Unilever กลุ่มบริษัทยูนิลีเวอร์ในประเทศไทย

ยินดีต้อนรับ "เจนนี่" (JENNIE) ศิลปินระดับโลก ในฐานะ Global Brand Ambassador ของกลุ่มผลิตภัณฑ์บำรุงผิวกายของแบรนด์ วาสลี...
20/05/2026

ยินดีต้อนรับ "เจนนี่" (JENNIE) ศิลปินระดับโลก ในฐานะ Global Brand Ambassador ของกลุ่มผลิตภัณฑ์บำรุงผิวกายของแบรนด์ วาสลีน Vaseline อย่างเป็นทางการ

#ผิวโกลว์ใสสะท้อนแสง

เดินหน้าต่อ "ยูนิลีเวอร์ ลดช่วยไทย" ขยายเวลาลดราคาสินค้าจำเป็น ร่วมมือกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ลดภาระค่าครองช...
19/05/2026

เดินหน้าต่อ "ยูนิลีเวอร์ ลดช่วยไทย" ขยายเวลาลดราคาสินค้าจำเป็น ร่วมมือกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ลดภาระค่าครองชีพ พร้อมส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการรายย่อยทั่วประเทศ

ขอบคุณข่าวจาก ฐานเศรษฐกิจ

#ยูนิลีเวอร์ประเทศไทย #ยูนิลีเวอร์ลดช่วยไทย

ยูนิลีเวอร์ จับมือกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าต่อ “ลดช่วยไทย เฟส 2” ขยายเวลาจนถึงสิ้นเดือ....

ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย ร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย” สนับสนุนสินค้าราคาพิเศษ ลดภาระค่าครองชีพยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย ร่วมโครงการ...
13/05/2026

ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย ร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย” สนับสนุนสินค้าราคาพิเศษ ลดภาระค่าครองชีพ

ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย ร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระค่าครองชีพ : พาณิชย์รถพุ่มพวง ลดราคาช่วยประชาชน” กับกระทรวงพาณิชย์ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นในราคาพิเศษ ให้กับประชาชนทั่วประเทศ โดยเฉพาะในชุมชนและพื้นที่ห่างไกล โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิด และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เข้าร่วม เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ณ ทำเนียบรัฐบาล

ภายใต้โครงการนี้ ยูนิลีเวอร์นำผลิตภัณฑ์จำเป็นในชีวิตประจำวัน เช่น แชมพูซันซิล และผลิตภัณฑ์ล้างจานซันไลต์ เข้าร่วมจำหน่ายผ่านเครือข่ายรถพุ่มพวง ร้านค้าชุมชน และจุดจำหน่ายของไปรษณีย์ไทย ช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าคุณภาพได้สะดวกยิ่งขึ้น ในราคาพิเศษ พร้อมลดภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือนอย่างเป็นรูปธรรม

โครงการดำเนินการ 3 เดือน โดยระยะแรกระหว่างวันที่ 15 พฤษภาคม – 14 มิถุนายน 2569 ครอบคลุมสินค้าจำเป็น 14 รายการ ผ่านจุดจำหน่ายกว่า 4,800 จุดทั่วประเทศ ตั้งเป้าช่วยลดค่าครองชีพให้ประชาชนไม่น้อยกว่า 4 ล้านครัวเรือน

ณัฏฐิณี เนตรอำไพ ที่ปรึกษาอาวุโสด้านสื่อสารองค์กร องค์กรสัมพันธ์และความยั่งยืน กลุ่มบริษัท ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย กล่าวว่า “คนไทยใช้ผลิตภัณฑ์ของยูนิลีเวอร์โดยเฉลี่ยมากกว่า 3 ครั้งต่อวัน ทำให้เราเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของคนไทยมาเกือบศตวรรษ เราจึงมุ่งมั่นที่จะช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของผู้บริโภค ผ่านการทำให้สินค้าที่จำเป็นเข้าถึงได้ง่ายขึ้น การเข้าร่วมโครงการ ‘ไทยช่วยไทย’ ครั้งนี้สะท้อนความตั้งใจของเราในการเดินเคียงข้างสังคมไทย และร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน”

