08/06/2026
🍵✨🙇🏻♀️✨
#ความรู้รอบเอว มุมมองของร้าน OTOP เกียวโตในนาโกย่า เมื่อคนต่างชาติอยากได้ matcha โทนถั่ว
⚠️ขอชี้แจงก่อน อันนี้แปลให้อ่าน เพราะคนถามกันมาเยอะว่าปรกติโทนถั่ว (นัตตี้) นี่มันไม่มีไม่ใช่เหรอแอด? หรือที่ญี่ปุ่นโทนถั่วเค้าเรียกอะไร? ลองมาอ่านมุมมองของคนญี่ปุ่น🇯🇵กันค่ะ
พอดีแอดไปเจอ blog ของร้าน Antenna Shop ของเกียวโตในนาโกย่า (ถ้าเป็นที่ไทยคือร้าน OTOP ว่าง่าย ๆ ร้านโปรโมทของดีเมืองเกียวโต) ชื่อ “เกียวโต แอนเทนน่า ช็อป มารุทาเคะ เอบิสึ” (京都アンテナショップ 丸竹夷) เขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ยาวมาก ทั้งภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษ แต่ถ้าอ่านภาษาญี่ปุ่นคำที่เค้าขีดเส้นใต้ ทำตัวหนา ตัวสี จะสอดแทรกความเกียวโตไปหลายอณู 😅
📌ร้านนี้โปรโมทตัวเองไว้ดังนี้ เป็นร้านที่ขายความ “แท้” ของ Matcha เกียวโต โดยมีเบสมาจากร้าน Kambayashi Shunsho Honten ซึ่งมีตำนานมากกว่า
450 ปี เป็นอาจารย์ชาของโชกุนโทคุกาวะตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 และใช้ชาจาก Shogyokuen ที่มีตำนานมากกว่า 190 ปี
เริ่มอ่านกันเลยค่ะ
⚠️📌【ถ้าอยู่ในวงเล็บ แปลว่า ภาษาญี่ปุ่นเขียนเน้น】📌⚠️
- - - - - ꒰ 🍵 ꒱ - - - - -
🍵มีคนถามหา Matcha ที่มี ‘กลิ่น/รสคล้ายถั่ว’ ว่าแต่มันคืออะไรกันแน่?
■ ทำไม Matcha ถึงรู้สึกเหมือนมีรสถั่ว และนั่นไม่ใช่เรื่องไม่ดีเลย
(1) เวลาชาวต่างชาติได้ลองชิม Matcha ครั้งแรก มักจะอธิบายรสชาติแบบนี้บ่อย ๆ ว่า
🗣️【“เหมือนหญ้า”】
🗣️【”มีกลิ่นทะเล”】
🗣️【“มีรส/กลิ่นคล้ายถั่ว”】
(2) เมื่อไม่นานมานี้ก็มีลูกค้าชาวไทยคนหนึ่งมาที่ร้านแล้วถามผมว่า
🇹🇭【 “ตัวไหนมีรสคล้ายถั่ว?” 】
ความเห็นว่า 【“มีรสคล้ายถั่ว”】สำหรับคนที่ทำงานเกี่ยวกับการผลิตชาในญี่ปุ่นแล้ว ถือเป็นคำอธิบายที่เหนือความคาดหมาย และเป็นการเปรียบเทียบที่น่าสนใจมากครับ
(3) ตัวผมเองก็เคยเรียนพิธีชงชาอยู่เล็กน้อย แต่ก่อนที่จะเกิดกระแส Matcha บูม ก็ไม่เคยได้ยินใครใช้คำว่า “รสคล้ายถั่ว” เลยสักครั้ง
(4) 【จริง ๆ แล้ว Matcha ทำมาจากใบชาที่งอกอยู่บนกิ่งไม้ เป็นสิ่งที่สดใหม่และอยู่ไกลจากถั่วมากทีเดียว】
(5) เหตุผลหนึ่งก็คือ 【Matcha ระดับสูงประมาณหนึ่งของอุจิ (ถ้าจะอธิบายให้ชาวต่างชาติเข้าใจก็คือระดับ ceremonial grade) แทบจะสัมผัสไม่ได้ถึงกลิ่นหอมแบบคั่วของถั่วเลย】ครับ
(6) ที่อุจิ จะมีการคลุมสวนชาก่อนเก็บเกี่ยวเพื่อบดบังแสงแดด นึ่งอย่างพิถีพิถัน ทำให้แห้งอย่างช้า ๆ และบดด้วยโม่หินความเร็วต่ำ โดยความเร็วอยู่ที่ประมาณ 30–40 กรัมต่อชั่วโมงครับ ถ้าเร็วกว่านี้ ความร้อนจะเพิ่มขึ้น ทำให้รสชาติด้อยลงและห่างไกลจากความอร่อยดั้งเดิม
(7) สิ่งที่กำเนิดจากกระบวนการเช่นนี้คือ 【อูมามิเข้มข้น และความหวานตามธรรมชาติ รวมทั้งสัมผัสที่นุ่มนวล —-> ไม่ใช่ความรู้สึกหอมคั่วแบบถั่ว】
✧• ──────────── •✧
■ เหตุผลที่เกิดกลิ่นถั่ว
(8) แล้วทำไม Matcha จึงมีกลิ่นคล้ายถั่วได้ล่ะ?
