Librairie BAWA Librarian

27/05/2026

Barnes & Noble คือเชนร้านหนังสืออเมริกา ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นผู้นำเทรนด์ให้ร้านหนังสือทั่วโลกมีหน้าตาเหมือนที่เราคุ้นเคย จนเติบโตขยับขาย กลายเป็นเชนใหญ่ที่สุดในอเมริกามีสาขากว่า 700 แห่ง
แต่ในยุคที่โซเชียลมีเดียและคลิปสั้นเข้ามาครองใจ สูบเวลาและสมาธิผู้คนไปจนหมด แถมยังโดนตีกระหนาบจากการช้อปปิ้งทางออนไลน์ B&N กลับดูเหมือนหาที่ทางตัวเองในตลาดไม่เจอ โดนนักอ่านกับกลุ่มร้านหนังสืออิสระในประเทศตั้งแง่ใส่อย่างหนักจนบริษัทเริ่มถดถอย ในเวลาเพียง 8 ปี ต้องปิดสาขาเกือบ 150 แห่ง เลิกจ้างพนักงานเกือบ 2,000 คน เปลี่ยนตัว CEO ไป 5 ราย ผลประกอบการติดตัวแดงหลักร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐ และต้องประกาศขายกิจการในที่สุด
ตอนนั้นดูแทบไม่มีหวังที่ยักษ์หนังสือตัวนี้จะฟื้นกลับมาได้ ทว่าหลังเจ้าของเปลี่ยนมือ เปลี่ยนหัวเรือใหม่เป็นเจ้าของร้านหนังสืออิสระที่เข้าใจธุรกิจจริงๆ บริษัทก็เริ่มปรับแนวทางองค์กรทั้งหมด เปลี่ยนจากความพยายามต่อสู้รักษาความเป็นที่หนึ่ง มาเสนอตัวเป็นทางเลือกให้นักอ่าน จนผลประกอบการบริษัทเริ่มดีขึ้น กลับมาทำกำไรถึงปีละ 400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 12,000 ล้านบาท แถมได้เปิดสาขาเพิ่มในรอบ 5 ปี
พวกเขาใช้วิธีไหนถึงฟื้นกลับมาได้ และอุตสาหกรรมการอ่านในประเทศไทยจะมีหวังแบบเดียวกันไหม

ลิงก์อ่านบทความในคอมเมนต์

#ร้านหนังสือ

25/05/2026
25/05/2026
05/05/2026

เมื่อการอ่านไม่ได้อยู่ในแค่หน้ากระดาษ แต่คือการปลุกชีวิตชีวาให้ทั้งเมือง: บทเรียนและก้าวใหม่ในเทศกาล "Nongkhai Reading Week"

