Jasmine James Gold plated and platinum plated luxury and new style jewelry High grade gold plated and platinum plated jewelry with variety of prices but good quality.

You will surely be impressed by our products and offers. We guarantee our products qualities. Don't hesitate to order by now. Promotions are waiting for you and it's not valid for long. Please feel free to leave your comment(s), I will answer you shortly.

12/11/2015

จะไปทำธุระตั้งแต่12.00-17.30นะคะ อาจจะไม่ได้ตอบนะคะ แต่ทักมาได้ค่ะ จองไว้ก่อนเลย เดี๋ยวมาไล่ตอบ ให้สิทธ์คนจองก่อนนะคะ

ปล.สินค้าทุกชิ้นคุณภาพดีค่ะ ขึ้นห้างได้เลย ไม่ใช่ของตลาดนัดแน่นอน พลอยทับทิม มรกต นิล เขียวส่อง ฯลฯเป็นของจริงค่ะ ประดับzirconia เพิ่มความสวยงาม

11/11/2015

ด่วนมาก พลาดไม่ได้
ต่างหูทุกแบบคู่ละ 79
เข็มกลัดอันละ 99
จี้อันละ 199
แหวนวงละ 299
สร้อยเส้นละ 299
สร้อยข้อเท้าเส้นละ 199
กำไลวงละ 399
พลอยแท้เดี่ยวๆอันละ 499
เซตละ 699

!!! ซื้อครบ 999 ส่งฟรี !!!

ค่าส่งชิ้นละ 59 บาท รวมส่งได้ค่ะ ซื้อหลายชิ้นค่าส่ง59เหมือนเดิม
โอนเงินที่โอนเงินได้ที่
ธนาคารกรุงเทพ บัญชีกระแสรายวัน ชื่อบัญชี นายกิตติ ฉัตรวิริยะเจริญ เลขที่บัญชี 176-300-6275 แจ้งก่อนโอนนะคะ หลังโอนแล้วระบุ
1ยอดโอน...เวลา....สินค้าที่สั่ง และ จำนวน
3.ชื่อ-ที่อยู่
4.ชื่อเฟสบุคที่ใช้
5 post slip การโอน (optional) ถ้าpost ตรวจสอบได้เร็ว ก็ส่งเร็วค่ะ
เมื่อแจ้งแล้วโปรดรอการตอบกลับ
หมดแล้วหมดเลยนะคะ

07/05/2015

Promotion in May!!
ซื้อสินค้าราคาปกติ รับสิทธิ์แลกซื้อชิ้นถัดไป ลด50%
จากราคาปกติ ตั้งแต่วันนี้ถึง 31พฤษภาคม 2558นี้เท่านั้น

30/03/2013

ใครว่าอยู่เมืองนอก (ญี่ปุ่น) สบาย 2
โดย นิติภูมิ นวรัตน์ บรรยาย ณ พุทธสถานปฐมอโศก วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๔๔
วัฏจักรโลก : รุ่งเรือง และ พินาศ

ผมเพิ่งกลับจากญี่ปุ่น ไปที่ญี่ปุ่นงานหนักมาก ตื่นประมาณ ตี ๕ เดินทางวันละ ๙๐๐ กว่ากิโล การเดินทางขนาดนี้และมีประชุมทุกวัน ที่เป็นไปได้เพราะรถไฟญี่ปุ่นเร็วมาก ชินคันเซ็น วิ่ง ๒๔๐ กม.ต่อชั่วโมง รถไฟบ้านเราวิ่ง ๑๐๐ กว่ากิโลก็หูชาแล้ว ธุรกิจของเขาจึงไปได้ไว เพราะโครงสร้างพื้นฐานดีเช่น รถไฟ และอีกอย่างหนึ่ง คือ เขาไม่นิยมใช้รถส่วนตัว

ผู้คนจอแจในย่านธุรกิจ
ไปญี่ปุ่นคราวนี้ เห็นว่า ในอนาคตญี่ปุ่นคงไม่ได้เป็นประเทศมหาอำนาจแล้ว เพราะเดี๋ยวนี้ คนเขาเปลี่ยนไป ถ้าย้อนหลัง เมื่อครั้ง หลังสงครามโลก จะเห็นคนญี่ปุ่น ขยันและมีวินัย แต่ญี่ปุ่นเดี๋ยวนี้ เปลี่ยนแปลงมาก เมื่อ ๒ ปีที่แล้ว ผมบังเอิญ มีโอกาส ได้ไปประชุม และเดินทาง จากกรุงโตเกียว ไปโอซากา จากโอซากาไปฟูกูโอกะ และไปอีกหลายเมือง ก็แปลกใจ เริ่มสังเกต เห็นว่า ตามสถานีรถไฟ คนเริ่มนอนกล่อง ถ้ามองภาพพจน์ญี่ปุ่น เราจะเห็นภาพ ความมั่นคง ทางเศรษฐกิจ คนเขาขยัน เงินเดือนมาก คนตกงานคงจะไม่มี แต่ในความเป็นจริง คนญี่ปุ่นจำนวนเยอะมาก ไม่มีบ้านอยู่ ต้องไปนอนตามกล่อง กล่องแบบที่ใส่โทรทัศน์ ตู้เย็นนี่แหละ เอามาต่อๆ กัน แล้วก็นอน ตามถนน ข้างทางรถไฟ

