Siam Market Siam Market เราคือแพลตฟอร์มที่เพิ่มช่องทา?

กลยุทธ์ทางการตลาดขั้นตอนที่ผ่านมา เหมือนว่าเราได้ทำความเข้าใจสนามและเรียนรู้กฎกติกาต่างๆ แล้ว ในขั้นตอนนี้ เราก็จะมาเลือ...
28/10/2022

กลยุทธ์ทางการตลาด

ขั้นตอนที่ผ่านมา เหมือนว่าเราได้ทำความเข้าใจสนามและเรียนรู้กฎกติกาต่างๆ แล้ว ในขั้นตอนนี้ เราก็จะมาเลือกอาวุธหรือกลยุทธ์การตลาดที่จะใช้ในแผนกัน

กลยุทธ์การตลาดนั้นก็มีอยู่มากมายหลากหลาย เพียงแค่เลือกใช้ให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายของคุณและเลือกใช้ให้ถูกจังหวะ (ขั้นตอนการตัดสินใจของลูกค้า) ที่เหลือก็ขึ้นอยู่ความคิดสร้างสรรค์และการพลิกแพลงของคุณ

ตัวอย่างกลยุทธ์การตลาดที่น่าทำ

- ทำโปรโมชั่น ลด/แลก/แจก/แถม ทำแพ็กเกจ
- ทำ Upsell / Downsell
- ใช้การตลาดแบบปากต่อปาก
- ใช้บัตรสะสมแต้ม ทำ Customer Point
- ทำแคมเปญร่วมกับ Influencer
- จ้างรีวิว
- ทำ Content Marketing
- จ้างทำ Backlink
- ทำ Partnership จับมือกับธุรกิจอื่น
- สร้าง Blog content เรียกคนเข้าเว็บไซต์ ทำ Search Marketing
- ทำโฆษณาบนสื่อออนไลน์
- ทำโฆษณาแบบ Retargeting
ทำระบบใช้ก่อนจ่ายทีหลัง (Free Trial)

#สยามมาร์เก็ต #กลยุทธ์การตลาด #การตลาด #การตลาดออนไลน์

ขั้นตอน วิจัยทางการตลาด (Market Research) ขั้นตอนการ วิจัยทางการตลาด (Market Research เป็นหนึ่งในขั้นตอนการทำ การตลาด ซึ...
25/10/2022

ขั้นตอน วิจัยทางการตลาด (Market Research)

ขั้นตอนการ วิจัยทางการตลาด (Market Research เป็นหนึ่งในขั้นตอนการทำ การตลาด ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกธุรกิจควรมี เพื่อสร้างโอกาสให้ธุรกิจนั้นๆเติบโต แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่าทำการตลาดแบบไหนถึงจะออกมาดี……

อย่างที่รู้กันดีว่า การทำการตลาดคือการพาตัวเองไปเจอลูกค้าใหม่ๆ หรือรักษาฐานลูกค้าเดิม สิ่งแรกที่ควรทำคือ การรู้จักตลาดและความต้องการของตลาด แต่นักการตลาดก็มักจะไม่มีเวลาว่างไปทำสิ่งนั้นๆ ดังนั้น การทำวิจัยทางการตลาด (Market Research) ก็จะช่วยให้นักการตลาดสามารถเก็บข้อมูล และนำข้อมูลเหล่านั้นมาใช้ให้เป็นประโยชน์ให้กับธุรกิจได้

การวิจัยทางการตลาด (Market Research) คืออะไร?

วิจัยตลาด คือ กระบวนการเก็บรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลจากผู้บริโภค เพื่อให้นักการตลาดสามารถนำข้อมูลเหล่านี้มาใช้สร้างโอกาสและกลยุทธ์ทางการตลาด และยังทำให้รู้ความเคลื่อนไหวในแวดวงธุรกิจ เช่น การทำโฆษณา การแบ่งส่วนตลาด การส่งเสริมการตลาด และการสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง เป็นต้น

ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยทำให้เรารู้ว่าลูกค้าซื้อสินค้าและบริการที่ไหนและซื้ออย่างไร ปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกและตัดสินใจซื้อของลูกค้า เหตุผลอะไรบ้างที่ทำให้ลูกค้าซื้อและไม่ซื้อสินค้าและบริการแต่ละอย่าง ทำให้นักการตลาดสามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้เพื่อตอบสนองปัจจัยที่กลุ่มเป้าหมายต้องการได้

ประเภทของการเก็บข้อมูลการวิจัยทางการตลาด

วิจัยทางการตลาด แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ วิจัยปฐมภูมิ และวิจัยทุติยภูมิ

1. วิจัยปฐมภูมิ (Primary research)

การเก็บข้อมูลด้วยตัวเองจากบุคคลที่น่าจะเป็นหรือเป็นกลุ่มเป้าหมาย สามารถทำได้หลากหลายวิธี ได้แก่ การสัมภาษณ์แบบกลุ่มหรือเชิญคนมาจำนวนหนึ่งให้ร่วมแสดงความคิดเห็นต่อสินค้าหรือบริการ (Focus group) , การสัมภาษณ์เดี่ยวด้วยคำถามแบบแสดงความเห็น (Open-ended conversation) และการทำแบบสอบถามด้วยคำถามเฉพาะเจาะจง