ความร่วมมือครั้งนี้ตอกย้ำบทบาทของยูนิลีเวอร์ ในฐานะพันธมิตรที่ร่วมสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมไทย ทั้งต่อผู้บริโภค ชุมชน และเศรษฐกิจในระยะยาว

#ไทยช่วยไทย #ยูนิลีเวอร์ประเทศไทย

เมื่อผู้บริโภคไม่เหมือนเดิมทุกชั่วโมง ธุรกิจก็ต้องเปลี่ยนเร็วขึ้นเช่นกัน⚡💡อ่านมุมมองการทรานส์ฟอร์มของ Unilever ที่ใช้ Da...
08/04/2026

เมื่อผู้บริโภคไม่เหมือนเดิมทุกชั่วโมง ธุรกิจก็ต้องเปลี่ยนเร็วขึ้นเช่นกัน⚡
💡อ่านมุมมองการทรานส์ฟอร์มของ Unilever ที่ใช้ Dara และ AI นำทาง ตั้งแต่การตลาดจนถึงการพัฒนาสินค้า ในบทสัมภาษณ์พิเศษ คุณนิดารัตน์ อุไรเลิศประเสริฐ ผู้อำนวยการกลยุทธ์การสื่อสารการตลาดและข้อมูล ของผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน และกลุ่มบริษัทยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย และเอเชีย กับ Brand Inside

