาตลอดว่า ในการออกกำลังกายแบบยกเวตนั้น ยิ่งยกหนัก ๆ ก็จะยิ่งได้ผลดีมากขึ้น แต่ในความเป็นจริงแล้วนั้นการยกเวตไม่จำเป็นจะต้องยกน้ำหนักมาก ๆ เสมอไป เพราะการยกน้ำหนักเบา ๆ อาจได้อะไรมากกว่าที่คุณคิด

สั่งซื้อถุงทรายยกน้ำหนักได้ที่ https://shopee.co.th/product/46941027/4646760007?smtt=0.136603412-1629001061.9

1. ยกได้ต่อเนื่องและนานกว่า

การสร้างกล้ามเนื้อนั้น เกิดจากการออกแรงหลาย ๆ ครั้งอย่างต่อเนื่อง อย่าง ยกเวตน้ำหนักเบา แต่ยกต่อเนื่องไปจนกว่าจะหมดแรง ซึ่งจะทำให้สามารถสร้างกล้ามเนื้อและความแข็งแรงได้พอ ๆ กัน หรืออาจดีกว่าการยกเวตน้ำหนักมาก ๆ ด้วยซ้ำ

2. แขนได้ขยับมากกว่า

การยกเวตด้วยน้ำหนักเบาจะทำให้เรามีแรงที่จะยกได้เต็มที่กว่า คือกระดูกข้อแขนได้ขยับมากกว่า และแน่นอนว่าการที่ช่วงแขนได้ขยับออกกำลังเยอะกว่านั้นก็ช่วยสร้างกล้ามเนื้อได้ดีกว่านั่นเอง

3. บริหารกล้ามเนื้อได้สมส่วนกว่า

การยกเวตด้วยน้ำหนักเบานั้น จะทำให้กล้ามเนื้อแต่ละส่วนสามารถบริหารการออกแรงยกได้ดีกว่า ทำให้สร้างกล้ามเนื้อได้สมส่วน ต่างจากการยกเวตด้วยน้ำหนักมากเกินไปที่อาจทำให้กล้ามเนื้อบริเวณหัวไหล่ใหญ่กว่าต้นแขนเพราะใช้แรงมากกว่า ซึ่งคงไม่ใช่สิ่งที่หลายคนต้องการนัก

4. ลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บ

การหักโหมหรือพยายามยกเวตด้วยน้ำหนักที่มากเกินกว่าที่ร่างกายจะรับไหวนั้น มีความเสี่ยงที่ทำให้กล้ามเนื้อบาดเจ็บบางส่วนได้ และถ้าหากมันเคยเกิดขึ้นแล้ว อนาคตก็จะมีโอกาสเกิดการบาดเจ็บที่บริเวณเดิมได้อีก เพราะฉะนั้นการยกเวตที่มีน้ำหนักเบาย่อมมีความปลอดภัยมากกว่า

5. สร้างกล้ามเนื้อได้มีประสิทธิภาพกว่า

การยกเวตที่มีน้ำหนักมากเกินไปนั้นจะทำให้การยกเกิดจากโมเมนตัมมากกว่าการออกแรงกล้ามเนื้อ ซึ่งสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างกล้ามเนื้อแขนอย่างมีประสิทธิภาพที่สุดนั้น ควรยกเวตที่มีน้ำหนักเบาหรือพอดีกับที่ร่างกายจะรับไหว ไม่หนักมากจนเกินไป

จากข้อดีดังกล่าวข้างต้น ก็น่าจะทำให้หลายคนเข้าใจได้แล้วว่า การออกกำลังกายด้วยการยกเวตเพื่อสร้างกล้ามเนื้อนั้น ความคิดที่ว่า "ยิ่งหนัก ยิ่งดี" อาจไม่ถูกต้องเสมอไป เพราะในความเป็นจริงแล้วการยกเวตด้วยน้ำหนักเบาก็อาจให้ผลดีไม่ต่างกัน หรืออาจจะดีกว่าเสียด้วยซ้ำ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องเลือกน้ำหนักที่ไม่เบาเกินไปด้วย เพราะไม่งั้นจะทำให้กล้ามเนื้อแขนไม่ค่อยได้ออกแรงมากพอ ดังนั้นการยกเวทที่ถูกวิธีจะส่งผลให้กล้ามเนื้อไม่บาดเจ็บได้

