LooKabook ร้านจำหน่ายหนังสือและนิตยสารสะสมสำหรับคอหนังสือประวัติศาสตร์และชีวประวัติบุคคลที่น่าสนใจ

 #เจ้าหญิงสุลตานา หากท่านชื่นชอบเรื่องราวของชีวิตเจ้าหญิงในราชวงศ์ที่ลึกลับและน่าสนใจไม่ควรพลาดหนังสือเล่มนี้ครับเรื่องจ...
08/03/2026

#เจ้าหญิงสุลตานา
หากท่านชื่นชอบเรื่องราวของชีวิตเจ้าหญิงในราชวงศ์ที่ลึกลับและน่าสนใจไม่ควรพลาดหนังสือเล่มนี้ครับ

เรื่องจริงจากเจ้าหญิงแห่งราชวงค์ซาอุดีอาระเบีย “ถึงแม้ฉันจะมีฐานันดรเป็นเจ้าหญิง แต่ก็ไม่มีทางเลือกนัก” จากความเชื่อที่บอกว่า

🧕🏼 ผู้หญิงซาอุฯ เกิดมาเพื่อ 3 สิ่ง

✔ รับใช้ผู้ชาย
✔ ให้ความสุขทางเพศ
✔ ให้กำเนิดลูก

เผยชีวิตผู้หญิงซาอุฯ เบื้องหลังผ้าคลุมหน้าในดินแดนที่ขนบเคร่งครัดที่สุด
#เจ้าหญิงสุลตาน่าPrincess ชีวิตจริงของเจ้าหญิงแห่งราชวงศ์ซาอุดีอาระเบียผู้มั่งคั่ง มีคฤหาสน์แทบทุกทวีป เป็นเจ้าของเครื่องเพชรราคาแพง มีทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตที่อยากมี แต่สิ่งหนึ่งที่เจ้าหญิงไม่เคยมีคือ..อิสรภาพที่จะเลือกทางเดินของชีวิตด้วยตัวเอง

“ …วาฟาบอกว่าเวลานัวเนียกับผู้ชายเธอไม่เคยปลดผ้าคลุมหน้าออก เธอยอมเปลี้องผ้าหมดแต่ห้ามหนุ่มๆแตะต้องผ้าคลุมหน้า เธอรู้สึกปลอดภัยถ้าเขาไม่เห็นหน้าเธอ เธอยอมให้หนุ่มๆ ทำทุกอย่างยกเว้นการล่วงล้ำ เพราะไม่กล้าเสี่ยงต่อความบริสุทธิ์ เธอรู้ถึงผลลัพธ์ที่จะตามมาในคืนวันแต่งงาน ถ้าสามีรู้ว่าเธอไม่ใช่สาวพรหมจารี เพื่อนของฉันเป็นเพียงแค่พยายามหาทางออก จากขนบที่เคร่งครัด …"

หนังสือเล่มนี้จะพาคุณผู้อ่านไปสัมผัสกับชีวิตจริงของเจ้าหญิงแห่งราชวงศ์อัลซาอุด ประเทศซาอุดีอาระเบีย เจ้าหญิงผู้มั่งคั่งที่มีคฤหาสน์ 4 แห่งในสามทวีป เดินทางด้วยเครื่องบินส่วนตัว เป็นเจ้าของเครื่องเพชรมูลค่ามหาศาล แม้ภายนอก เจ้าหญิงจะดูร่าเริงและรุ่มรวยเสน่ห์ แต่ภายในกลับร้อนรุ่มเพราะไม่อาจบงการชีวิตพระองค์เองได้ โลกของเจ้าหญิงเป็นโลกที่ผู้ชายมีอำนาจเหนือความเป็นความตาย เจ้าหญิงทรงปรารถนาให้โลกได้รับรู้ถึงการเลือกปฎิบัติต่อผู้หญิงในโลกที่ชายเป็นใหญ่ในประเทศของพระองค์

เนื้อหาในเล่มจะทำให้คุณทราบถึงความระทมทุกข์ของผูหญิงเพศเดียวกับเราในวัฒนธรรมที่แตกต่าง เป็นความจริง ความขมขื่นที่แทบไม่อยากเชื่อว่าจะมีอยู่ในโลกของเรา

 #ก้าวสู่ควอร์เตอร์สุดท้ายแห่งชีวิตหนังสือชุดนี้หายไปนานเกือบๆสองปี ถึงสะสมและเจอครบชุดสองเล่มครับ หนังสือใหม่ทุกเล่มหาก...
28/02/2026

#ก้าวสู่ควอร์เตอร์สุดท้ายแห่งชีวิต

หนังสือชุดนี้หายไปนานเกือบๆสองปี ถึงสะสมและเจอครบชุดสองเล่มครับ หนังสือใหม่ทุกเล่ม

หากสมาชิกสังเกตดูจะพบว่า หนังสือส่วนใหญ่ที่แอดมิน LooKabook มักจะหามาแนะนำให้อ่านกันเสมอ มักจะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับอัตชีวประวัติของบุคคลต่างๆ โดยเฉพาะบุคคลที่เกี่ยวข้องกับราชวงศ์ หรือ สายสกุลต่างๆ เนื่องจากมีเรื่องราวที่ชวนให้ติดตามและค้นหาร่องรอยด้านประวัติศาสตร์และเกร็ดต่างๆ ที่ชีวิตคนทั่วๆ ไปอย่างเรานั้น อาจจะไม่เคยทราบมาก่อน

ส่วนเล่มที่สามและสี่ ทราบข้อมูลว่าผู้เขียนยังเขียนไม่เรียบร้อยครับ ต้องติดตามกันต่อไปครับ แต่กระนั้นก็ไม่ได้ทำให้อรรถรสในการอ่านหล่นหายไปแต่อย่างใด เนื่องจากผู้เขียนได้แบ่งแยกหนังสือออกเป็นสี่ช่วงเวลาของชีวิต และเขียนเป็นตอนๆจบ

#ก้าวเข้าสู่ควอร์เตอร์สุดท้ายแห่งชีวิต อัตชีวประวัติของม.ร.ว.จักรรถ จิตรพงศ์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรมคนแรกในยุคปัจจุบัน สายสกุลรุ่นที่สามของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัตติวงศ์ และสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ เรื่องราวในบทบันทึกของกาลเวลาที่หมุนไปจะยังคงอยู่ในตัวอักษรเป็นการเก็บรายละเอียดของชีวิต วัฒนธรรม ประเพณี ตลอดจนโลกการศึกษาในยุคเก่ากลางเก่าใหม่ของอังกฤษ เป็นความแตกต่างทางวัฒนธรรม ความเป็นอยู่ของผู้คนในสมัยนั้น

“บางครั้งบางคราวที่เราอยากจะหยุดเวลาเอาไว้เพื่อสิ่งดีๆ ที่อยู่ตรงหน้า ณ นาทีนั้น จะได้ไม่ลอยหายลับไป และหลายครั้งหลายคราวเช่นกันที่เราไม่อาจทำเช่นนั้นได้ นอกจากเก็บสิ่งเหล่านั้นเอาไว้เป็นความทรงจำ บทบันทึกจึงเป็นอีกวิธีหนึ่งในการช่วยให้วันเวลาดังกล่าวเลือนหายไปตามเข็มนาฬิกา”

