13/07/2025
[ ] ทำครั้งเดียว ขายได้เรื่อยๆ!
สร้างรายได้เสริมจาก Digital Product
ทำงานประจำในไทยก็มีรายได้ 30,000 เหรียญต่อเดือนได้!
Hustle Society อาทิตย์นี้ ทีมงาน aomMONEY ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ คุณแบงค์ ปรียาพงษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการขาย Digital Product บนแพลตฟอร์มระดับโลก และมี Mission ส่วนตัวคือการสอนคนไทย 1 ล้านคนให้มีรายได้จาก platforms ระดับโลกอย่าง Amazon และ Etsy
[ ✨ Digital Product คืออะไร? ]
คุณแบงค์บอกว่าคำว่า Digital Product มีหลากหลายและกว้างมากๆ พูดง่ายๆ ก็คือ “ไฟล์ดิจิทัลทุกชนิด” ที่คนซื้อต้องดาวน์โหลดแล้วนำไปใช้เอง
เช่น
- ภาพไฟล์ JPEG/PNG เอาไปพิมพ์เป็น Wall Art ตกแต่งบ้าน
- ไฟล์ PDF สำหรับทำการ์ดอวยพร
- ไฟล์เสียงหรือวิดีโอก็ยังได้
ซึ่ง Digital Product นี้ คุณแบงค์บอกว่าข้อดีคือ… ทำแค่ครั้งเดียว แต่ขายได้เรื่อยๆ ไม่ต้องสต๊อกสินค้าหรือลงทุนสูง เพราะเป็นสินค้าดิจิตอลที่เมื่อวางขายแล้ว คนมาซื้อก็ดาวน์โหลดซ้ำได้ไม่มีวันหมดสต็อก
โดยโปรดักส์ที่เราถามคุณแบงค์ว่าสำหรับคนที่เริ่มต้นและมีงานประจำด้วย เอาแบบเริ่มต้นง่ายๆ เป็นโปรดักส์ไหนดี คุณแบงค์แนะนำว่า “ให้ลองทำเป็นภาพไฟล์ PNG - PDF ลงขายที่ Esty”
[ 👩💻 คนทำงานประจำแบบเราเริ่มต้นยังไงดี? ]
คุณแบงค์แนะนำให้เริ่มจากสิ่งง่ายๆ ที่ใช้ทุนน้อย เช่น
- ออกแบบไฟล์ JPEG หรือ PNG ด้วยการใช้ AI ช่วยสร้างภาพ
ตรงนี้คุณแบงค์แนะนำว่าสามารถ ศึกษาวิธีการทำในทุกช่องทางได้เลย
- ลงขายบนแพลตฟอร์มต่างประเทศ เช่น Etsy
คุณแบงค์บอกว่าตลาดขายภาพยังพอมีความต้องการซื้ออยู่ โดยลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวอเมริกา-ยุโรปที่พร้อมจ่าย ใน Esty นี้เอง เราก็จะสามารถตั้งราคาเองได้ ไม่ต้องขายถูกเหมือนบางแพลตฟอร์ม
“อีกอย่าง Esty ตอนนี้เป็นแพลตฟอร์มที่เปิดให้คนไทยสมัครได้ง่ายและก็มีผู้ใช้งานหลายร้อยล้านคนทั่วโลก”
[ 🧠 ต้องเป็นกราฟิกดีไซเนอร์ก่อนมั้ย? ]
คุณแบงค์บอกว่า เมื่อปี 2017 ตอนเขาเริ่มมาทำ Digital Product เขามีพื้นฐานด้านกราฟิกดีไซน์มาก่อน แต่ปัจจุบัน AI เข้ามาช่วยงานได้เยอะ แค่มีไอเดีย พิมพ์คำสั่งเป็นก็ไม่จำเป็นต้องมีสกิลมาก่อนก็ได้
ยุคนี้สิ่งที่สำคัญกว่า “สกิลดีไซน์” คือ ความคิดสร้างสรรค์ + รู้จักสั่งงาน AI ให้ได้ผลลัพธ์สวยๆ
และอีกสิ่งที่ต้องหมั่นฝึกคือ การเข้าใจตลาด (Market Research) รู้ว่าตอนนี้คนกำลังมองหาสินค้าแบบไหน จะช่วยให้ขายง่ายขึ้นมาก
📊 อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม
- คอมพิวเตอร์ธรรมดา (ไม่ต้องสเปคสูง) คุณแบงค์บอกว่าเอารุ่นประมาณ 2020 ขึ้นไปก็โอเคแล้ว
- อินเทอร์เน็ต
- สมัครใช้ AI อย่าง ChatGPT (เดือนละ ~700 - 800 บาท)
- สมัคร Canva (เดือนละ ~300 - 400 บาท)
รวมๆ แล้วใช้ต้นทุนหลักพันต้นๆ ก็เพียงพอที่จะเริ่มต้นสร้างอาชีพเสริมด้วยวิธีนี้
[ 💵 รายได้จริงเป็นยังไง? ]
ตอนแรกคุณแบงค์ทำเป็น Side Hustle ควบคู่กับงานหลัก เริ่มทำตอน 2017 แต่ทำไปทำมาลองผิดลองถูก หาตลาดอยู่พักหนึ่ง ในที่สุดเดือนหนึ่งในปี 2019 คุณแบงค์ก็มีรายได้จากการขาย Digital Product สูงสุดแตะ 30,000 ดอลลาร์ต่อเดือน! (ตีเป็นเงินไทยก็ประมาณ 1,000,000 ล้านบาท 🔥)
ปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่รายได้ก็คือ
✅ เน้นคุณภาพ ไม่เน้นปริมาณ