สั่งซื้อถุงทรายยกน้ำหนักได้ที่ https://shopee.co.th/product/46941027/4646760007?smtt=0.136603412-1629001061.9

โรคข้อเข่าเสื่อมปวดเข่า เข่าเสื่อม เข่าอักเสบ เกิดได้ก็รักษาได้โรคข้อเข่าเสื่อมปวดเข่า เข่าเสื่อม อาการปวดเข่า เจ็บเข่าท...
13/08/2021

โรคข้อเข่าเสื่อมปวดเข่า เข่าเสื่อม เข่าอักเสบ เกิดได้ก็รักษาได้

โรคข้อเข่าเสื่อมปวดเข่า เข่าเสื่อม อาการปวดเข่า เจ็บเข่าที่มักเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุ โรคเข่าเสื่อม ปวดเข่าเกิดจากอะไร และสามารถรักษาโรคเข่าเสื่อมได้ด้วยวิธีการไหนที่สามารถหายได้ไว

สั่งซื้อสนับเข่าบรรเทาอาการปวดเข่าได้ที่ https://shopee.co.th/product/46941027/1040392022?smtt=0.136603412-1628829986.9?smtt=0.136603412-1628829986.9

โรคข้อเข่าเสื่อมปวดเข่า เข่าเสื่อม เข่าอักเสบ เป็นโรคและอาการที่มักพบมากในผู้สูงอายุ ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ โรคข้อเข่าเสื่อมปวดเข่า เข่าเสื่อม เข่าอักเสบ จึงเป็นหนึ่งในโรคและอาการสำคัญที่ผู้สูงอายุ หรือ ผู้ที่ต้องดูแลผู้สูงอายุจำเป็นต้องรู้สาเหตุ อาการ และการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมอย่างถูกต้องเพื่อให้ผู้สูงอายุกลับมาใช้ชีวิตได้เป็นปกติสุข

สาเหตุโรคข้อเข่าเสื่อมปวดเข่า เข่าเสื่อม เข่าอักเสบ คือ

ผู้ที่มีอายุ 55 ปีขึ้นไปจะเริ่มมีอาการปวดเข่า เข่าเสื่อม พบว่าโรคข้อเข่าเสื่อมจะเป็นในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย
ผู้ที่มีน้ำหนักตัวมาก เป็นโรคอ้วนจะยิ่งเพิ่มโอกาสการเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมไวยิ่งขึ้น
การใช้งานขาและหัวเข่าผิดท่า หรืออยู่ในท่าที่ไม่เหมาะสมเป็นเวลานาน เช่น การก้มยกของ คุกเข่า นั่งพับเพียบ เดินขึ้นบันได นั่งขัดสมาธิ ฯลฯ
เคยเกิดอุบัติเหตุกับหัวเข่า เช่น รถชน หัวเข่ากระแทกจากการอุบัติเหตุหรือการเล่นกีฬา ฯลฯ
โรคข้อเข่าเสื่อมจากพันธุกรรม


อาการปวดเข่า เจ็บเข่าที่บ่งชี้ว่าจะเป็นโรคข้อเข่าเสื่อม

อาการโรคข้อเข่าเสื่อมระยะแรก: เริ่มปวดเข่าตอนเคลื่อนไหว เช่น เดิน วิ่ง ขึ้นบันได ย่อขา แต่อาการจะหายไปหรือดีขึ้นเมื่อทำกิจกรรมที่ไม่ต้องใช้ข้อเข่า เวลามีการเคลื่อนไหวบางคนจะมีอาการเสียวหัวเข่า ข้อฝืดเมื่อหยุดการเคลื่อนไหวเป็นเวลานานเมื่อขยับข้อจะรู้สึกถึงการเสียดสีของกระดูกหรือมีเสียงดังในข้อ
อาการโรคข้อเข่าเสื่อมระยะรุนแรง: อาการปวดเข่า เจ็บเข่าจะรุนแรงมากขึ้นบางครั้งปวดเวลากลางคืนเมื่อเกร็งกล้ามเนื้อต้นขาเต็มที่จะมีอาการปวดหรือเสียวบริเวณกระดูกสะบ้าหากมีการอักเสบจะมีข้อบวมร้อนและตรวจพบน้ำในช่องข้อถ้ามีข้อเสื่อมมานานจะพบว่าเหยียดหรืองอข้อเข่าได้ไม่ค่อยสุดกล้ามเนื้อต้นขาลีบข้อเข่าโก่งหลวมหรือบิดเบี้ยวผิดรูปทำให้เดินและใช้ชีวิตประจำวันลำบากและมีอาการปวดเวลาเดินหรือขยับ