วิจัยประเภทนี้จะดีมากกับการสร้างกลุ่มผู้ซื้อสินค้า (Persona) หรือกำหนดกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย การทำวิธีนี้จะช่วยให้เราได้เปรียบคู่แข่งขันเพราะเป็นข้อมูลที่เราเก็บมาเพื่อเป้าหมายของเราเอง และบุคคลภายนอกจะไม่ได้เห็นข้อมูลนี้ ทำให้ข้อมูลถูกออกแบบมาได้ตรงกับวัตถุประสงค์ของเราเอง

2. วิจัยทุติยภูมิ (Secondary research)

คือ การรวบรวมข้อมูลการสำรวจที่มีอยู่แล้วมาวิเคราะห์ ซึ่งข้อมูลที่ใช่ต้องมีความเกี่ยวเนื่องกับธุรกิจ ข้อมูลที่ว่านี้อาจจะรวมถึงบันทึกสถิติต่างๆ ก็ได้ เช่น รายงานแนวโน้มหรือบทความที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ สถิติการตลาด เป็นต้น สามารถหาได้ทั่วไป เช่น สภาอุตสาหกรรม หอการค้าไทย สำนักวิเคราะห์ธุรกิจจากต่างประเทศ หรือเอเจนซี่การตลาดใหญ่ๆ ก็มักทำรายงานวิเคราะห์การตลาดขของอุตสาหกรรมธุรกิจต่างๆ รวมถึงข้อมูลที่อยู่บนเว็บไซต์ โซเชียลมีเดียของเราเองก็สามารถนำมาใช้ก็ใช้ได้เช่นกัน

ขั้นตอนการทำวิจัยทางการตลาดระบุกลุ่มเป้าหมาย

คำถามแรกที่ผู้ทำธุรกิจควรถามตัวเอง คือ ลูกค้าของเราเป็นใคร เราจะขายสินค้าให้ใคร เพราะมันจะเป็นสิ่งสำคัญที่สามารถทำให้เรารับรู้ความต้องการของกลุ่มเป้าหมายนั้นๆได้ และสามารถตอบสนองความต้องการเหล่านั้นได้ในทันที ซึ่งเป็นพื้นฐานของการกำหนดส่วนประสมทางการตลาดอย่าง Product, Price, Place, Promotion ให้กับธุรกิจ

1. การระบุกลุ่มเป้าหมาย

สามารถทำได้โดยกำหนด “Customer Segment” โดยส่วนมากจะกำหนดด้วย เพศ อายุ รายได้ อาชีพ การศึกษา ที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นการกำหนดเป็นกลุ่มใหญ่ๆ และนำ Customer Segment นั้นมาแบ่งแยกย่อยอีกครั้งเพื่อให้มีความชัดเจนมากขึ้น ด้วยการเลือกจากความสนใจหรือพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมาย
ยกตัวอย่างเช่น สินค้าคุชชั่นคุมมัน กลุ่มเป้าหมายอายุ 18-30 ปี มีรายได้ 15,000-20,000 ต่อเดือน อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ และสโคปให้ชัดเจนขึ้นได้ด้วย ความสนใจชอบแต่งหน้า ชอบเครื่องสำอางค์ และพฤติกรรมเช่นชอปปิ้งออนไลน์เวลา 19.00-22.00 น. เป็นต้น
หรือถ้าหากเป็นธุรกิจที่มีกลุ่มเป้าหมายแบบ Niche หรืออยากจะได้เป้าหมายที่ชัดเจนมากขึ้น สามารถนำ Segment นี้มาระบุเจาะจงได้มากขึ้น ด้วยการใช้เครื่องมือ “Buyer Persona” หรือ “Customer Persona” เพื่อทำให้เราสามารถตอบสนองต่อลูกค้าได้ตรงจุดมากขึ้น
อ่านคู่มือการทำ Customer Persona แบบเจาะลึก! คลิก

2. การเก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มเป้าหมาย

เมื่อเรากำหนดกลุ่มเป้าหมายได้แล้ว ควรทำการสุ่มเก็บข้อมูลเพื่อช่วยให้เราเข้าใจกลุ่มเป้าหมาย และรู้ Insight ของลูกค้าได้มากขึ้นได้มากขึ้น วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลสามารถทำได้ ดังนี้

– การทำแบบสอบถาม เป็นการเก็บข้อมูลแบบพื้นฐาน เพื่อช่วยให้เราหาคนที่เป็นเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว แต่ก็ขึ้นอยู่กับวิธีการออกแบบแบบสอบถามเพื่อให้ได้ตามจุดประสงค์ที่เราตั้งไว้เท่านั้น