คนไม่มีบ้าน
ตามสวนสาธารณะ มีเต็นท์เต็มไปหมด คนเริ่มมาอยู่เต็นท์ เมื่อ 2 ปีที่แล้ว คิดว่าเหตุการณ์นี้ คงจะเป็นชั่วคราว แต่ปรากฏว่า คราวนี้ ยังเห็น สภาพเดิมอยู่ ทราบว่าคนตกงาน เพิ่มมากขึ้นทุกวัน จะเห็นว่า การพัฒนาประเทศ ไปในทางอุตสาหกรรม มุ่งแต่การส่ง ออกอย่างเดียว โดยที่ไม่ให้คน ช่วยเหลือตนเองได้ เป็นการพัฒนาที่ผิด แม้แต่ญี่ปุ่น ซึ่งถือว่าประสบ ความสำเร็จมากที่สุด ก็ยังมีคน ตกงาน คนไม่มีบ้านอยู คนไม่มีอาหารจะกิน ตั้งมากมาย

แต่พอไปพม่า ศรีลังกา ซึ่งไม่มีจุดมุ่งหมายส่งออก กลับเป็นประเทศที่ไม่มีคนต้องนอนกล่อง ไม่มีคนต้องนอนเต็นท์ ทั้งๆ ที่ไม่ได้เป็น ประเทศ ที่ร่ำรวย แต่เขาทำงาน เพื่อให้มีกินครบ 3 มื้อ ได้มีชีวิตความเป็นอยู่ สุขสบาย กลับเป็นประเทศที่ ไปได้เรื่อยๆ และไปรอด

Salaryman นอนพักด้วยความเหนื่อยอ่อน
คนญี่ปุ่นที่ว่าประสบความสำเร็จ มีเงินทองมากมาย ก็ใช่ว่าจะมีความสุข เช้าขึ้นมา ต้องตื่นนอนประมาณตี ๕ รีบไปสถานีรถไฟ ประมาณ ๖-๗ โมงเช้า ต้องนั่งรถไฟ เพราะคนอยู่ในเมืองไม่ได้ คนต้องไปอยู่ห่างออกไป ๒๐๐-๓๐๐ กิโลเมตร อยู่ไกลๆ เพราะในเมืองเป็นย่านธุรกิจ ค่าใช้จ่ายแพงมาก และต้องทำงาน หามรุ่งหามค่ำ ไปถึงก็ทำงานทันที

พอเลิกงานประมาณ ๕ โมงเย็น ไม่มีใครได้กลับบ้าน เพราะเป็นประเพณีญี่ปุ่นว่า หลังจากเลิกงานแล้ว เจ้านายบ้าง เพื่อนบ้าง จะต้องพากันไป ดื่มเหล้าต่อ น้อยคนมาก ที่ไม่ถูกบังคับ ให้ไปดื่มเหล้า บางคนอยากจะกลับบ้าน ไปดูลูก ไปหาภรรยา ก็ทำไม่ได้ เพราะระบบ อาวุโสสูงมาก ถ้าเจ้านายไป ลูกน้องต้องตามไป ไปนั่งสัปหงก ไปนั่งดื่ม จนกระทั่งเมา บรรยากาศ ประมาณ ๕ ทุ่ม เที่ยงคืน ของสถานีรถไฟต่างๆ ในกรุงโตเกียว จะเห็นว่า เขาต้องจ้างคน และคนเหล่านี้ ไม่ใส่รองเท้า มีหน้าที่..ขออนุญาต ใช้คำหยาบคำหนึ่ง มีหน้าที่ถีบ หรือยันคน ให้เข้าไปอยู่ ในรถไฟ เพราะใกล้ๆ จะเที่ยงคืน จะเป็นรถไฟ เที่ยวสุดท้าย แล้วคนจะต้อง รีบขึ้นรถไฟ กลับบ้านให้ได้ บ้านอยู่ห่าง ๒๐๐-๓๐๐ กิโล ต้องเดินทางประมาณ ๑ ชั่วโมง หรือ ประมาณครึ่งชั่วโมง

Salaryman เมานอนข้างถนน
ในสภาพเมา คนแต่งสูท อาเจียนเต็มไปหมด นั่นก็เมา นี่ก็อาเจียน โน่นก็นอน ถ้าขึ้นรถไฟไม่ทัน ไม่มีทางกลับบ้านได้เลย เพราะแท็กซี่ จะแพงมาก นั่งแท็กซี่ ในกรุงโตเกียว นั่งปั๊บก็ ๖๖๐ เยน จะ ๑ เมตร ๒ เมตร ก็ ๖๖๐ เยน แล้ว ๑๐๐ เยน ประมาณ ๓๖ บาท คนไหน ถ้าขึ้นรถไฟไม่ได้ จะนอนตามสถานีรถไฟทันที เมานอนเละเทะ ไปตรงนั้นเลย สภาพสังคมเปลี่ยนไปมาก

อยากจะถามว่า นี่เป็นความสุขอย่างไรหรือ คนไทยเวลาเจอญี่ปุ่น ก็ไหว้ใหญ่ บอกท่านประสบ ความสำเร็จเหลือเกิน ทางด้านเศรษฐกิจ ท่านส่งสินค้าออก เราใช้มิตซูบิชิ ใช้โตชิบา แต่ในความเป็นจริงนั้น หาความสุข ไม่ได้เลย คนลาว พม่า ศรีลังกา ยังมีความสุข มากกว่า คนที่อยู่ในอุตรประเทศ ในประเทศอินเดียนั้น ยังมีความสุข มากกว่าเสียอีก