เรามักคุ้นเคยกับงานสัปดาห์หนังสือที่จัดขึ้นในฮอลล์ขนาดใหญ่ ศูนย์รวมสำนักพิมพ์และนักอ่านนับหมื่นชีวิต แต่งานหนังสือจะหน้าตาเป็นอย่างไร หากมันถูกออกแบบให้กลมกลืนไปกับวิถีชีวิต ลัดเลาะไปตามตรอกซอกซอย และตั้งคำถามกับความเป็นไปของเมืองที่เราอาศัยอยู่?
นี่คือสิ่งที่ Nongkhai & Friends ร่วมกับพันธมิตรมากมาย ตั้งแต่ TK Park อุทยานการเรียนรู้, Writer in Residence Thailand และ Faculty of Humanities, Kasetsart University ไปจนถึงกลุ่มนักขับเคลื่อนท้องถิ่น กำลังจะทำให้เกิดขึ้นในวันที่ 5-7 มิถุนายนนี้ กับงาน ‘สัปดาห์อ่านริมโขงหนองคาย ปีแรก มีอะไร?’ (Why and How: Nongkhai Reading Week?)
นี่ไม่ใช่แค่เทศกาลที่ชวนคนมาซื้อหรืออ่านหนังสือ แต่เป็นการใช้หนังสือและพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วเมืองเป็นสื่อกลางดึงผู้คนให้ออกมาพบปะกัน เชื่อมความสัมพันธ์ของคนในชุมชนที่เคยห่างเหิน และกระตุ้นให้คนหนองคายลุกขึ้นมาร่วมกันพูดคุยถึงทิศทางของเมือง เพื่อปลุกหนองคายที่เคยเงียบเหงาให้กลับมาคึกคัก และเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยที่จะขับเคลื่อนบ้านของเราให้เติบโตไปด้วยกัน
วันศุกร์ (5 มิ.ย.)
เริ่มต้นวันแรกของเทศกาลด้วยการเปิดตัวแผนที่ ‘ห้องสมุด ร้านหนังสือ ร้านเครื่องเขียนเก่า และมุมชวนอ่านทั่วจังหวัดหนองคาย’ ซึ่งมีให้พกติดตัวทั้งรูปแบบดิจิทัลและแบบกระดาษ โดยสามารถแวะไปรับได้ที่ห้องสมุดประชาชนจังหวัดหนองคาย (ตรงข้ามจวนผู้ว่าหลังเก่า)
ความสนุกของวันนี้คือบรรดาสถานที่ต่างๆ ในลิสต์แผนที่จะพร้อมใจกันจัดกิจกรรมในพื้นที่ของตัวเอง เราสามารถเลือกไปร่วมสนุกตามจุดต่างๆ ได้ตามความสนใจเลย
และระหว่างทางไปร่วมสนุกกับกิจกรรมต่าง ๆ เรายังสามารถแวะชมนิทรรศการกระดาษและเข้าร่วมขบวนเวิร์กชอปโดย ‘นิตยา เอื้ออารีวรกุล’ ศิลปินจากอุดรธานีได้ด้วย
นอกจากนี้ยังมีโปรแกรมคู่ขนานจากสำนักพิมพ์ทางไกลที่ทางผู้จัดขอเก็บชื่อไว้เป็นความลับก่อน โดยในวันศุกร์นี้พวกเขาจะพารถสีขาว ๆ ไปตั้งป้อมประจำการจัดกิจกรรมตลอดทั้งวันที่นาทิตคอฟฟี่แอนด์คราฟท์ให้เราได้ไปร่วมสนุกกัน
วันเสาร์ (6 มิ.ย.)
พอเข้าสู่วันเสาร์ กิจกรรมจะเริ่มต้นในช่วงเช้าด้วยการชวนทุกคนออกลัดเลาะไปตามจุดต่าง ๆ ในย่านเมืองเก่า ก่อนจะปิดท้ายช่วงเช้าด้วยการนั่งล้อมวงฟัง 'คุณตาสมัย' บอกเล่าเรื่องราวฉายภาพบรรยากาศแวดวงนักอ่านนักเขียนของหนองคายในวันวาน
พอตกบ่าย เราจะมาคุยเรื่องเมืองกันต่อกับกลุ่ม 'มาดีอีสาน' และ 'ReadCwrite' เครือข่ายที่ผ่านประสบการณ์การปลุกปั้นพื้นที่สร้างสรรค์ในจังหวัดอุดรธานีมาแล้วมากมาย
จากนั้นในช่วงบ่ายแก่ ๆ เราจะยกขบวนทั้งหมดไปที่ 'หนองคายแอนด์เฟรนส์' พื้นที่บ้านปะโค เพื่อเดินเล่นในตลาดเล็ก ๆ แต่เต็มไปด้วยสิ่งใหม่ ๆ ที่น่าสนใจ พร้อมร่วมฟังวงเสวนาที่ชวนคิดอย่าง ‘มุมหนังสือต่างอำเภอ: ทำไปใครอ่าน?’
ก่อนจะปิดท้ายวันกันด้วยการฟัง 'ลำกลอน' ที่อยากให้ทุกคนตั้งใจฟังจริง ๆ ในฐานะที่กลอนแต่ละเรื่องคือบทกวีหนึ่งหน่วย
วันอาทิตย์ (7 มิ.ย.)
วันสุดท้ายของเทศกาลเป็นวันเวิร์กชอปเบาๆ ชวนทุกคนกลับสู่โลกภายในกับกิจกรรม ‘อ่านเขียนเพื่อการเปลี่ยนแปลงภายใน’ เริ่มด้วย ‘บุ๊คคลับวารีรำลึก’ โดย หมออาชาน หยิบหนังสือ Is A River Alive มาล้อมวงเล่าให้พวกเราฟัง ต่อด้วยกิจกรรม ‘เดินเขียนริมโขง’ โดย Learning Field Studio จากขอนแก่น
นอกจากนี้ยังมี ‘นิทรรศการสีน้ำน้อยๆ’ จาก Worapol Singhsuk และ Merchandise พิเศษจาก The Plant Observer ให้เลือกชม รวมถึงมีการพบปะกับ เครือข่ายความหลากหลายทางเพศอีสาน เป็นการปิดท้ายวัน
งานนี้ไม่ได้จัดขึ้นเพื่อดึงดูดแค่คนนอกพื้นที่ แต่จัดขึ้นเพื่อให้คนหนองคายได้เห็นศักยภาพและความงามในบ้านของตัวเอง มาพบกันวันที่ 5-7 มิถุนายนนี้ ที่อำเภอเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย และมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างพื้นที่การเรียนรู้ที่เชื่อมโยงเราเข้ากับเมืองได้ที่ : https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLScvdNAx67k-faPIIWRk80wmgNZRcPOIRcbWaMAbGdnWUwqTzQ/viewform
ขอบคุณข้อมูลและภาพ : Nongkhai & Friends
#ลาวเด้อ #สัปดาห์อ่านริมโขงหนองคาย