ม.ร.ว.จักรรถ จิตรพงศ์ บอกเล่าถึงที่มาของชื่อหนังสือว่า

"เกิดจากการดูอเมริกันฟุตบอลที่แบ่งเป็น 4 ช่วงเวลาการแข่งขัน อีกทั้งเป็นแนวของการวางแผนทางวัฒนธรรมที่ต้องวางเป็นชั่วคน ไม่ใช่ 5 ปี 10 ปี แต่เป็นการมองถึง 20 ปี เคยมีคนกล่าวไว้ว่า การที่เราต้องการให้คนที่เกิดมาเป็นแบบไหน เราต้องดูกันตั้งแต่ตอนเกิดมาจนกระทั่งบรรลุนิติภาวะ ซึ่งโดยส่วนตัวมีการวางแผนเอาไว้ว่าจะมีอายุให้ถึง 80 ปี ให้ได้ แบ่งเป็น 4 ช่วงก็จะได้ช่วงละ 20 ปีพอดี โดยวางแผนเอาไว้ว่างานเขียนในช่วงควอร์เตอร์แรกนี้จะแจกในงานแซยิดตัวเอง สำหรับชื่อหนังสือที่ใช้คำว่าควอร์เตอร์ เพราะต้องการจะสื่อความหมายให้ผู้อ่านเข้าใจว่าเป็นเศษหนึ่งส่วนสี่ แต่คำในภาษาไทยที่ใช้แล้วสื่อออกมานั้นยังหาไม่ได้ เคยมีอาจารย์ท่านหนึ่งทักท้วงเอาไว้ว่าทำไมไม่ใช้เสี้ยวในความคิดของตนก็ยังรู้สึกว่าเสี้ยวมันก็ยังไม่ใช่สี่ เลยใช้คำทับศัพท์ว่าควอร์เตอร์เพราะเป็นที่เข้าใจโดยทั่วกันว่าเป็นเศษหนึ่งส่วนสี่ ส่วนภาพปกที่เป็นรูปวาดได้ให้ช่างจินตนาการออกมาว่าหน้าตาตอนอายุ 80 จะเป็นอย่างไร ต้องขอบคุณช่างคนนั้นด้วยที่วาดออกมาแล้วเป็นหน้าที่ไม่มีความทุกข์เหลืออยู่เลย"

เรื่องเล่าในหนังสือด้วยสำนวนและกลวิธีการเขียนของ "คุณชายจักร" ทำให้เราเพลิดเพลินและได้รับความสุขผ่านตัวหนังสือไปด้วย รวมถึงมีเกร็ดความรู้ทางด้านวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์และบรรยากาศทั้งในเมืองไทย การเรียนที่ประเทศอังกฤษ

ดังจะยกตัวอย่างชีวิตช่วงที่คุณชายจักรเล่าไว้ในตอน กลับไปอยู่ที่วังปลายเนิน ความตอนหนึ่งว่า

"กิจกรรมที่จะเล่าไว้นับเป็นภูมิปัญญาของชาววังที่มีมาแต่เดิม ซึ่งปัจจุบันหาไม่ได้แล้ว เริ่มด้วยกิจการทำ “เชือกกล้วย” ซึ่งเป็นของใช้จำเป็นก่อนมีการผลิตเชือกพลาสติก การผลิตเชือกกล้วยนี้ทำกันครั้งละไม่มากนัก แต่ทำเป็นประจำเพื่อจะได้มีใช้ตลอด จะมีราวไม้ระแนงตั้งไว้สำหรับแขวนกาบกล้วยตัดเป็นท่อนยาว แล้วปอกและฉีกเป็นทางยาวๆ แขวนตากไว้จนแห้ง จึงจะเอามาฉีกฝอยแล้วม้วนเก็บไว้ใช้ ใครตัดต้นกล้วยเมื่อไหร่ เด็กๆ ต้องไปเอาก้านกล้วยมาทำเป็น “ม้าก้านกล้วย” ขี่เล่นกัน ท่านปลูกกล้วยตานีไว้ใช้ใบตองทำกระทงและห่อของ กาบกล้วยทำเชือกกล้วย อีกสิ่งหนึ่งที่ผลิตกันเป็นจำนวนมากและตลอดเวลาคือ “ไม้กลัด” ทำจากก้านมะพร้าว สมัยนั้นยังไม่มีเครื่องเย็บลวดแต่ยังคงใช้ไม้กลัดกันทั่วไป

คนในวังส่วนใหญ่หารายได้ยามว่างด้วยการพับถุงกระดาษไปขายให้แม่ค้าในตลาดบรรจุของที่ลูกค้าซื้อ ในสมัยนั้นยังไม่มีถุงพลาสติก การทำถุงกระดาษเป็นกิจกรรมการผลิตขยะให้เป็นประโยชน์ (Recycle) ซึ่งคนไทยทำกันมานานแล้ว คือเอากระดาษหนังสือพิมพ์หรือกระดาษสมุดเรียนมาบรรจงพับเป็นถุง แล้วนับเป็นมัดละร้อยถุงไปขายที่ตลาด บางคนพับจนชำนาญ มีการเรียงกระดาษเหลื่อมกันอย่างเป็นระเบียบ แล้วป้ายแป้งเปียกทีเดียวได้หลายสิบแผ่นไม่เลอะเทอะ สำหรับผู้อ่านที่ไม่รู้จัก “แป้งเปียก” จะเล่าว่ายุคนั้นคนไทยใช้แป้งเปียกเป็นกาวติดกระดาษกันทั่วไป เพราะผลิตได้เองและถูกมากจนพูดได้ว่าไม่เสียค่าใช้จ่ายอะไรเลย วิธีผลิตคือ เอาแป้งข้าวเจ้ามาใส่น้ำแล้วตั้งเตาไฟอ่อนๆ กวนจนสุกเป็นสีขาวหนืดๆ เป็นใช้ได้ มีข้อเสียอย่างเดียวคือทิ้งไว้นานๆ มันเสียและบูด จึงนิยมทำกันทีละน้อยเท่าที่จำเป็นเท่านั้น

กิจกรรมที่คุณย่า (ม.ร.ว. โต จิตรพงศ์ -LooKabook)ทำเองบนเรือนมีการอัด “ยาหอม” ด้วยแม่พิมพ์ทำด้วยไม้เจาะรูเล็กๆ เรียงเป็นแนวอย่างมีระเบียบ คุณย่าจะกดผงยาหอมเปียกลงไปในรู ตากให้แห้งแล้วเอาทองเปลวมาปิดหน้ายาก่อนจะโขกออกมาเก็บไว้ใช้ต่อไป อีกเรื่องหนึ่งที่จำได้คือคุณย่าจะชุบและขวั้นเทียนไว้ใช้ด้วยมือของตัวเอง สิ่งประดิษฐ์สำคัญที่สุดเห็นจะเป็นพระโอสถมวน (บุหรี่) ซึ่งคุณย่าบรรจงทำถวายสมเด็จปู่ (สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ - LooKabook ) และทูลเกล้าฯ ถวายพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน (รัชกาลที่๙ - LooKabook)ในวันเฉลิมประชนมพรรษาเป็นประจำ ท่านจะมวนยาเส้นจนแน่นแล้วห่อด้านนอกสุดด้วยกลีบกุหลาบตากแห้งสีหม่นสวยงาม ผูกมวนด้วยด้ายเส้นบางขวั้นด้วยมือจากปุยฝ้าย

