GuitarSing ความรู้ การโมฯ อัพ ปรับ จูน และสินค้?

12/05/2018

(((ปิดการขายแล้ว))
ใกล้เปิดเทอมแล้ว ลูกเรียนดนตรี หาอูคูเลเล่ดีๆ ให้ลูกสักตัวมั้ยครับ

ผมดูสเปคแล้วโอเคมาก
ของแถมครบชุด
สนใจติดต่อเจ้าของสเตตัสเองนะครับ

บางครั้งแรงโน้มถ่วงก็ได้ผลที่ดีในการรักษาผู้ป่วย
21/01/2018

บางครั้งแรงโน้มถ่วงก็ได้ผลที่ดีในการรักษาผู้ป่วย

เตรียมกู้ชีพ กีตาร์โปร่ง พรุ่งนี้จะเข้าห้องผ่า วันนี้หมอเลยให้แอดมิดสบายๆไปคืนนุงก่อน
19/01/2018

เตรียมกู้ชีพ กีตาร์โปร่ง พรุ่งนี้จะเข้าห้องผ่า วันนี้หมอเลยให้แอดมิดสบายๆไปคืนนุงก่อน

เสียใจ อาลัย เสียดาย ผมนำเพลง "เรามีเรา" ของเธอมาเล่นบนเวทีอยู่เสมอ เป็นเพลงที่ให้กำลังใจ ได้อย่างดี ทั้งในชีวิตคู่ และก...
07/07/2017

เสียใจ อาลัย เสียดาย ผมนำเพลง "เรามีเรา" ของเธอมาเล่นบนเวทีอยู่เสมอ
เป็นเพลงที่ให้กำลังใจ ได้อย่างดี ทั้งในชีวิตคู่ และการทำงานเป็นทีม
ขอให้เธอไปสู่สุคติครับ 😭

หลังจากนักร้องดัง ‘แหวน-ฐิติมา สุตสุนทร’ ร็อกเกอร์สาวคน …

ขายแล้วครับ....ลูกบิด GROVER มือสอง สภาพ 90% สีทอง(ลอกพองาม)  กลไกและเฟือง สภาพดีไม่รูด น๊อตหายไปตัวนุง. คิดราคา 800 ค่า...
01/05/2017

ขายแล้วครับ....ลูกบิด GROVER มือสอง สภาพ 90% สีทอง(ลอกพองาม) กลไกและเฟือง สภาพดีไม่รูด น๊อตหายไปตัวนุง. คิดราคา 800 ค่าส่งฟรี. รับเลขบัญชีได้ที่หลังไมค์

หายหายกันไปนานมาก. วันนี้ขอกลับมาเรื่องนัทกันอีกซักครั้ง เพราะมีแฟนเพจถามกันหลังไมค์มากพอสมควรเรื่องการแก้เพี้ยนเสียงที่...
17/01/2017

หายหายกันไปนานมาก. วันนี้ขอกลับมาเรื่องนัทกันอีกซักครั้ง เพราะมีแฟนเพจถามกันหลังไมค์มากพอสมควรเรื่องการแก้เพี้ยนเสียงที่นัท. มันทำได้จริงหรือไม่

ผมว่าเรามาคุยกันเรื่อยๆ แล้วผมจะสรุปให้เพราะอาจจะมีมุมมองใหม่ๆเกิดขึ้นก็เป็นได้

เศรษฐศาสตร์กีตาร์ ตอนที่ 4 จุดคุ้มทุน (ตอนที่3)สามบทที่ผ่านมา เราเน้นการพูดคุยอยู่ในส่วนที่เรียกว่า “เงินต่อเงิน“ หรืออี...
22/05/2016

เศรษฐศาสตร์กีตาร์

ตอนที่ 4 จุดคุ้มทุน (ตอนที่3)

สามบทที่ผ่านมา เราเน้นการพูดคุยอยู่ในส่วนที่เรียกว่า “เงินต่อเงิน“ หรืออีกนัยหนึ่งก็คงประมาณว่า “ จ่ายไปแล้วต้องได้มูลค่ากลับมา“ และนั้นคือภาพย่อยของการลงทุน ทีนี้เราจะมาดูภาพใหญ่กันโดยอาศัยนิยามทางเศรษฐศาสตร์ที่กล่าวว่า

“การลงทุน" หมายถึง การที่เราใช้สอยทรัพยากรอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อทำให้เกิดสินค้า หรือบริการขึ้นใหม่ ซึ่งถือได้ว่าเป็นการลงทุนที่แท้จริง (Real Investment) โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ที่คาดว่าจะคุ้มกับต้นทุนที่เกิดขึ้นจากการใช้ทรัพยากรนั้นๆหรือไม่

