NaKhon.SeaFood จำหน่าย ปลีก-ส่ง ของทะเล

31/07/2020
Repost การเลี้ยงปูนิ่มในบ่อปูนซี่เมนต์ปูทะเลเป็นสัตว์น้ำที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ ที่มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่าสัตว์น้ำประ...
26/07/2020

Repost

การเลี้ยงปูนิ่มในบ่อปูนซี่เมนต์

ปูทะเลเป็นสัตว์น้ำที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ ที่มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่าสัตว์น้ำประเภทอื่นๆ อีกทั้งคุณค่าโภชนาการ และเนื้อมีรสดี ทำให้ปูทะเลได้รับความนิยมในการบริโภคสูง ดังนั้นความต้องการของตลาดจึงมีปริมาณมากขึ้นเป็นลำดับ การจับปูทะเลจากธรรมชาติเพียงอย่างเดียว ย่อมไม่เพียงพอตอบสนองความต้องการดังกล่าวได้ จึงได้มีการเพาะเลี้ยงปูทะเลขึ้น เพื่อให้ได้ปูทะเลที่มีคุณภาพและปริมาณตามความต้องการ
ปริมาณความต้องการบริโภคที่เพิ่มมากขึ้นนั้น ย่อมส่งผลกระทบต่อความอุดมสมบูรณ์ของพันธุ์ปูทะเลในธรรมชาติอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การพัฒนาการเพาะเลี้ยงปูทะเลจึงควรกระทำไปพร้อมๆ กับการอนุรักษ์พันธุ์ เพื่อให้ทรัพยากรสัตว์น้ำประเภทนี้ดำรงอยู่ต่อไปในน่านน้ำ เทคนิคการเลี้ยงปูทะเลอันจะเป็นประโยชน์แก่เกษตรในด้านการพัฒนาวิธีเพราะเลี้ยงให้ได้ผลสำเร็จ นอกจากนี้ยังมีประโยชน์ในด้านการอนุรักษ์พันธุ์ปูทะเลให้คงอยู่ต่อไป นายปรีชา อุ่นภิรมย์ เกษตรกรบ้านทุ่งมะขาม ต.สะพลี อ.ปะทิว เป็นอีกคนหนึ่งที่มีเทคนิคและวิธีการเลี้ยงปูทะเลในบ่อซีเมนต์เพื่อจำหน่ายในรูปของปูนิ่ม มานำเสนอ

การเลี้ยงปูนิ่มในบ่อซีเมนต์ การเลี้ยงปูนิ่ม ปูนิ่ม

การทำแพ : ตะกร้าที่ใช้จะเป็นตะกร้าพลาสติกขนาดประมาณ 40 x 60 x 15 ซม. สำหรับแพใช้ท่อ PVC ขนาด 2 นิ้ว เป็นทุ่นรองรับพอดีกับตะกร้าเช่นเดียวกัน ซึ่งโดยทั่วไปใช้ตะกร้าครอบอีกใบหนึ่งเพื่อป้องกันแสงและความร้อน

เทคนิคการเลี้ยงปูนิ่มในบ่อซีเมนต์วัสดุ/อุปกรณ์ :
1.บ่อซีเมนต์ขนาด 1.2 x 8 เมตร สูง 1.5 เมตร
2.เครื่องให้ออกซิเจน
3.ตะกร้าพลาสติก
4.ท่อ PVC ขนาด 2 นิ้ว สำหรับทำแพ
5.พันธุ์ปูทะเลขนาด 8 ตัวต่อกิโลกรัม

การเลี้ยง :
1.ใส่น้ำในบ่อซีเมนต์ ให้เต็มบ่อแล้วนำต้นกล้วยมาตัดเป็นท่อนๆ จากนั้นก็นำไปแช่ในบ่อไว้ 15 วัน (สองครั้ง) เพื่อเป็นการลดความเป็นกรด-ด่างของบ่อซีเมนต์ (บ่อใหม่)
2.นำต้นกล้วยออกทิ้งแล้วถ่ายน้ำออกจากนั้นก็ตากบ่อไว้ 7 วัน เพื่อฆ่าเชื้อโรค
3.จากนั้นก็นำน้ำมาใส่บ่อให้สูงประมาณ 1 เมตร (ให้ออกซิเจนไว้ประมาณ 1 อาทิตย์ ก่อนนำปูลงเลี้ยง)
4.นำท่อ PVC ที่เตรียมไว้มาประกอบเป็นแพใส่ในบ่อ
5.นำปูทะเลที่เตรียมไว้มาใส่ในตะกร้าจำนวน1 ตัวต่อ 1 ตะกร้า จากนั้นก็นำไปวางไว้ในแพ