พอกลับไปถึงบ้านเที่ยงคืนหรือตี ๑ ร่างกายชักจะไม่ไหวแล้ว ก็ต้องนอน เช้าขึ้นมาก็รีบลุกไปทำงาน วนเวียนไปอย่างนี้ เกิดมาชาติหนึ่ง ทำได้แค่นี้เอง

หลายคนในบ้านเรา พยายามจะนำพาประเทศไปในแบบนั้น ทุกวันคนพูดถึง การส่งออก ต้องส่งออกไอ้นั่น ต้องส่งออกไอ้นี่ คุยด้านนั้น ด้านเดียว ผมว่าเป็นเรื่องไม่น่า จะถูกต้องเท่าไหร่ ทางที่ดี น่าจะสอน คนของเรา ให้ทำงานเลี้ยงตัวเอง และ เลี้ยงครอบครัว มีอาหารกิน ครบ ๓ มื้อ ๒ มื้อก็แล้วแต่ ให้มีความสุข อยู่ในสภาพของเรา

ญี่ปุ่นเดี๋ยวนี้ ถ้าเป็นเด็กอย่างน้องๆ นักเรียนสัมมาสิกขาทั้งหลายนี่ ไม่มีผมสีดำ อย่างนี้หรอก คนญี่ปุ่นเป็นพันธุ์ มองโกลอยด์ เหมือนกับ พวกเรา ผมจะดำแบบเดียวกับเรา ผิวจะเหลือง แต่วันนี้ ไม่มีใคร ใช้ผมดำ ทุกคนต้องย้อมหมด แล้วย้อม เป็นสีแปลกๆ อายุ ๑๒-๑๓ เริ่มย้อมกันแล้ว เป็นสีเหลือง ก็เหลืองทั้งหัว แดงก็แดงทั้งหัว เขียวก็เขียวทั้งหัว จะย้อมอย่างนี้ ทั้งประเทศ บางคนไม่ย้อมธรรมดา บนหัวบางทีแบ่งเป็น ๔ ซีก กระจุกนี้แดง กระจุกนี้เขียว กระจุกนี้เหลือง เป็นอย่างนี้จริงๆ

เดี๋ยวนี้เด็กญี่ปุ่นจะชอบร้องเพลงร็อค แต่งตัวก็ต้องโป๊… ต้องเปิดสะดือทุกคน คนไหนถ้าไม่เปิดสะดือ คงไม่กล้าเดินตามท้องถนน เพราะถือว่าเป็นพวกเชยมาก อยากถามว่าความสุขอยูตรงไหน

กิจกรรมในวันหยุดที่ Harajuku
เด็กวัยรุนญี่ปุ่นคลั่งนักร้องมาก เมื่อ ๒ ปีที่แล้ว มีนักร้องยอดนิยมคนหนึ่งเสียชีวิตด้วยการฆ่าตัวตาย ก่อนจะตายมีประกาศใหญ่โต ให้ เหตุผลในการฆ่าตัวตายว่า "ข้าพเจ้าประสบความสำเร็จสูงสุดแล้ว ดังนั้น ข้าพเจ้าขอตาย" แล้วพอฆ่าตัวตาย เด็กๆ อีกเป็นร้อยคน อายุขนาดนักเรียนสัมมาสิกขานี่แหละ ก็ฆ่าตัวตาย ไม่รู้ จะตามไปฟังเพลงกันต่อในนรกขุมไหน วันที่ทำพิธีฝังศพ คนเป็นแสนๆ คน วัยรุ่นไปกันทั้งประเทศ ตำรวจก็กลัวว่าจะมีคนฆ่าตัวตายตามไป เอาเครื่องบินมาตระเวนรอบงาน ถึงกระนั้นก็ป้องกันไม่ได้ มีคนฆ่าตัวตาย ตามไปอีกมากมาย

สังคมญี่ปุ่นแปลกมาก เมื่อ ๒ ปีที่แล้ว มีเด็ก ๑๒ ขวบ กับ ๑๔ หรือ ๑๗ ผมจำไม่ได้ เป็นเด็กนักเรียน ไปฆ่าคนแก่ตาย (คำว่าผู้ สูงอายุ ในญี่ปุ่น คือ อายุ ๖๕ ปีขึ้นไป จะไม่ให้ทำงาน ทั้งประเทศ ตอนนี้มีประมาณ ๒๑ ล้านคน ในจำนวนประชากร ประมาณ ๑๒๗ ล้านคน ผู้ สูงอายุ จะรับเงินเดือน เป็นเงินบำนาญ เพราะในระหว่างทำงาน เขาจะเอาเงินเดือนครึ่งหนึ่ง เป็นค่าประกัน) เด็ก ๒ คน ไปฆ่าคนแก่ ถูกตำรวจจับ

พอถูกจับ แทนที่จะสำนึกผิด กลับบอกว่า ข้าพเจ้าทั้งสองคือฮีโร หนังสือพิมพ์ถาม ทำไมคิดว่าตนเองเป็นวีรบุรุษ เขาบอกว่าเป็นฮีโร ที่ฆ่าคนแก่เพราะคนแก่อยู่ไปก็ไร้ ประโยชน์ ทำงานก็ไม่ได้ทำ จึงเป็นแฟชั่นอยู่พักหนึ่ง คือ ไล่ฆ่าคนแก่ นี่เป็นสังคมอะไรกัน นี่คือ สังคมญี่ปุ่น ที่เราพยายาม จะวิ่งตาม และถ้าเราวิ่งตาม ไปสร้างโน่นสร้างนี่ วันหนึ่งสังคมเราจะเป็นอย่างนี้

