Siam Swords The only place you can buy The sword antique swords Thailand

เหตุที่พระยาพิชัย “ดาบหัก”ในปี พ.ศ. 2313 - 2316 ได้เกิดการสู้รบกับกองทัพพม่าอีกหลายคราว และทุกคราวที่กองทัพพม่าแตกพ่ายไป...
23/02/2014

เหตุที่พระยาพิชัย “ดาบหัก”

ในปี พ.ศ. 2313 - 2316 ได้เกิดการสู้รบกับกองทัพพม่าอีกหลายคราว และทุกคราวที่กองทัพพม่าแตกพ่ายไป ก็สร้างความอัปยศอดสูแก่แม่ทัพนายกองเป็นทวีคูณ พอสิ้นฤดูฝนปีมะเส็ง พ.ศ. 2316 โปสุพลายกกองทัพมาหมายตีเมืองพิชัยอีก "ศึกครั้งนี้พระยาพิชัยจับดาบสองมือคาดด้าย ออกไล่ฟันแทงพม่าอย่างชุลมุน ณ สมรภูมิบริเวณ วัดเอกา จนเมื่อพระยาพิชัยเสียการทรงตัว ก็ได้ใช้ดาบข้างขวาพยุงตัวไว้ จนดาบข้างขวาหักเป็นสองท่อน" กองทัพโปสุพลาก็แตกพ่ายกลับไป เมื่อวันอังคาร เดือนยี่ แรม 7 ค่ำ ปีมะเส็ง พ.ศ. 2316 (ตรงกับวันที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2316)

พบสุสานสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ในประเทศจีนในปี พศ.2464 มีการค้นพบสุสานของพระเจ้าตากสินฯ ที่อำเภอเฉิงไห่ หรือ เท่งไฮ้ ใ...
10/02/2014

พบสุสานสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ในประเทศจีน

ในปี พศ.2464 มีการค้นพบสุสานของพระเจ้าตากสินฯ ที่อำเภอเฉิงไห่ หรือ เท่งไฮ้ ในสำเนียงจีนแต้จิ๋ว ตั้งอยู่ในจังหวัดแต้จิ๋ว มณฑลกวางตุ้ง ทางตอนใต้ของประเทศจีน ซึ่งเป็นบ้านเกิดของพระบิดาของพระเจ้าตากสิน
สุสานได้รับการบูรณะในปี 2528 โดยป้ายหลุมศพมีการจารึกชื่อ "แต้อ๊วง" แปลว่า พระเจ้าแผ่นดินตระกูลแต้ ซึ่งหมายถึงพระเจ้าตากสิน คนจีนจำนวนมากที่อาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าวรู้จักพระเจ้าตากสินดี และภาคภูมิใจ เพราะพระองค์ทรงเป็นชาวเฉิงไห่ ที่มีความกล้าหาญ เสี่ยงชีวิตกู้ชาติ และได้เป็นพระเจ้ากรุงธนบุรีในที่สุด
หลายคนเชื่อว่า สุสานดังกล่าวไม่ได้บรรจุพระศพของพระเจ้าตากสิน แต่บรรจุฉลองพระองค์ ที่ชาวเฉิงไห่นำกลับไปยังบ้านเกิด หลังจากพระองค์สวรรคต เพื่อแสดงความเคารพในพระมหากรุณาธิคุณ ขณะเดียวกัน ประวัติศาสตร์กระเเสหลักบอกว่า พระองค์ถูกสำเร็จโทษด้วยท่อนจันทน์ เพราะพระสติวิปลาส หรืออาจหนีไปผนวชที่วัดเขาขุนพนม จังหวัดนครศรีธรรมราชจนสวรรคตที่นั่น
อย่างไรก็ตาม ตลอด 230 ปีที่ผ่านมา ยังไม่มีใครยืนยันได้ว่า ตกลงแล้วสุสานที่ค้นพบในเมืองเฉิงไห่ เป็นสุสานฝังพระศพจริง หรือฝังเพียงฉลองพระองค์ของพระเจ้าตากสิน

ข้อมูล CCTV :
http://www.youtube.com/watch?v=rtEDSaOV1V4

http://fb.com/khongdeethailand
www.nextstetptv.com

24/06/2013
ภาพกระบวนพยุหยาตราทางสถลมารคของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ในคราวเสด็จพระราชดำเนินไปในการทอดผ้าพระกฐิ...
24/05/2013