ดังนั้นคำว่าคุ้มทุนในนิยามนี้จึงกินความหมายกว้างไปกว่า มูลค่า (ตัวเงิน) เพราะผลตอบแทนนั้นมันจะครอบคลุมไปถึงสารเคมีจำนวนไม่กี่มิลิกรัมที่สมองหลั่งออกมา อย่างโดปามีนหรือเอนโดฟิน. ที่ค่าจ้างจำนวนมากมาย นั่นไม่อาจทียบได้กับช่วงเวลาที่ผู้ชมทั้งโอเปร่าเฮ้าส์ลุกขึ้นปรบมืออย่างกึกก้องและยาวนาน ตรงนั้นอาจจะเรียกได้ความคุ้มทุน ที่เรียกกว่าความพึงใจ

แต่ความคุ้มค่าอาจจะมีเพียงแค่ เมื่อสิ้นเสียงครางของโน๊ตตัวสุดท้ายแล้วปรากฏรอยยิ้มพิมพ์ใจจากเจ้าของแววตาที่สดใสคู่นั้นส่งมาให้ และเหลือเพียงแค่กลิ่นฟีโรโมจางๆ ทิ้งเอาไว้เมื่อผัวเค้ามารับกลับบ้าน ถึงแม้จะไม่คิดให้เธอเปลี่ยนใจแต่อย่างใด เราเรียกสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ว่า ความพอใจ (ก็พอใจ มัยอ๊ะ)

ทั้งหมดที่กล่าวมาไม่ว่าจะจุดคุ้มทุน หรือความคุ้มค่ามันเป็นแค่ภาพยิบย่อยเท่านั้น เพราะแท้จริงแล้วพลังลึกลับที่ขับดันมือกีตาร์ให้สู้อดทนฝึกฝนกันมา แม้จะได้มากได้น้อย หรือไม่ได้อะไรเลยมันคือความประทับใจของผู้ฟังที่สะท้อนกลับมายังมือกีตาร์ และขอเรียกสิ่งนี้ว่า “คุณค่า“

ในเมื่อมูลค่าสามารถวัดได้ด้วยตัวเงินมันเป็นรูปธรรม แล้วสิ่งที่เป็นนามธรรมอย่าง “คุณค่า“ เราจะใช้อะไรชี้วัด เพราะแค่ เอนโดฟิน, โดปามีน ที่ได้มาจากเสียงปรบมือ หรือกลิ่นฟิโรโมจางๆ มันเป็น ปัจจัตตัง คือรู้เฉพาะตนเท่านั้นเอง บางท่านก็ว่ามันก็เพียงพอแล้ว.

ซึ่งผมก็ว่าใช่ แต่อะไรหละที่มันจริงเพราะในวิชานี้ยังมีศัพท์อีกคำหนึ่งเรียกว่า “เศรษฐวิบัติ“ ปรากฏอยู่ ดังนั้นผมจะขอใช้หลักที่ประกอบด้วย “ดีแท้, งามแท้, จริงแท้“ มาเผยให้เห็นถึงความแตกต่าง ยกตัวอย่างเช่น

เราบำรุงรักษากีตาร์ในคลังแสง จึงสรรหาอุปกรณ์ดีๆอย่างเช่นสายแท้ราคาแพงมาใช้

ถามว่าดีแท้หรือไม่. การใช้สายแท้นั้นผ่านการพิสูจน์มาอย่างยาวนานแล้วว่าดีจริง

ถามว่างามแท้หรือไม่ อันนี้แน่นอน ความงามของกีตาร์มาจากเสียงที่สามารถสั่งได้ดั่งใจปรารถนา เพื่อใช้สื่ออารมณ์จากบทเพลงถึงคนฟังได้อย่างใจคิด

ถามว่าจริงแท้หรือไม่ เรื่องนี้ไม่จริงเพราะท่านใช้ อุปทานนำความคิด เพราะการรักษาแรงดึงคอกีตาร์สามารถใช้สายอะไรก็ได้แม้กระทั่งสายปลอมที่ราคาราวๆ แปดสิบถึงร้อยกว่าบาทก็เพียงพอแล้ว

หมายเหตุ. เรื่องนี้จะเป็นความจริงแท้ หากท่านมีผู้เยี่ยมเยือนอยู่ประจำ การทำให้กีตาร์ทุกตัวพร้อมใช้งานอยู่เสมอ จึงถึงได้ว่าเป็นความดี, ความงาม, ความจริง ที่มีคุณค่า แต่ถ้าหากหากแรงจูงใจน้อยไปกว่าสามเรื่องนี้ ก็จะไปเข้าข่าย “ดีมานด์ หรือ มายา“ ในบทแรกที่ลงรายละเอียดเอาไว้แล้ว

ครั้งหน้าเราจะมาคุยกันต่อในเรื่องของคุณค่ากันอีกซักครั้งหนึ่ง ก่อนจะเข้าบทสรุปสุดท้าย “เลอค่า“