ในปีนี้คงได้ยินข่าว เด็กญี่ปุ่นทะเลาะกัน เด็กในโรงเรียนแท้ ๆ ทะเลาะกันเสร็จแล้วฆ่า ฆ่าแล้วยังไม่พอ ตัดหัวเอาไปปักหน้าโรงเรียน เด็กมาโรงเรียนเจอหน้า...เอ๊ะ เพื่อนนี่ ปีที่แล้วปีเดียว คนญี่ปุ่นฆ่าตัวตาย ๓๗,๐๐๐ กว่าคน เราพยายาม จะวิ่งตามเขาไป อยากจะให้ วิ่งกลับมา

โลกจะเปลี่ยนไป ในอนาคต ญี่ปุ่นคงไม่ใช่มหาอำนาจแล้ว เพราะคนญี่ปุ่น เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยทำงาน ถ้าเป็นเด็กรุ่นใหม่ เขาฉีกไปอีกด้านหนึ่ง มีการสำรวจ เด็กรุ่นใหม่ ระดับมัธยม ถามว่าโตขึ้นอยากจะเป็นอะไร ผลปรากฏว่า อันดับ ๑ คือ ทั้งหญิงชาย อยากจะเป็นคนขับ รถบรรทุก ส่งของ ไม่มีใครอยากเป็นหมอ วิศวกร โดยให้เหตุผลว่า การขับรถส่งของ เป็นการได้เที่ยวไปเรื่อยๆ ไม่ต้องมีภาระ วันไหนอยากจะหยุด ก็ได้หยุด แต่ถ้าระบบจ้างงาน แบบเดิม พอทำไปแล้ว จะหยุดก็ต้องเป็นไปตามวันหยุด มนุษย์เรา มีธรรมชาติว่า ถ้าทนไมไหว ก็จะฉีกออก ไปอีกแนวหนึ่ง

30/03/2013

ส่วนมากเราจะรู้แง่ดีของญี่ปุ่นเยอะ แต่ละคนประสบการ์ณไม่เหมือนกัน บางคนก็เจออะไร ๆ ไม่ดีจากประเทศนี้ อย่างน้อยก็ทำให้เราได้ความรู้ใหม่ ๆ ใครว่าอยู่เมืองนอก (ญี่ปุ่น) สบาย เป็นความคิดเห็นของ "คนไทย" ที่ไปใช้ชีวิตอยู่ในประเทศญี่ปุ่นบางส่วน บางคนอยู่เพราะแต่งงานกับคนญี่ปุ่น บางคนเป็นนักศึกษาที่ต้องไปใช้ชีวิตในญี่ปุ่น ซึ่งทุกความคิดเห็นนั้นเป็นประสบการณ์ที่บุคคลเหล่านี้ได้ไปใช้ชีวิตที่นั้นและได้เขียนบอกเล่าถึงปัญหาต่าง ๆ ที่ได้พบเมื่อต้องจากบ้านเกิดเมืองนอนไปอยู่ถึงญี่ปุ่น ซึ่งแตกต่างทั้งวัฒนธรรม ความเป็นอยู่ ภาษา และเรื่องของสังคม จึงได้นำมาเพื่อให้เป็นวิทยาทานแก่ผู้ที่อาจจะต้องไปอยู่ที่ญี่ปุ่น และจะได้เตรียมตัว (เตรียมใจ) อย่างถูกต้อง ... ไม่ได้บอกว่าคนญี่ปุ่นผิด หรือคนไทยถูก เพราะเรื่องของการใช้ชีวิต และวัฒนธรรมของแต่ละประเทศนั้นต่างกัน .. ดังนั้นจึงโปรดใช้วิจารณญานในการอ่านนะคะ... ^_^

1. บางทีก็ใจแคบกันจัง นั่งรถมา มีคุณยายแก่ ๆ ขึ้นมาก็ต้องยืนรอจนมันว่างถึงจะได้นั่ง ไม่มีใครลุกให้นั่ง เห็นแล้วคิดถึงเมืองไทย...

2. ไม่ชอบตรงที่ ในรถไฟ เค้าไม่ลุกให้ คนแก่ ๆ เด็ก ๆ หญิง หรือคนแบกของเยอะ ๆ นั่งอ่ะ แล้วพอผมลุกให้นั่งทีไร ก็ชอบหันมามอง ชักหลัง ๆ เริ่มชินเลยหันไปมองคนมองตอบแล้วชูสองนิ้ว 5 5 5 นี่ล่ะคนไทยเฟร้ยยย

3. คนญี่ปุ่นจะบอกว่าอาหารอร่อยทุกอย่าง กินจนเผ็ดปากแดงเหงื่อตก Karai desu ka? (เผ็ดเหรอครับ) Iie, Oishii desu ne (ไม่คะ อร่อยดีคะ) ทั้ง ๆ ที่เผ็ดแต่ก็รักษามารยาทมาก จะฉุนก็ฉุน จะสงสารก็สงสาร ไม่รู้จะว่าไงเลยครับ

4. ไม่ชอบคนมันระเบียบเวอร์ไป ถนนไม่มีรถสักคัน ดึก ๆ หนาว ๆ จะข้ามถนนมันก็ห้ามให้รอสัญญานไฟ กรูจะแข็งตายแล้วว