ภาพกระบวนพยุหยาตราทางสถลมารคของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ในคราวเสด็จพระราชดำเนินไปในการทอดผ้าพระกฐิน ณ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร หรือ วัดโพธิ์ เมื่อปี พ.ศ. 2408 ถ่ายโดยนายจอห์น ทอมสัน

Spirit of Samurai
30/03/2013

Spirit of Samurai

ภาพถ่ายทหารญี่ปุ่นคนหนึ่งถ่ายรูปคู่กับเด็กไทย คาดว่าในจังหวัดภาคใต้ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่2
23/03/2013

ภาพถ่ายทหารญี่ปุ่นคนหนึ่งถ่ายรูปคู่กับเด็กไทย คาดว่าในจังหวัดภาคใต้ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่2

ชนเผ่าเย้า ที่อพยพมาจากพม่าเข้ามาในไทย
04/03/2013

ชนเผ่าเย้า ที่อพยพมาจากพม่าเข้ามาในไทย

นินจานินจา (ญี่ปุ่น: 忍者 นินจะ หรือ ญี่ปุ่น: 忍び ชิโนะบิ ความหมาย: "ผู้คงทน") ได้ชื่อว่าเป็นกลุ่มสายลับ ในช่วงสมัยเปลี่ยนก...
27/02/2013

นินจา

นินจา (ญี่ปุ่น: 忍者 นินจะ หรือ ญี่ปุ่น: 忍び ชิโนะบิ ความหมาย: "ผู้คงทน") ได้ชื่อว่าเป็นกลุ่มสายลับ ในช่วงสมัยเปลี่ยนการปกครองของประเทศญี่ปุ่น โดยขณะเดียวกันนินจาได้ถูกเปรียบเทียบกับซะมุไร ซึ่งซะมุไรเปรียบเหมือนนักสู้ที่ต่อสู้เบื้องหน้า ขณะที่นินจาเป็นนักสู้ที่ต่อสู้เบื้องหลัง นอกจากนี้มีการกล่าวกันว่ากลุ่มคนบางคนเป็นทั้งนินจาและซะมุไรพร้อมกัน ในปัจจุบันไม่มีร่องรอยของบุคคลที่เป็นนินจาหลงเหลือ เหลือเพียงแต่ซะมุไร สำหรับนินจาหญิงจะเรียกว่า คุโนะอิ

คำว่านินจาเชื่อว่ามีการใช้มาประมาณ 800 ปีก่อน ซึ่งหมายถึงบุคคลที่อยู่ในภูเขาและฝึกฝนนินจุตสุ (วิชาต่อสู้เกี่ยวกับการขโมยและการล่องหน) ซึ่งมาจากประโยคที่ว่า ชิโนบิโนะโมโนะ โดยเขียนในคันจิว่า 忍者 โดยตัวอักษรแรก 忍 (นิน) หมายถึง "คงทน" โดยในภายหลังคำนี้ได้มีความหมายเพิ่มเติมหมายถึง "การซ่อนตัว" และ "การขโมย" โดยตัวอักษรที่สอง 者 (จา) หมายถึง "บุคคล" นอกจากนี้ได้มีภาษาจีนได้กล่าวถึงนินจาว่า 林鬼 (หลินกุ้ย) ซึ่งหมายถึง ปีศาจในป่า
[แก้]ประวัติของนินจา