– การสัมภาษณ์ สามารถทำการสุ่มสอบถามจากบุคคลที่ทำการตอบแบบสอบถาม, บุคคลที่มีลักษณะคล้าย Persona ที่กำหนดไว้, หรือฐานลูกค้าที่มีอยู่ เพื่อทำการพูดคุยเพื่อให้แสดงความคิดเห็นต่อผลิตภัณฑ์หรืออุตสาหกรรมนั้นๆ การจะทำการสำภาษณ์เพื่อให้ได้ข้อมูล Insight จริงๆนั้นควรทำด้วยการใช้ “Why Why Analysis” คือ การถามไปเรื่อยๆด้วยคำว่าทำไม เช่น ทำไมถึงใช้คุชชั่น แล้วทำไมถึงใช้แบบคุมมัน แล้วทำไมถึงหน้ามัน แบบนี้ไปเรื่อยๆก็จะทำให้สามารถเก็บข้อมูลในเชิงลึกได้มากขึ้น

– การสังเกตผู้บริโภคในบริบทชีวิตประจำวันหรือสถานการณ์จริง วิธีการสังเกตก็สามารถทำได้หลายแบบ ตั้งแต่การไปนั่งเฝ้าติดตาม สังเกตการณ์ด้วยตัวเอง หรือใช้การสังเกตผ่านอุปกรณ์ เช่น กล้องวงจรปิด หรือมีเทคโนโลยีมาช่วย เป็นต้น วิธีนี้จะทำให้เราได้ข้อมูลจริงมากที่สุด แต่ต้องอาศัยระยะเวลาเพื่อให้ได้ข้อมูลที่ต้องการ

3. สำรวจตลาดและวิเคราะห์คู่แข่ง

หากเรารู้แล้วว่าธุรกิจของเราอยู่ในอุตสาหกรรมไหน เราควรระบุคู่แข่งของเรา แล้วนำไปวิเคระห์ เครื่องมือที่นิยมใช้กัน คือ Swot Analysis หรือ SWOT ย่อมาจาก Strength (จุดแข็ง), Weakness (จุดอ่อน), Opportunities (โอกาส) และ Threats (อุปสรรค) ใช้เพื่อประเมินสถานการณ์ในการทำธุรกิจทั้งภายในองค์กร และภายนอกองค์กร ซึ่งจะทำให้เรามองเห็นจุดยืนและผลกระทบที่อื่นเกิดขึ้นได้

4. กำหนดกลยุทธ์ทางการตลาด

เมื่อมีข้อมูลที่ดีมีคุณภาพมากพอแล้ว เราควรกำหนดกลยุทธ์ทางการตลาด วางแผนงานปฏิบัติงานเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ถือเป็นกลยุทธ์เครื่องมือในการใช้แข่งขัน การใช้กำหนดส่วนประสมทางการตลาดให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย และยังเป็นพื้นฐานในการตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายอีกด้วย

การทำวิจัยทางการตลาด ถือเป็นสิ่งที่ธุรกิจควรให้ความสำคัญ เพราะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้าง Branding ของสินค้าและบริการ ที่สะท้อนตัวตนของลูกค้าหรือกลุ่มเป้าหมาย และนำไปสู่การสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จัก สร้างกำไร และยังช่วยในการประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางต่างๆที่กลุ่มเป้าหมายเหล่านั้นอยู่ เช่น คุชชั่นคุมมัน กลุ่มเป้าหมายช้อปปิ้งออนไลน์ช่วง 19.00-22.00 น. ก็ควรเน้นการทำโฆษณาบนออนไลน์ในช่วงเวลานั้น เป็นต้น แต่การเลือกช่องทางประชาสัมพันธ์ก็ไม่ตายตัวเสมอไปขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์ พฤติกรรม หรือความเหมาะสม ดังนั้น นักการตลาดจึงควรทดสอบหรือลองทำวิจัยเพื่อค้นหาวิธีที่ดีที่สุดให้กับธุรกิจนั่นเอง

#การตลาดออนไลน์ #สยามมาร์เก็ต #วิจัย #วิจัยการตลาด #การตลาด

วันปิยะมหาราช 23 ตุลาคม  เป็นวันคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5🙏พระองค์ทรงมีพระมหากรุ...
23/10/2022

วันปิยะมหาราช 23 ตุลาคม
เป็นวันคล้ายวันสวรรคตของ
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5
🙏พระองค์ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ
หลายด้านต่อประเทศไทย แต่ที่โดดเด่นคือ
“การเลิกทาส” หยุดวงจรของการเป็นทาส
เมื่อพ่อแม่ที่เป็นทาสมีลูก
ลูกก็ไม่จำเป็นต้องเป็นทาสต่อไปค่ะ
ดั่งพระนาม “สมเด็จพระปิยมหาราช” มีความหมายว่า
“พระมหากษัตริย์ที่ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชน”
🙏ปัจจุบันพระองค์จึงเป็นที่เคารพบูชา
โดยนำดอกกุหลาบสีชมพูซึ่งเป็นดอกไม้ทรงโปรด
และเป็นสีประจำวันพระราชสมภพ(วันอังคาร)
ไปถวายเพื่อขอพรเรื่องอำนาจวาสนา
ที่พระบรมรูปทรงม้าค่ะ
น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ
ข้าพระพุทธเจ้า เพจสยามมาร์เก็ต

#วันปิยะ #สยามมาร์เก็ต

ถ้าการตลาดยังไม่ปัง เราก็ต้องหาความรู้เพิ่ม เป็นอีกคำถามยอดฮิต หลักสูตรการตลาดออนไลน์ หรือ คอร์สเรียนการตลาดออนไลน์ ที่เ...
19/10/2022