เศรษฐศาสตร์กีตาร์ ตอนที่ 3 จุดคุ้มทุน(ตอนที่2)จากบทที่แล้ว เราได้ประมาณการเอาไว้ว่า หากเล่นวันละ 2 ชั่วโมงสายกีตาร์จะเริ...
15/05/2016

เศรษฐศาสตร์กีตาร์

ตอนที่ 3 จุดคุ้มทุน(ตอนที่2)

จากบทที่แล้ว เราได้ประมาณการเอาไว้ว่า หากเล่นวันละ 2 ชั่วโมงสายกีตาร์จะเริ่มเพี้ยนในระยะเวลาสามเดือน โดยที่สายชนิดเคลือบจะมีอายุการใช้งานจริงมากที่สุด เพราะไม่ต้องเผชิญกับการผุกร่อนจากสนิม

ที่นี้เราก็มาดูกันว่าใน 70 ชั่วโมงการเล่นนั้นจะมีค่าใช้จ่ายอยู่ราวๆ 6-18 บาท / ครั้ง (2ชม.) ซึ่งก็ดูไม่มากมายอะไรสำหรับกลุ่มมือกีตาร์อาชีพ ที่รับค่าตอบแทน 500-1500 ต่อร้าน. หรือ 45,000 ต่อสายกีตาร์ 1ชุด (คิดที่ 500x90 วัน) หรือหากเป็นศิลปินดังก็จะได้มากกว่านี้อีกหลายเท่าตัว ซึ่งมือกีตาร์ทั้งสองกลุ่มนี้มีชีวิตที่น่าอิจฉาทีเดียว

ทีนี้มาดูชนกลุ่มใหญ่ที่มีประชากรราว 90% ที่ประกอบด้วย วินปากซอย ขาเมาข้างห้อง เด็กหนุ่มหัดจีบสาว หรือแม้แต่วัยปลดเกษียณ. และเป็นที่น่าแปลกใจอย่างมากเมื่อค้นพบว่า คนเหล่านี้ครอบครองกีตาร์ตั้งแต่ราคา 3000 จนถึงแสนกว่า และที่น่าทึ่งมากไปกว่านั้นคือหลายท่านก็มีมากกว่าหนึ่งตัว

ซึ่งก็น่าจะเป็นเพราะสังคมเราเปิดกว้างให้กับดนตรีมาขึ้น ไม่ได้มองเป็นการเตรียมพร้อมสู่อาชีพ “เต้นกินรำกิน“ แบบสมัยก่อน

ทีนี้เมื่อมือกีตาร์เหล่านี้มีแนวโน้มที่จะหาอุปกรณ์ดีๆ มาใช้งาน ซึ่งครั้งหนึ่งผู้เขียนก็เป็นแบบนั้น. เริ่มจากนัท แซดเดิ้น และสารพัดปรับแต่ง. อะไรที่ช่วยให้กีตาร์เสียงดี สรรหาเอามาเล่นหมดไปหลายตัง. สายกีตาร์ก็เช่นกันหาซื้อมาจนแทบจะทุกขนาดเกือบทุกยี่ห้อมี่มีจำหน่าย โดยคาดหวังว่าจะช่วยให้กีตาร์มือสองเจ้าของขโมยมา จะเชื่องมือลงมาบ้าง. แต่ก็เปล่าเลย เพราะเสียงกีตาร์มันมาจากเกรดของไม้และการวางโครงสร้าง ส่วนการปราบพยศนั้น จำเป็นต้องใช้การฝึกฝนอย่างหนักถึงจะพอเล่นเป็นเพลงกับเค้าได้บ้าง. ถ้าหากไม่บ้าจ่ายออกไปขนาดนั่น คิดว่าในวันนี้ อย่างน้อยๆ ต้องมี ออลโซลิต ไม้หน้า อะดีออเร๊กซ์ ไม้หลังมาดากัสก้า มาอยู่ในอ้อมกอดแน่นอน

บทความชิ้นนี้จึงอยากให้มือกีตาร์อย่างเราๆ ท่านๆ. ได้ตระหนักว่า. จริงอยู่เราเองก็อยากใช้ของดีกับกีตาร์เรา แต่ทว่า ในปีๆ เดือนๆ เราได้ขึ้นเวที เรามีงานโชว์ที่รับรายได้เข้ามา บ้างหรือไม่ หรือที่จริงเราเป็นเพียงมือกีตาร์ฝึกหัดที่จับ F ก็ยังบอด. หรือท้ายที่สุดแค่จะมีสายเอาไว้เพื่อประคองคอกีตาร์ในคลังแสงเท่านั้นเอง

ถ้าแบบนี้แล้ว เราจะไปหาสายแพงๆ ยี่ห้อดังมาใช้เพื่อ? ...