#ยูนิลีเวอร์ประเทศไทย

ธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค หรือ ‘FMCG’ อาจเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ดู ‘นิ่ง’ ที่สุดในสายตาคนทั่วไป เพราะขายของใช้ในชีวิตประจำวัน ซ้ำๆ เดิมๆ อย่างผงซักฟอก หรือน้ำยาล้างจาน ที่คนต้องใช้ทุกวัน
แต่ในความเป็นจริง ธุรกิจนี้กำลังเผชิญความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายสิบปี เพราะผู้บริโภคไม่ได้เลือกสินค้าแบบเดิมอีกต่อไป ขณะเดียวกันพฤติกรรมการซื้อก็ไม่ได้เกิดขึ้นในที่เดียว ช่องทางเดียว หรือเหตุผลเดียวเหมือนในอดีต แต่กระจายไปตามช่วงเวลา แพลตฟอร์ม และความต้องการในช่วงเวลานั้นๆ ที่เปลี่ยนตลอดทั้งวัน
นี่เองคือจุดที่ ‘ดาต้า’ และ ‘AI’ เริ่มเข้ามามีบทบาทในฐานะเครื่องมือที่ช่วยให้แบรนด์ตามผู้บริโภคให้ทัน ซึ่งซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ
Brand Inside มีโอกาสสอบถาม ‘นิดารัตน์ อุไรเลิศประเสริฐ’ ผู้อำนวยการกลยุทธ์การสื่อสารการตลาดและข้อมูลของผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน และกลุ่มบริษัทยูนิลีเวอร์ และภูมิภาคเอเชีย แบบเอ็กคลูซีฟ เพื่อเข้าใจว่า บริษัท FMCG ระดับโลกกำลังปรับตัวกับความเปลี่ยนแปลงนี้อย่างไร
และสำหรับ Unilever การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้เกิดขึ้นในครั้งเดียว แต่ค่อยๆ ขยับผ่านหลายช่วงเวลา ตามพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนเร็วขึ้นเรื่อยๆ
[ การเปลี่ยนผ่านของ Unilever เกิดถี่ขึ้นตามโลกที่หมุนเร็วขึ้น ]
ตลอดระยะเวลา 8 ปีที่ ‘นิดารัตน์’ อยู่กับ Unilever เธอเล่าว่าการเปลี่ยนผ่านขององค์กรไม่ได้เกิดขึ้นครั้งเดียวแล้วจบ แต่เป็นการขยับเป็นเฟส และแต่ละเฟสก็สั้นลงเรื่อยๆ ตามความเร็วของโลกธุรกิจ
ช่วงแรกคือการตั้ง ‘ดิจิทัลฮับ’ ในวันที่องค์กรยังไม่มีทีมดิจิทัลอย่างจริงจัง เป้าหมายในตอนนั้นไม่ใช่แค่การสร้างทีมใหม่ แต่คือการทำให้ดิจิทัลเข้าไปอยู่ในวิธีคิด และวิธีทำงานของทั้งการตลาดและการขาย เพื่อให้ทุกคนสามารถทำงานบนโลกดิจิทัลได้จริง ไม่ใช่แค่ย้ายช่องทางจากออฟไลน์ไปออนไลน์เท่านั้น
แต่การมีดิจิทัลอย่างเดียวไม่พอ เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคเริ่มซับซ้อนขึ้น Unilever จึงขยับเข้าสู่ยุค ‘Data Driven Marketing’ หรือการตลาดที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะดาต้ากลายเป็นสิ่งที่ทุกทีมต้องอ่าน วิเคราะห์ และใช้ในการตัดสินใจด้วยตัวเอง ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่กับทีมรีพอร์ตอีกต่อไป
และเมื่อดาต้าเริ่มถูกใช้ในการตัดสินใจมากขึ้น คำถามต่อมาคือ จะใช้มันแค่ปลายน้ำ หรือดึงมันขึ้นมาตั้งแต่ต้นทาง สุดท้าย Unilever เลือกทางหลัง และเริ่มทำงานแบบ end-to-end ที่ใช้ดาต้าตั้งแต่ต้นน้ำ ตั้งแต่การหาอินไซต์ผู้บริโภค ไปจนถึงการพัฒนาสินค้า การออกแบบแคมเปญ และการวัดผล ตอนนั้นเอง ดาต้ากลายเป็นจุดเริ่มต้นของการคิดในทุกกระบวนการ
จนถึงจุดที่ดิจิทัลไม่ได้เป็นแค่ช่องทางสื่อสารอีกต่อไป แต่เริ่มสร้างรายได้จริง Unilever จึงต้องมองดิจิทัลเป็นธุรกิจเต็มรูปแบบ และขยับเข้าสู่ยุค ‘Digital Media and Commerce’ ที่โฟกัสเรื่องการขายผ่านช่องทางดิจิทัลอย่างจริงจัง ทั้งโซเชียลคอมเมิร์ซ และการไลฟ์ขายของ ซึ่งเปลี่ยนบทบาทของทีมการตลาดจากการสร้างแบรนด์เพียงอย่างเดียว ไปสู่การขับเคลื่อนยอดขายโดยตรง