**การเร่งให้ปูลอกคราบทำได้โดยเลือกปูตัวที่สมบูรณ์ได้ขนาดตัวละ 2 ขีด มาทำการตัดขาและก้ามออกให้หมดให้เหลือแต่กรรเชียงทั้งสองข้างเพื่อเป็นการเร่งให้ปูลอกคราบเร็วขึ้น โดยหลังจากตัดขาแล้วประมาณ 20-25 วัน ปูก็จะลอกคราบ**

การให้อาหาร : นำปลาสีกุนหรือปลาไก่ มาสับเป็นชิ้นเล็กๆ โดยให้อาหารปู วันเว้นวัน ในตอนเช้า

การดูแลรักษา :
1.ถ่ายน้ำเดือนละ 2 ครั้ง หรือเมื่อน้ำเริ่มเสีย
2.นำหอยแมลงภู่มาใส่ไว้ที่พื้นบ่อเพื่อให้หอยเป็นเครื่องกรองน้ำตามธรรมชาติ
3.คอยตรวจเช็คทุก 3 ชั่วโมง เพื่อดูว่าปูลอกคราบหรือไม่ สังเกตได้โดยการจะมีกระดองปู 2 กระดอง

**ใน 1 ตะกร้า แสดงว่ามีการลอกคราบก็จะได้ปูนิ่ม ซึ่งปูจะแข็งตัวภายใน 3 ชั่วโมง จะต้องรีบจับปูนิ่มขึ้นมา แล้วนำไปใส่ในถังน้ำจืด อย่างน้อย 2 ชั่วโมง เพื่อให้คลายความเค็มเพื่อชะลอการแข็งตัวของกระดอง นำปูนิ่มไปทำการคัดขนาดแล้วนำไปแช่ในตู้แช่แข็ง ก่อนส่งจำหน่ายต่อไป*

ข้อดีของการเลี้ยงปูนิ่มในบ่อซีเมนต์ :
-ขั้นตอนการเลี้ยงไม่ยุ่งยาก
-เป็นอาชีพเสริมที่ดีอีกอาชีพหนึ่งเพราะมีต้นทุนต่ำ

แหล่งที่มาของข้อมูล :
คุณปรีชา อุ่นภิรมย์
ที่อยู่ : หมู่ที่11 ตำบลสะพลี อำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร

Repost ปูทะเลเป็นสัตว์ทะเลซึ่งเป็นที่นิยมบริโภคทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ปัจจุบันผลผลิตที่ได้ไม่ค่อยเพียงพอต่อความต้องการ ...
26/07/2020

Repost

ปูทะเลเป็นสัตว์ทะเลซึ่งเป็นที่นิยมบริโภคทั้งชาวไทยและต่างประเทศ ปัจจุบันผลผลิตที่ได้ไม่ค่อยเพียงพอต่อความต้องการ เกษตรกรชายฝั่งทะเลนิยมนำปูโพรกมาเลี้ยงขุนเป็นปูเนื้อและปูไข่

การจำแนกชนิดและลักษณะโครงสร้าง ปูทะเลมีส่วนประกอบ
ของโครงสร้าง คือ มีส่วนหัวกับอกรวมกัน ส่วนนี้จะมีกระดองห่อหุ้มไว้ ลักษณะภายนอกที่เห็นได้ชัดเจนคือ ลำตัวของปูเป็นแผ่นบางๆ เรียกว่า "จับปิ้ง" พับอยู่ใต้กระดอง จับปิ้งเป็นอวัยวะที่ใช้เป็นที่อุ้มพยุงไข่ของแม่ปู นอกจากนี้ยังเป็นอวัยวะที่ใช้แยกเพศ คือ ในเพศเมียจับปิ้งจะมีลักษณะกว้างปลายมนกลมกว่าของเพศผู้ ซึ่งมีรูปเรียวและแคบ กระดองของปูทะเลมีลักษณะเป็นรูปไข่มีส่วน
ยาวแคบกว่าส่วนกว้างของกระดองด้านหน้าระหว่างตามีหนามแหลม 6 อัน เรียงกันและมีหนามเรียงจากตาไปทางด้านซ้าย-ขวาของกระดองด้านละ 9 อันตาของปูทะเลเป็นตารวม ประกอบด้วยตาเล็กๆ จำนวนมาก มีความรู้สึกไวต่อสิ่งเคลื่อนไหวอยู่รอบตัว และยังมีก้านตาช่วยในการชูลูกตาออกมาภายนอกเข้า และหดกลับเข้าไปได้ ปูทะเลมีขา 5 คู่ ขาคู่แรกอยู่หน้าสุดมีขนาดใหญ่มากเรียกว่า "ก้ามปู" ปลายก้ามปูแยกออกเป็น 2 ง่ามมีลักษณะคล้ายคีมใช้จับเหยื่อกินและป้องกันตัว ปลายสุดของขาคู่ที่ 2-4 มีลักษณะแหลมเรียกว่า "ขาดิน" ทำหน้าที่ในการเดินเคลื่อนที่ ส่วนขาคู่ที่ 5 เป็นคู่สุดท้ายเรียกว่า "ขาว่ายน้ำ"ตอนปลายสุดของขาคู่นี้มีลักษณะแบนคล้ายใบพาย

