Tonkla Brewery ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก Tonkla Brewery, การช้อปปิ้งและค้าปลีก, Bangkok.

ไม่ได้โพสต์นาน เครื่องไม้เครื่องมือ ก็เปลี่ยนไปเยอะ
18/07/2023

ไม่ได้โพสต์นาน เครื่องไม้เครื่องมือ ก็เปลี่ยนไปเยอะ

27/02/2023
เราจะกลับมาอย่างเต็มคาราเบ้ว
31/01/2023

เราจะกลับมาอย่างเต็มคาราเบ้ว

12/11/2020

GREYAREA: ทำไมไม่คราฟต์เบียร์ไทย เติบโตไม่ไหวใต้กฎหมายสุรา?
หนึ่งในวงการค้าขายที่มีความหลากหลายน้อยเหลือเกินในประเทศไทย คงหนีไม่พ้นวงการน้ำเมา เพราะไม่ว่าเราจะเดินเข้าร้านสะดวกซื้อเจ้าไหน ร้านขายของชำอะไร ตัวเลือกของเบียร์ดูเหมือนจะมีไม่มากนัก เรียกว่าจะฝากเพื่อนซื้อทีก็นึกไม่นานพูดกันไม่กี่ชื่อ ถ้าหากอยากกินคราฟต์เบียร์ (Craft Beer) ที่หลากหลายกว่านั้นก็ไม่ได้มีขายทั่วไป แถมราคาแพงกว่าเพราะเป็นของนำเข้า
เมื่อช่วงเดือนกันยายน พ.ศ.2563 แบรนด์ “ศิวิไลซ์” (Beer Sivilai) คราฟต์เบียร์ไทยจากเครือมหานคร ชนะรางวัลเหรียญเงินจากเวที ‘World Beer Awards 2020’ แต่ตลกร้ายนิดหน่อยที่เจ้าของแบรนด์ขึ้นรับรางวัลในฐานะแบรนด์คราฟต์เบียร์จากเวียดนาม
คำถามคือทำไมเป็นแบบนั้น?
ปัจจุบันตลาดคราฟต์เบียร์เติบโตขึ้น เพราะผู้คนต้องการความหลากหลายของรสชาติ แต่ปัญหาคือผู้ประกอบการรายเล็กจะผลิตเบียร์ที่จะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งออกมาจำหน่ายนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยแม้แต่นิดเดียว
กฎหมายการอนุญาตผลิตสุรา พ.ศ. 2560 ระบุว่า ผู้ผลิตเบียร์ต้องเป็นบริษัทที่จดทะเบียนตามกฎหมายไทยและมีผู้ถือหุ้นเป็นสัญชาติไทย 51% และแบ่งการผลิตเบียร์ออกเป็น 2 รูปแบบ คือ

1. ใบอนุญาตโรงต้มเบียร์ขนาดใหญ่ (Macrobrewery) ซึ่งต้องมีเงินลงทุนกว่า 100 ล้านบาท และต้องผลิตเบียร์ได้เกิน 10 ล้านลิตรต่อปี