ผมจะสนใจหัตถกรรมบนเรือนคุณย่าเหล่านี้มาก ไปป้วนเปี้ยนคอยดูอยู่ได้เป็นชั่วโมงๆ คุณย่าก็เล่าอะไรๆ ให้หลานได้ฟังไปเรื่อยๆ และเอาใจด้วยการทำน้ำมะนาวสูตรพิเศษให้หลานกินเป็นครั้งคราว น้ำมะนาวสูตรคุณย่านี้อร่อยชื่นใจยิ่งนัก ท่านเริ่มด้วยการปอกมะนาวเป็นลูกๆ แล้วเปิดกลีบมะนาวแยกถุงน้ำออกมาอย่างบรรจงไม่ให้แตก แล้วกวนผสมลงไปในน้ำเชื่อมซึ่งเขย่ากับน้ำแข็งใส ผลคือน้ำหวานเย็นเจี๊ยบ ถ้าเคี้ยวให้ถุงมะนาวแตกในปากก็จะได้รสเปรี้ยวจี๊ดบาดคอไปพร้อมๆ กัน เขียนถึงตรงนี้ก็ชักไม่แน่ใจว่า ที่ไปป้วนเปี้ยนประจบคุณย่าเป็นเวลานานๆ นั้นเป็นเพราะอยากได้วิชาหรืออยากกินน้ำมะนาวกันแน่"

สนใจหนังสือเล่มนี้สั่งซื้อได้ที่เพจด้านล่างนี้
www.facebook.com/lookabookplease

 #กุลสตรีศรีสยามสง่างามทุกกาลสถาน หนังสือบันทึกเรื่องราว สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รั...
25/02/2026

#กุลสตรีศรีสยามสง่างามทุกกาลสถาน หนังสือบันทึกเรื่องราว สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่๗ ที่บันทึกเรื่องราวจากข้าราชบริพารและบุคคลใกล้ชิดในพระองค์ มีบางส่วนบางตอนที่ปรากฏในหนังสือ #ชีวิตเหมือนฝันคุณหญิงมณีสิริวรสาร

#กุลสตรีศรีสยามสง่างามทุกกาลสถาน #แอดมินแนะนำให้มีครับเล่มนี้ หายากขึ้นเรื่อยๆ ต่อไปจะหายไปจะตามหากันแบบเล่มชีวิตเหมือนฝัน ที่ตอนนี้ไม่สามารถหาหนังสือมาให้ได้อีกแล้ว

“ เมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๒ หลังสงครามโลกครั้งที่สองสงบลง หญิงไทยชาวกรุงคนหนึ่งได้เดินทางกลับมาจากอังกฤษสู่บ้านเกิดเมืองนอน หลังจากที่ได้ติดตามสามีของเธอไปเมื่อ ๑๕ ปีก่อนหน้านั้น

ในระหว่างที่พำนักอยู่ที่อังกฤษ สามีภรรยาคู่นี้ต้องเผชิญกับภัยจากลูกระเบิดกลางเวหาและความยากลำบากด้านอาหารการกินและเครื่องใช้เฉกเช่นผู้อื่นที่นั้นไม่ว่าจะเป็นคนอังกฤษหรือคนต่างชาติ

และแล้วเธอได้กลายเป็นหม้ายเมื่ออายุเพียง ๓๗ ปีแต่เธอก็มิได้ท้อถอย กลับได้แผ่เมตตาและอนุโมทนาต่อการที่มีคนไทยในอังกฤษ ซึ่งรู้จักกันต่อมาในนาม “คณะเสรีไทยสายอังกฤษ” มุ่งมั่นที่จะกระทำการเสี่ยงชีพเพื่อคงควมเป็นเอกราชของชาติไทย ส่วนตัวเธอเองก็เสี่ยงภัยไปกรุงลอนดอนเพื่อช่วยเตรียมอุปกรณ์สำหรับการพยาบาลผู้บาดเจ็ดจากลูกระเบิดด้วยน้ำใจเผื่อแผ่เพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ไม่ถือชาติ ศาสนา

“ฉันต้องการที่จะมีความเป็นอยู่แบบหญิงไทยสามัญธรรมดา ด้วยการใช้ชีวิตอย่างเรียบๆ อยู่กับญาติๆ ของฉัน”

เธอกล่าวเมื่อกลับถึงบ้านเกิดเมืองนอน

เธอผู้นั้น คือ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่๗ หญิงผู้เดียวในดวงพระราชหฤทัยของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปกฯ พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ได้ทรงพยายามจนสุดความสามารถของพระองค์ที่จะทรงทำหน้าที่ธรรมราชา ปกป้องปวงประชาให้ได้อยู่อย่างเป็นสุขภายใต้การปกครองที่เป็นธรรมท่ามกลางสภาพการณ์ที่ท้าทายประปรีชาญาณและพระขันติธรรมยิ่ง ครั้งไม่สำเร็จ จึงได้ทรงสละราชสมบัติเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๗ และประทับอยู่ในต่างประเทศต่อไป เพื่อไม่ให้เป็นปัญหา”

ความตอนหนึ่งจากบท โหมโรง หนังสือ กุลสตรีศรีสยาม สง่างามทุกกาลสถาน เรียบเรียงขึ้นโดย ม.ร.ว.พฤทธิสาณ ชุมพล โดยอาศัยการค้นคว้าอย่างมากมาย ทั้งจากงานวิจัยของพิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวในโครงการ “สังเคราะห์ประวัติศาสตร์บอกเล่าสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ 7” และจากคำบอกเล่าของบุคคลสถานภาพต่างๆ กันที่เคยเฝ้าฯ หรือซึ่งเป็นบุตรธิดาของผู้ที่เคยเฝ้าฯ สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีพระบรมราชินีในรัชกาลที่ ๗ ในช่วงต่างๆ ของพระชนมชีพ ๕ รัชกาล มาประมวลกับข้อมูลเอกสาร เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับพระองค์ในฐานะบุคคลผู้มีประวัติชีวิตน่าศึกษา ทรงสามารถปรับพระองค์ให้สอดคล้องพอเหมาะแก่ความเปลี่ยนแปรของพระราชสถานะ กาลสมัยและสถานที่ ตลอดจนในสถานการณ์ซึ่งบางครั้งคับขัน ทรงดำรงพระองค์เป็น กุลสตรีศรีสยาม สง่างามทุกกาลสถาน เป็นแบบอย่างแก่ประชาไทย

หนังสือเล่มนี้แอดมิน LookAbook ได้มาเมื่อคราวไปเยี่ยมชมนิทรรศการสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินีในรัชกาลที่ ๗ ณ พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อปี ๒๕๖๐ แล้วเกิดความประทับใจในพระราชจริยาวัตรในพระองค์ท่าน กอรปกับได้อ่านเรื่องราวบางส่วนของทั้งสองพระองค์ในหนังสือ “ชีวิตเหมือนฝัน” ของคุณหญิงมณี สิริวรสาร เลยติดตามมาโดยตลอด และคิดว่าสักวันหนึ่งจะต้องแนะนำหนังสือเล่มนี้ให้ แต่ด้วยหนังสือไม่ได้เป็นที่แพร่หลายเลยค่อนข้างจะหายาก เจอที่ไหนก็เก็บไว้เล่มสองเล่ม ตอนนี้ได้มาจำนวนหนึ่งเลยนำมาแนะนำกันครับ ขนาดหนังสือจะใหญ่กว่า Pocket book ทั่วไป น้ำหนักค่อนข้างเยอะ แต่เชื่อเถอะครับว่า หนังสือเล่มนี้ ดีมาก สมควรที่ต้องมีไว้ครอบครองครับ