ถ้าการตลาดยังไม่ปัง เราก็ต้องหาความรู้เพิ่ม

เป็นอีกคำถามยอดฮิต หลักสูตรการตลาดออนไลน์ หรือ คอร์สเรียนการตลาดออนไลน์ ที่เปิดอยู่นั้นเหมาะสมกับใครบ้างเราเรียนได้มั้ย เรามาสรุปสั้นๆกันเลยว่า คอร์สเรียนการตลาดออนไลน์ นั้นเหมาะกับใครบ้าง

บุคคลที่ต้องการเปลี่ยนสายงาน
นักการตลาด
คนไม่มีพื้นฐาน
เจ้าของธุรกิจ
คนที่ไม่มีเวลามาก

#การตลาดออนไลน์ #สยามมาร์เก็ต

ผลหวยรัฐบาล งวดวันที่ 16 ตุลาคม 2565   สองตัวท้าย 15 "บางทีโชคชะตาก็ใจร้ายกับเรา ก้มหน้าก้มตาขายของต่อไป"  #หวย  #สยามมา...
16/10/2022

ผลหวยรัฐบาล งวดวันที่ 16 ตุลาคม 2565 สองตัวท้าย 15

"บางทีโชคชะตาก็ใจร้ายกับเรา ก้มหน้าก้มตาขายของต่อไป"

#หวย #สยามมาร์เก็ต

รวมคำทักหาลูกค้า เมื่อแชทเงียบ ที่ลูกค้ารัก 💬เคยเป็นไหมลูกค้าทักมาถามรายละเอียดแล้วเงียบหาย?จะต่อบทสนทนากับลูกค้ายังไงดี...
13/10/2022

รวมคำทักหาลูกค้า เมื่อแชทเงียบ ที่ลูกค้ารัก 💬
เคยเป็นไหมลูกค้าทักมาถามรายละเอียดแล้วเงียบหาย?
จะต่อบทสนทนากับลูกค้ายังไงดี
ไม่ให้เสียลูกค้าและยังถนอมน้ำใจกัน
#การตลาดออนไลน์ #กลยุทธ์การตลาด #ทริคการตลาด #ทำการตลาด #สบามมาร์เก็ต

👀ชวนมาส่องพฤติกรรมการใช้แอปพลิเคชันออนไลน์ของผู้บริโภคยุคใหม่ พวกเขาใช้แต่ละแพลตฟอร์มเพื่ออะไร แล้วใช้แพลตฟอร์มไหนผู้เขี...
13/10/2022

👀ชวนมาส่องพฤติกรรมการใช้แอปพลิเคชันออนไลน์ของผู้บริโภคยุคใหม่ พวกเขาใช้แต่ละแพลตฟอร์มเพื่ออะไร แล้วใช้แพลตฟอร์มไหน
ผู้เขียนหวังว่าข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ต่อแบรนด์และนักการตลาด🫶เพื่อเป็นไอเดียสำหรับการทำแคมเปญของตัวเองให้ตรงกับแพลตฟอร์มที่กลุ่มเป้าหมายใช้ รวมไปถึงตรงกับจุดประสงค์ที่ลูกค้าผู้เป็นกลุ่มเป้าหมายใช้ในแพลตฟอร์มนั้น ๆ
ยุคนี้แบรนด์ตีตลาดทุกแพลตฟอร์มยังคงเวิร์กอยู่ แต่จะทำเหมือนกันหมดผลลัพธ์ที่ได้อาจจะไม่ได้เป็นแบบที่หวัง คุณต้องลงลึกในเรื่องไอเดียที่ตรงกับการใช้งานแต่ละแพลตฟอร์มของผู้บริโภคด้วยนะ😇

#การตลาดออนไลน์ #การตลาด #สบามมาร์เก็ต

การทำ SEO นั้นสามารถแบ่งออกได้เป็นหลายสายครับ ซึ่งหลาย ๆ ท่านอาจเคยได้ยินคำว่า SEO สายขาว สายเทา และสายดำ กันมาบ้าง ซึ่ง...
13/10/2022

การทำ SEO นั้นสามารถแบ่งออกได้เป็นหลายสายครับ ซึ่งหลาย ๆ ท่านอาจเคยได้ยินคำว่า SEO สายขาว สายเทา และสายดำ กันมาบ้าง ซึ่งทั้ง 3 อย่างมีความแตกต่างกันดังนี้ครับ



คือ การทำ SEO ON-Page และ Off-Page SEO ตามกฎและกติกาของ Google Guideline เพื่อให้เว็บไซต์มีคุณภาพ โดยการทำ SEO เช่นนี้ จะเน้นที่คุณภาพของเว็บไซต์เป็นหลัก เพื่อสร้างเนื้อหาเว็บไซต์ที่มีคุณภาพ ให้ผู้อ่านและช่วยให้ Google Bot อ่านเว็บไซต์ได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังมีเนื้อหาที่น่าสนใจ ตอบโจทย์ผู้อ่านได้อย่างดี ที่สำคัญก็คือ Backlink ต้องมีคุณภาพ บนเว็บไซต์ที่มีความน่าเชื่อถือสูง เพื่อช่วยให้หน้าเว็บของคุณมีอันดับที่ดีขึ้นบนหน้า Search Engine