อย่างไรก็ตาม สัญญาณสำคัญที่ทำให้ Unilever ต้องขยับอีกครั้งคือการพบว่า แม้ดาต้าจะช่วยให้ส่งโฆษณาไปหาคนได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย เช่น ส่งโฆษณาแม่และเด็กไปหาคนมีลูกได้แม่นยำ แต่ค่าการมีส่วนร่วม (engagement) กลับลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด
‘นิดารัตน์’ พบความจริงว่า ผู้บริโภคหนึ่งคนไม่ได้มีเพียงบทบาทเดียว แต่มีความต้องการที่เปลี่ยนไปตลอดทั้งวันตามแพลตฟอร์มที่เขาอยู่ หากแบรนด์ยังส่งโฆษณาแบบเดียวกันไปในทุกที่ ย่อมไม่สามารถดึงดูดใจได้อีกต่อไป
Unilever จึงต้องปรับตัว และเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุค ‘Social First’ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนวิธีคิดครั้งใหญ่ จากเดิมที่สร้างโฆษณาหนึ่งชิ้นแล้วกระจายไปหลายแพลตฟอร์ม กลายเป็นการสร้างคอนเทนต์เฉพาะสำหรับแต่ละแพลตฟอร์มตั้งแต่ต้น เพราะพฤติกรรมผู้บริโภคในแต่ละช่องทางแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง และไม่สามารถใช้คอนเทนต์แบบเดียวกันได้อีกต่อไป
ความเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ปริมาณงานเพิ่มขึ้นอย่างมาก และนี่เอง คือจุดที่ AI เข้ามามีบทบาทสำคัญ เพราะช่วยให้การผลิตคอนเทนต์จำนวนมากในระดับที่ต้อง “เทเลอร์” ให้แต่ละแพลตฟอร์มเป็นไปได้จริงในเชิงปฏิบัติ
[ FMCG กำลังเปลี่ยนจากการสร้างสินค้า ไปสู่การอ่านสัญญาณผู้บริโภค ]
แต่สิ่งที่น่าสนใจคือ เมื่อมองย้อนกลับไปในทุกเฟสของการเปลี่ยนแปลง ‘นิดารัตน์’ บอกว่า สิ่งที่เปลี่ยนลึกที่สุด ไม่ใช่เครื่องมือหรือเทคโนโลยีเลย แต่คือ “วิธีมองผู้บริโภค”
ในอดีต การแบ่งกลุ่มแบบเซกเมนต์ ตามอายุ เพศ หรือรายได้ เป็นวิธีที่ใช้ได้ผลในโลกที่พฤติกรรมผู้บริโภคค่อนข้างนิ่ง และคาดการณ์ได้ แต่ในปัจจุบัน ผู้บริโภคหนึ่งคนไม่ได้มีตัวตนแบบเดียวอีกต่อไป เพราะพฤติกรรมเปลี่ยนไปตามช่วงเวลาและบริบทที่ต่างกันในแต่ละวัน
คนคนเดียวกันอาจเริ่มต้นวันด้วยการดูข่าวเพื่ออัปเดตสถานการณ์ ช่วงกลางวันใช้ YouTube เพื่อหาความรู้หรือความบันเทิง และช่วงค่ำไถ TikTok เพื่อผ่อนคลายก่อนนอน ซึ่งแต่ละโมเมนต์มี ‘ความต้องการ’ ที่ต่างกันอย่างชัดเจน
นั่นทำให้ Unilever ต้องเปลี่ยนจากการมองคนแบบเซกเมนต์ ไปสู่การมองแบบ ‘โคฮอร์ท’ (cohort) ที่ยึดตามความสนใจ ไลฟ์สไตล์ และ passion point มากกว่าโครงสร้างประชากรศาสตร์แบบเดิม เพราะคำถามสำคัญไม่ใช่แค่ “เขาเป็นใคร” แต่คือ “ตอนนี้เขากำลังต้องการอะไร”
‘นิดารัตน์’ บอกว่า การเปลี่ยนมุมมองนี้ส่งผลต่อทั้งการทำการตลาด การสร้างคอนเทนต์ ไปจนถึงการพัฒนาสินค้า เพราะองค์กรต้องพร้อมตอบโจทย์ผู้บริโภคที่เปลี่ยนบทบาทของตัวเองได้ตลอดเวลา
[ ธุรกิจ FMCG กับการใช้ AI ]
เมื่อวิธีคิดเปลี่ยน วิธีทำงานก็เปลี่ยนตาม โดยเฉพาะในธุรกิจ FMCG ที่เดิมทีจะเริ่มจากการพัฒนาสินค้าแล้วค่อยหาตลาด แต่ในวันนี้ Unilever กลับด้านกระบวนการ โดยเริ่มจากการดูว่า “ดีมานด์กำลังเกิดขึ้นที่ไหน” แล้วค่อยพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์นั้น
เมื่อผู้บริโภคไม่ได้มีพฤติกรรมแบบเดียวอีกต่อไป การทำความเข้าใจคนในระดับนี้ก็ไม่สามารถใช้วิธีแบบเดิมได้อีกเช่นกัน นี่เองคือเหตุผลที่ดาต้า และ AI กลายเป็นเครื่องมือสำคัญ ซึ่งช่วยมองเห็นสัญญาณเหล่านี้ได้ชัดขึ้นและเร็วขึ้น
สิ่งที่เหมือนกันในทุกเคส คือ Unilever ไม่ได้เริ่มจากสินค้า แต่เริ่มจากสัญญาณเล็กๆ ของผู้บริโภคที่ข้อมูลช่วยดึงขึ้นมา