สนใจติดต่อที่เพจ LooKabook

23/02/2026

#ครบรอบ9ปีในการทำเพจLooKabook

ไม่น่าเชื่อว่าจะเดินทางมาได้ยาวไกลถึงป่านนี้ เริ่มแรกจากแค่การตามหาหนังสือหายาก และน่าสนใจให้พี่ๆน้องๆ จนกลายมาทำแบบจริงจัง สนุกกับการตามหาหนังสือ คัดหนังสือ ช่วงไหนที่หาหนังสือไม่ได้ก็แอบเครียดเพราะความต้องการมีมากกว่าหนังสือ จนหลายๆปกตอนนี้กลายเป็นหนังสือที่หายากจริงๆ เพราะไม่น่าจะหาหนังสือใหม่มือหนึ่งให้ได้อีกแล้วดีใจกับแฟนเพจที่มีอยู่ในครอบครองด้วยครับ

ช่วงสองปีที่ผ่านมา ไม่ค่อยได้ Active มากเท่าไหร่ บางทีก็ท้อ เพราะไม่มียอดสั่งซื้อเข้ามาเลย บางคนสั่งให้หาหนังสือไว้ แต่พอหาได้ก็เงียบหายไป กลายเป็นภาระก้อนใหญ่ เพราะสั่งไว้จำนวนมาก จนสุดท้ายก็ตัดใจปล่อยไป กอรปกับภาระด้านการงานที่ต้องเดินทางมากขึ้น เกรงว่าจะไม่สามารถส่งหนังสือให้แฟนเพจได้ทันเวลา เลยต้องหยุดโพสไปบางช่วง ยกเว้นแฟนเพจรอได้ว่าจะจัดส่งล่าช้าก็เปิดรับ Order

ขอบพระคุณแฟนเพจทุกๆท่านที่ยังคงติดตามกันมายาวนาน และให้การสนับสนุนเสมอมา และแอดมินยังคงจะตามหาหนังสือดีๆ มาแนะนำกันต่อไปครับ🙏🤗🎉

 #เจ้าจอมก๊กออในรัชกาลที่๕ตอนที่๓  #เจ้าจอมเอี่ยมเกิดอะไรขึ้น เมื่อรัชกาลที่ 5 เกือบต้องรับสั่งให้โทรเลขตาม “เจ้าจอมเอี่...
22/02/2026

#เจ้าจอมก๊กออในรัชกาลที่๕
ตอนที่๓ #เจ้าจอมเอี่ยม

เกิดอะไรขึ้น เมื่อรัชกาลที่ 5 เกือบต้องรับสั่งให้โทรเลขตาม “เจ้าจอมเอี่ยม” ไปยุโรป

บรรดากุลสตรีที่ถวายตัวเข้ารับราชการในราชสำนักฝ่ายในนั้น จะนับว่าเป็นผู้มีฐานะมั่นคงได้ เมื่อเลื่อนตำแหน่งเป็น “เจ้าจอมมารดา” เพราะพระเจ้าลูกเธอจะทรงเป็นเครื่องผูกพันพระทัยพระบรมราชชนกได้อย่างดียิ่ง

แต่เงื่อนไขดังกล่าวใช้ไม่ได้กับ “เจ้าจอมเอี่ยม” ที่เป็นหนึ่งในบรรดา “คนโปรด”...

เจ้าจอมเอี่ยม เป็นหนึ่งในเจ้าจอมก๊ก อ. เป็นธิดาของเจ้าพระยาสุรพันธพิสุทธ์ (เทศ บุนนาค) เกิดแต่ท่านผู้หญิงอู่ ถวายตัวเข้ารับราชการในพระราชสำนักฝ่ายในพร้อมพี่สาวน้องสาว มีเจ้าจอมมารดา อ่อน เจ้าจอมเอิบ เจ้าจอมอาบ และเจ้าจอมเอื้อน

ที่เป็นเช่นนั้นเพราะเจ้าจอมเอี่ยมมีความสามารถใน “การนวด” ที่ยากจะหาใครเปรียบได้ ขณะที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเองมีพระอาการปวดเมื่อยพระวรกาย ต้องมีพนักงานถวายงานนวดเวลาบรรทม...

ฝีมือนวดของเจ้าจอมเอี่ยมเป็นที่พอพระราชหฤทัยและโปรดปรานเพียงใด ปรากฏหลักฐานเมื่อครั้งเสด็จประพาสยุโรป ครั้งที่ 2 พ.ศ. 2450 ที่ทรงอึดอัดพระทัยเกี่ยวกับผู้ถวายงานนวดนั้น ทําให้ทรงคิดปัญหาเปรียบเปรยข้าราชบริพารชายผู้ทําหน้าที่นวดในระหว่างเสด็จว่า

“…นวดมันไม่ได้ดี เป็นปัญหาที่ได้ถามกันในโต๊ะว่าบรรดาสัตว์โลกอะไรมีกําลังมาก ตอบกันว่ามดตามแบบ ถามต่อไปว่า อะไรมี กําลังน้อย ตอบกันว่าช้าง พ่อว่าไม่ใช่ บุรุษที่เป็นหมอนวด เฉพาะแต่ผู้ชาย มันช่างเป็นพ่อถนิมสร้อยทุกๆ คน หาแรงสักครึ่งผู้หญิงไม่ได้ อะไรก็สบาย ร้ายแต่นวดได้ความเดือดร้อนเป็นที่ล้นพ้น…”

การที่พระองค์มีพระราชปรารภว่า “หาแรงสักครึ่งผู้หญิงไม่ได้” ก็เพราะว่าเมื่อพระองค์ประทับอยู่ในพระราชฐาน ทรงมีคุณจอมเอี่ยม ทําหน้าที่ถวายงานนวดด้วยหลักวิธีที่ถูกต้อง และฝีมือที่ดีเลิศ เป็นที่พอพระราชหฤทัย...

เมื่อทรงไม่สมพระทัยในฝีมือนวดของเหล่าข้าราชบริพารชาย ทรงนึกถึงฝีมือการนวดของคุณจอมเอี่ยม จนถึงกับมีพระราชดําริจะให้คุณจอมเอี่ยมตามเสด็จเพื่อถวายงานนวด แม้ทรงรู้ว่าเสี่ยงต่อการถูกนินทาว่าร้าย ดังที่ทรงกล่าวไว้ในพระราชเลขาที่ทรงมีถึงสมเด็จฯกรมพระยาดํารงราชานุภาพ ความน่า

“…ในเวลามานี้ความสุขทุกข์ในส่วนตัวว่าโดยย่อวันแรกดีมาก ต่อมาดูลงรูปกับเมื่ออยู่บางกอกในเวลาสบาย ได้ความเดือดร้อนแต่เวลานอน ตาสัมพาหะแกหัดอ้ายลบ ให้นวดงอก่อเหมือนแก ดูอาการราวกับจะยกเขาพระสุเมรุ เหน็ดเหนื่อยนี่กระไร แต่เราวางมือไม่ได้ ต้องเป็นครูหมอนวด หลับช้าทุกวันๆ นี้ออกจะเป็นปตฆาฎ คิดถึงนางเอี่ยมกับนางเหมเต็มที เรี่ยวแรงถ้าจะเทียบเท่าผู้ชายชนิดนี้ 8 คน เท่าแรงหมอนวดแท้ 16 คน การมันประหลาดเช่นนี้ จะเชื่อว่าผู้หญิงแรงกว่าผู้ชายฤไม่ก็ตามแต่จะเห็น…”