จึงขอให้หยุดก่อน. แล้วคิดตามผมซักนิดครับ. ว่าจริงอยู่เราต้องเล่นต้องฝึกต้องซ้อม. แต่ทว่าสิ่งที่ใช้นั้นมันของจริง จ่ายจริงล้วนๆ

ลองคิดถึงนึกนักแม่นปืนนะครับ. เค้าซ้อมไม่ได้เอาแม่น แต่เพื่อฝึกจังหวะการหายใจ ฝึกการเหนี่ยวไกให้ใจนิ่ง ด้วยลูกซ้อมที่ราคาถูกๆ เอาไว้วันเก็บตัวก่อนลงแข่งน่านแหละค่อยจัดลูกจริงชนิดเอาแม่นยำ เท่าไหร่เท่ากัน

มือกีตาร์เองก็เช่นกัน. ต้องคิดให้ได้ว่าทุกครั้งที่กดนิ้วลงไปนั้นคือค่าใช้จ่ายที่คิดเป็นรายชั่วโมง มันคือการเสื่อมถอยของสายกีตาร์รวมถึงอุปกรณ์ประกอบ.

ถึงเวลาหรือยังที่จะออกไปมองหาสายซ้อมเพื่อฝึกทักษะให้ความทรงจำฝังไว้ที่นิ้ว. แล้วเก็บสายจริงเอาใช้เพื่อโชว์ครั้งสำคัญ เพื่อแสดงจิตวิญญาณถ่ายทอดความรู้สึกกับให้ผู้ฟัง.

โดยหวังเพียงความหวั่นไหวกระเพื่อมไปทั้งหัวใจของใคร. ที่หวังใจเอาไว้ นั้นก็เพียงพอแล้ว.

แล้วพบกันในตอนจบของ เศรษฐศาสตร์กีตาร์ ครับผม

เศรษฐศาสตร์กีตาร์ ตอนที่ 2 จุดคุ้มทุน (ตอนที่หนึ่ง)เคลือบ หรือ ธรรมดาได้มีโอกาศฟังโอวาทสอนบ่าวสาวคู่หนึ่งเมื่อไม่นานมานี...
08/05/2016

เศรษฐศาสตร์กีตาร์

ตอนที่ 2 จุดคุ้มทุน (ตอนที่หนึ่ง)

เคลือบ หรือ ธรรมดา

ได้มีโอกาศฟังโอวาทสอนบ่าวสาวคู่หนึ่งเมื่อไม่นานมานี้ว่า “ผู้ชายมักจะมองเห็นทะเลกว้างใหญ่ ส่วนผู้หญิงจะมองเห็นปลาในทะเล จะเห็นได้ว่าแม้จะมองในทิศทางเดียวกัน หากแต่มีความเฉพาะด้านต่างกัน อาจจะนำมาซึ่งความขัดแย้งได้ ดังนั้นเจ้าบ่าวจึงควรนำภาพรวมมาปรึกษา ขอมุมมองรายละเอียดจากภรรยา ครอบครัวจึงจะก้าวหน้าและเกิดผล

จากโอวาทที่ผ่านตาไปแล้วนั้น สามารถที่จะประยุกต์ใช้ได้หลากหลายบริบทเลยทีเดียว ทำให้คิดย้อนไปในสมัยวัยเด็กผมเคยได้ยินคำว่า “ใส้แห้ง“ กับกลุ่มศิลปิน ตั้งแต่ นักเขียน นักกวี จิตรกร แม้กระทั่งนักดนตรี ซึ่งก็จริงว่าความยากจนนั้นมาได้จากหลายสาเหตุ

ซึ่งหนึ่งในสาเหตุนั้นจะเป็นประเด็นที่เราจะมาคุยกันในสอง หรือสามบทต่อจากนี้ไป

สำหรับบทนี้เราจะมาพิจารณากันเรื่องต้นทุนแอบแฝง ที่หากลงรายละเอียดลึกๆ ลงไปนั้นมันก็น่าตกใจอยู่ไม่น้อย เมื่อพบว่าหากเราเปลี่ยนสายกีตาร์ทุกๆ ไตรมาส (สามเดือน) เป็นเวลาสามปี จะมีค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นจำนวนเท่าไหร่

หนึ่งปีมีสี่ไตรมาส ดังนั้น สามปีจึงเท่ากับ สิบสองไตรมาส. สายราคา 500X12=6,000 บาท

ค่าสายกีตาร์สามารถซื้อโปร่งท๊อปโซลิดเกรดดีๆ หรือโปร่งไฟฟ้าเกรดปานกลางกันเลยทีเดียว แต่อย่าพึ่งตกใจกันไปผมยังมีเรื่องที่น่าตกใจกว่านั้นอีกเยอะครับ กรุณาตามมาติดๆ