การรักษาโรคข้อเข่าเสื่อม

การรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมโดยไม่ใช้ยาโดยลดการกดที่ข้อเข่า การใช้ประคบร้อน ในขณะเดียวกันผู้มีอาการเจ็บเข่า ปวดเข่าจะต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการนั่ง ยืน เดิน ควรลดน้ำหนักตัว ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม หรืออาจจะใช้ไม้เท้าช่วยเดินเพื่อลดแรงกดในช่วงที่พยายามลดอาการเจ็บเข่า ปวดเข่า
การรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมโดยการใช้ยา
ยาแก้ปวดพาราเซตามอลเป็นยาที่ควรเลือกใช้เป็นอันดับแรกในกรณีที่ปวดไม่มากให้ประสิทธิผลดีและปลอดภัย
ยาทาเฉพาะที่ประเภทยาแก้ปวดและต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ใช้ทานวดซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดความร้อนเฉพาะที่
ยาต้านการอักเสบแบบไม่มีสเตียรอยด์ (NSAIDs)ในรูปของยากินและยาฉีดจะช่วยลดอาการปวดและอักเสบได้ดีควรใช้ยาอย่างระมัดระวังโดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่ได้รับยาสเตียรอยด์ยาป้องกันการแข็งตัวของเลือดหรือผู้ที่เป็นโรคกระเพาะอาหารหรือมีปัญหาหอบหืดตับไตหัวใจและสังเกตผลข้างเคียงของยาที่พบได้เช่นไม่สบายท้องท้องอืดปวดท้องคลื่นไส้อาเจียนถ่ายอุจจาระสีดำผื่นคันพิษต่อตับไตยากลุ่มนี้อาจทำให้บวมและความดันโลหิตสูงขึ้นไม่ควรใช้ยาติดต่อเป็นเวลานาน
ยาคลายกล้ามเนื้อการอักเสบทำให้กล้ามเนื้อโดยรอบเกร็งตึงได้การใช้ยาคลายกล้ามเนื้อจะช่วยลดอาการเหล่านี้ได้
การฉีดน้ำข้อเข่าเทียม
การรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมด้วยการผ่าตัดข้อเข่า เปลี่ยนข้อเข่า ข้อเข่าเทียมปัจจุบันการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมด้วยการผ่าตัดเป็นที่นิยมมาก เพราะเห็นผลการรักษาไว และทำให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตได้เป็นปกติโดยไม่เจ็บเข่าทรมานอีก ซึ่งหลังจากผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมแล้ว ผู้ป่วยจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหลายอย่างเพื่อให้ข้อเข่าเทียมใช้งานได้ดีและมีอายุการใช้งานนานมากขึ้น เช่น เลี่ยงท่านั่ง เดินที่ใช้ข้อเข่านานๆ ลดน้ำหนักตัว เลี่ยงการออกกำลังกายที่มีแรงกดทับหรือการกระโดดแรงๆ ฯลฯ

ผู้สูงอายุที่มีปัญหาโรคข้อเข่าเสื่อมปวดเข่า เข่าเสื่อม เข่าอักเสบหรือผู้ได้รับอุบัติเหตุที่หัวเข่าจากอุบัติเหตุหรือการเล่นกีฬา การรักษาข้อเข่าเสื่อมถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะนอกจากจะช่วยให้หายทรมานจากอาการเจ็บปวดแล้ว ยังทำให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้เป็นปกติ ซึ่งมีผลกับอารมณ์และจิตใจที่ดีขึ้นด้วย