และอีกฉบับหนึ่งมีเนื้อความทํานองเดียวกัน คือทรงพระราชปรารภเกี่ยวกับเรื่องการนวดของมหาดเล็ก และคิดถึงฝีมือนวดของ คุณจอมเอี่ยม ความว่า

“…จะไม่ใคร่จะสนุกมาคราวนี้ เพราะฉันนอนไม่หลับเต็มที่ การปฏิบัติไม่ถึงใจ กล่าวคือนวดไม่ได้เลย แลขี้เกียจนอนกันเป็นกําลัง…มหาดเล็กพูดอะไรก็ไม่เข้าใจ เรียกเอาอะไรไม่ได้ จนลงเสี่ยงทายเมื่อคืนนี้ ว่าถ้านอนไม่หลับจะต้องทนเสียเอาอย่างใดอย่างหนึ่ง คือ โทรเลขเข้าไปให้ส่งนางเอี่ยมออกมา ให้เขาลือว่าเป็นบ้ากาม ฤาเสด็จกลับเข้าไปบางกอกให้เขาลือว่าจวนตายแล้ว ดีกว่าไปตายจริงๆ เดือดร้อนเต็มที่ ไม่มีความสุขเลย ถ้ากลับมามีเมียแหม่มเข้ามา ด้วยอย่าได้เข้าใจว่าไปเกิดคิดเคลิ้มคลั่งขึ้นทั้งแก่ ขอให้เข้าใจว่าเป็นเนิสอย่างมิสเตอสโตเบล…”

จากพระราชหัตถเลขาทั้ง 2 ฉบับนี้ทําให้แจ้งชัดถึงคุณสมบัติ อันโดดเด่นเฉพาะตัวและความสำคัญของคุณจอมเอี่ยม อันเป็นเหตุให้โปรดปรานจนตลอดพระชนมายุ

นอกจากมีพระราชปรารภกับผู้อื่นแล้ว ในส่วนคุณจอมเอี่ยมก็ได้รับพระราชทานพระราชหัตถเลขา ทรงบอกถึงความคิดถึงและยกย่องความดีของคุณจอมในด้านถวายงานนวดอย่างมากมาย เรื่องนี้นําความปลาบปลื้มมาสู่คุณจอมเอี่ยมเป็นที่สุด ดังจะเห็นได้จาก พระหัตถเลขาของสมเด็จพระปิตุจฉาเจ้า สุขุมาลมารศรี ซึ่งทรงถึงพระราชโอรสที่ตามเสด็จประพาสยุโรปครั้งที่ 2 ความตอนหนึ่งว่า

“แม่ได้ยินเขาโจทย์กันถึงพระราชโทรเลขถึงกรมดํารงว่า ไม่ทรงสบายแลกริ้วมหาดเล็ก มีความวิตกอยู่เป็นอันมาก ไหนจะวิตกเกรงพระอาการอื่นจะกําเริบ ไหนจะกลัวลูกถูกกริ้วด้วย แต่เมื่อทราบตามหนังสือของลูกก็คลายวิตกไปส่วนหนึ่ง แม่เอี่ยมเขาได้รับพระราชหัตถ์ทรงพรรณาคุณความดีในการนวดอยู่ข้างเหวมาก บอกว่าครั้งนี้ตัวได้ชื่อเสียงที่สุด”

คุณจอมเอี่ยมรับใช้สนองพระเดชพระคุณใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาท ด้วยความซื่อตรงจงรักภักดีและขยันหมั่นเพียร เป็นเหตุให้ทรงพระเมตตาและมีน้ำพระทัยผูกพัน ถึงกับทรงกังวลเกี่ยวกับชีวิตในอนาคตของคุณจอมเลี่ยม เมื่อสิ้นพระองค์แล้ว ปรากฎหลักฐานเรื่องนี้ในพระราชหัตถเลขาถึงสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดํารงราชานุภาพ ลงวันที่ 11 สิงหาคม ร.ศ. 123 ความตอนหนึ่งว่า

“…ฉันมีความในใจอยู่เรื่องหนึ่ง ซึ่งเป็นการในส่วนตัวแท้ จะพูดกับใครก็มีความละอาย ได้เคยพูดแต่กับกรมสมมติ แต่ยังไม่เป็นการตกลงแน่นอนกันอย่างไร คือบรรดาเจ้าจอมที่เป็นคนโปรดปราน ของฉันมีลูกหมดทุกคน การภายหน้าของคนเหล่านั้นคิดประกอบกันกับลูกก็พอเห็นทางที่จะทําไปไม่ยาก แต่มามีไม่มีลูกอยู่ ๒ คน นางเอียมกับนางเอิบ…”

ความกังวลอันเกิดแต่ความห่วงใยของพระองค์ เกิดจากพระเมตตาที่ทรงมีต่อเจ้าคุณจอมเอี่ยมอย่างแท้จริง ดังที่ทรงบรรยาย ในพระราชหัตถเลขาว่า “…ข้อที่จะคิดว่าให้เป็นพนักงานต่อไปนั้น คนที่เคยโตเสียมากเช่นนี้ เห็นจะทนไปนั่งกับพนักงานไม่ได้ ผลประโยชน์ที่เจ้าแผ่นดินจะสามารถให้แก่พนักงานก็คงไม่พอกิน…” และ “…ถ้าลงจนตองตอยไปเที่ยวเป็นข้าเจ้านาย เขาใช้เลวๆ ก็เป็นที่น่าสงสาร ใจหายเต็มที…”

นอกจากความห่วงใยแล้วยังทรงมีความห่วงหาอาลัยเจืออยู่ด้วย แม้จะทรงปรารภว่า “…นางเอี่ยมอยู่มากับฉันถึง 20 ปีแล้ว ถ้าอีก 14 ปีฉันตาย อายุเขาถึง 46…อยู่ข้างจะเกินควรอยู่บ้าง ถ้าทอดธุระเสียว่าเขาคงหาผัวได้ ถ้าเขาหาไม่ได้ ฤาเขาไม่หา เป็นอันเราทำความลำบากให้เขาเมื่อภายแก่…”

หลังจากมีพระราชดําริรอบคอบแล้ว จึงจะโปรดให้สร้างบ้านขึ้นที่เพชรบุรีเพื่อให้เป็นที่อยู่ของคุณจอมเอี่ยม ดังที่มีพระราชปรารภ เรื่องนี้กับสมเด็จฯ กรมพระยาดํารงราชานุภาพ ความว่า

“…ครั้นเกิดคิดทำบ้านต้นขึ้นคราวนี้ จึงนึกว่าถ้าหาบ้านต้นไว้ที่เพชรบุรีสักแห่งหนึ่งก็จะดี เอาเล็กขนาดบ้านคนธรรมดาที่จะปกครองได้ เวลาไปเที่ยวเตร่อยู่ก็รักษาไว้เป็นบ้านต้น เมื่อจะยกให้เมื่อใดก็จะยกให้ได้ ถึงจะพลาดพลั้งเขาก็มีลูกตัวไปก็จะไม่สู้น่าอาย เหมือนก่อสร้างตึกรามอะไรไว้ในบางกอก ให้คนไปตอมกันสู้ๆ ซ่า ไปตอมกันบ้านนอกคอกนาจะเสียพระเกียรติยศน้อยลง ถ้าเขาชื่อตรงอยู่ก็เป็นอันได้ให้บําเหน็จรางวัลเลี้ยงตลอดชีวิตสมความที่รักใคร่ เมื่ออยู่ไมได้ เขาจะย้ายมาบางกอกก็ย้าย เป็นอันฉันได้ให้แล้ว…”

เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต คุณจอมเอี่ยมก็ได้แสดงให้ประจักษ์ถึงความจงรักภักดี และการรักศักดิ์ศรีและเกียรติยศของความเป็นคุณจอมคนโปรดไว้อเป็นอย่างดี โดยในบั้นปลายชีวิต คุณจอมเอี่ยมใช้ชีวิตเรียบง่ายร่วมกับพี่น้องเจ้าจอมก๊ก อ. ด้วยกัน ในวังสวนสุนันทา

 #เจ้าจอมก๊กออในรัชกาลที่๕ตอนที่๒  #เจ้าจอมเอิบ #เจ้าจอมเอิบ สตรีผู้ครองนิยาม ‘งามล้ำสมัย’ และ ‘เสน่ห์ปลายจวัก’ ที่รั้งพ...
19/02/2026

#เจ้าจอมก๊กออในรัชกาลที่๕
ตอนที่๒ #เจ้าจอมเอิบ

#เจ้าจอมเอิบ สตรีผู้ครองนิยาม ‘งามล้ำสมัย’ และ ‘เสน่ห์ปลายจวัก’ ที่รั้งพระทัยรัชกาลที่ ๕ 🌹

หากจะเอ่ยถึงสตรีผู้เป็น “ดาวเด่น” แห่งราชสำนักฝ่ายในยุคศิวิไลซ์ ชื่อของ “เจ้าจอมเอิบ” แห่งก๊กออ ย่อมปรากฏขึ้นเป็นอันดับต้นๆ ไม่ใช่เพียงเพราะรูปโฉมที่งดงามราวภาพวาด แต่เพราะท่านคือสตรีผู้มีความสามารถล้ำสมัยและเป็น “คนโปรด” ที่อยู่เคียงข้างล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๕ จนวินาทีสุดท้าย

✨ สิริโฉมที่ตรงตามตำราหญิงงาม
ในสมัยนั้น ว่ากันว่าไม่มีใครเทียบเคียงความงามของเจ้าจอมเอิบได้ ท่านมีใบหน้าอ่อนหวาน เยือกเย็น รูปทรงอวบอิ่มมีน้ำมีนวล และที่เป็นเลื่องลือที่สุดคือ “ท่อนแขนกลมกลึงราวลำเทียน” ซึ่งถือเป็นคุณสมบัติหญิงงามชั้นสูงในยุคนั้น ความงามนี้เองที่สะกดสายพระเนตรตั้งแต่วัยเพียง ๑๒ ปี เมื่อครั้งเริ่มถวายตัวรับราชการ

📸 สตรีผู้อยู่หลังเลนส์ และตำนาน “ปลาทูทอด”
เจ้าจอมเอิบไม่ได้มีดีแค่รูปโฉม แต่ท่านคือ “หญิงแกร่งสายอาร์ต” รุ่นแรกๆ ของไทย!
• นักเลงกล้อง: ท่านชำนาญการถ่ายภาพถึงขั้นล้างรูปและอัดรูปได้ด้วยตัวเอง จนได้รับหน้าที่ดูแล “กองถ่ายรูป” ในงานวัดเบญจมบพิตร
• เสน่ห์ปลายจวักที่ขาดไม่ได้: มีบันทึกหน้าประวัติศาสตร์ที่น่าประทับใจ เมื่อครั้ง ร.๕ เสด็จประพาสทุ่งพญาไท ทรงมีพระราชหัตถเลขาเจาะจงว่า “เรื่องทอดปลาทู... ถ้าพลาดไปแล้วข้ากลืนไม่ลง” ต้องให้ “นางเอิบ” ออกไปทอดให้เท่านั้น! สะท้อนให้เห็นว่า ฝีมือทำอาหารของท่านคือความสุขส่วนพระองค์ที่ไม่มีใครแทนที่ได้

📜 จากความรุ่งโรจน์ สู่ความทรงจำ ณ วังสวนสุนันทา หลังสิ้นรัชกาล ท่านยังคงใช้ชีวิตอย่างสง่างาม ณ วังสวนสุนันทา และย้ายมายัง “สวนท่านเอิบ” ในบั้นปลายชีวิต ทิ้งไว้เพียงตำนานแห่งความจงรักภักดีและความสามารถที่คนรุ่นหลังต้องทึ่ง

📖 "เจ้าจอมก๊กออ" มากกว่าแค่ชื่อ... แต่คือประวัติศาสตร์ที่มีลมหายใจเรื่องราวของเจ้าจอมเอิบ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความเข้มข้นในหนังสือ “เจ้าจอมก๊กออในรัชกาลที่ ๕” เล่มนี้จะพาคุณเจาะลึกไปในรั้วรอบขอบชิดของฝ่ายใน แย้มม่านดูวิถีชีวิต ความรัก การเมืองในราชสำนัก และสายสัมพันธ์ของ ๕ พี่น้องตระกูลบุนนาคที่ทรงอิทธิพลที่สุดแห่งยุค
• สัมผัสบรรยากาศสยามเก่าผ่านตัวอักษร
• ภาพประกอบหาดูยากและเรื่องเล่าเชิงลึกที่ไม่เคยรู้จากที่ไหน
• ละเมียดละไมไปกับวิถีชีวิตของสตรีชั้นสูงในยุคเปลี่ยนผ่าน
ราคา950บาท (รวมจัดส่ง)

🛒 สนใจครอบครองบันทึกประวัติศาสตร์เล่มนี้
พิมพ์ "สนใจ" ใต้โพสต์ หรือทัก Inbox หาเราได้ทันทีครับ (สินค้ามีจำนวนจำกัด)

#ให้ประวัติศาสตร์เล่มนี้พาคุณย้อนเวลากลับไปสัมผัสความงามของสยามอีกครั้ง

 #เจ้าจอมก๊กออในรัชกาลที่๕แม้โลกเมื่อร้อยกว่าปีก่อนกำหนดให้ผู้หญิงเป็นช้างเท้าหลังโดยเฉพาะหญิงชาววังที่เปรียบว่าเหมือนนก...
18/02/2026

#เจ้าจอมก๊กออในรัชกาลที่๕

แม้โลกเมื่อร้อยกว่าปีก่อนกำหนดให้ผู้หญิงเป็นช้างเท้าหลังโดยเฉพาะหญิงชาววังที่เปรียบว่าเหมือนนกในกรงทอง ทว่าชีวิตและงานของเจ้าจอมก๊กออ (เจ้าจอมมารดาอ่อน เจ้าจอมเอี่ยม เจ้าจอมเอิบ เจ้าจอมอาบ และเจ้าจอมเอื้อน) ในการรับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาทสมเด็กพระพุทธเจ้าหลวงได้สะท้อนให้เห็นว่า การทำหน้าที่ของตนอย่างเต็มกำลังและเป็นผู้ใฝ่หาความรู้อยู่เสมอล้วนเป็นประโยชน์ทั้งต่อตนเองและประเทศชาติได้ ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม

เจ้าจอมก๊กออทั้งห้ากลายเป็นส่วนหนึ่งของบุคคลทางประวัติศาสตร์ที่มีผู้สนใจศึกษาชีวิตและผลงานอยู่เสมอ... #เจ้าจอมก๊กออเล่มนี้ จะบอกเล่าเรื่องราวชีวิตในวังและหลังวังของเจ้าจอมทั้งห้าท่านและอาจเป็นคำตอบว่าทำไมเจ้าจอมจึงทรงอิทธิพลอย่างยิ่งในฝ่ายในสมัยรัชกาลที่ 5