แหล่งที่อยู่อาศัยและการแพร่กระจายของปูทะเล
ปูทะเลพบกระจายอยู่ทั่วไปในแหล่งน้ำกร่อย ป่าชายเลน และปากแม่น้ำที่มีน้ำทะเลท่วมถึง โดยขุดรูอยู่ตามใต้รากไม้หรือเนินดินบริเวณชายฝั่งทะเลทั้งอ่าวไทยและอันดามันโดยเฉพาะมีชุกชุมในบริเวณที่เป็นหาดโคลนหรือเลนที่มีป่าแสม และโกงกาง

วงจรชีวิตของปูทะเล
ปูทะเลเป็นสัตว์น้ำกร่อยที่มีการอพยพย้ายถิ่น เพื่อการแพร่พันธุ์โดยปูเพศเมียจะอพยพจากแหล่งหากินในบริเวณเขตน้ำกร่อยออกไปวางไข่ในทะเล ลูกปูวัยอ่อนมีอยู่ 2 ระยะคือ ระยะ Zoea 1-5 และ Megalopa 1 ระยะ ในระยะ Zoea เป็นระยะที่ระยางค์ว่ายน้ำยังไม่อยู่ในสภาพที่จะใช้งานได้ จึงล่องลอยหากินไปตามกระแสน้ำเมื่อเข้าระยะ Megalopa จะมีการว่ายน้ำสลับกับการหยุดเกาะอยู่กับที่เป็นครั้งคราว เมื่อลูกปูลอกคราบจากระยะ Megalopa เป็นปูที่มีลักษณะเหมือนพ่อแม่ ปูเพศเมียที่สมบูรณ์เพศและผ่านการจับคู่ผสมแล้วจะอพยพออกไปวางไข่

อาหารและลักษณะการกินอาหาร
สำหรับอาหารที่ตรวจพบในกระเพาะอาหารของปูทะเลได้แก่ หอยฝาเดียว หอยสองฝา กุ้ง ปู ปลา และเศษพืช ปกติแล้วปูทะเลจะไม่กินอาหารที่มีการเคลื่อนที่หรือสามารถหลบหลีกได้ดี เช่น ปลาและกุ้งเมื่อปูทะเลกินอาหารพบว่า อวัยวะสำคัญที่ใช้ในการดักจับเหยื่อ และตรวจสอบวัสดุต่างๆว่าเป็นอาหารหรือไม่ คือ ส่วนปลายของขาเดินอาหารจะถูกส่งเข้าไปในปากผ่านไปถึงกระเพาะแล้วออกสู่ลำไส้ใหญ่ ซึ่งทอดผ่านจับปิ้ง กากอาหารจะถูกถ่ายออกมาทางปล้องปลายสุดของจับปิ้งการเลือกแหล่งหากินของปูทะเล
ปูทะเลแต่ละวัยหากินในบริเวณที่แตกต่างกัน คือ ปู วัยอ่อน (Juvenile ขนาด 20-99 มิลลิเมตร) หากินในบริเวณป่าชายเลนและอาศัยอยู่ในบริเวณนี้ขณะที่น้ำทะเลได้ลดลงแล้ว ปูวัยรุ่น(Subadult ขนาด 100-149 มิลลิเมตร)เป็นพวกตามการขึ้นของน้ำเข้ามาหากินในบริเวณป่าเลนและกลับลงสู่ทะเลไปพร้อมๆกับน้ำทะเล ปูโตเต็มวัย(Adult ขนาดตั้งแต่ 150 มิลลิเมตรขึ้นไป) มีการแพร่กระจายเข้ามาหากินพร้อมกับระดับน้ำที่สูงขึ้น ส่วนใหญ่อยู่ในระดับลึกกว่าแนวน้ำลงต่ำสุด

การเจริญเติบโต
ปูทะเลเจริญเติบโตโดยอาศัยการลอกคราบระยะเวลาตั้งแต่ลอกคราบหลบซ่อนตัวจนกระทั่งกระดองใหม่แข็งแรงสมบูรณ์เต็มที่แล้ว สามารถออกมาจากที่ซ่อนได้กินเวลาประมาณ 7 วัน ปูทะเลในเขตร้อนจะใช้ระยะเวลาในการเจริญเติบโตจนถึงขั้นสมบูรณ์เพศประมาณ 1.5 ปี