5. ไม่ชอบที่ให้สูบบุหรี่ในที่สาธารณะ ในรถ ขนาดมีเด็กนั่งก็ยังสูบ

6. ไม่ชอบ (ตัวเอง) เวลาอยู่ที่ญี่ปุ่น ทำไมไฟฟ้าสถิตย์มันแปร้บบบๆ ง่ายจริง ๆ เวลาเปิดประตูรถ ประตูบ้าน จะหวาดเสียวมาก ว่ามันจะ แปร้บ ๆ รึปล่าว ทุกวันนี้ ใช้ชายแขนเสื้อ เอามือซ่อนไว้ข้างใน แล้วใช้เปิดประตูค่ะ แขนเสื้อดำมาก ๆ

7. ไม่ชอบประโยคภาคบังคับ แบบ "ฮือ อร่อยจัง" "ไว้วันหลัง เรามาทำขนมนี้ด้วยกันนะ" "วันหลังมาเที่ยวบ้านฉันนะ" แบบที่เป็นความรู้สึกจริงๆ ก็มี แต่แบบพูดโดยมารยาท วันหลังที่ว่านั้น ไม่มีจริง ก็เยอะ ตอนมาญี่ปุ่นใหม่ ๆ แยกแยะไม่ออก นึกว่าเขาพูดจากใจจริง ตอนนี้เก่งขึ้นเริ่มแยกออกนิดหน่อย เลยรู้สึกว่า ประโยคแบบที่พูดไปงั้นเอง บางทีก็ทำให้เดาใจกันยากจัง

8. พริกหยวกสีแดง เหลือง แพง อยากกินสลัด ต้องตัดใจซื้อแบบครึ่งๆ 109 เยน แต่ก็ยังแพงงง

9. บรรดาผักทั้งหลาย หน้าหนาวโคตรแพง

10. นมถั่วเหลือง ก็แพง เมืองไทย 5 บาทเอง แถมเครื่องเพียบ

11. หน้าหนาวตัวคันคะเยอ เพราะผิวแห้ง

12. หน้าร้อน ร้อนมากก แต่ไอติมอร่อย

13. ค่าตั๋วหนังแพงจริงด้วย เกือบ 700 บาท ฮ่วย!!

14. ทางด่วนยิ่งแพง

15. หาที่จอดจักรยานตามสถานียาก เพราะถ้าไม่จ่ายแบบรายเดือนก็จะเจอใบเตือน

16. อาหารและขนมอร่อยทำให้กินจนอ้วน

17. หาที่กดน้ำตามชักโครกยาก ในกรณีไม่ได้เป็นแบบปุ่มโยกอ่ะค่ะ

18. ไม่ชอบเท่าไรเวลาข้ามถนนตามไฟเขียว แล้วต้องระวังรถอีกฝั่งที่จะเลี้ยวมาตอนเราข้ามได้

19. จอดรถซี๊ซั๊ว ตามที่จอดรถส่วนตัวของชาวบ้านไม่ได้อ่ะ แหะ ๆ

20. เมื่อแม่บ้านเจอหน้ากันเมื่อไหร่ เป็นต้องเม้าท์แตก ไม้จิ้มฟันยันเรือรบ ยูเป็นคนต่างชาติเหรอ ..ฟังเฉย ๆ แล้วกัน

21. ตราบใดที่เราไม่เอ่ยปากถามอะไรเขาก็จะไม่หันมาคุยด้วย ถ้าเรารำคาญเรื่องที่เขาเม้าท์กัน ก็ต้องชวนคุยเรื่องละครเกาหลี ยิ่งพระเอก ของ ฟุยุโนะโซนาตะ (winter love song) ล่ะก็ ถูกใจแม่บ้านยิ่งนัก (ที่ญี่ปุ่นคลั่ง เป ยอง จุน หรือ ยงซะมะ กันมาก)

22. หน้าหนาวญี่ปุ่นทนได้ แต่หน้าร้อนนี่สุดๆๆ เหงื่อออกตลอดเวลา สิวขึ้นหลังเต็มไปหมดเลย เมืองไทยก็ร้อนแต่ไม่เคยเป็นแบบนี้

23. ไม่ชอบคนญี่ปุ่นที่ไม่ค่อยจะพูดอะไรตรงๆ ไม่ชอบระบบการทำงานแบบญี่ปุ่น ที่ต้องทำเป็นเคร่งเครียดตลอดเวลา แม้ว่าจะทำงานเสร็จแล้ว ก็ต้องทำเป็นยุ่งอะไรกันตลอด

24. สาวยุ่นบางนางน่ารักเกินไป

25. ไม่ชอบที่ข้าวขาหมูหากินยาก

26. หน้าร้อนโครตร้อน

27. หน้าหนาวโครตหนาว
28. แผ่นดินไหวบ่อย ๆ

29. น้ำในโอฟุโระ ลงแช่กันทั้งบ้าน (ทุกวันนี้ยังทำใจไม่ได้)

30. เดี๋ยวมีคาฟุนโช อีก ตอนนี้เริ่มฮัดเช้ย ๆ ๆ ละ (** คุฟุนโช ภาษาไทยคือ ไข้ละอองฟาง (Allergic Rhintis) เป็นปฏิกิริยาต่อสารที่เป็นละอองในอากาศ เช่น เกสรดอกไม้ เชื้อรา ซึ่งถูกสูดดมผ่านทางปากหรือจมูก ซึ่งทำให้มีอาการหายใจเสียงดัง คัดจมูก น้ำมูกไหล มีน้ำมูก น้ำลายมาก ตาแฉะ แสบร้อน คอแห้ง บางครั้งอาจจะมีเป็นช่วง ๆ ของฤดู สาเหตุเกิดจากเกสรดอกไม้ เชื้อรา เราจึงมักเรียกว่า ไข้ละอองฟาง คนญี่ปุ่นมักจะเป็นกันมากช่วงฤดูใบไม้ผลิค่ะ ไปใหนมาใหนจึงจะเห็นแต่คนใส่ผ้าปิดจมูกกัน เราก็เริ่มเป็นละตอนนี้ ออกนอกบ้านทีไร กลับเข้ามาจามฮั๊ดเช้ย ๆ ๆ ทุกที น้ำมูกใส ๆ เช็ดจนจมูกแดงเลย)