‘นิดารัตน์’ ยกตัวอย่างหนึ่งให้ Brand Inside ฟัง นั่นคือการพัฒนา ‘ผงซักฟอกซักด่วน’ ซึ่งไม่ได้เริ่มจากการตั้งโจทย์ผลิตภัณฑ์ แต่เริ่มจากการสังเกตว่า คำว่า ‘ด่วน’ ถูกค้นหาและพูดถึงมากขึ้นในหลายบริบท ทั้งการเดินทาง และการใช้ชีวิตประจำวัน
เมื่อรวมข้อมูลเหล่านี้เข้ากับพฤติกรรมอื่น เช่น การใช้ ‘ร้านสะดวกซัก’ (laundromat) ที่เพิ่มขึ้น หรือการเสพคอนเทนต์แบบเร่งความเร็ว อินไซต์จึงค่อยๆ ชัดขึ้นว่า ผู้บริโภคกำลังต้องการ ‘ความเร็ว’ ในชีวิตประจำวัน และพร้อมจะจ่ายเพื่อสิ่งนั้น
AI ยังช่วยแยกอินไซต์นี้ออกเป็นหลายกลุ่มย่อย ตั้งแต่คนที่ต้องซักผ้าตอนกลางคืน คนที่ออกกำลังกาย และต้องจัดการคราบเหงื่อ ไปจนถึงคนที่ต้องการประหยัดเวลาเพื่อไปทำอย่างอื่น ซึ่งแต่ละกลุ่มต้องใช้ทั้งสินค้า และการสื่อสารที่แตกต่างกัน
อีกตัวอย่างคือ ผลิตภัณฑ์ ‘ซันไลต์’ ที่การพัฒนาสูตรไม่ได้ยึดแค่เรื่องความสะอาดอีกต่อไป แต่เริ่มจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้บริโภค เช่น การกินอาหารปิ้งย่างที่เพิ่มขึ้น ทำให้ต้องจัดการคราบไหม้และคราบมันหนักมากขึ้น หรือความกังวลเรื่องเชื้อโรคในฟองน้ำ รวมถึงความต้องการเฉพาะของกลุ่มคุณแม่ที่ต้องล้างขวดนม
ทั้งหมดนี้ทำให้สินค้าเดียวกันต้องแตกออกเป็นหลายสูตร หลายฟังก์ชัน เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลาย ซึ่ง ‘นิดารัตน์’ สรุปว่า ดาต้า และ AI มีบทบาทตั้งแต่การหาอินไซต์ ไปจนถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และการสื่อสารในแต่ละกลุ่มอย่างครบวงจร
[ ในวันที่เทคโนโลยีไม่ใช่ความท้าทายที่ยากที่สุด ]
แม้บทสนทนาจะพูดถึงดาต้า และ AI อยู่ตลอด แต่สิ่งที่ ‘นิดารัตน์’ ย้ำชัดคือ ความท้าทายที่แท้จริงของการเปลี่ยนผ่านไม่ใช่เรื่องเทคโนโลยี แต่คือ ‘คน’
สำหรับ ‘นิดารัตน์’ เทคโนโลยีไม่เคยเป็นข้อจำกัด เพราะองค์กรพร้อมลงทุนอยู่แล้ว สิ่งที่ยากกว่าคือ การทำให้คนในองค์กรสามารถปรับตัวได้ทันกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นเร็ว และถี่ขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งทำให้เรื่อง reskill กลายเป็นหัวใจสำคัญของการทรานส์ฟอร์ม
การ reskill ในที่นี้ไม่ใช่แค่การเรียนรู้ทักษะใหม่ แต่คือการกล้า “ทิ้งวิธีคิดเดิม” และพร้อมจะเรียนรู้ใหม่อยู่ตลอดเวลา เพราะสิ่งที่ใช้ได้ในวันนี้ อาจใช้ไม่ได้ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
‘นิดารัตน์’ มองว่าหน้าที่ขององค์กรไม่ใช่แค่ทำให้พนักงานเก่งขึ้นเพื่อผลลัพธ์ทางธุรกิจ แต่ต้องช่วยให้พวกเขามีทักษะที่ใช้ได้ในอนาคต ไม่ว่าเส้นทางอาชีพจะพาไปทางไหน ซึ่งแนวคิดนี้เองที่ช่วยสร้างการยอมรับ และทำให้คนในองค์กรเปิดรับการเปลี่ยนแปลงมากขึ้น
และเมื่อถูกถามถึงสกิลที่สำคัญที่สุดในยุคนี้ คำตอบของ ‘นิดารัตน์’ กลับไม่ใช่ AI หรือการเขียนโค้ด แต่คือ ‘resilience’ หรือความสามารถในการปรับตัว และรับมือกับความเปลี่ยนแปลง
ทว่าการแค่ล้มไวเรียนรู้ไวอาจไม่พอในโลกธุรกิจปัจจุบัน เพราะความพ่ายแพ้อาจมีราคาที่ต้องจ่ายสูง ‘นิดารัตน์’ เสริมว่า หัวใจสำคัญคือต้อง “fail cheap" หรือการเรียนรู้ให้เร็วโดยที่องค์กรต้องบาดเจ็บหรือเสียค่าใช้จ่ายให้น้อยที่สุด เพื่อให้สามารถลุกขึ้นมาปรับตัวใหม่ได้อย่างยั่งยืน
ในโลกที่ไม่มีใครรู้ว่าทักษะอะไรจะยังใช้ได้ในอีก 3-5 ปีข้างหน้า สิ่งเดียวที่ ‘นิดารัตน์’ มั่นใจ คือคนที่ไปต่อได้ ไม่ใช่คนที่รู้มากที่สุด แต่คือคนที่ปรับตัวได้เร็วที่สุด
#ธุรกิจคิดใหม่
#ยูนิลีเวอร์ #ธุรกิจต้องปรับตัว #ผู้บริโภคเปลี่ยนเร็ว #กลยุทธ์การตลาด

ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย ร่วมสนับสนุนโครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระ ลดค่าครองชีพ” ของกระทรวงพาณิชย์ สะท้อนความมุ่งมั่นช่วยบรรเท...
01/04/2026

ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย ร่วมสนับสนุนโครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระ ลดค่าครองชีพ” ของกระทรวงพาณิชย์ สะท้อนความมุ่งมั่นช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพประชาชน

ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย ร่วมเป็นหนึ่งในพันธมิตรร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย ลดภาระ ลดค่าครองชีพ” ของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมีเป้าหมายในการช่วยลดภาระด้านค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชนทั่วประเทศ โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ

กระทรวงพาณิชย์ ร่วมมือกับผู้ผลิตและผู้ค้าปลีกกว่า 20 ราย ในการนำสินค้าอุปโภคบริโภคจำเป็นกว่า 3,000 รายการมาจัดจำหน่ายในราคาพิเศษ ลดตั้งแต่ 25–58% ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป ผ่านเครือข่ายร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสินค้าจำเป็นได้อย่างสะดวกและทั่วถึง

นายอาซีม ปุริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย กล่าวว่า “โครงการ ‘ไทยช่วยไทย’ เป็นความร่วมมือที่มีความหมายอย่างยิ่งสำหรับประเทศ และยูนิลีเวอร์ภูมิใจที่ได้เป็นหนึ่งในพันธมิตรที่ร่วมสนับสนุนภาครัฐและขับเคลื่อนโครงการสำคัญ ในการช่วยบรรเทาภาระของประชาชนในช่วงเวลาที่มีความท้าทาย ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นเพื่อสร้างประโยชน์ต่อสังคมไทยอย่างเป็นรูปธรรม”

นอกเหนือจากการร่วมเป็นพันธมิตรในโครงการนี้ ยูนิลีเวอร์ ประเทศไทย ยังเดินหน้าแคมเปญ “ยูนิลีเวอร์ ลดช่วยไทย” ซึ่งเป็นมาตรการลดราคาสินค้าสูงสุดถึง 50% ของบริษัท ครอบคลุมสินค้ากว่า 700 รายการ จากแบรนด์ชั้นนำที่อยู่ในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคไทย เช่น บรีส โอโม ซันไลต์ คอมฟอร์ต ลักส์ วาสลีน ซันซิล พอนด์ส เคลียร์ แอ็กซ์ เรโซน่า และคนอร์ พร้อมจับมือกับพันธมิตรร้านค้ากว่า 70,000 แห่งทั่วประเทศ เพื่อให้มาตรการเข้าถึงผู้บริโภคได้กว้างที่สุด

“สำหรับยูนิลีเวอร์ แคมเปญ ‘ยูนิลีเวอร์ ลดช่วยไทย’ เป็นอีกหนึ่งความตั้งใจของเราในการสนับสนุนผู้บริโภคและชุมชน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐ ด้วยเป้าหมายเดียวกัน คือช่วยให้สังคมไทยเดินหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง ยูนิลีเวอร์ ในฐานะองค์กรที่คู่เคียงคู่คนไทยมายาวนานเกือบศตวรรษ พร้อมร่วมมือกับทุกภาคส่วน และมุ่งมั่นเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของคนไทยอย่างต่อเนื่อง” นายอาซีม กล่าวทิ้งท้าย