สั่งซื้อสนับเข่าบรรเทาอาการปวดเข่าได้ที่ https://shopee.co.th/product/46941027/1040392022?smtt=0.136603412-1628829986.9?smtt=0.136603412-1628829986.9

ปวดหลังส่วนกลางอาการปวดหลังส่วนกลาง อาจเกิดจากการก้มยกของหนัก นอนเตียงนุ่มหรือแข็งเกินไปปวดหลังส่วนล่างอาการปวดหลั งส่วน...
11/08/2021

ปวดหลังส่วนกลาง
อาการปวดหลังส่วนกลาง อาจเกิดจากการก้มยกของหนัก นอนเตียงนุ่มหรือแข็งเกินไป

ปวดหลังส่วนล่าง
อาการปวดหลั งส่วนล่าง อาจมีสาเหตุมาจากน้ำหนักตัวเยอะเกินไป การยืนหรือนั่งนานๆ

สามารถสั่งซื้อที่พยุงหลังได้ที่ https://shopee.co.th/product/46941027/6079234162?smtt=0.136603412-1628667148.9

อาการปวดหลัง ยังอาจบ่งบอกถึงความผิดปกติบางอย่างที่ร่างกายส่งสัญญาณเตือนออกมา อย่านิ่งนอนใจ หากคุณมีอาการปวดหลังอยู่บ่อย ๆ คุณอาจมีความผิดปกติ ดังนี้

ปวดหลังหลังจากการยกของหนัก อาจเกิดจากกล้ามเนื้ออักเสบ
ปวดแนวกระดูกกลางหลัง มักเป็นอาการของหมอนรองกระดูกสันหลัง หรือเอ็นยึดระหว่างกระดูกสันหลัง
ปวดหลังเยื้องออกมาด้านข้าง อาจเกิดจากกล้ามเนื้อหลังมีความผิดปกติ
ปวดหลังร่วมกับมีอาการชา-อ่อนแรง อาจเกิดความผิดปกติเกี่ยวกับระบบประสาท หรือเส้นประสาทผิดปกติ
ปวดร้าวเหมือนไฟฟ้าช็อต อาจมีสาเหตุมาจากเส้นประสาทอาจถูกกดเบียด
ปวดหลังแบบล้าๆ เมื่อยๆ มีจุดที่กดแล้วปวดมากขึ้น อาจเกิดจากกล้ามเนื้อ

อาการปวดหลังสามารถรักษาได้โดยเริ่มจากตัวเรา เพียงหันมาใส่ใจตนเองสักนิด ปรับพฤติกรรมสักหน่อย คุณก็สามารถจัดการกับโรคปวดหลัง ปัญหาสุขภาพน่ากวนใจนี้ได้ โดยมีคำแนะนำดังนี้

นั่ง ควรนั่งเก้าอี้ให้เต็มก้น และเอนหลังไปที่พนักพิง เพื่อให้ร่างกายถ่ายน้ำหนักบางส่วน ไปที่เก้าอี้แทนที่จะทรงตัวด้วยกระดูกสันหลังเท่านั้น

ยืน ควรยืนให้ขากว้างเท่ากับสะโพก โดยน้ำหนักไปที่ขาทั้งสองข้างเท่ากันเพื่อความสมดุลของร่างกาย

นอน ไม่นอนคว่ำหรือนอนในท่ากึ่งนอนกึ่งนั่ง ควรนอนหงายบนเตียงสบาย ๆ จะทำให้กระดูกสันหลังเรียงตัวได้ดีไม่คดโค้ง โดยเตียงต้องไม่แข็งหรือนุ่มเกินไป

หากคุณมีอาการปวดหลังเรื้อรังเป็นเวลานานมากกว่า 4 สัปดาห์ อย่านิ่งนอนใจ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุของอาการ และรับการรักษาอย่างถูกวิธี ก่อนโรคร้ายมาเยือน

สามารถสั่งซื้อที่พยุงหลังได้ที่ https://shopee.co.th/product/46941027/6079234162?smtt=0.136603412-1628667148.9