ฤดูกาลผสมพันธุ์และวางไข่
ฤดูกาลวางไข่ผสมพันธุ์ของปูทะเลอยู่ในช่วงเดือนกันยายน-ธันวาคม และแม่ปูจะมีไข่ในระหว่างเดือนกันยายน-ตุลาคม ปูทะเลสามารถวางไข่ได้ตลอดทั้งปี โดยจะวางไข่ชุกชุมในระหว่างเดือนสิงหาคม-ธันวาคมไข่ของปูทะเลจะมีสีส้มแดง
เมื่อไข่แก่ขึ้นจะเป็นสีน้ำตาลเกือบดำ ซึ่งจะถูกปล่อยออกมานอกกระดองบริเวณใต้จับปิ้ง

การเลี้ยงปูทะเลมี 2 วิธี
1. เลี้ยงโดยวิธีขุน
- นำปูที่มีขนาดตั้งแต่ 1-4 ตัว/กก. ขณะที่ยังเป็นปูโพรกและปูเพศเมียที่มีไข่อ่อนมาขุนเลี้ยง 20-30 วัน

การเลือกทำเล
1. อยู่ใกล้แหล่งน้ำกร่อย (ความเค็ม 10-30 ppt.)
2. เป็นบริเวณที่ได้รับอิทธิพลจากการขึ้น-ลงของน้ำทะเลโดยที่น้ำไม่ท่วมบ่อขณะเมื่อน้ำทะเลมีระดับสูงสุดและสามารถ
ระบายน้ำได้แห้ง เมื่อน้ำลงต่ำสุด
3. มีระบบสาธารณูปโภค สาธารณูปการ และการคมนาคมสะดวก
4. สภาพดินเป็นดินเหนียวหรือดินเหนียวปนทราย
5. เป็นแหล่งที่สามารถจัดหาพันธุ์ปูทะเลได้สะดวก
6. เป็นบริเวณที่ปลอดภัยจากมิจฉาชีพและมลภาวะ

การสร้างบ่อ
1. ควรมีพื้นที่ประมาณ 200-600 ตารางเมตร
2. ขุดช่องรอบบ่อลึกประมาณ 80 เซนติเมตร กว้าง 1 เมตร ความลึกของบ่อ 1.5-1.8 เมตร
3. ประตูน้ำมีประตูเดียว (ทำเหมือนประตูนากุ้ง) หรือฝังท่อเอสลอนเส้นผ่าศูนย์กลาง 10 นิ้ว ท่อเดียวโดยใช้ฝาเปิดปิดก็ได้
ยังใช้เป็นทางระบายน้ำเข้า-ออกทางเดียวกัน
4. บริเวณคันบ่อและประตูน้ำใช้ไม้ไผ่ผ่าซีก อวนมุ้งเขียวหรือแผ่นกระเบื้องปักกั้นโดยรอบ เพื่อป้องกันการหลบหนีของปู
โดยสูงจากขอบบ่อและประตู 0.5 เมตร
5. ใช้ตะแกรงไม้ไผ่ขนาดกว้างของซีกไม้ 1-1.5 นิ้ว ห่างกันไม่เกินซี่ละ 1 เซนติเมตร กั้นตรงประตูระบายน้ำ

การเตรียมบ่อและการจัดการบ่อ
1. ถ้าเป็นบ่อใหม่ควรทำความสะอาดบริเวณรอบบ่อ กำจัดวัชพืช ลอกเลนก้นบ่อ ถมรอยรั่วตามคันบ่อ
โรยปูนขาว 60 กก./ไร่
2. กักเก็บน้ำในบ่อลึกประมาณ 1 เมตร
3. ถ่ายเปลี่ยนน้ำทุกวัน (ในปริมาณ ? หรือแห้งบ่อ)

การรวบรวมพันธุ์
ซื้อปูทะเลมาจากชาวประมงขนาด 1-4 ตัว/กก. และปูไข่อ่อนขนาด 1-3 ตัว/กก. ควรเป็นปูที่มีระยางค์สมบูรณ์อย่างน้อยมีก้าม 1 ก้าม

การปล่อยและการจัดการด้านอาหาร
การปล่อยปูลงขุนในบ่อ ปล่อยปูความหนาแน่น 2-3 ตัว/ตรม. ก่อนที่จะปล่อยปูลงในบ่อเลี้ยง จะใช้น้ำในบ่อรดตัวปูให้ชุ่ม จากนั้นตัดเชือกมัดปูออกปล่อยให้ปูคลานในบ่อ ขณะเลี้ยงมีการดูแลและเปลี่ยนถ่ายน้ำทุกวัน ระดับน้ำในบ่อมีความลึก 1 เมตร

การให้อาหาร
ให้อาหารสดวันละครั้งในตอนเย็นหรือหลังกักเก็บน้ำเต็มบ่อโดยลาดให้ทั่วบ่อหรือสาดใส่ในถาดอาหารที่วางไว้รอบบ่อ
อาหารที่นิยมเลี้ยงมี 2 ชนิด คือ ปลา เป็ด และหอยกะพง
- ปลาเป็ด นำมาสับเป็นชิ้นเล็กๆ ประมาณ 1-2 นิ้ว อัตราการให้ประมาณ 7-10% ของน้ำหนักปู
- หอยกะพง ให้ประมาณ 40% ของน้ำหนักปู