#ไทยช่วยไทย #ยูนิลีเวอร์ประเทศไทย

“ยูนิลีเวอร์” เดินหน้าแคมเปญ “ยูนิลีเวอร์ ลดช่วยไทย” ช่วยลดภาระค่าครองชีพผู้บริโภค ลดราคาสินค้าอุปโภคบริโภคสูงสุด 50% จั...
25/03/2026

“ยูนิลีเวอร์” เดินหน้าแคมเปญ “ยูนิลีเวอร์ ลดช่วยไทย” ช่วยลดภาระค่าครองชีพผู้บริโภค ลดราคาสินค้าอุปโภคบริโภคสูงสุด 50% จับมือพันธมิตรค้าปลีกกว่า 70,000 ร้านทั่วประเทศ

ขอบคุณข่าวจาก กรุงเทพธุรกิจ

#ยูนิลีเวอร์ #ลดช่วยไทย

ยักษ์สินค้าอุปโภคบริโภค “ยูนิลีเวอร์” เดินหน้าแคมเปญ “ยูนิลีเวอร์ ลดช่วยไทย” ช่วยลดภาระค่าครองชีพผู้บริ....

ประกาศเตือนผู้บริโภค ระวังเพจปลอมแอบอ้างยูนิลีเวอร์บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด ขอแจ้งให้ผู้บริโภคทราบว่า ขณะนี...
23/02/2026

ประกาศเตือนผู้บริโภค ระวังเพจปลอมแอบอ้างยูนิลีเวอร์

บริษัท ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง จำกัด ขอแจ้งให้ผู้บริโภคทราบว่า ขณะนี้มีมิจฉาชีพสร้างเพจ Facebook และบัญชี LINE ปลอม โดยแอบอ้างชื่อยูนิลีเวอร์เพื่อหลอกลวงผู้บริโภค ทั้งการโพสต์ โปรโมชั่นพิเศษ การจัดกิจกรรม สะสมแต้มแลกของรางวัล ที่บริษัทฯ ไม่ได้จัดขึ้น รวมถึงการนำเสนอสินค้าและจำหน่ายสินค้าที่ไม่ใช่แบรนด์ของยูนิลีเวอร์ เช่น ข้าวสาร น้ำมันรำข้าว โดยมีพฤติกรรมชักชวนให้ผู้บริโภคเพิ่มเพื่อนบัญชี LINE ปลอม และให้โอนเงินเข้าบัญชีส่วนบุคคล ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่บริษัทฯ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และไม่อนุญาตในทุกกรณี

บริษัทฯ ขอยืนยันว่าไม่มีนโยบายให้โอนเงินเข้าบัญชีส่วนบุคคล ไม่มีการจัดกิจกรรมแลกของหรือสะสมแต้มผ่าน LINE ส่วนตัว และไม่มีการจำหน่ายสินค้าผ่านช่องทาง Facebook หรือช่องทางอื่นที่ไม่ใช่ช่องทางทางการของบริษัท โปรดอย่าหลงเชื่อและตรวจสอบให้มั่นใจทุกครั้งว่า เป็นช่องทางการสื่อสารอย่างเป็นทางการจากบริษัทยูนิลีเวอร์จริง

ช่องทางการสื่อสารอย่างเป็นทางการ ของบริษัทยูนิลีเวอร์บนเฟซบุ๊กมีดังนี้
• เพจ Unilever (TH) Unilever
• เพจ Unilever Career Unilever Careers
• เพจ ยูนิลีเวอร์โปรคุ้ม
• เพจ ร้านติดดาว ร้านติดดาว

เพื่อความปลอดภัยและความมั่นใจในการซื้อสินค้า โปรดเลือกซื้อสินค้าจากร้านค้าทางการของยูนิลีเวอร์ หรือซื้อจากร้านค้าตัวแทนที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น โดยสามารถดูรายชื่อร้านค้าออนไลน์ทั้งหมดของยูนิลีเวอร์ได้ที่ช่องคอมเมนต์

หากพบช่องทางที่มีพฤติกรรมเข้าข่ายมิจฉาชีพ หรือมีข้อสงสัยใดๆ สามารถสอบถามเราได้ผ่านทาง Inbox ของเพจ Facebook https://www.facebook.com/Unileverthai หรือติดต่อ ฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ โทร: 0-2739-4000