“เจ้าจอม” คือบาทบริจาริกาผู้ถวายงานรับใช้พระมหากษัตริย์ มีตำแหน่งเทียบเท่าพระสนม หากเจ้าจอมท่านใดมีพระราชโอรสหรือพระราชธิดาก็จะเรียกว่า “เจ้าจอมมารดา” บรรดาเจ้าจอมมารดาและเจ้าจอมในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ที่เป็นที่รู้จักในหน้าประวัติศาสตร์มากกลุ่มหนึ่งคือ “เจ้าจอมก๊กออ”

เจ้าจอมก๊กออ ประกอบไปด้วยเจ้าจอมมารดาและเจ้าจอมรวม 5 ท่าน เป็นธิดาของเจ้าพระยาสุรพันธ์พิสุทธิ์ (เทศ บุนนาค) กับท่านผู้หญิงอู่ ประกอบไปด้วย เจ้าจอมมารดาอ่อน เจ้าจอมเอี่ยม เจ้าจอมเอิบ เจ้าจอมอาบ เจ้าจอมเอื้อน ด้วยเหตุที่มีชื่อด้วยอักษร อ. อ่าง จึงเรียกเจ้าจอมกลุ่มนี้ว่าเจ้าจอมก๊กออ

เจ้าจอมมารดาอ่อนเข้าสู่พระบรมมหาราชวังถวายงานรับใช้ในตำหนักเจ้าคุณจอมมารดาแพ (เจ้าคุณพระประยูรวงศ์) ก่อนจะได้ถวายตัวเป็นบาทบริจาริกาในรัชกาลที่ 5 เจ้าจอมมารดาอ่อนเป็นท่านเดียวในเจ้าจอมก๊กออที่ประสูติพระราชธิดาในรัชกาลที่ 5 คือ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอรประพันธ์รำไพ และพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอดิศัยสุริยาภา

ส่วนเจ้าจอมท่านอื่นก็เริ่มเข้าวังมาเป็นข้ารับใช้ในตำหนัก ก่อนที่จะถวายตัวเป็นบาทบริจาริกาในรัชกาลที่ 5 ซึ่งล้วนแต่เป็นที่โปรดปรานพระราชหฤทัยทั้งสิ้น

รัชกาลที่ 5 โปรด เจ้าจอมก๊กออ อย่างไร?

เจ้าจอมก๊กออแต่ละท่านมีความสามารถและทำหน้าที่โดดเด่นจนสามารถถวายงานรับใช้รัชกาลที่ 5 ได้อย่างดีเยี่ยม กล่าวคือ เจ้าจอมมารดาอ่อนทำหน้าที่ช่วยตั้งเครื่องเสวย, เจ้าจอมเอี่ยมทำหน้าที่ช่วยทำเครื่องเสวย และถวายงานนวด, เจ้าจอมเอิบทำหน้าที่ช่วยทำเครื่องเสวย และเป็นผู้ถวายการแต่งพระองค์ เป็นต้น

เจ้าจอมเอี่ยม

เจ้าจอมเอี่ยมเป็นที่โปรดปรานเพราะทรงเป็น “หมอนวด” ที่ดีที่สุดก็ว่าได้ รัชกาลที่ 5 ทรงปรารภถึงการนวดของเจ้าจอมเอี่ยมว่ามีเรี่ยวแรงเทียบเท่าผู้ชาย 8 คน แรงมากเท่าหมอนวดรวมกัน 16 คน เมื่อครั้งที่รัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสยุโรป ทรงปวดเมื่อยพระวรกายจนนอนไม่หลับ ทรงกริ้วมหาดเล็กที่ไม่สามารถถวายงานรับใช้ตามพระราชหฤทัย จนมีพระราชประสงค์จะให้โทรเลขตามเจ้าจอมเอี่ยมมานวดให้ถึงยุโรปหรือจะเสด็จกลับกรุงเทพฯ ให้รู้แล้วรู้รอดเลยทีเดียว

เหตุการณ์ในครั้นนั้นยังปรากฏในจดหมายของพระนางเจ้าสุขุมาลมารศรี พระราชเทวี ถึงสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธุ์ กรมพระนครสวรรค์วรพินิต พระราชโอรส ว่ามีการเล่าลือกันเรื่องที่เกิดขึ้นทำให้เจ้าจอมเอี่ยมได้รับความดีความชอบเป็นอย่างมาก ดังความในจดหมายว่า “แม่เอี่ยมเขาได้รับพระราชหัตถ์ทรงพรรณาคุณความดีในการนวดอยู่ข้างเหวมาก บอกว่าครั้งนี้ตัวได้ชื่อเสียงที่สุด” ประโยคหลังสุดนี้คงจะเป็นสิ่งพิสูจน์ได้ชัดว่า เจ้าจอมเอี่ยมเป็นที่โปรดของรัชกาลที่ 5 มากเพียงใด

นอกจากนี้ ในช่วงที่รัชกาลที่ 5 ประชวรหนัก เจ้าจอมเอี่ยมก็ได้ถวายงานนวดอยู่เสมอ ในหนังสือ ประวัติต้นรัชกาลที่ 6 โดย ราม วชิราวุธ นามปากกาของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงบันทึกไว้ว่า เมื่อพระมหากษัตริย์ประชวรหนัก ผู้ที่จะเข้าเฝ้าถึงห้องพระบรรทมได้ก็เฉพาะแต่ผู้ที่มีพระราชดำรัสให้หาเจาะตัวเท่านั้น เมื่อเจ้าจอมเอี่ยมถวายงานนวดเสร็จก็จะเรียกเจ้าจอมเอิบมาถวายงานนวดแทน แสดงให้เห็นถึงความสำคัญและความโปรดปรานพระราชหฤทัยแด่เจ้าจอมทั้งสองได้เป็นอย่างดี

เจ้าจอมเอิบ

เจ้าจอมเอิบเป็นผู้ที่รัชกาลที่ 5 โปรดให้ถวายงานอยู่รับใช้ข้างพระวรกายอยู่โดยเสมอ อย่างที่คนโบราณเรียกว่า เอาไว้ใช้ติดตัว (กัณฑาทิพย์ สิงหะเนติ, 2558) ครั้นเสด็จประพาสต่างประเทศก็มักจะให้โดยเสด็จด้วยเป็นครั้งคราว แต่เมื่อครั้งเสด็จประพาสยุโรปครั้งที่ 2 ไม่ได้มีฝ่ายในตามเสด็จ รัชกาลที่ 5 ทรงห่วงหาเจ้าจอมเอิบและมีพระราชหัตถเลขาพระราชทานแด่เจ้าจอมเอิบว่า ทรงเห็นหน้าเจ้าจอมเอิบมากกว่าผู้ใด และฝันถึงเจ้าจอมเอิบอยู่ร่ำไป

หน้าที่ของเจ้าจอมเอิบที่สำคัญมากนอกจากการถวายงานนวดแล้ว คือการแต่งพระองค์ (แต่งตัว) ให้รัชกาลที่ 5 เมื่อจะเสด็จฯ ที่ใดก็มักให้เจ้าจอมเอิบเป็นผู้แต่งพระองค์ให้เสมอ โดยขณะที่แต่งพระองค์อยู่นั้น รัชกาลที่ 5 ทรงแกล้งเซไปหาเจ้าจอมเอิบ ซึ่งถือเป็นเรื่องสำราญพระราชหฤทัยมาก นอกจากนี้เจ้าจอมเอิบยังเป็นผู้ทอดปลาทูได้ดีมาก เนื่องจากปลาทูเป็นพระกระยาหารโปรดของรัชกาลที่ 5 จนพระองค์ระบุเจาะจงไว้ว่าจะต้องให้เจ้าจอมเอิบเป็นผู้ทอดปลาทูถวายเท่านั้น