การเก็บเกี่ยวผลผลิต
1. การตักปูเล่นน้ำ วันที่จับปูทะเลเป็นวันที่ระดับน้ำทะเลขึ้นลงสูง
2. การจับน้ำแห้งหรือคราดปู
3. การเกี่ยวปูในรู

การเลี้ยงโดยวิธีอนุบาลลูกปู
นำปูที่มีขนาด 6-10 ตัว/กก. มาเลี้ยงในระยะเวลาตั้งแต่ 1 เดือนขึ้นไปจนได้ปูขนาดใหญ่

ปัญหาและอุปสรรคในการเลี้ยงปูทะเล
1. ขาดแคลนพันธุ์ปูในบางฤดูกาล
2. การขโมย
3. การตลาดซึ่งถูกกำหนดราคาขาย-ซื้อ โดยแพสัตว์น้ำทำให้ในช่วงที่มีปูมากราคาปูจะตกจนผู้เลี้ยงประสบการขาดทุน
4. ศัตรูทั้งในกรณีการกินกันเอง หรือทำร้ายกันเองของปูและพยาธิ

Repost การเลี้ยงปูดำระบบน้ำหมุนเวียน     ปูทะเลหรือปูดำเป็นสัตว์น้ำที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าส...
26/07/2020

Repost

การเลี้ยงปูดำระบบน้ำหมุนเวียน

ปูทะเลหรือปูดำเป็นสัตว์น้ำที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าสัตว์น้ำประเภทอื่น ๆ ปัจจุบันจะเห็นว่าปูดำได้รับความนิยมในการบริโภคสูงมาก ทั้งคุณค่าทางอาหาร และรสชาติของเนื้อปู อาจจะกล่าวได้ว่าเป็นอาหารของคนรวย หรือคนมีตังค์ไปแล้ว สำหรับด้านตลาดความต้องการสูงมาก ไม่เพียงพอต่อความต้องการ ทำให้ราคาจึงค่อนข้างแพง เพราะการจับปูดำจากธรรมชาติอย่างเดียวไม่เพียงพอต่อความต้องการ

ฉะนั้นการชดเชยหรือทดแทนความต้องการปูดุด้านการตลาดนั้น ควรจะเน้นการเลี้ยงให้มากขึ้น การเลี้ยงปูนั้นทำกันมานานแล้ว ส่วนใหญ่จะเลี้ยงกันนั้นจะมีเทคนิคที่แตกต่างกัน เช่น เลี้ยงในแหล่งน้ำธรรมชาติ การเลี้ยงในบ่อดิน การเลี้ยงในบ่อซิเมนต์ การเลี้ยงในกระชัง เป็นต้น แต่บทความที่นำเสนอนี้จะเป็นอีกแนวทางหนึ่งของการเลี้ยงปูดำที่แตกต่างออกไปคือ การเลี้ยงในระบบน้ำหมุนเวียน ซึ่งหลายท่านอาจจะเคยได้ยินหรืออ่านมาบ้างแล้วหรือบางท่านอาจจะไม่เคยได้ยิน ลองมาอ่านดูว่าการเลี้ยงแบบระบบน้ำหมุนเวียนหรือระบบปิดนั้น เขาเลี้ยงหรือมีวิธีการอย่างไร


การเลี้ยงสัตว์น้ำระบบน้ำหมุนเวียน
เป็นระบบผลิตสัตว์น้ำด้วยความหนาแน่นสูง (1-3kg/m3) โดยการควบคุมสภาพ แวดล้อม เช่น ออกซิเจน คาร์บอนไดออกไซด์ แอมโมเนีย ให้เหมาะต่อการดำรงชีวิตของสัตว์น้ำ ด้วยการหมุนเวียนน้ำผ่านระบบบำบัดแล้วนำกลับไปเลี้ยงสัตว์น้ำใหม่ (ดูแผนภูมิ)