เหตุผลอยู่ที่ 【กระบวนการแปรรูป】 ครับ
- กรณีที่มีการให้ความร้อนค่อนข้างแรงในขั้นตอนการนึ่งหรือการทำให้แห้ง
- กรณีที่ใช้การบดด้วเครื่องจักรแทนโม่หิน ทำให้เกิดความร้อนขณะบด (มักใช้กับ culinary-grade matcha หรือ matcha สำหรับทำอาหารและทำขนม)
- กรณีที่ใช้วิธีการผลิตของบางพื้นที่ เช่น คะโกะชิมะ ที่เน้นดึงความหอมแบบคั่วออกมา
(9) รสชาติที่ลูกค้าคนนั้นพูดถึงว่า 【“มีรสคล้ายถั่ว” 】ดูเหมือนจะหมายถึง【ชาจากคะโกะชิมะ】
เมื่อเทียบกับอุจิแล้ว อุจิใช้เวลานึ่งสั้นกว่า จึงมีกลิ่นรสที่เหมือนหญ้า อาจเรียกได้ว่าใกล้เคียงกับคำว่า “สดชื่น” มากกว่า
(10) ในทางกลับกัน 【ที่คะโกชิมะใช้เวลานึ่งนานกว่าอุจิ จึงทำให้เกิด “รสคล้ายถั่ว” ได้ง่ายขึ้น 】
ว่าง่าย ๆ ความแตกต่างนี้เกิดจากกระบวนการแปรรูปใน【ขั้นตอนเท็นฉะ】ก่อนจะนำไปทำเป็น Matcha
จากปัจจัยเหล่านี้จึง 【เกิดกลิ่นแบบคั่วอ่อน ๆ ขึ้น ทำให้เกิดความรู้สึกเหมือนถั่ว】
✧• ──────────── •✧
(11) กลิ่นแบบนี้ไม่ค่อยเป็นที่นิยมใน Matcha อุจิ 【แต่ในกรณีของ Matcha ลาเต้หรือขนมต่าง ๆ ที่มีการเติมน้ำตาล ความขมที่อาจเรียกได้ว่ากลิ่นหอมคั่วนี้กลับเข้ากันได้ดีในบางครั้ง】
(12) แม้แต่ในหมู่คนญี่ปุ่นเอง คนที่ไม่ค่อยดื่ม Matcha หรือไม่ชอบ หลายคนอาจมีภาพจำว่า 【“Matcha = ขม”】
แน่นอนว่า Matcha ที่ขมก็มีอยู่ 【แต่ Matcha ที่มีราคาถึงระดับหนึ่งแล้ว จะไม่มีความขม และสามารถรับรู้ได้ถึงความหวาน】
💭😌(พูดแบบนี้อาจโดนใครบางคนตำหนิได้ แต่บางครั้งก็มีโอกาสเจอ Matcha ขมตามวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งพอดูจากสีและกลิ่นก็พอจะรู้ได้ ผมก็แอบรู้สึกเสียดายเล็กน้อยว่า “อ๋อ ใช้ Matcha ราคาถูกอยู่สินะ” เป็นแค่บางครั้งเท่านั้นนะครับ บางงงงงงครั้ง และไม่ใช่ว่าดื่มไม่ได้)
(13) แต่ความขมลักษณะนี้ ในบางประเทศ 【กลับถูกใช้ในเชิงชื่นชมว่าเป็น “รสคล้ายถั่ว” 】
(14) นี่เป็นเพียงความแตกต่างด้านรสนิยมระหว่างพวกเรา (ชาวญี่ปุ่น)และชาวต่างชาติ ไม่ใช่เรื่องว่าฝ่ายใดดีกว่าหรือด้อยกว่านะครับ
เพียงแต่ว่า 【ยิ่งเป็นใบชาคุณภาพสูงที่ผ่านการแปรรูปอย่างพิถีพิถันเท่าไร อูมามิเข้มข้น ความหวานตามธรรมชาติ และความนุ่มละมุนในปากก็ยิ่งโดดเด่นมากขึ้นเท่านั้น】 ครับ