เพราะท้องตลาดสายกีตาร์ในบ้านเรานั้นปัจจุบันไม่มีตลาดล่างครับ มันเริ่มกันที่ระดับกลางกันเลย
เอิ่ม.. ว่าจะไปพูดแล้ว แต่ก็นะ คือสายต้นทุนต่ำบ้านเรามีขายครับแต่สำหรับผมแล้วขอไม่นับดีกว่า คือน่าไปวางขายรวมๆ กับราวตากผ้าจะเหมาะสมกว่า (เอาว่าจบนะ)

ทีนี้เราก็มีให้เลือกสองแบบหลักๆ คือ ชนิดเคลือบและชนิดธรรมดา ความต่างไม่ได้มีแค่เสียงกับความทนทานเท่านั้น ยังมีเรื่องปลีกย่อยลงมาอีก เรามาดูสายเคลือบกันก่อน

สายเคลือบนั้นมีราคาตั้งแต่ 420-660 บาท ขึ้นอยู่กับยี่ก้อ และการตัดราคากันของร้านค้าปลีก

ข้อดีมีมากมาย ดูแลง่าย สวยงามไม่ดำเร็ว และที่เรารู้สึกว่าทนทานก็เพราะมันไม่ดำนี่แหละ แต่ในความเป็นจริงโลหะทุกชนิดใด เมื่อเราออกแรงดึงมันก็จะยืดออก พอเราปล่อยมันก็จะหดเข้าสภาพเดิม แต่ถ้าเราดึงยืดออกไปเรื่อยๆ เมื่อถึงจุดๆ หนึ่ง มันจะเสียรูปและไม่สามารถหดกลับมาได้อีกแล้ว

สายกีตาร์ก็เช่นกัน เมื่อรับโหลด (ภาระ) ต้องสั่นสะเทือนยิ่งมากเข้าก็จะเกิดอาการล้า นานเข้าการคืนตัวหรือสปริงก็น้อยลง และนี่คือสาเหตุของอาการสายดับ และเพี้ยนในที่สุด (แต่ดีดก็ดังนะ) นี่คือคำตอบว่าทำมัยหว่านี่เราก็กดตามเค้าทุกเส้นทุกช่องทำมัยเสียงไม่ได้เว้ สุดท้ายท้อใจแขวนกีตาร์ซะง้าน

ส่วน สายธรรมดานี่ก็ใช่ย่อย โดยมากแล้วไปไม่ถึง70 ชั่วโมง ส่วนใหญ่ไปไม่ถึงอาการล้าด้วยซ้ำ เพราะสนิมกินจนขาดแต่ถ้าหากจะลากกันไปให้ถึง ก็ต้องลงทุนเพิ่มครับคือน้ำยาเช็ดสาย ซึ่งก็มีตั้งแต่หลักร้อยถึงหลายร้อยเช่นกัน แต่ก็อาจจะช่วยแค่ให้สายเงางามเฉยๆ ก็เป็นได้

เพราะการเช็ดสายหากไม่รู้หลักวิธีใช้น้ำยา ท่านจะลูบแค่ด้านหน้า ส่วนด้านล่างนั้นเช็ดไม่ถึง. และแล้วสนิมก็มา สิ่งที่ตามมานั้น น่าสยองยิ่ง ลองคิดถึงสายสนิมที่สากราวกระดาษทราย บดบี้ไปกับเฟร๊ตที่มีราคาค่าซ่อมราวๆ 800-1500.บาท เท่านั้นยังไม่พอเมื่อกดสายลงไป สิ่งที่รองรับนิ้วเราเอาไว้คือไม้ฟิงเกอร์บอร์ดที่เงินจำนวนหลักพันต้องหมดไปกับการเลาะไม้ที่เป็นหลุมเป็นบ่อออกไปแล้วหาไม้ใหม่ใส่กลับคืน

เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้แล้วเราก็พอจะเห็นตรงกันได้ว่า หากเรามุ่งจะฝึกซ้อม มุ่งจะทำตามฝันของเรา โดยละเลยจุดเล็กๆ น้อยๆ อย่างนี้ต่อไปคงไม่ดีแน่ จึงอย่าแปลกใจว่าตอนเล่นแรกๆทำมัยมีคนสนใจ แต่พอนานไปเหตุใดคนรอบข้างถุงชักท้อๆ ส่วนหนึ่งก็คงมาจากค่าใช้จ่ายยิบย่อย จนหยิบยืมโดยที่เราไม่ทันสังเกตนี่เอง

คราวหน้าเราจะมาคุยเรื่อง จุดคุ้มทุนในนิยามของวิชาเศรษฐศาสตร์ กันนะครับวันนี้ขอลาไปก่อน

02/05/2016

เศรษฐศาสตร์กีตาร์

ตอนที่ 1 เรื่องของสายกีตาร์

ดีมานท์ หรือ มายา

ผมไม่ได้เชี่ยวชาญ เรื่องเศรษฐศาสตร์ จะว่าไปแล้วแทบไม่รู้เรื่องเลยด้วยซ้ำ แต่ที่ต้องจั่วหัวไว้แบบนี้เพราะเกิดความรู้สึกว่าแท้ที่จริงแล้วเรากำลังถูกหลอกด้วยภาพมายา หรือมันเป็นความต้องการแท้จริง

ความรู้สึกนี้มันเกิดขึ้นในวันที่กำลังเปลี่ยนสายกีตาร์ ก็มีเสียงลอยลมดังมาว่า.