แผนภูมิแสดงการเลี้ยงสัตว์น้ำด้วยระบบน้ำหมุนเวียน
ดูจากแผนภูมิระบบน้ำหมุนเวียนหากศึกษารายระเอียดไม่ใช่เรื่องยากนัก เหมาะสำหรับผู้ที่มีเนื้อที่ไม่มากนัก ใช้คนดูแลน้อย 1-2 คน เท่านั้นก็ทำได้ บ่อเลี้ยงสามารถเลี้ยงได้หลายบ่อไม่จำกัด ขึ้นอยู่กับขนาดของระบบ ระบบนี้ส่วนมากนิยมใช้เลี้ยงปลาที่มีความหนาแน่นสูง ซึ่งประสบความสำเร็จพอสมควร แต่ระบบนี้สามารถดัดแปลงเปลี่ยนมาเลี้ยงปูทะเลแทนได้ ซึ่งผลไม่น่าจะแตกต่างกัน เพราะปูเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่ตลาดมีความต้องการสูง วิธีการเลี้ยงแบบน้ำหมุนเวียนจึงเหมาะกับผู้ที่มีเนื้อที่น้องและเงินทุนจำกัด แต่หากจะให้คุ้มค่ากับการลงทุนนั้น การเลี้ยงปูแบบไหนจะคุ้มค่ากับการลงทุนแบบระบบน้ำหมุนเวียน ปูนิ่มน่าจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุด เพราะปูนิ่มใช้เวลาในการเลี้ยงไม่นาน หากจัดการระบบได้ดีมีคุณภาพ ภายใน 1 เดือนสามารถเลี้ยงได้ 1 รุ่น หรือ 1 ปี เลี้ยงได้ 10 รุ่น น่าสนใจไม่น้อย

การเลี้ยงปูทะเลให้เป็นปูนิ่มในบ่อซิเมนต์หรือถังพลาสติก
ปูดำที่จะนำมาเลี้ยงเป็นปูนิ่มนั้น ควรจะเป็นปูจิ๋วหรือปูขนาดเล็ก ขนาดควรจะ 15-18 ตัว/กิโลกรัม ขนาดความกว้างของกระดอง 5-6 ซม. ที่สำคัญคือควรเป็นปูเพศผู้ที่อยู่ในระยะลอกคราบระยะที่ 3 เพราะปูระยะนี้จะลอกคราบเร็ว หลักการคัดเลือกปูมาทำปูนิ่มนั้นสำคัญมาก กำไรจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับต้นทุนการซื้อปูมาทำปูนิ่ม หากซื้อปูขนาดที่ใหญ่มาทำต้นทุนจะสูง และเวลาในการลอกคราบจะนานกว่า เมื่อได้ปูดำขนาดที่ต้องการแล้วก็นำมาเลี้ยงในบ่อซิเมนต์หรือถังพลาสติกขนาดของบ่อหากเป็นบ่อซิเมนต์ไม่ต้องให้ลึกมากนักควรจะเป็นขนาด 2.00 x 5.00 x 0.50 ม. หากถังพลาสติกประมาณ 2-3 ตัน หากขนาดใหญ่เกินไปจะดูแลยาก เพราะการเลี้ยงปูนิ่มจะใช้ความสูงของน้ำแค่ 30 ซม. ความสะอาดควรเน้นเป็นพิเศษ ระบบการให้ออกซิเจนในน้ำต้องสูงอยู่ตลอดเวลา

เทคนิคในการเลี้ยงปูนิ่มในบ่อซิเมนต์หรือถังพลาสติก
ก่อนนำมาเลี้ยงควรฆ่าเชื้อโรค พาราสิต และแบคทีเรียเสียก่อน โดยใช้ ไอโอดีน คอปเปอร์ ด่างทับทิม เป็นต้น ควรจะแช่อย่าให้นานนัก 5-10 นาที ก่อนเลี้ยงควรปล่อยให้ปูปรับตัวในสภาพบ่อเสียก่อนประมาณ 24 ชม. ความหนาแน่นควรจะอยู่ที 3-4 ตัว/ตรม. ธรรมชาติของปูนั้นจะลอกคราบในช่วงน้ำขึ้นลงเต็มที่ระหว่างขึ้น 15 ค่ำและแรม 3 ค่ำ ใช้เวลา 1-2 เดือนในการลอกคราบ ซึ่งใช้เวลานานเกินไป ดังนั้นเทคนิคที่จะช่วยให้ปูลอกคราบเร็วขึ้น วิธีที่ใช้ได้ผลดี คือ ตัดระยางค์ของปูทิ้ง คือ ตัดขาเดินทั้ง 4 คู่ ให้เหลือแต่ขาว่ายน้ำคู่สุดท้าย โดยใช้คีมจับรยางค์ที่ต้องการตัดไว้เฉย ๆ แล้วปล่อยให้ปูเป็นอิสระ สัญชาติญาณการเอาตัวรอดปูจะทิ้งรยางค์ส่วนนั้น โดยอัตโนมัติ วิธีนี้จะช่วยให้ปูลอกคราบภายใน 20-25 วัน ปัจจัยอื่น ๆที่มีอิทธิพลต่อการลอกคราบเร็วขึ้นได้แก่ ฮอร์โมนทีจะกระตุ้น ความเค็มของน้ำ อุณหภูมิ และโรงเรือนที่คลุมบ่อเลี้ยงควรคลุมด้วยสแลมหรือผ้าใบ เพราะปูดำชอบอยู่ในที่ทึบแสง อาหารที่ใช้ควรเป็นอาหารสดจะเป็นปลาหรือหอยก็ได้ โดยให้อาหารวันละ 1 มื้อ ในอัตราร้อยละ 8-10 ของน้ำหนักปู เมื่อปูใกล้จะลอกคราบจะกินอาหารน้อยลง และจะหยุดกิน 2-3 วันก่อนจะลอกคราบ ช่วงนี้ต้องดูแลเป็นพิเศษ เพราะปูลอกคราบในเวลากลางคืน ใช้เวลา 10-15 นาที หลังจาก 6 ชั่วโมง กระดองจะเริ่มแข็ง ไม่สามารถทำปูนิ่มได้