เป็นการทำ SEO ที่ไม่ทำตามกติกาของ Google ครับ หรือเรียกง่าย ๆ ว่าแหกกฎและข้อห้ามของ Google เพื่อไต่อันดับบนหน้า Ranking เท่านั้นโดยไม่ค่อยคำนึงถึงเนื้อหาในบทความเท่าไหร่ว่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านหรือผู้บริโภคหรือไม่ โดย SEO สายดำจะอาศัยประโยชน์จากช่องโหว่ของอัลกอริทึมของ Google จะเน้นการเก็บข้อมูลของ Bot มากกว่าการตอบโจทย์ผู้อ่านโดยตรง ทำให้อันดับของเว็บไซต์เลื่อนขึ้นอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ดีครับ SEO สายดำก็มีความเสี่ยงที่จะถูก Google จับได้ และโดนลงโทษอยู่มาก โดย Google อาจทำให้หน้าเพจนั้นไม่แสดงผล อันดับตก หรือโดนแบนจากการค้นหาไปเลยก็เป็นได้ เพราะ Google นั้นมีการปรับเปลี่ยนและการพัฒนาอัลกอริทึมอย่างต่อเนื่อง ในการที่จะป้องกัน Blackhat SEO และช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงเนื้อหาได้อย่างดีที่สุดนั่นเองครับ



เป็นประเภทที่หลายคนน่าจะได้ยินชื่อกันมามากที่สุดครับสำหรับ SEO สายเทา หากจะอธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ เกี่ยวกับการทำงานของ SEO สายนี้ก็คือการนำวิธีการทำงานของ SEO สายขาวและสายดำเข้าด้วยกัน คือเน้นการทำตามกฎของ Google เหมือนสายขาวแต่ก็มีการใช้ประโยชน์จาก Gap ของ Google Algorithm ในการไต่อันดับบนหน้า Search Engine เหมือนสายดำ ผลของมันก็คือ SEO สายเทาจะเห็นผลในเรื่องของการไต่อันดับเร็วกว่าสายขาวและมีความเสี่ยงน้อยกว่าสายดำที่จะโดนแบนจาก Google นั่นเอง เทคนิคที่นิยมใช้คือ การทำเนื้อหาและทำการทำ backlink สร้าง PBN การ Redirect SPAM เนื้อหา ปัจจุบันจึงมีหลาย ๆ เว็บไซต์ที่ทำ SEO สายเทาอยู่ไม่น้อยครับ ส่วนใหญ่เว็บที่มักจะทำสายเทามักจะเป็นเว็บไซต์ผิดกฎหมาย, เว็บพนัน, เว็บที่ขายสินค้าผิดกฎหมาย ถึงแม้ว่าจะเป็นวิธีที่ใช้หลบหลีก Google Algorithm ได้ดี แต่เมื่อเวลาผ่านไป เมื่อ Google ปรับปรุง Algorithm ก็สามารถทำให้เว็บของคุณถูกลงโทษ และมีสิทธิ์ถูกแบนได้เช่นเดียวกับสายดำ

*** ทำไมธุรกิจของคุณต้องทำ SEO สายขาว?

จากที่ทุก ๆ คนพอทราบกันเบื้องต้นไปแล้วว่า SEO แต่ละสายมีความแตกต่างกันอย่างไร ผมเชื่อว่าก็พอจะเห็นข้อดีและข้อเสียของแต่ละสายได้อย่างชัดเจนแล้วเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ดีครับแม้การทำ SEO สายดำและเทานั้นจะสามารถพา SEO ของเราถูกจัดอันดับสูง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว แต่ถ้าหากผมจะแนะนำ การทำสายขาวเป็นรูปแบบของ SEO ที่ "น่าทำและควรทำ"ที่สุดครับเพราะแม้จะช้าหน่อย แต่ความมั่นคงและโอกาสที่จะโดนแบนนั้นไม่มีเลยครับ ดังนั้น หากเจ้าของแบรนด์ท่านใดที่ต้องการจะให้อันดับเป็นไปตามที่คาดหวังและมีความน่าเชื่อถือ อยู่กับเราได้นาน ๆ SEO ที่ตอบโจทย์ที่สุดคือ "สายขาว" เท่านั้นครับ

------------
#การตลาด #การตลาดออนไลน์ #รับทำการตลาดออนไลน์ #รับปรึกษาปัญหาธุรกิจ #รับยิงแอด #สบามมาร์เก็ต

5 เคล็ดลับ “เรียกยอดขาย” ด้วยการ “รีวิวสินค้า”“การรีวิวสินค้า” เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะเชื่อมโยงแบรนด์กับลูกค้าเข้าด้วยก...
13/10/2022