“ จะเปลี่ยนทำมัย ชุดนี้ก็พึ่งเปลี่ยนไปต้นเดือนที่แล้วนี่เอง“

คือมันก็จริงแหละครับ เพราะสายกีตาร์นั้นไม่ว่าจะเก่าแต่ใหนถ้าไม่ขาดไปซะก่อน ดีดอย่างไรมันก็ดัง. แต่ก็นี่แหละครับปัญหา คือไอ่ดังอะมันก็ใช่ แต่มันดังแบบไหนนี่แหละประเด็น

ก่อนจะเข้าประเด็นผมมีเรื่องเล่าให้ฟัง ในสมัยยังกระทงน้อยรุ่นวัยกระเตาะ ก็เอากีตาร์ไปฉิ่งฉับทัวร์ท้ายรถตามปรกติ แต่เล่นไปได้ซักพักก็เกิดอาการ “วุฒิศักดิ์ (แป๊ะ)“ . ทันทีที่สายขาดคนรอบๆ ข้างก็ทำหน้าตาตื่นตระหนก. เหมือนพบเจอเหตุอาเพทอะไรซักอย่าง.

คือผมว่ามือกีตาร์ส่วนใหญ่ก็เฉยๆ นะเพราะรู้ว่าต่อได้. แต่ถ้าสายที่เหลือยาวไม่ถึงก็ยังมีสำรอง. แต่ก็น่านแหละคนในวงท้ายรถคงคิดว่าแพงแน่ๆ ถึงได้ทำหน้าตากันแบบนั้น (หรือคิดว่าเป็นลางบอกเหตุก็ไม่ทราบได ้555) แต่เหตุการณ์ก็ผ่านไปแค่ใส่สายใหม่แล้วบรรเลงต่อจนจบทริป

ที่นี้ประเด็นของสายกีตาร์เก่าที่มันยังดีดดังนี่แหละปัญหา. คือเรื่องนี้มันก็อธิบายยากอยู่ซักหน่อย. เพราะอาจจะมีแต่มือกีตาร์เท่านั้นที่เข้าใจ. อาการมันจะคล้ายๆ กับเล่นกีตาร์คอบิด หรือคอโก่ง ที่แม้จะตั้งสายตรงแล้วก็ตาม พอเรากดคอร์ดอะไรซักคอร์ด แล้วกรีดสาย ปรากฏว่า เสียงที่ได้มันไม่ใช่ อย่างที่มันควรจะเป็น นี่ยังไม่นับพวกประกายยิบยับหรือว่าหางเสียงก็แปลกๆ แถมสัมผัสมันก็ไม่ได้. สรุปคือยิ่งเล่นยิ่งหงุดหงิด. แม้คนฟังจะรู้สึกว่าเพราะก็ตามที (คือ. มันไม่ได้อ๊ะ ข๊าววจั๊ย?)

ทั้งหมดนี้อาจจะเป็นเพราะ มายาคติ หรือแปลว่าคิดมากไปเอง. (อยากได้ของใหม่สายเก่ามันดำ) ถ้าสงสัยแบบนี้ก็อย่าได้รอช้า เราต้องถามหาหลักการกันก่อนว่าจริงๆ แล้วมันเกิดอะไรขึ้นกันดีกว่า

ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจกับ “วงจรชีวิตของสายกีตาร์“ นั้นมันเป็นอย่างไร ก็แน่นอนครับมีหลายเว๊บ หลากตำราที่บอกตรงกันแทบทุกครั้งว่า สายนั้นมีอายุอยู่ที่ 70 ชั่วโมงการเล่น คือประมาณ สามเดือนครับ (2 ชั่วโมงต่อวัน)

ซึ่งในสามเดือนนี้จะเกิดปรากฏการ ที่แบ่งเป็นได้สามระยะคือ

ระยะบูตส์เบส ในช่วงนี้จะสังเกตุได้ว่าตั้งสายไม่ค่อยจะอยู่ เพราะทั้งสายทั้งคอ มันก็ยืดไปย้วยมา ต้องรอจนคอนิ่งและสายกีตาร์ได้ที่ เสียงเบสถึงจะมาเต็ม. ตรงนี้ใช้เวลาสามถึงสี่วันทำการครับ