31. มีแต่คนไม่ใส่เสื้อผ้า (ที่ออนเซ็น)

32. พาหมาไปเดินเล่นนอกบ้าน ถ้ามันเกิดอึ๊ขึ้นมา ต้องโกยอึ๊มันกลับบ้านด้วย....ยี้... (จะแกล้งทำหมกเม็ดเอาใบไม้มาปิดไว้ก็ไม่ได้ )

33. รถถูก แต่ค่าทางด่วนโครตแพง

34. กะเทียม (ญี่ปุ่น) หัวละ 198 เยน กรี๊ดดดด....ทำใจไม่ได้

35. เรื่องตะเกียบก้อโดน ดอกใหญ่ ตอนนั้นกำลังเม้าเต็มที่เรื่องสนุกด้วย กลับโดนเบรคจังๆว่า ห้ามพูดโดนถือตะเกียบอยู่ เสียมารยาทด้วยใบหน้าที่ไม่พอใจของเขา ทำให้เราหมดอารมณ์ไปเลย

36. เรื่องตรงต่อเวลา นี่โดนหนักสุด แบบว่ามาสายกว่าที่นัดไว้ (จะไปกินข้าวกัน) แต่ระหว่างเดินทางก้อส่งเสจเสจไปบอกแล้ว เกินไปห้านาที พอเขา (สนิทกันตั้งแต่เมืองไทย จึงแสดงออกกันตรงๆ) เห็นหน้าเรา ก้อทำนิ่งเลย ไม่พูดจา ทำเย็นชา และไม่พูดกับเราเป็นอาทิตย์เลยละ เขาว่าที่นี่เรื่องเวลา การนัดหมาย พูดคำไหนต้องเปนคำนั้น จะสายเกินหนึ่งหรือสองนาที ก้อถือว่าคุณไม่รักษาคำพูดแล้ว บางคนถึงขนาดเลิกคบกันเพราะนัดแล้วไม่เคยมาทันเวลานัด เรานี่ก้อยอมรับว่ามันไม่ดี แต่มันรุนแรงมากเลยในสายตาเขา แต่ในบ้านเราแค่เกินสามนาทีห้านาที และส่งเมสเสจทางโทรแล้ว ก้อยอม ๆ กัน เป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ

37. ไม่ชอบความหนาวเลยเพราะไปใหนแต่ละทีต้องใส่เสื้อผ้าหลาย ๆ ชั้นแล้วก็หนา ๆ เวลาเข้าห้างทีต้องถอดแล้วถือเกะกะไปหมด

38. รักความเป็นส่วนตัวสุด ๆ ของส่วนตัวของใครก้อของ ๆ คนนั้น เช่น คอม เสื้อผ้า กล้อง เครื่องเล่นเพลงพกพา อย่าได้พยายามไปแตะเลยเดี๋ยวมีปัญหา ยกเว้นว่าเขาตั้งใจจะซื้อของมากินมาใช้ด้วยกันหรือให้ยืม ที่คบ ๆ มา เจอคนที่มีนิสัยมาแบ่งกันกินกันใช้แบบคนไทยน้อย และเขาแบ่งให้เรา เราก้อไม่รู้ว่าเขาคิดยังไง

39. สังคมกับเพื่อนชาวญี่ปุ่นที่ค่อนข้างเป็นสังคมปิดพอสมควร สังคมสังกัดกลุ่ม มหาลัยเดียวกัน บริษัทเดียวกันอะไรทำนองนั้น และถึงจะเป็นกลุ่มสังกัดเดียวกันเข้าหาเขาบ่อยเพียงใด เขาก็ยังมองเราเป็นเพื่อนแบบไกโกกุจิน มากกว่าเพื่อนแบบนิฮองจิน สังเกตจากมารยาท ความรู้สึกที่คุยกับเรา บางครั้งนะ แบบชื่นชมโอเวอร์ ตื่นเต้นจนรู้สึกว่านี่แกจริงใจหรือแสร้งชมกันนะ แต่กับเพื่อนญี่ปุ่นนี่พูดกันคนละแบบ ซึ่งให้ความรู้สึก ความสนิทสนมในจิตใจต่างกับเพื่อนๆที่เมืองไทยเราพอสมควร

40. ประหยัดกันสุดฤทธิ์ คนที่นี้ (บางคน) ยอมกินราเมงทุกวัน อยู่ห้องเล็ก ๆ แคบ ๆ แต่พอออกนอกบ้าน she จะใส่แต่ของแบรนแนม ตั้งแต่หัวจรดเท้า เราก็เลยเข้าใจแล้วว่า มันเอาตังค์ไปทำอะไร เชื่อเขาเลย

41. เวลาทานข้าวบนโต๊ะอาหาร หากส่วนไหนที่ไม่ทาน จะคีบใส่จานของเขา ๆ (แฟน) จะพูดว่า Just leave it. เค้าว่าเสียมารยาทที่เราจะเที่ยวคีบของที่เราไม่กินไปใส่จานคนอื่น ....บ้านอื่นเป็นกันมั้ยคะ