5 เคล็ดลับ “เรียกยอดขาย” ด้วยการ “รีวิวสินค้า”
“การรีวิวสินค้า” เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะเชื่อมโยงแบรนด์กับลูกค้าเข้าด้วยกัน ทำให้ลูกค้าเห็นว่าสินค้าของเราดีจริงหรือไม่ และเกิดการตัดสินใจซื้อสินค้าในที่สุด ในปัจจุบันมีนักรีวิวและมี Content รีวิวสินค้ามากมาย แต่จะมีสักกี่รีวิวที่จะปิดการขายอย่างมีประสิทธิภาพได้ ในบทความนี้จึงอยากจะมาแนะนำเคล็ดลับ 5 ข้อ เกี่ยวกับการรีวิวสินค้า มาฝากนักขายออนไลน์ทุกท่านค่ะ
1.คุยกับลูกค้าก็ต้องพูด “ภาษาลูกค้า”
การพูดภาษาลูกค้าหมายถึง การมองในมุมของลูกค้าให้มาก เข้าใจถึงปัญหาที่แท้จริง และตอบให้ได้ว่าสินค้าของเราจะช่วยแก้ปัญหาให้กับเขาได้อย่างไร ซึ่งการจะคุยภาษาลูกค้าได้นั้นเกิดจากความ “เข้าใจ” ลูกค้าของเราอย่างลึกซึ้ง ถึงความต้องการและไลฟ์สไตล์ต่าง ๆ ของลูกค้าของเรา
หลายแบรนด์มักติดกับดักในการรีวิวถึงแต่คุณสมบัติของสินค้าตัวเอง ใช้คำซับซ้อนมากจนเกินไป จนในหลายครั้งเราไม่สามารถเข้าไปครองใจลูกค้าได้
ยกตัวอย่าง ร้านขายเครื่องดูดฝุ่น แทนที่จะพูดว่า “เครื่องดูดฝุ่นของเราทำงานได้เร็วขึ้นเท่าตัว ด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย… ” ก็ให้พูดในมุมของลูกค้ามากขึ้น เช่น “คุณจะประหยัดเวลาในการดูดฝุ่นลง 50% ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนามาจากความต้องการของผู้ใช้งานจริง” เป็นต้น
2.รีวิวอย่าง “สวยงาม” “ชัดเจน” และ “แท้จริง”
ความ “สวยงาม” ในที่นี้หมายถึงการจัดตำแหน่ง จัดแสง และถ่ายสินค้าของเราให้ออกมาดูดีที่สุด เพราะเราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าภาพที่สวยกว่าย่อมมอบอรรถรสให้กับผู้ชมได้มากกว่า
ความ “ชัดเจน” คือการพลิกมุม พลิกด้าน ถ่ายสินค้าให้เห็นอย่างครบถ้วน หรือการอธิบายข้อมูลที่ลูกค้าจำเป็นต้องทราบอย่างถูกต้อง ตรงนี้จะช่วยลดความคลุมเครือให้กับลูกค้า โดยเฉพาะในโลกออนไลน์ที่ลูกค้าไม่สามารถไปทดลองหยิบจับสินค้าด้วยตัวเองได้ค่ะ
ส่วนความ “แท้จริง” คือการรีวิวสินค้าอย่างตรงไปตรงมา พูดความจริง ไม่อวยจนเกินจริง ความจริงใจในการขายของสำคัญอย่างมากต่อร้านค้าออนไลน์ เพราะถ้าหากลูกค้าเสียความเชื่อมั่นในแบรนด์แล้ว ก็ยากที่จะให้ลูกค้ากลับมาไว้ใจได้อีก
3.ให้ลูกค้าเป็นผู้รีวิวสินค้าเอง
นอกจากจะจ้างนักรีวิวแล้ว ยังสามารถให้ลูกค้ารีวิวสินค้าใหกับเราได้ด้วย เพราะลูกค้ามักเชื่อลูกค้าด้วยกันเองมากกว่าแบรนด์ การให้ลูกค้าได้มีโอกาสรีวิวสินค้าจึงถือเป็นเรื่องที่ดี โดยที่เราไม่จำเป็นต้องใช้เงินจ้าง หรือไปตีกรอบว่าลูกค้าจะต้องพูดแต่ด้านดีเท่านั้น ในทางกลับยิ่งเราเปิดโอกาสให้ลูกค้ารีวิวสินค้าอย่างตรงไปตรงมา เราก็ยิ่งได้ทราบฟีดแบคที่แท้จริงจากลูกค้า เพื่อนำไปพัฒนาปรับปรุงสินค้าของเราต่อไป
4. ใช้เทคนิค “Hook - Show - Close”
เทคนิคนี้จะได้ผลลัพธ์ที่ดีโดยเฉพาะ VDO Content โดยที่…
Hook คือการดึงความสนใจของลูกค้าภายใน 3 วินาทีแรก โดยไม่ต้องเกริ่นยืดยาว แต่ให้เข้าประเด็นได้เลย เช่น พูดถึงปัญหาที่ลูกค้าเคยพบเจอ “เปลี่ยนคอนซิลเลอร์มาหลายยี่ห้อก็ยังปิดรอยดำไม่อยู่”
Show คือการสาธิตการใช้สินค้าให้ดูจริง ๆ โดยไม่ต้องมีพิธีรีตองสวยหรูอะไร แค่เน้นให้เห็นว่าสินค้าใช้ได้ผล อย่างเช่นคอนซิลเลอร์ก็สามารถนำมาทาโชว์ปิดรอยดำได้เลย
Close คือการการปิดคลิป โดยบอกวิธีการสั่งซื้อ บอกโปรโมชัน หรือปิดการขายด้วย Call to Action ต่าง ๆ และเร่งการตัดสินใจซื้อของลูกค้า
5. แปลสรรพคุณให้เป็นประโยชน์
มีสองคำที่คล้ายกัน แต่ไม่เหมือนกันซะทีเดียว
นั่นก็คือคำว่า “สรรพคุณ” กับคำว่า “ประโยชน์” ค่ะ
“สรรพคุณ” คือการบอกว่าสินค้าของเราดีอย่างไร มีส่วนผสมอะไรบ้าง แต่ “ประโยชน์” คือการบอกว่าสรรพคุณเหล่านั้นจะทำให้ชีวิตของลูกค้าดีขึ้นอย่างไร
เช่น สรรพคุณของเครื่องดื่มยี่ห้อนี้คือ “มีส่วนผสมของดอกคาโมมายล์” แต่ “ประโยชน์” ของมันคือ “ทำให้หลับสบาย”
ในหลาย ๆ ครั้งที่การรีวิวสินค้า พูดถึงแค่สรรพคุณ แต่ไม่ได้เล่าต่อว่าลูกค้าจะได้ประโยชน์อะไรจากสรรพคุณนั้น
ดังนั้นแบรนด์ควรจะพูดให้สุดว่าสินค้าดีแล้ว… แล้วไงต่อ?
และทั้งหมดนี้ก็คือ 5 เคล็ดลับ “เรียกยอดขาย” ด้วยการ “รีวิวสินค้า” ที่หวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อนักขายออนไลน์ทุกท่านนะคะ ทำครบทั้ง 5 ข้อแล้ว ก็อย่าลืมที่จะ “ใส่ใจ” ของเราลงไปในการีวิวด้วยนะคะ
#การตลาดออนไลน์ #ยิงแอด #ทำรีวิวสินค้า #สยามมาร์เก็ต