ระยะ ขึ้นเวที ในช่วงนี้สายกีตาร์จะแสดงประสิทธิ์ภาพสูงสุด หากกีตาร์ได้ไม้ดีๆ ทำและปรับจูนอย่างเหมาะสม บอกได้เลยครับว่าการโชว์ครั้งนั้นจะฟินสุดๆ

ระยะสุดท้าย. การเข้าสู่ช่วงนี้เร็วหรือช้าอยู่ที่การดูแลรักษาครับ ถ้าเช็ดด้วยน้ำยาที่ถูกต้องก็จะมาถึงช้าหน่อย ถ้าผ้าแห้งเช็ดหรือไม่ทำอะไรเลย สนิมก็มาไวสายก็เสื่อมเร็ว. วิธีตรวจวัดก็ไม่ยาก แค่ดีดสายเปล่า แล้วกดช่องที่ห้า (สายสามเท่านั้นช่องสี่) ถ้าเสียงเท่ากัน หรือจอของเครื่องตั้งสายเป็นสีเขียวทั้งสายเปิดอละช่องที่ห้า แปลว่าสายยังใช้การได้ดีครับ

แต่กระนั้นก็ตามสายบางยี่ห้อต่อให้ทำดี และใส่ใจดูแลแค่ไหนมันก็จากไปภายในเวลาแค่สองอาทิตย์เท่านั้น (แด๋วว่างๆ เล่าให้ฟัง)

เอาหละครับเมื่อมาถึงตรงนี้ เราก็พอจะได้แนวทางนะครับว่าการเปลี่ยนสายนั้นมันมีความจำเป็น และเหตุผลของตัวมันเอง ไม่ใช่แค่ภาพมายาหรือความอยากได้สายใหม่มาประดับกีตาร์เท่านั้น

ตอนหน้าเราจะมาคุยเรื่องจุดคุ้มทุนครับ

ฟิสิกส์ของ... กีตาร์ (ตอนที่ 8)เรื่อง สมมติฐาน การพัฒนาการของไม้หน้า ตอนที่ 4 เข้าป่ากันได้ทิ้งท้ายไว้ในบทที่ 7 แล้วหายไ...
01/05/2016

ฟิสิกส์ของ... กีตาร์ (ตอนที่ 8)
เรื่อง สมมติฐาน การพัฒนาการของไม้หน้า

ตอนที่ 4 เข้าป่ากัน

ได้ทิ้งท้ายไว้ในบทที่ 7 แล้วหายไปร่วมๆ ครึ่งปี วันนี้ขอกลับมาเขียนต่อเพราะหลายท่านหลังไมค์มาบอกว่ารอนานแล้วนะท่าน.. โอเครครับ เรามาต่อกันดีกว่า

ก่อนอื่นขอทบทวนซักนิดว่า เสียงกีตาร์นั้นมีการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาแน่นอน. แต่เหตุผลที่ได้ก็คือการขยับตัว (พ้นรันอิน) ของไม้และกาวที่ยึดประสานเอาไว้ ทำให้อย่างน้อยๆ เสียงก็ใสขึ้นเพราะเศษกาวและเสี้ยนไม้บางส่วนหลุดออก และหรือ สิ่งที่ขัดขวางการสั่นสะเทือนได้ถูกกำจัดออกไป ทำให้ปลดปล่อยความถี่ได้อย่างที่ควรจะเป็น

ในชั้นต่อมาเราก็ทราบอีกว่าเมื่อพ้นรันอินแล้ว เสียงกีตาร์ก็จะเปลี่ยนไปตามการถ่ายเทความชื้นที่กระทำกับไม้หน้าและโครงสร้างด้านในจนกระทั่งกีตาร์ถึงจุดสมดุลย์กับสภาพอากาศ ซึ่งปรกติทั้งสองกระบวนการนี้จะใช้เวลาราวๆ สองปีหรือช้ากว่านั้นหากเล่นไม่ถึงสองชั่วโมงต่อวัน

เอาหละจากจุดสมดุลย์ตรงนี้ ก็จะเข้าสู่โหมดที่เรียกว่า “การพัฒนาของไม้หน้า“ ซึ่งนักกีตาร์และช่างชั้นครูหลายท่านบอกว่ามีจริง แต่สำหรับผมนั้นมันต้องมีหลักฐานทางวิทย์รองรับปรากฏการนี้ด้วย.