04/05/2026

🏰 Making Living Lovely: Free Your Home with Creative Design

🫟 Russell Whitehead & Jordan Cluroe
🍀 หมวด Interior Design / Home Styling / Lifestyle
🍄 หนังสือนำเข้า ของแท้ มือหนึ่ง ปกแข็ง ภาพสีทั้งเล่ม งานพิมพ์ระดับพรีเมี่ยม

💰 ราคาต่างประเทศ 900–1,300 บาท (ไม่รวมส่ง)
❤️ วันนี้เหลือเพียง 599 บาท ❤️

✅ ส่งฟรี
✅ พร้อมส่งทันที
✅ แพ็คกันกระแทกอย่างดี
✅ เก็บเงินปลายทาง +20 บาท



บ้านสวย…ใครก็ทำได้
แต่บ้านที่ “มีรสนิยม” ต้องเริ่มจากวิธีคิด

Making Living Lovely ไม่ได้สอนให้คุณแต่งบ้านตามเทรนด์
แต่มันพาคุณไปไกลกว่านั้น—
สู่การสร้าง “พื้นที่ที่สะท้อนตัวตน”

นี่คือหนังสือที่นักออกแบบตัวจริงใช้เป็นแรงบันดาลใจ
เต็มไปด้วยภาพบ้านระดับพรีเมี่ยม
การใช้สี แสง และองค์ประกอบที่ “คิดมาแล้ว” ทุกมุม

จากพื้นที่ธรรมดา
กลายเป็นพื้นที่ที่มี “จังหวะ มีอารมณ์ และมีตัวตน”

คุณจะเริ่มมองบ้านไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป



🔥 จากราคาต่างประเทศหลักพัน
วันนี้คุณได้ในราคา 599 บาท

เล่มนี้ไม่ใช่ของที่ “ควรคิดนาน”
เพราะคนที่เข้าใจ…จะหยิบทันที

📌 หนังสือสายพรีเมี่ยมแบบนี้
ไม่ได้มีเข้ามาบ่อย

📌 พลาดรอบนี้ = ต้องไปซื้อราคาเต็ม

👉 ทักแชท “จองเล่มนี้” ได้เลย



#หนังสือแต่งบ้าน
#แต่งบ้านสไตล์ยุโรป
#สายพรีเมี่ยม #แต่งบ้านมีสไตล์
#ของมันต้องมี #แต่งบ้านระดับไฮเอนด์

🥰เราคือเพจขายหนังสือต่างประเทศที่ถูกที่สุด🥰

👇👇รายละเอียเพิ่มเติมใต้โพสต์นะคะ👇👇

26/04/2026

ที่อยู่

1803 Arun Ammarin 53-55
Bangkok
10700

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Librairie BAWAผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์