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการ โพสต์ ให้ยอดปังไม่ไหว #สยามมาร์เก็ต
09/10/2022

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการ โพสต์ ให้ยอดปังไม่ไหว

#สยามมาร์เก็ต

คอนเทนต์แบบไหน ที่จะขายของได้ ?คอนเทนต์ ( Content ) เป็นสิ่งที่สำคัญในการตลาดขายของออนไลน์ หากคุณเขียนคอนเทนต์น่าสนใจและ...
07/10/2022

คอนเทนต์แบบไหน ที่จะขายของได้ ?

คอนเทนต์ ( Content ) เป็นสิ่งที่สำคัญในการตลาดขายของออนไลน์ หากคุณเขียนคอนเทนต์น่าสนใจและดึงดูดให้ผู้อ่านกลายเป็นลูกค้าได้นั้นแสดงให้เห็นว่าคอนเทนต์ของคุณประสบความสำเร็จระดับหนึ่ง แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะทำแล้วจะปังนะ เนื่องจากคอนเทนต์มีให้เสพจำนวนมหาศาล ทำให้ผู้อ่านไม่สนใจที่จะอ่านคอนเทนต์เท่าที่ควร หากอยากเขียนคอนเทนต์เพื่อเพิ่มยอดขายออนไลน์สัก 1 ชิ้นงาน คุณต้องทำอย่างไร? ลองดู 8 ขั้นตอนที่แนะนำให้ได้ปรับใช้กัน

1. ค้นหา รวบรวม ตรวจสอบประวัติหรือข้อมูลของสินค้าและบริการให้ละเอียดก่อนโพสต์

คุณต้องศึกษาและเข้าใจรายละเอียดในตัวสินค้าและบริการครบทุกส่วน เปรียบเสมือนคุณเป็นเจ้าของธุรกิจเอง จึงจะสามารถถ่ายทอดเรื่องราวที่น่าสนใจออกมาได้ครบถ้วน ( Content )

2. วางแผนก่อนเริ่มว่าต้องการสื่อสารออกมาแบบไหน

ก่อนทำคอนเทนต์ ( Content ) ควรมีการวางแผนว่าจะเขียนด้วยรูปแบบและลักษณะของเรื่อง วางพล็อตเพื่อจะเขียนได้ตรงประเด็นตามที่วางไว้

3. รู้จักกลุ่มเป้าหมายของธุรกิจตัวเอง

เลือกใช้ลักษณะการเล่าเรื่องให้ตรงตามกลุ่มเป้าหมายของธุรกิจ เช่น วัยรุ่นต้องเล่าเรื่องราวต้องสนุกสนาน กระชับได้ใจความ ส่วนกลุ่มวัยกลางคนต้องเล่าเรื่องให้มีความรู้สึกน่าเชื่อถือ เพราะฉะนั้นจึงต้องรู้จักกลุ่มเป้าหมายจริงๆ ก่อน

4. จัดกระบวนการความคิดให้เป็นลำดับ

การเขียนคอนเทนต์ ( Content ) เพื่อธุรกิจต้องฝึกจัดกระบวนการความคิดให้เป็นลำดับ ควรร่างเรื่องราวทั้งหมดไว้ในกระดาษแล้วเขียนรวบรวมสิ่งที่อยากนำเสนอออกมาทั้งหมดก่อน จะช่วยให้ลำดับความคิดได้ง่ายขึ้น