เรื่องนี้ทำให้ต้องพาผู้อ่านทุกท่านย้อนกลับเข้าไปในป่าเพื่อหาคำตอบกัน. แต่ก่อนจะเข้าไปนั้น เราต้องมาทำความเข้าใจกันเรื่องป่ากันซักหน่อย. ว่าแบ่งออกเป็นสองโซนใหญ่ นั้นคือชายป่า และป่าลึก ซึ่งไม้ที่ได้จะแตกต่างกันดังนี้

-- ไม้ชายป่านั้นจะต้องสู้กับความเกรี้ยวกราดของสภาพอากาศที่วิ่งผ่านทุ่งหญ้าโล่งๆ ก่อนแล้วปะทะเข้าตรงๆกับต้นไม้. บริเวณนั้น หากอากาศแห้งก็จะเกิดไฟป่า หากฝนตกน้ำมากรากไม้ก็ขาดอากาศเพราะน้ำท่วม

ต้นไม้เองก็ไม่ต่างจากสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ที่สามารถ “ป่วย“ ได้เช่นกัน หากต้องมาเจอสภาพแวดล้อมที่เลวร้าย และแน่นอน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะถูกบันทึกเอาไว้ภายในเนื้อไม้ด้วยเช่นกัน. โดยจะปรากฏเป็นเส้นสายลายมลทินต่างๆ สีออกกระดำกระด่างไม่เรียบเสมอกัน.

และแน่นอนคำถามต้องผุดขึ้นมาว่า
มันมีผลต่อเสียงกีตาร์หรือไม่. ผมก็บอกได้เลยว่า "ไม่ใช่"
ไม้โครงด้านในต่างหากที่มีผลกับเสียง.
แต่ถ้าถามว่ามีผลต่อความเสถียรของเสียงเมื่อเวลาผ่านไปหรือไม่
ผมตอบเลยว่า "ใช่"
เพราะมลทิลต่างๆ เหล่านี้ทำให้ไม้คายความชื้นไม่เสมอกันทั่วแผ่นไม้หน้า. ยิ่งเวลาผ่านไป ความแกร่งความยืดหยุนของไม้ก็ไม่สม่ำเสมอกัน. ผลที่ตามมาก็คือมันจะกลายเป็นกีตาร์อีกตัวมี่มีแนวโน้มจะเลวร้ายกว่าวันที่ซื้อมาจากร้าน

เราจึงต้องกลับไปดูภาษิตโบราณที่กล่าวไว้ว่า “ไม้งามย่อมอยู่ในป่าลึก“ เพราะไม้เหล่านี้นั้น ถูกปกคลุมและป้องกันสภาพอากาศจากไม้ชายป่าเป็นอย่างดี เค้าจึงโตมาแบบสบายๆ สิ่งที่ต้องห่วงมีเรื่องเดียวเท่านั้นคือปรากฏการ “การแข่งขัน“ เพราะความรกทึบของป่าทำให้ต้องแข่งกันโตแข่งกันสูงเพื่อรับแสงอาทิตย์. ทำให้มีกิ่งก้านสาขาน้อย เนื่องจากต้องขยายเส้นรอบวงให้รองรับน้ำหนักตามความสูงอีกด้วย. เราจึงได้ไม้ที่อวบใหญ่และค่อนข้างตรง. เนื้อไม้ที่ได้ก็เรียบนวลสม่ำเสมอกันทั่วทั้งแผ่น

คำถามก็มีมาอีกแล้วว่า เสียงหละดีหรือไม่ อันนี้ตอบแบบไม่ต้องคิดว่าดีแน่นอน ....... อ่าวแล้วไม้เบรสซิ่งหละใหนว่ามีผลมากกว่าไม้หน้างัยหละ

เรื่องนี้อธิบายได้ง่ายมากครับ. คือของไม่ดีแล้วเอามาซ่อมให้ดี ยังงัยมันก็สู้ของดีแต่กำเหนิดไม่ได้ครับ. อีกอย่างหนึ่งไม้โครงด้านใน (เบรสซิ่ง) นั้นแท้ที่จริงคือเครื่องปรุงครับ ถ้าวัตถุดิบดีก็ใส่น้อย ถ้าแย่ก็ใส่เยอะ ตอนอยู่ในปากอาจจะไม่แตกต่างแต่พอลงท้องไปแล้ว พักเดียววิ่งเข้าห้องน้ำเป็นทิวแถว เอาหละครับหวังว่าพอจะเห็นภาพคร่าวๆ กันแล้วนะครับเรื่องความแตกต่างของไม้ทั้งสองชนิด

มาถึงตรงนี้แล้วถือว่าเราได้ก้าวไปอีกขั้นหนึ่งที่รู้ถึงเรื่องของมวล เรื่องของโครงสร้าง และที่มาของวัตถุดิบอันมีผลต่อเสียงกีตาร์. แต่ทว่าเราก็ยังไม่ได้คำตอบว่า การพัฒนาการของไม้หน้ามีจริงหรือไม่.

คราวหน้าผมคงต้องพาเข้าห้องแลป แล้วมาส่องกล้อง จุลทรรศน์หาคำตอบในเรื่องนี้กัน

ที่อยู่

Bangkok

เบอร์โทรศัพท์

0844405498

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ GuitarSingผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง GuitarSing:

แชร์