6 ท่าบริหารมือแบบง่ายๆ ที่ใครก็ทำได้!มือของเราเป็นอาวุธที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเรา การบริหารมือ ช่วยเพิ่มพลังของกล้ามเนื้อแข...
10/08/2021

6 ท่าบริหารมือแบบง่ายๆ ที่ใครก็ทำได้!
มือของเราเป็นอาวุธที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเรา การบริหารมือ ช่วยเพิ่มพลังของกล้ามเนื้อแขนและมือของคุณ ปรับปรุงความคล่องแคล่วของมือแถมช่วยป้องกัน "โรคข้อมืออักเสบ" และ "โรคพังผืดทับเส้นประสาท" ที่เป็นโรคยอดฮิตของมนุษย์ออฟฟิศอีกด้วย

เรามีตัวช่วยบริหารมือให้กับคุณ https://shopee.co.th/product/46941027/3657963024?smtt=0.136603412-1628566326.9

วันนี้ #ออฟฟิศยุคใหม่ใส่ใจสุขภาพ นำวิธีบริหารมือที่คนทำงานออฟฟิศและต้องพิมพ์งานอยู่หน้าจอนานๆ
ก็ทำได้ กับ 6 ท่าง่ายๆ ช่วยป้องกันออฟฟิศซินโดรมที่เรานำมาฝากกันคะ
.. มาเริ่มกันเลย ...
ทำท่าละ 10 ครั้งต่อเซต / ทำ 3 เซต
(พัก 30 วินาทีระหว่างเซต)

1. สบัดมืออย่างรวดเร็ว
2. กำมือและแบมือ
3. หมุนข้อมือ
4. กดนิ้วทั้ง 5 เข้าหากันทั้ง 2 มือ
5. พัดมือไปด้านข้าง
6. พับข้อมือขึ้นและลง

เรามีตัวช่วยบริหารมือให้กับคุณ https://shopee.co.th/product/46941027/3657963024?smtt=0.136603412-1628566326.9

สุขภาพที่ดี เป็นความพึงปรารถนาของทุกคน นอกจากการรับประทานอาหารที่ถูกต้องครบถ้วนแล้ว การออกกำลังกายก็เป็นสิ่งสำคัญในการป้...
09/08/2021

สุขภาพที่ดี เป็นความพึงปรารถนาของทุกคน นอกจากการรับประทานอาหารที่ถูกต้องครบถ้วนแล้ว การออกกำลังกายก็เป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันการเกิดโรค ถือเป็นยาวิเศษ บำบัดรักษา บำรุงและฟื้นฟูสภาพร่างกาย ช่วยผ่อนคลายจากความเครียด ความเหนื่อยล้าจากการทำงาน การออกกำลังกายที่ทำได้ง่ายที่สุดและกำลังได้รับความนิยม คือ การวิ่ง เนื่องจากสามารถทำได้ง่าย สะดวก ไม่จำกัดสถานที่และไม่เสียค่าใช้จ่าย

สามารถสั่งซื้อสนับเข่าป้องกันการบาดเจ็บหัวเข่าได้ที่ https://shopee.co.th/product/46941027/7294318996?smtt=0.136603412-1628482637.9