5. นำเสนอเรื่อรางราวด้วยอย่างตรงไปตรงมา

ความตรงไปตรงมาในการนำเสนอคอนเทนต์ ( Content ) เป็นสิ่งที่คุณควรตระหนัก ถ่ายทอดเรื่องจริงและไม่อวยจนเกินไป ซื่อสัตย์กับลูกค้าเป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติ หากไม่ตรงกับความจริงจะทำให้เกิดปัญหาขึ้นในภายหลัง

6. หาเหตุผลว่าทำไมลูกค้าต้องซื้อสินค้าและบริการของคุณ

เรื่องราวที่น่าสนใจของคอนเทนต์ ( Content ) เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่จะเปลี่ยนผู้อ่านให้กลายเป็นมาเป็นลูกค้าของคุณได้ในอนาคต หากคุณสามารถหาเหตุผลที่เหมาะสมว่าทำไมลูกค้าต้องซื้อสินค้าและบริการของคุณได้เพียงพอ

7. เพิ่มความน่าเชื่อถือด้วยข้อมูลเชิงวิชาการและสถิติหากคุณหยิบข้อมูลเชิงวิชาการและสถิติมาใช้

จะสร้างความน่าเชื่อถือให้กับคอนเทนต์แนวธุรกิจได้ ต้องตรวจสอบแหล่งที่มาของข้อมูลที่เชื่อถือได้ มิฉะนั้นแล้วจะกลายเป็นคอนเทนต์ที่ไร้ราคาเลยทีเดียว

8. ใช้รูปภาพหรือวีดีโอประกอบเพิ่มความน่าสนใจ

หากคอนเทนต์ของคุณเต็มไปด้วยตัวอักษรทั้งหน้าจะทำให้คอนเทนต์นั้นไม่มีความน่าสนใจเลยสักนิด ควรใช้รูปภาพหรือวีดีโอแทรกเพื่อให้น่าติดตามและสร้างความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น

#ขายออนไลน์ #การตลาดออนไลน์ #คอนเทนต์ #แคปชั่น #สยามมาร์เก็ต

ขั้นตอนในการทำ Video Marketing เรามาดูแนวทางในการเริ่มต้นทำ Video Marketing กันค่ะ 1. ตั้งเป้าหมายที่ต้องการ รูปแบบของวิ...
06/10/2022

ขั้นตอนในการทำ Video Marketing

เรามาดูแนวทางในการเริ่มต้นทำ Video Marketing กันค่ะ
1. ตั้งเป้าหมายที่ต้องการ รูปแบบของวิดีโอที่แตกต่างกันนำมาสู่ผลลัพทธ์ที่แตกต่างกันออกไปค่ะ ขั้นตอนแรกจึงควรเป็นการกำหนดเป้าหมายที่แบรนด์ต้องการ เพื่อเป็นการวางกรอบในการวางแผนในการทำการตลาดด้วยวิดีโอต่อไปค่ะ
2.รวบรวมไอเดียที่น่าสนใจ มองหาไอเดียในการทำวิดีโอที่น่าสนใจจากแบรนด์อื่นๆ หรือคู่แข่งในตลาดของคุณ เพื่อให้ทราบแนวทางการทำ Video Marketing ที่มีอยู่และนำไปต่อยอดให้เหมาะสมกับแบรนด์ และสร้างความแตกต่างจากวิดีโอทั่วไป
3.เตรียม Script ของ Video หลังจากมองหาไอเดียการทำวิดีโอที่น่าสนใจได้แล้ว ต่อไปคือการเตรียม Script และการวาง Storyboard เพื่อให้เห็นภาพรวม และเพื่อสื่อสารกันภายในทีมด้วยหลักการ Storytelling ค่ะ ในที่นี้จะรวมไปถึงสถานที่ในการถ่ายทำที่สอดคล้องไปตามรูปแบบที่วางเอาไว้
4.รวบรวมเครื่องมือ รวบรวมเครื่องมือที่ต้องใช้ในการถ่ายทำ โดยสามารถเริ่มได้จากมือถือสมาร์ทโฟนในการถ่ายทำ ขาตั้งกล้องและไมโครโฟน และเครื่องมืออื่นๆที่ใช้ในการตัดต่ออย่างง่าย ที่เหมาะสมกับแบรนด์ค่ะ
5.เริ่มต้นการถ่ายทำ สุดท้ายก็เป็นแค่เพียงเริ่มต้นการถ่ายทำค่ะ สำหรับธุรกิจขนาดเล็กเราไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการทำวิดีโอที่มีต้นทุนสูงๆ แต่ให้ความสำคัญในการสื่อสารตัวตนของแบรนด์ออกมาผ่านวิดีโอให้สอดคล้องไปกับเป้าหมายที่แบรนด์ต่างการ

#สยามมาร์เก็ต #การตลาดออนไลน์ #วีดิโอ #วีดิโอเพื่องานขาย

ที่อยู่

Bangkok
10510

เบอร์โทรศัพท์

+66887924978

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Siam Marketผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Siam Market:

แชร์