เนื่องจากตามลักษณะของนินจาที่ได้ชื่อว่านินจาไม่เคยทิ้งร่องรอยอะไรไว้รวมถึงไม่กล่าวคุยโวเกี่ยวกับผลงานของตัวเอง ซึ่งทำให้ผลงานหรือชีวประวัติของนินจาถูกเก็บไว้เป็นความลับ ซึ่งเป็นการยากที่จะหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับนินจา ในตำนานหนึ่งได้มีการกล่าวถึงมินะโมะโตะ โนะ โยะชิซึเนะ ว่าได้มีเทนงูมาสอนวิชาให้มินะโมะโตะ โนะ โยะชิซึเนะะเพื่อฝึกฝนเป็นนินจา โดยในประวัติศาสตร์ได้มีกล่าวไว้ว่ามีพระภิกษุชาวจีนรูปหนึ่งมาสอนเกี่ยวกับตำราพิชัยสงครามให้แก่มินะโมะโตะ โนะ โยะชิซึเนะ
โทะงะคุเระ ริวได้กล่าวถึงนินจาในช่วงปลายยุคเฮอัง ไว้ว่านินจา ได้แบ่งออก เป็น 2 ฝ่ายหลัก คือ อิงะ และโคงะ ได้ร่วมต่อสู้กัน ซึ่งในนิยายหรือการ์ตูนจะกล่าวถึงการต่อสู้ระหว่างสองฝ่ายนี้
ในยุคคามะคุระ ได้มีประวัติศาสตร์กล่าวไว้ถึง คุซุโนะกิ มะซะชิเงะ ได้ใช้เทคนิคในการรบซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกับวิชานินจา ต่อมาในช่วง ยุคเซนโงะกุ (หรือที่รู้จักกันว่าเป็นยุคสงคราม) ไดเมียวที่มีชื่อเสียงทุกคนมีนินจาอยู่ภายใต้การปกครองสำหรับการเป็นสายลับลอบสืบข้อมูลของฝ่ายตรงข้าม ในยุคสงครามการรู้ข้อมูลและแผนการของฝ่ายข้าศึก จะทำให้มีชัยชนะเหนือกว่า ไดเมียวบางคนได้ถูกกล่าวว่าเป็นนินจาเอง ซะนะดะ ยุคิมุระ หัวหน้ากลุ่มซะนะดะ ได้ชื่อว่าเป็นกลุ่มนินจา หลังจากที่ซะนะดะ ยุคิมุระนำกลุ่มทหารเพียง 3,000 คนปกป้องปราสาท สู้กับกองทัพ 50,000 คนของโทะกุงะวะ ฮิเดะตะดะ
ในยุคเดียวกัน โทะกุงะวะ อิเอะยะซุ ได้มีการใช้นินจา จนท้ายที่สุดได้ชนะสงครามและตั้งตัวเป็นโชกุนของประเทศญี่ปุ่น มีการกล่าวถึงผลงานกลุ่มนินจา นำโดยฮัตโตะริ ฮันโซ หัวหน้ากลุ่มนินจาฝ่ายอิงะ เป็นผู้นำทางให้อิเอยาสุหลบหนีออกมาในช่องเขานาระภายหลังจากที่ลอบโจมตีทัพของ โอะดะ โนะบุนะงะ สงครามครั้งสุดท้ายที่มีการกล่าวถึงนินจา ในช่วงยุคของโชกุนโทะกุงะวะ คือสงครามกลางเมืองที่ชิมาบาระ ของกลุ่มชาวนาที่โกรธแค้นฝ่ายรัฐบาลที่เรียกเก็บภาษีแพง เมื่อสิ้นสุดสงครามนินจาเริ่มหมดหน้าที่ โดยนินจาบางคนได้มาเป็นโอะนิวะบังชู กลุ่มรักษาความปลอดภัยของปราสาทเอะโดะ ทำหน้าที่ปกป้องผู้ร้ายและขณะเดียวกันก็แอบสืบข้อมูลของไดเมียวคนอื่น นินจาคนอื่นจะเก็บตัวปลอมปนกับชาวนาโดยยังคงฝึกฝนตัวเองอยู่ตลอดเวลาเพื่อพร้อมที่จะได้ใช้วิชานินจาที่อาจจะมีสงครามเกิดขึ้น ในช่วงยุค 200 ปีหลังจากของตระกูลโทะกุงะวะ ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงใดเกิดขึ้น ทำให้ไม่มีการสืบต่อวิชานินจา โดยมีการสืบต่อผ่านทางปากต่อปากและคนสนิทเท่านั้น
ในยุคเอโดะ นินจาได้เป็นที่นิยมในหนังสือและการแสดง วิชานินจาต่างๆ รวมทั้ง การล่องหน การกระโดดสูง การท่องมนต์นินจา และการเรียกกบยักษ์มาช่วยต่อสู้ ถูกสร้างขึ้นในยุคนี้สำหรับใช้ประกอบในการแสดง เพื่อความบันเทิง

10/01/2013
“ข้าจะทิ้งพระราชมนู ขุนศึกคู่กายที่เคยสละชีพเสี่ยงภัยช่วยข้ามาหลายมื้อหลายคราวหาได้ไม่ หากข้าทิ้งสหายร่วมศึก ข้ายังจะแบก...
06/01/2013

“ข้าจะทิ้งพระราชมนู ขุนศึกคู่กายที่เคยสละชีพเสี่ยงภัยช่วยข้ามาหลายมื้อหลายคราวหาได้ไม่ หากข้าทิ้งสหายร่วมศึก ข้ายังจะแบกหน้าเป็นพ่ออยู่หัวอยู่ได้อย่างไร”

ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค ๒ ประกาศอิสรภาพ

ที่อยู่

1 ถนน นิพัทธ์อุทิศ 2
Hat Yai
90110

เบอร์โทรศัพท์

081-7661088

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Siam Swordsผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์