42. เวลาเผลอตัว มือจับตะเกียบอยู่แล้วฝอยเรื่องอะไรอยู่ ก็จะทำมือทำไม้ (ทั้ง ๆ ที่ตะเกียบอยู่ในมือ) คนข้างตัวของดิฉันก็จะบอกว่า ให้วางตะเกียบให้เรียบร้อยเสียก่อน อย่าถือตะเกียบชี้ไปชี้มา มันอันตราย...บ้านอื่นเป็นมั้ยคะ

43. เวลาดิฉันเรียงจาน-ชามอาหาร ถ้วยซุปต้องอยู่ทางขวามือเสมอ หากเรียงผิด ก็คนข้างตัวเนี่ยแหล่ะ ที่ต้องมาพร่ำสอน ทั้ง ๆ พ่อแม่ไม่ว่าอะไรสักคำ บ่นมาก ๆ เข้าดิฉันก็บอกให้ช่วยหุบปากเหมือนกัน ฟังมากขี้หูไหลค่ะ....บ้านอื่นเป็นกันมั้ยคะ

44. ส่วนเรื่องของใช้ส่วนตัว หากแม่เห็นกางเกงในของดิฉันขาดกะรุ่งกะริ่ง แม่ก็จะรีบเอามาเย็บให้ แม่ว่าอย่าให้พ่อเห็นเชียวนะ...เดี๋ยวถูกเอ็ด เป็นลูกผู้หญิงใส่กางเกงในขาด ๆ ไม่งาม...บ้านอื่นเป็นกันมั้ยคะ

45. ไม่ชอบ ไปดูหนังก็แพง แม้จะมีเลดี้เดย์ก็เหอะ แต่ก็พันเยน หนังก็เข้าช้า หนังอินดี้หาดูตามโรงยาก ไม่มีลิโด้แบบบ้านเรา

46. ไม่ชอบ ตรงที่ ซื้อของในซุปป้า (ซุปเปอร์มาร์เก็ต) แล้วต้องใส่ถุงเอง (ขี้เกียจ อิอิ)

47. ไม่ชอบ ตรงที่ ชอบชมว่า คาวาอี้ๆๆๆๆๆ ตอนเจอกันครั้งแรก รู้สึกเหมือนโดนโกหก ตอนแรกได้ยินก็ดีใจแต่ตอนหลังเห็นคนหน้าเห่ยมาก โดนชมว่าคาวาอี้ๆๆ ก็เลยรู้สึกว่า เค้าชมเราไปอย่างนั้นแหละ

48. ไม่ชอบ ความหนาวค่ะ มันหน๊าว หนาวจนรู้สึกโกรธแค้นว่าทำให้ต้องให้เรามาเจออะไรอย่างนี้ด้วย เมื่อไหร่มันจะจบสิ้น เสื้อโค้ทก็หน๊า หนา จนปวดหลัง ปีนึงสำหรับคนขี้หนาวอย่างเรา ตั้งแต่เดือนตุลา ถึง กุมภา ห้าเดือนก็เกือบครึ่งปีแล้ว

49. ไม่ชอบ ที่รถบัสไม่สะดวกเหมือนรถเมล์ไทย ถึงจะตรงเวลาก็เหอะ แต่ชั่วโมงนึงมีสอง สามคันงี้ แถมไม่เข้าถึงทุกซอกซอยทำให้ต้องเดินไกล ๆ จะนั่งแท็กซี่ก็แพง

50. เก็บความรู้สึกมากไปจน เรียกว่าเก็บกด

51. ไม่ชอบ ที่เข้าไปร้านอาหาร อย่างน้อยก็ต้องสั่งอะไรสักอย่าง จะไปนั่งแจม ๆ กับเพื่อนอย่างเดียวไม่ได้ หรือเช่นไปกับเพื่อนสั่งอย่างเดียวก็ไม่ได้ และก็เอาขนม หรือของกินไปกินในร้านก็ไม่ได้ ไม่รู้จะเข้มงวดอะไรกันนักหนา

52. ไม่ชอบตรงที่ ว่าเวลาไปบ้านคนญี่ปุ่นเนี่ย เราจะต้องอยู่ตรงนั้นที่เดียวตลอดเวลาทั้ง ๆ ที่สนิทกันแล้ว เช่นบ้านพ่อแม่สามีก็เหมือนกันเราว่ามันอึดอัดนะ ถ้าบ้านคนไทยเนี่ยถ้าสนิทกันแล้ว เราสามารถเดินเล่นในบ้านได้แบบสนิทใจ จะนั้งท่าไหนนอนท่าไหนก็ได้ หรือจะนอนคุยกัน ทำไรกินกัน ไงก็ได้ แต่ที่นี่ ต้องนั่งเฉพาะที่รับแขกเท่านั้น เดินไปเดินมาก็ลำบาก ต้องทำตัวสงบนิ่ง อีกอย่าง