ในต่างประเทศ คำบรรยายว่า
【“เหมือนหญ้า” “มีกลิ่นทะเล” 】
ผมคิดว่า 【คำอธิบายเหล่านี้น่าจะตรงกับ Matcha ชั้นสูง】ครับ
✧• ──────────── •✧
■ ความแตกต่างระหว่าง Matcha สำหรับทำอาหารกับ Matcha สำหรับพิธีการ
(15) Matcha เกรดสูงที่ใช้ในงานน้ำชา (お茶会-โอะชะไค) หรือพิธีชงชาในญี่ปุ่น ชาวต่างชาติจะเรียกว่า 【“Matcha สำหรับพิธีการ (ceremonial grade)” 】
ตัวผมเองก็ไม่เข้าใจคำว่า 【ceremonial grade】เลย จนกระทั่งเกิดกระแส Matcha บูมและเริ่มได้รับคำถามจากชาวต่างชาติ
พอฟังและสอบถามไปเรื่อย ๆ จึงได้เข้าใจว่า 【คำนี้หมายถึง Matcha ในระดับที่พวกเราใช้ในงานน้ำชาหรือใช้ชงเพื่อต้อนรับแขกนั่นเอง】
✧• ──────────── •✧
(16) ceremonial grade นี้ 【มีความหวานและอุมามิโดดเด่น และถูกตั้งอยู่บนเงื่อนไขว่า สามารถดื่มเพียงอย่างเดียว (เพียว ๆ) ได้ 】
【เป็นระดับของ Matcha ที่สามารถดื่มได้อย่างอร่อยโดยไม่ต้องเติมน้ำตาลหรือนมวัว】และ 【สินค้าประมาณเกือบ 80% ที่ร้านของเราจำหน่ายนั้นจัดอยู่ใน ceremonial grade ที่ว่า
(17) ในอีกด้านหนึ่ง 【Matcha สำหรับทำอาหาร (cooking grade / culinary grade) ที่ใช้สำหรับทำขนมหรือลาเต้จะมีความขมค่อนข้างเด่นเล็กน้อย และจะมีรสชาติพอดีเมื่อผสมกับน้ำตาลหรือนม】
เกรดนี้มีแนวโน้มที่【กลิ่นรสโทนถั่ว】จะออกมาได้ง่าย
✧• ──────────── •✧
■ เงื่อนไขที่ทำให้เกิดรส/กลิ่นถั่วได้ง่าย
(18) อย่างที่เขียนไปแล้วข้างต้น ในบางพื้นที่ เช่น คาโกะชิมะ หรือในกระบวนการแปรรูปบางแบบ อาจเกิดความหอมคล้ายถั่วขึ้นมาได้ เช่น
- ในขั้นตอนการนึ่งหรือการทำให้แห้ง มีการให้ความร้อนค่อนข้างแรง
- ใช้การบดด้วยเครื่องจักร ทำให้เกิดความร้อนขณะบด
จากปัจจัยเหล่านี้จึงเหมือนเป็นการเติม 【“กลิ่นคั่วอ่อน ๆ” เข้าไป ทำให้เกิดรส/กลิ่นคล้ายถั่ว】 ซึ่ง Matcha ของอุจิจะไม่ชอบกลิ่นนี้เท่าไหร่ แต่ในบางครั้งการนำไปใช้ทำอาหารหรือทำลาเต้ กลิ่นนี้กลับกลายเป็นกลิ่นรสที่มีเสน่ห์
✧• ──────────── •✧
■ คนเราชอบรสชาติไม่เหมือนกัน
(19) Matcha ที่คนญี่ปุ่นรู้สึกว่า 【 “หวาน” หรือ “มีอุมามิ” 】สำหรับชาวต่างชาติอาจถูกอธิบายว่า
🗣️“คล้ายเม็ดมะม่วงหิมพานต์”
🗣️“เหมือนเอาผักโขมกับอัลมอนด์มารวมกัน”