จากแชมพูคู่บ้านกว่า 70 ปี สู่ผลิตภัณฑ์ไอเท็มฮิตที่คน Gen Z แนะนำต่อ 💗✨ Sunsilk ผสานพลังวิทยาศาสตร์กับกลยุทธ์ social‑firs...
20/02/2026

จากแชมพูคู่บ้านกว่า 70 ปี สู่ผลิตภัณฑ์ไอเท็มฮิตที่คน Gen Z แนะนำต่อ 💗✨ Sunsilk ผสานพลังวิทยาศาสตร์กับกลยุทธ์ social‑first เชื่อมต่อบิวตี้คอมมูนิตี้ จนเกิดเป็น Wondermist—ไอเท็มที่ทั้งดูแลเส้นผม และบูสต์อารมณ์สดชื่น ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง 🌈

อ่านเบื้องหลังการพลิกโฉมครั้งใหญ่ของซันซิลได้ที่นี่ 👇http://bit.ly/4cDhspW

恭喜发财 🧧✨️ ยูนิลีเวอร์ขออวยพรให้ตรุษจีนปีนี้ เป็นปีที่สดใสสำหรับทุกท่าน เต็มไปด้วยโอกาสดี ๆ และความเจริญรุ่งเรือง ก้าวไปข้...
17/02/2026

恭喜发财 🧧✨️ ยูนิลีเวอร์ขออวยพรให้ตรุษจีนปีนี้ เป็นปีที่สดใสสำหรับทุกท่าน เต็มไปด้วยโอกาสดี ๆ และความเจริญรุ่งเรือง ก้าวไปข้างหน้าอย่างแข็งแรง รับปีม้าที่นำพาโชคดี และความสำเร็จ 🐎

✨ เปิดมุมมองจาก CEO ยูนิลีเวอร์เผยวิสัยทัศน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ตั้งแต่ผลการดำเนินงาน การยกระดับคุณภาพสินค้า กรอบแนวคิด "SAS...
30/01/2026

✨ เปิดมุมมองจาก CEO ยูนิลีเวอร์
เผยวิสัยทัศน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ตั้งแต่ผลการดำเนินงาน การยกระดับคุณภาพสินค้า กรอบแนวคิด "SASSY" ไปจนถึงโอกาสการเติบโตในอนาคต—สะท้อนทิศทางที่ชัดเจนของยูนิลีเวอร์แบบเจาะลึก

👉 อ่านสรุปฉบับเต็มได้ที่ลิงก์นี้ >> https://www.unilever.co.th/news/2026/top-takeaways-from-unilever-ceos-interview-with-jp-morgan/

♻️ Unilever เดินหน้าลดพลาสติกใหม่ สู่เป้าหมาย “Zero Waste” 🌍รู้หรือไม่? เราลดการใช้พลาสติกใหม่ลงแล้วกว่า 23% จากปี 2019 ...
05/01/2026

♻️ Unilever เดินหน้าลดพลาสติกใหม่ สู่เป้าหมาย “Zero Waste” 🌍
รู้หรือไม่? เราลดการใช้พลาสติกใหม่ลงแล้วกว่า 23% จากปี 2019
และตั้งเป้าให้บรรจุภัณฑ์ทั้งหมด รีไซเคิลได้ 100% ภายในปี 2030
นี่ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่คือการเปลี่ยนแปลงเพื่อโลกที่ยั่งยืน 💙

ร่วมค้นพบความก้าวหน้าด้านความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม และเป้าหมายที่เรามุ่งมั่นเพื่ออนาคตที่ดีกว่า 👉คลิกอ่านต่อที่นี่: https://www.unilever.co.th/news/2025/unilever-eco-friendly-packaging-zero-waste/

ที่อยู่

161 Rama 9 Road, Huai Khwang, Huai Khwang
Bangkok
10310

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 18:00
อังคาร 09:00 - 18:00
พุธ 09:00 - 18:00
พฤหัสบดี 09:00 - 18:00
ศุกร์ 09:00 - 18:00

เบอร์โทรศัพท์

+6625542000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Unileverผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Unilever:

แชร์