ส่วนเจ้าจอมอาบและเจ้าจอมเอื้อนก็เป็นที่โปรดปรานในรัชกาลที่ 5 ไม่แพ้เจ้าจอมก๊กออท่านอื่น ๆ ในหนังสือ บันทึกความทรงจำ ของหม่อมเจ้าจงจิตรถนอม ดิศกุล ทรงเล่าไว้ว่า ขณะที่รัชกาลที่ 5 ทรงงานอยู่นั้น จะมีพระนางเจ้าสุขุมาลมารศรี พระราชเทวี ทรงหมอบเขียนตามรับสั่ง ส่วนเจ้าจอมเอี่ยม เจ้าจอมเอิบ เจ้าจอมอาบ เจ้าจอมเอื้อน จะนั่งที่พระเฉลียงคอยรับใช้จนกว่าจะทรงงานเสร็จเรียบร้อย บางครั้งก็ทรงงานดึกจนถึงรุ่งเช้าก็มี

รัชกาลที่ 5 ทรงเป็นห่วงเป็นใยและมักพระราชทานข้าวของเครื่องใช้ ทั้งเครื่องราชอิสริยาภรณ์และเพชรนิลจินดาให้เจ้าจอมก๊กอออยู่เสมอ เมื่อเสด็จนิวัติพระนครหลังจากเสด็จประพาสยุโรปก็พระราชทานเครื่องเพชรเป็นสร้อยเพชรและเทียร่าเพชร การเป็นเจ้าจอมที่โปรดมากนี้ยังสะท้อนให้เห็นจากการที่รัชกาลที่ 5 มีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้สร้างตำหนักและเรือนพระราชทานให้แก่เจ้าจอมก๊กออทุกท่าน ทั้งในพระราชวังสวนดุสิต สวนสุนันทา บางปะอิน

รัชกาลที่ 5 ทรงเล็งเห็นว่า เจ้าจอมก๊กออนั้นไม่มีพระราชโอรส จะมีแต่เพียงเจ้าจอมมารดาอ่อนที่มีแต่พระราชธิดา หากพระองค์สวรรคตไปแล้วก็เกรงว่าบั้นปลายชีวิตของเจ้าจอมก๊กออจะลำบาก ดังนั้นจึงพระราชทานที่ดินและเงินทองให้ไว้เป็นทรัพย์ส่วนตัว เช่น ที่ดินบริเวณวัดโบสถ์ เขตสามเสน ถนนสุโขทัย เลียบคลองสามเสน เป็นที่ดินพระราชทานให้เจ้าจอมก๊กอออยู่ติด ๆ กัน

#เจ้าจอมก๊กออในรัชกาลที่๕ หนังสือใหม่ทุกเล่ม ปกแข็งหนามากกว่า600หน้า พร้อมภาพประกอบและเรื่องราวที่ครบถ้วนมากที่สุด

ข้อมูล หนังสือ เจ้าจอมก๊กออ
ภาพประกอบจากอินเทอเน็ต และ เพจ AI Fashion Lab ภาพเหล่านี้ผ่านกระบวนการบูรณะทั้งองค์ประกอบของแสง ความคมชัด และคุณภาพของภาพ

 #เจ้าหญิงนินทา  แอดมินตามหาหาหนังสือเล่มนี้มาเพิ่มได้แล้วครับ  😊 มี3เล่ม หนังสือใหม่สมบูรณ์ทุกเล่มครับhttps://www.faceb...
18/02/2026

#เจ้าหญิงนินทา แอดมินตามหาหาหนังสือเล่มนี้มาเพิ่มได้แล้วครับ 😊 มี3เล่ม หนังสือใหม่สมบูรณ์ทุกเล่มครับ
https://www.facebook.com/share/aLbZgQ4N5cWYEjUm/?mibextid=WC7FNe

 #ดวงแก้วแห่งพระมงกุฎเกล้า มีหนังสือมาเพิ่ม 1 เล่มครับ  เล่มนี้เป็นหนังสือเนื้อหาและข้อมูลที่ดีมากอีกเล่มหนึ่งในใจของแอด...
15/02/2026

#ดวงแก้วแห่งพระมงกุฎเกล้า มีหนังสือมาเพิ่ม 1 เล่มครับ เล่มนี้เป็นหนังสือเนื้อหาและข้อมูลที่ดีมากอีกเล่มหนึ่งในใจของแอดมินครับ จัดทำอย่างปราณีตและพร้อมด้วยข้อมูล ภาพประกอบที่ชัดเจนและหาชมได้ยาก รอบนี้หามาได้เพียงเล่มเดียวครับ หมดแล้วคงต้องตามหาอีกนาน หนังสือเล่มใหญ่ขนาดกล่อง Pizza พลาดไม่ได้เลยครับ ^^

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=782142245525208&id=224741611265277

 #ประวัติศาสตร์ลับหลังวังซูสีไทเฮา หนังสือหายากเราต่างได้ยินพระนามของ “ซูสีไทเฮา” มาแต่เล็กแต่น้อย จักรพรรดินีหม้ายผู้นี...
08/02/2026

#ประวัติศาสตร์ลับหลังวังซูสีไทเฮา หนังสือหายาก

เราต่างได้ยินพระนามของ “ซูสีไทเฮา” มาแต่เล็กแต่น้อย จักรพรรดินีหม้ายผู้นี้มีคนรักเท่าผืนหนัง แต่คนชังเท่าผืนเสื่อ พระนางเป็นที่กล่าวขานว่าช่างโหดร้าย กราดเกรี้ยว ใช้อำนาจบาตรใหญ่ และคอยชักใยเบื้องหลังองค์ฮ่องเต้

ไม่มีใครเคยเอ่ยถึง หรืออาจไม่มีผู้ใดล่วงรู้ เหตุผลทั้งหมดของการกระทำเหล่านั้น

แต่ “เต๋อหลิง” รู้

ดีใจมากที่หาหนังสือเล่มนี้เจออีกครั้ง แฟนเพจที่สนใจรีบจองได้เลยครับ รอบนี้มีแค่สี่เล่มเท่านั้น

https://www.facebook.com/224741611265277/posts/1035826393490124/

 #ลายน้ำทอง   #มีมาเพิ่มเติม3เล่มครับ #หนังสือใหม่มือหนึ่งทุกเล่ม หนังสือที่บันทึกความทรงจำของท่านหญิงปีนัง ท่านหญิงวุฒิ...
12/01/2026

#ลายน้ำทอง #มีมาเพิ่มเติม3เล่มครับ
#หนังสือใหม่มือหนึ่งทุกเล่ม
หนังสือที่บันทึกความทรงจำของท่านหญิงปีนัง ท่านหญิงวุฒิเฉลิม วุฒิชัย พระราชนัดดาในล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๕ องค์สุดท้ายที่ยังมีพระชนม์ชีพในปัจจุบัน

https://www.facebook.com/224741611265277/posts/781509435588489/

ที่อยู่

ลาดปลาเค้า 79
Bangkok
10220

เบอร์โทรศัพท์

+66949624263

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ LooKabookผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์