🗣️หรือ “คล้ายสาหร่ายทะเล”
ทั้งหมดนี้ไม่ใช่คำอธิบายที่ผิด แต่เป็นความรู้สึกตามธรรมชาติที่เกิดจากความแตกต่างด้านวัฒนธรรมอาหารและประสบการณ์
(20) การที่หลายคนไม่ชอบบ๊วยดองหรือนัตโต้ก็สามารถมองได้ว่าเป็นความแตกต่างทางรสนิยมเช่นกัน
ในความหมายแบบนั้น ถ้าต้องการ “รสคล้ายถั่ว” แล้วล่ะก็ การเลือกใช้ 【 Matcha แบบแปรรูปที่ราคาถูก】 จะกลับยิ่งเข้าใกล้รสชาติในอุดมคติมากกว่า
=========
✒️ หลังจากนั้นทางร้านก็แนะนำของในร้าน 40 กรัม 1,100 เยน ใช้ในงานน้ำชา พิธีการ และเขียนแนะนำของเกรดทำอาหารที่มีรสชาติของถั่ว บอกว่าใส่น้ำตาลแล้วอร่อยบาลานซ์ดี
=========
■ วิธีเพลิดเพลินกับ Matcha ไม่ได้มีเพียงแบบเดียว
ความหอมแบบถั่วก็เป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของ Matcha ที่ทำให้ผู้คนทั่วโลกหลงรักได้เช่นกัน
เพียงแต่สำหรับตัวผมเองแล้ว รู้สึกว่า สักวันหนึ่ง “รสโทนถั่ว” แบบนี้อาจไม่ค่อยมีคนมาถามหาแล้วก็ได้
เพราะด้วยกระแสความบูมของ Matcha ที่กำลังเกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก ทำให้มีผู้คนจำนวนมากได้ลองลิ้มรส Matcha
【และยิ่งผู้คนสะสมประสบการณ์เหล่านั้นมากขึ้นเท่าไร ผมก็คิดว่าพวกเขาน่าจะยิ่งเข้าใจคนญี่ปุ่น🇯🇵 โดยเฉพาะ Matcha จากอุจิที่แสวงหา “ความหวาน” และ “อุมามิ” 】มากขึ้นเท่านั้น
✧• ──────────── •✧
จบแล้วค่ะ
✒️Blog นี้มีแปลอังกฤษนะคะ แต่อังกฤษก็ไม่เท่าภาษาญี่ปุ่นที่มีความขีดเส้นใต้ ความเน้นตัวหนา เปลี่ยนสีอักษรเป็นระยะ
✒️อ่านแล้วเหมือนเข้าใจภาษาคนเกียวโตขึ้นมาอีกระดับ บางทีก็แบบ… พูดตรง ๆ เลยก็ได้ปะ 😇
✒️ส่วนชาวเพจอ่านแล้วจะคิดเห็นอย่างไร เห็นด้วยไม่เห็นด้วย ก็อย่าโกรธแอดที่เอามาแปลเลยนะคะ พลีส พอดีคนถามมาหลายคน 😅 เลยเอาอันนี้คิดว่าค่อนข้างเป็นแหล่งที่น่าเชื่อถือ (antenna shop ของ Kyoto) และเค้าเขียนค่อนข้างตรงกับที่แอดพอจะได้ยินมาค่ะ
ขอบคุณที่อ่านจนจบนะคะ
✧• ──────────── •✧
นี่แหละค่ะ 異文化理解 เรียนรู้วัฒนธรรมซึ่งกันและกัน คิดไม่เหมือนกัน กินไม่เหมือนกัน ชอบไม่เหมือนกัน ก็ไม่แปลกค่ะ
ไม่งั้นพิซซ่าหน้าฮาวายเอี้ยนก็ไม่เกิดไปทั่วโลกนะคะ 🍕( ̄▽ ̄)ニヤリッ
#กิ๊ฟจังนั่งเล่า #แปลบทความ #ชีวิตในญี่ปุ่น