53. คนญี่ปุ่นเห่ออะไร ๆ ที่เป็นฝรั่งจังเลยเพื่อนที่เรียนภาษาญี่ปุ่นด้วยกัน ถ้าเป็นชาวตะวันตกจะได้รับความสนใจมาก จนน่าเบื่อค่ะ ทำไมต้องบ้าเห่อขนาดนั้น บางทีนักเรียนมาใหม่ที่เป็นฝรั่ง ก็มารุมคุยด้วย บางทีการสนทนาก็เป็นเรื่องดูออกว่าเห่อฝรั่ง ไปเที่ยวบ้านอาจาร์ยกับเพื่อนฝรั่ง เรื่องที่คุยก็ประมาณว่า ไวน์ประเทศนั้นประเทศนี้อร๊อย อร่อย ฉันชอบกินเสต็ก ฉันเคยไป ยุโรป อเมริกา ฉันชอบแอลเอ วันนี้คุยกันเรื่องซึนามิ ฝรั่งกะญี่ปุ่นคุยกันต่อหน้าเราว่า บ้านฉันบริจาคให้ไทยนะ ญี่ปุ่นก็พูดว่าเค้าบริจาคเยอะนะ คิดดูสิเราคนไทยนะมาพูดเรืองบริจาคต่อหน้าเรามันแม่ง ๆ นะ คนญี่ปุ่นเห็นฝรั่งเป็นพระเจ้ามั้ง

54. ไม่ชอบมากๆๆๆๆๆๆ เลยคือ คนที่นี่บางคนปากกับใจไม่ตรงกันค่ะ

55. คนญี่ปุ่นหลาย ๆ คนที่ไม่ชอบเอเชียประเทศอื่น ๆ มักจะยกตนข่มคนเอเชียอื่น ๆ อย่างรุนแรง ทั้ง ๆ ที่จริงไม่ได้ความภาษาอังกฤษยังพูดออกมาไม่ได้เลยแต่ชอบอวดเบ่ง

56. ปากเหม็นค่ะ ไม่รู้ทำไมคนชาตินี้หาวในรถไฟทีเหม็นกันเป็นไมล์ ๆ เลย สงสัยตอนเช้า ๆ รีบ ๆ มาทำงานไม่ได้ล้างหน้าแปรงฟัน

57. สูบบุหรี่ในทุก ๆ ที่ แต่พยายามกินอาหารที่มีประโยชน์ทดแทนเผื่อไม่ตาย.....ไม่รู้เอาเอาอะไรคิดค่ะ เลิกสูบกันไปได้แล้วววววว ประเทศอื่น ๆ เค้าแอนตี้กันแล้วววววว

58. ไม่ชอบ ห้างปิดเร็ว สองทุ่มก็ปิดแล้ว

59. บางคนฟันเรียงกันเหมือนข้าวโพดคะ (เหมือนเฉพาะสีนะคะ) เวลาจุ๊บ ๆ ก็ เออ...

60. เวลาเราไปต่างประเทศ เพื่อนคนญี่ปุ่นถามเราว่าเธอพูดภาษาอังกฤษได้เหรอ เหอ ๆ งง เลยคะ เขาชอบคิดว่าสำเนียงภาษาอังกฤษของเขาเลิศที่สุดน่ะคะ แต่พอคุยกับฝรั่งเราก็ต้องแปลให้อีกต่อทุกที .. ให้มันได้หยั่งงี้ซิ

เครดิตjapankiku.com

BIG PROMOTION !!! ลดเหลือเพียง 220 บาทเท่านั้น เพียงอาทิตย์เดียว ถึง 11 มีนานี้เท่านั้น
04/03/2013

BIG PROMOTION !!!
ลดเหลือเพียง 220 บาทเท่านั้น เพียงอาทิตย์เดียว ถึง 11 มีนานี้เท่านั้น

สร้อย3กษัตริย์ ทอง เงิน นาก อย่างดีคุณภาพเยี่ยม ราคา 720 บาท

04/03/2013

SUPER PROMOTION !!!
ซื้อสินค้าครบ 2,500บาท รับส่วนลด 65%เมื่อซื้อสินค้าราคาปกติชิ้นต่อไป
ตั้งแต่วันนี้ถึง 15 เมษา ศกนี้

21/12/2012

ลดแล้วลดอีก แบบขาดทุนกันไปเลย ต้อนรับเทศกาลปีใหม่ ถึง7 มกราคม ศกหน้า เครื่องประดับทกชิ้นลด50% ยกเว้นสร้อยข้อเท้าดล10% ด่วนของมีจำนวนจำกัด หากสินค้าหมดคต้องขออภัย

08/12/2012

ตนเตือนตน ของตน ให้พ้นผิด
ตนเตือนจิต ตนได้ ใครจะเหมือน
ตนเตือนตน ไม่ได้ ใครจะเตือน
อย่าแชเชือน เตือนตน ให้พ้นภัย

29/11/2012

ต้อนรับเทศกาลปีใหม่ ถึง7 มกรา 56 เท่านั้น สินค้าทุกอย่างลด50%ยกเว้น collectionสร้อยข้อเท้า ลด 20% และผ้าผูกคอ เนคไท ลด 5%

01/11/2012
01/11/2012

มีไลน์ใหม่ค่ะ เป็นเนคไทและผ้าผูกคอ ผูกผม ผูกกระเป๋า นำเข้าตรงจากเกาหลี จำนวนจำกัด ราคาในช่วงแนะนำลดเป็นพิเศษพร้อมฟรัค่าจัดส่งมูลค่า 65 บาท

ที่อยู่

Bangkok
10400

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 22:00
อังคาร 09:00 - 22:00
พุธ 09:00 - 22:00
พฤหัสบดี 09:00 - 22:00
ศุกร์ 09:00 - 22:00
เสาร์ 09:00 - 22:00
อาทิตย์ 09:00 - 22:00

เบอร์โทรศัพท์

+6681-637-2778

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Jasmine Jamesผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Jasmine James:

แชร์