ข้อดีของการเลี้ยงปูด้วยระบบน้ำหมุนเวียน
1. ได้ผลตอบแทนค่อนข้างดี รวดเร็ว จะทำให้ผู้เลี้ยงคืนทุนเร็วกว่าการเลี้ยงคืนทุนเร็วกว่าการเลี้ยงปูแบบอื่นๆ
2. ใช้เนื้อที่ไม่มากในการเลี้ยง สามารถเลี้ยงได้ในครัวเรือน
3. ดูแลและการจัดการสะดวกในการทำความสะอาดบ่อเลี้ยงและให้อาหาร
4. ใช้เวลาในการเลี้ยงไม่มากนัก ภายใน 1 ปี สามารถเลี้ยงได้หลายรุ่น
5. ไม่ต้องถ่ายน้ำทุกวัน 2 สัปดาห์ควรจะเปลี่ยนถ่ายน้ำอย่างน้อยละครั้ง
6. ไม่มีปัญหาเรื่องการตลาดเพราะเป็นอาหารที่ให้ประโยชน์ทั้งเป็นที่นิยมทั้งในและต่างประเทศ
7. สามารถเลี้ยงได้ในอัตราความหนาแน่นสูง

ข้อเสีย
1. พันธุ์ปูที่นำมาเลี้ยงปูนิ่มมีราคาค่อนข้างสูง และปูเล็กมักจะขาดตลาด
2. ระบบน้ำหมุนเวียนเสี่ยงต่อการเกิดโรคได้ง่ายต้องศึกษาเรื่องโรคต่างๆ และวิธีป้องกันให้ได้ก่อนจะทำการเลี้ยง
3. เทคนิคการเลี้ยงแบบตัดระยางก์เพื่อเร่งให้ปูลอกคราบเร็วขึ้นนั้น หากมองให้ลึกซึ้งอาจจะเป็นการทารุนสัตว์เพื่อสนองความต้องการ
4. ผู้เลี้ยงรายใหม่ๆ อาจขาดประสบการณ์ในการเลี้ยง ควรจะศึกษาวิธีการเลี้ยงให้ลึกซึ้งและเข้าใจเพื่อป้องกันปัญหาการขาดทุน
5. ระยะเวลาลอกคราบต้องคอยหมั่นดูแลเป็นพิเศษ ทำให้ต้องขาดการพักผ่อนบ้างในระยะนี้

สรุป
การเลี้ยงปลามาทำปูนิ่มด้วยระบบน้ำหมุนเวียนเป็นอีกอาชีพหนึ่งที่น่าลงทุนสำหรับเกษตรกรที่สนใจ หากเปรียบเทียบกับการเลี้ยงปลาหรือสัตว์น้ำอื่นๆ ปูเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่นิยมมาโดยตลอดโดยเฉพาะต่างประเทศ จึงทำให้ราคาของปูนิ่มมีราคาดีมาโดยตลอด ผลตอบแทนดี รอดตัว การจัดการสะดวกเหมาะกับเกษตรกรที่มีเนื้อที่น้อยแต่มีความตั้งใจและสนใจบทความนี้ อาจจะเป็นแนวทางให้ท่านได้มากน้อยตามสมควร


โดย...วิจิตร ฉันทะจิต


เอกสารอ้างอิง

ผศ.ดร.บรรจง เทียนล่องรัศมี และนายบุญรัตน์ ประทุมชาติ. 2545. ปูทะเล ชีววิทยา การอนุรักษ์ทรัพยากรและการเพาะเลี้ยงในเชิงพานิชย์แบบยั่งยืน. ภาควิชาวาริชศาสตร์, มหาวิทยาลัยบูรพา. 264 หน้า.
วิวรรธน์ สิงห์ทวีศักดิ์. 2546. การเลี้ยงปูทะเลให้เป็นปูนิ่มในบ่อซิเมนต์. เอกสารวิชาการฉบับที่ 1/2546 สำนักวิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่ง กรมประมง. 22 หน้า.
กลุ่มงานทุนอุดหนุนการวิจัย กองส่งเสริมการวิจัย สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ. 2547. โครงการวิจัยและพัฒนาการผลิตปูทะเลเชิงการค้า. เอกสารประกอบการสัมมนา.
นายเสน่ห์ ผลประสิทธิ์. 2535. คู่มือการเลี้ยงปูทะเลขุน. กรมประมง. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์. 29 หน้า.