คุณแบงค์บอกว่า ไม่จำเป็นต้องมีงานจำนวนมากเพื่อจะได้รายได้สูง ผู้คนมักคิดว่าต้องสร้างงานเยอะๆ ถึงจะได้ผลลัพธ์เยอะๆ แต่ความจริงแล้วไม่ใช่เช่นนั้น
สิ่งที่สำคัญก็คือการมุ่งเน้นที่คุณภาพของงานที่ลงขาย และหา Sweet Spot ให้เจอ
✅ การสร้างแบรนด์ - สไตล์ของตัวเอง
คุณแบงค์เสริมว่าการสร้างแบรนด์หรือสไตล์ของตัวเองก็สำคัญ เพราะการขายงานบนแพลตฟอร์มไม่ว่าจะเป็น Etsy หรืออื่นๆ ทุกคนสามารถรังสรรค์ผลงานได้ แต่สิ่งที่จะทำให้คนมากดซื้อคือ ‘แบรนด์’ ที่แตกต่างจากคนอื่นต่างหาก
คุณแบงค์เล่าว่า ถ้าเริ่มวันนี้ อาจจะต้องใช้เวลาลองผิดลองถูกนานหน่อย แต่การจะหารายได้จากมันด้วยเป้า 1,000 ดอลลาร์ (~30,000 บาท) ก็ถือเป็นไปได้ และมากพอจะเปลี่ยนชีวิตและเพิ่มความมั่นคงทางการเงินได้แล้ว
[ เรื่องที่คนมักเข้าใจผิด ]
❌ 1. คิดว่าเป็นทางรวยเร็ว
หลายคนพอได้ยินว่า “ทำครั้งเดียว ขายได้เรื่อยๆ” ก็ตาลุกวาว คิดว่าคืนแรกก็จะขายได้เป็นร้อยไฟล์ แต่ความจริงมันไม่ใช่แบบนั้น
คุณแบงค์เล่าว่า การทำ Digital Product มันก็เหมือนการเริ่มธุรกิจเล็กๆ กว่าจะประสบความสำเร็จในธุรกิจ ไม่ว่าประเภทไหน มันต้องใช้เวลาในการ ฝึกฝนสกิล ทำความเข้าใจตลาด เรียนรู้ระบบของแพลตฟอร์ม ทำให้ตัวเองชำนาญในงาน ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องใช้เวลาอย่างจริงจังในการเรียนรู้ อาจจะประมาณ 1-2 เดือนแรก เพื่อจะจับจุดได้ว่าอะไรขายดี อะไรลูกค้าชอบ
คุณแบงค์แนะว่า ให้เปลี่ยนความคิดจาก “เดือนนี้จะได้เงินเท่าไหร่?” เป็น “เดือนนี้จะเรียนรู้อะไรได้บ้าง?”
❌2. ทำเยอะๆก็ขายได้
คุณแบงค์ที่เคยทำรายได้สูงสุดถึงประมาณ 30,000 เหรียญสหรัฐต่อเดือน (1 ล้านบาทต่อเดือน) ยอดนี้มันไม่ได้มาจากการสร้างงานจำนวนมาก แต่มาจากการโฟกัสไปที่คุณภาพของงานที่ลงขาย และศึกษาความต้องการของตลาดและสร้างแบรนด์
❌3.ทำแบบไหนก็ขายได้
คุณแบงค์ แนะนำว่าคนที่จะเข้ามาทำควรทำความเข้าใจเรื่อง อุปสงค์-อุปทาน (Supply & Demand) ว่าตลาดไหนยังมีช่องว่างให้เราไปเติม เพราะการสร้างงานดิจิทัลควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของ ความต้องการของตลาด (Market Demand) ไม่ใช่แค่การสร้างงานที่เราชอบแต่ตลาดไม่ต้องการ
สิ่งสำคัญคือการเรียนรู้วิธีการทำ Market Research เพื่อค้นหา "Sweet Spot" ซึ่งหมายถึงจุดที่ตลาดมีความต้องการสูง แต่ยังมีอุปทาน (Supply) ไม่สูงมาก
คุณแบงค์เล่าว่า หากเข้าใจเรื่องอุปทานและทราบว่าควรจะเข้าไปในจุดไหน คุณจะสามารถทำธุรกิจอะไรก็ได้สำเร็จ คุณแบงค์เปรียบเทียบกับการเปิดร้านค้าในห้างสรรพสินค้า หากมีร้านรองเท้าอยู่ 50 ร้าน การเพิ่มร้านที่ 51 อาจไม่ดีเท่าการไปเปิดร้านแว่นตาที่มีเพียง 2 ร้านและร้านของเราดูดีกว่า
[ ❤️ ฝากถึงคนที่กำลังลังเล… ]
“ผมอยากให้ทุกคนเลิกยึดติดว่าต้องหาเงินแค่ในประเทศไทย เพราะแค่รายได้เสริมเดือนละพันเหรียญจากตลาดโลก มันเปลี่ยนชีวิตคุณได้”
– คุณแบงค์ ปรียาพงษ์
ถ้าใครอยากติดตามคุณแบงค์ หรือเรียนรู้ต่อแบบลงลึก คุณแบงค์บอกว่า สามารถตามไปได้ที่เพจ
👉 Bank Preeyapong Official ได้ทั้ง Facebook และ Instagram หรือถ้าใครสนใจเข้าคลาสสอน ไม่อยากไปงมหาข้อมูลทั้งหมดเอง ช่องคุณแบงค์ก็มีคอร์สให้คุณไปเลือกเรียนได้ เช่นเดียวกัน
สัมภาษณ์และเรียบเรียงโดย กนกจันทร์ เรืองวัฒนานนท์ Content Creator, aomMONEY
#รายได้เสริม #อยู่ไทยขายของให้ทั้งโลก