การวิ่งเพื่อสุขภาพ จะต้องกำหนดท่วงท่าที่ถูกต้อง เพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บ ข้อแตกต่างระหว่างการวิ่งกับการเดิน คือ ขณะก้าวเดินจะมีเท้าข้างหนึ่งรับน้ำหนักร่างกาย แต่การวิ่งจะมีช่วงเวลาหนึ่งที่เท้าทั้งสองข้างลอยเหนือพื้น และเมื่อเท้าข้างหนึ่งแตะพื้น เท้านั้นจะรับน้ำหนักร่างกายไว้มากกว่าปกติ ดังนั้นเทคนิคการวางเท้าขณะวิ่งมีความสำคัญมาก ขอแนะนำการจัดระเบียบร่างกายในการวิ่งเพื่อสุขภาพ ดังนี้
เข่าและเท้า ควรให้ส้นเท้าสัมผัสพื้นก่อน แล้วจึงตามด้วยทั้งฝ่าเท้า และเมื่อส้นเท้าเปิด จะพอดีกับที่ปลายเท้าสัมผัสพื้นเพื่อช่วยในการถีบตัวให้เคลื่อนไปข้างหน้า จุดที่เท้าสัมผัสพื้นควรตรงกับตำแหน่งที่งอเข่า สำหรับการวิ่งเพื่อสุขภาพไม่ควรวิ่งลงปลายเท้า เพราะจะทำให้กล้ามเนื้อหน้าแข้ง กล้ามเนื้อน่อง และเอ็นร้อยหวายอักเสบได้ง่าย ควรใช้กล้ามเนื้อโคนขามากกว่าปลายเท้า เพราะเป็นกล้ามเนื้อมัดใหญ่ที่แข็งแรงและมีพลังมาก โดยสรุปการวิ่งเพื่อสุขภาพนักวิ่งควรจะลงด้วยส้นเท้าก่อนส่วนอื่นของเท้า ต่างจากการวิ่งเร็ว ซึ่งจะลงพื้นด้วยปลายเท้าก่อน
การเคลื่อนไหวของแขน ช่วยในเรื่องการทรงตัวและจังหวะในการวิ่ง ขณะวิ่งให้แกว่งแขนตัดเข้าลำตัวเล็กน้อยตามจังหวะของการวิ่ง ไม่เกร็งแขน จังหวะของการแกว่งแขนให้ไหล่เป็นจุดหมุนพร้อมดึงข้อศอกไปข้างหลัง มุมข้อศอกงอประมาณ 90 องศา กำมือหลวมๆ วางนิ้วหัวแม่โป้งบนนิ้วชี้ บางครั้งอาจเหยียดแขนตรงลงมา หรือเขย่าแขน เพื่อให้กล้ามเนื้อคลายตัวบ้าง หลังจากยกแขนไว้นานๆ
ลำตัวและไหล่ ลำตัวควรตั้งตรงในขณะวิ่ง ไม่งอหรือพับช่วงเอว ทิ้งน้ำหนักตัวและเอนไปข้างหน้าเล็กน้อย ลำตัวต้องไม่ส่ายไปมา ศรีษะตรง ตามองตรงไปข้างหน้า ไหล่ปล่อยตามสบาย ไม่เกร็งหรือยกไหล่สูง
การหายใจ การหายใจควรเป็นไปอย่างสบายๆ และหายใจด้วยท้อง ซึ่งเป็นการสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ไปในปอดจนท้องขยายและค่อยๆ ผ่อนลมหายใจออกด้วยการแขม่วท้อง ปล่อยลมหายใจออกทั้งทางจมูกและปากพร้อมกัน การหายใจอย่างถูกวิธีจะช่วยให้ร่างกายได้รับออกซิเจนมากขึ้น ส่งผลให้ระบบการทำงานต่างๆ ของร่างกายทำงานได้ดีขึ้นและไม่ทำให้เกิดการจุกเสียดท้องขณะวิ่ง
ประโยชน์ของการวิ่ง

ช่วยให้ระบบไหลเวียนเลือด ปอดและหัวใจทำงานดีขึ้น
ลดระดับไขมันในเลือด ป้องกันการเกิดโรคหัวใจและความดันโลหิตสูง
กระตุ้นให้สมองเกิดการหลั่งสารเอ็นโดฟินส์ ซึ่งเป็นสารเคมีธรรมชาติที่มีฤทธิ์บรรเทาอาการปวด และทำให้รู้สึกมีความสุข
ทำให้กระดูกแข็งแรง ลดภาวะกระดูกพรุน
ช่วยควบคุมน้ำหนักของร่างกาย ลดพุง ช่วยให้หุ่นกระชับ ห่างไกลจากโรคอ้วน
ช่วยปรับภูมิคุ้มกันของร่างกายให้ทำงานได้ดีขึ้น
ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ

สามารถสั่งซื้อสนับเข่าป้องกันการบาดเจ็บหัวเข่าได้ที่ https://shopee.co.th/product/46941027/7294318996?smtt=0.136603412-1628482637.9

ที่อยู่

137/15 Sriracha
Si Racha
20110

เบอร์โทรศัพท์

+66959794597

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Shop Fit Fitผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Shop Fit Fit:

แชร์