หอยกาบ ลักษณะทั่วไป เป็นหอยที่มีขนาดใหญ่  เปลือกด้านนอกมีสีดำ  เปลือกด้านในมีสีขาวเป็นมุก  ส่วนด้าน หน้าจะกว้าง  ส่วนด้า...
24/07/2020

หอยกาบ ลักษณะทั่วไป เป็นหอยที่มีขนาดใหญ่ เปลือกด้านนอกมีสีดำ เปลือกด้านในมีสีขาวเป็นมุก ส่วนด้าน หน้าจะกว้าง ส่วนด้านหลังจะกว้างกว่าด้านท้ายซึ่งจะเรียวแหลมขนาดใหญ่สุดมีความยาวประมาณ 30 เซนติเมตร เป็นสัตว์ที่กรองกินอาหารขนาดเล็ก ได้แก่ แพลงก์ตอนพืช แพลงก์ตอนสัตว์ ซากพืชและซากสัตว์ที่เน่าเปื่อย

แหล่งที่อยู่อาศัย ชอบอาศัยอยู่ตามเกาะแก่งที่มีพื้นทะเลเป็นทรายและมีน้ำทะเลใส พบอยู่ทั่วไปตามเกาะต่างๆ ในอ่าวไทย ได้แก่ เกาะเต่า เกาะคราม เกาะตาหม้อ เกาะจาน และพบทางฝั่งมหาสมุทรอินเดียด้วยเช่นกัน เป็นหอยที่ค่อนข้างหายาก นิยมนำกล้ามเนื้อมาบริโภค ส่วนของเปลือกนำไปทำเป็นเครื่องประดับ และผลิตภัณฑ์ต่างๆ

ว้าวสุดยอดไปเลยใช่ไหมละ
#หอยกาบ #หอย #อาหารทะเล #ของอร่อย #อาหารน่ารับประทาน

23/07/2020

ฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำ ด้วยศาสตร์พระราชา

23/07/2020

การขยายพันธ์ปู

ปลากระพงหลังทองมันเป็นยังใงกันนะ วันนี้เเอดจะมาบอกเกี่ยวกับปลากระพงหลังทองปลากะพงบ่อ ที่ขายตามท้องตลาดทั่วๆไปจะมีอยู่ 2 ...
20/07/2020

ปลากระพงหลังทองมันเป็นยังใงกันนะ วันนี้เเอดจะมาบอกเกี่ยวกับปลากระพงหลังทอง
ปลากะพงบ่อ ที่ขายตามท้องตลาดทั่วๆไปจะมีอยู่ 2 ชนิดนะครับ

🐟🐟🐟ปลากะพงหลังสีขาวหรือหลังสีดำ... #เลี้ยงจากน้ำจืด
🐟🐟🐟ปลากะพงหลังทองหรือหลังทองอมเขียว.... #เลี้ยงจากน้ำเค็ม
...คุณภาพของเนื้อปลาจะแตกต่างกันครับ เนื้อปลาเป็นก้อนมากกว่าแล้วแตกต่างของกลิ่นปลาที่เกิดจากสภาพน้ำ....

ส่วนรสชาติก็... เอาเป็นว่าไม่ต้องพูดเยอะสั่งไปทานกันเลยจะได้หายสงสัยว่าเเบบไหนรสชาติอร่อยกว่ากัน

สั่งสินค้าคลิ๊ก m.me/nakhon.seafood.th

15/07/2020
หอยนางรมแบ่งเป็น 2 พวก คือ  #พันธุ์เล็ก เรียกว่า "หอยเจาะ"(หอยกาบดำ) หรือ "หอยปากจีบ"  #พันธุ์ใหญ่เรียกว่า "หอยตะโกรม"(ห...
05/07/2020

หอยนางรมแบ่งเป็น 2 พวก คือ
#พันธุ์เล็ก เรียกว่า "หอยเจาะ"(หอยกาบดำ) หรือ "หอยปากจีบ"
#พันธุ์ใหญ่เรียกว่า "หอยตะโกรม"(หอยกาบขาว)
#รสชาติของหอยนางรมขึ้นอยู่กับแหล่งอาศัย ระดับความเค็มของน้ำทะเลหรือแหล่งเพาะเลี้ยงมากกว่าสายพันธุ์
#ขอขอบคุณข้อมูลจาก

ลักษณะของหอยนางรม เป็นอย่างไร

ที่อยู่

สมุทรสาคร
Samut Sakhon
74000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ NaKhon.SeaFoodผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์