2. ใบอนุญาตโรงต้มเบียร์ขนาดเล็ก (Microbrewery) สำหรับผู้ประกอบการราย “ย่อย” ซึ่งตามกฎต้องมีเงินทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท ผลิตเบียร์มากกว่า 1 แสนลิตร แต่ไม่เกิน 1 ล้านลิตรต่อปี และไม่สามารถบรรจุขวดจำหน่ายได้เอง
เงื่อนไขตามกฎหมายทำให้ผู้ผลิตรายย่อยที่ไม่สามารถทำตามเงื่อนไขใช้วิธีส่งเบียร์ไปผลิตในต่างประเทศ เช่น เวียดนาม สปป.ลาว หรือกัมพูชา และส่งกลับมาขายในประเทศไทย รวมถึงส่งไปประกวดในนามเบียร์ชาติอื่นแบบ ‘แบรนด์ศิวิไลซ์’ ด้วย
ไม่ใช่แค่ปัญหาเรื่องการผลิต อย่างที่ทราบกันดีกว่าประเทศไทยมีกฎหมายควบคุมการโฆษณาสุราอย่าง “เคร่งครัด” ซึ่งโทษความผิดฐานโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้นโทษตามกฎหมาย คือ จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่ถ้าเป็นการโฆษณาของผู้ผลิตหรือผู้นำเข้าจะปรับ 500,000 บาท
ด้วยระบบระเบียบในประเทศทำให้หลายคนตั้งข้อสงสัยว่ากฎหมายเหล่านี้ “สมเหตุสมผล” ดีแล้วหรือไม่ เพราะความเป็นไปได้ในการแข่งขันทางธุรกิจตามเงื่อนไขนั้นเป็นไปได้ยากมาก ยกเว้นว่าผู้เล่นคนนั้นจะเป็นผู้เล่นรายใหญ่ ทุนหนา อย่างน้อยก็มีทุนจดทะเบียนมากกว่า 10 ล้านบาท...
ติดตาม #ปลดแอกเบียร์ไทย แคมเปญที่ต้องการจุดประกายให้คนไทยตระหนักถึงปัญหาความไม่เท่าเทียมในสังคม ผ่านภาพสะท้อนของธุรกิจคราฟต์เบียร์ไทย เพื่อปลดแอกการผูกขาดทางธุรกิจของนายทุนใหญ่ และเปิดพื้นที่ให้คนเล็กๆ ได้มีที่ยืน ไม่ว่ามิติทางธุรกิจหรือสิทธิการดื่มกิน
ลงทะเบียนเพื่อลุ้นรับบัตรเข้างานเสวนา ‘ทำเบียร์ไทยให้เป็นไท’ (มูลค่า 899 บาท) จำนวน 10 รางวัล รางวัลละ 2 ที่นั่ง ตั้งแต่วันนี้ - 13 พฤศจิกายน 63 โดยทีมงานจะคัดเลือกผู้เข้าร่วมงานจำนวน 10 รางวัล และประกาศรายชื่อผู้โชคดีในวันที่ 13 พฤจิกายน 63
ลงทะเบียนได้ที่: https://www.brandthink.me/registration-beerthai
หมายเหตุ: การตัดสินของทีมงานถือเป็นที่สิ้นสุด

อ้างอิง: ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยสุรา. https://bit.ly/3jpO8Vv
กฎกระทรวง การอนุญาตผลิตสุรา พ.ศ.2560. https://bit.ly/34fkzQ8
Thai PBS. ผิดหรือไม่? ชาวบ้านโพสต์ภาพเครื่องดื่มแอลกอฮอล์. https://bit.ly/36pkRql

#ปลดแอกเบียร์ไทย
#พื้นที่สร้างสรรค์เพื่อวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่า

อัปเดตและติดตามข่าวสารได้ที่
Line: (มี @ ด้วยนะครับ)
Instagram: instagram.com/brandthink.me
Website: www.brandthink.me
Twitter: twitter.com/BrandThinkme
YouTube: youtube.com/BrandThinkMe

Back to Brew again
18/09/2020

Back to Brew again

18/10/2019

Carlsberg เผยการพัฒนา ขวดจากเยื่อไม้ เจ้าแรกของโลก! ชี้การผลิตปล่อยคาร์บอนต่ำกว่าขวดแก้วและอลูมิเนียม รีไซเคิลได้ 100% วัสดุเป็นมิตร

Carlsberg เผยการพัฒนาต้นแบบขวดเบียร์รีไซเคิลจากใยเยื่อไม้ (wood fiber) ที่นำวัตถุดิบมาจากแหล่งยั่งยืน และรีไซเคิลได้ 100%

โดยกล่าว่าขวดจากไฟเบอร์ไม้นี้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากกว่าขวดอลูมิเนียมหรือแก้วแบบเดิม เพราะว่ามีวิธีการใช้งัตถุดิบที่ยั่งยืน และวัตถุดิบนี้ส่งผลกระทบน้อยมากในกระบวนการผลิต

"พลังงาน และประสิทธิภาพของเทคโนโลยีที่เราใช้ ลดการปล่อยคาร์บอนลง เมื่อเปรียบเทียบกันกระบวนการผลิตอื่น" Myriam Shingleton รองประธานฝ่าย Group Development ของบริษัทกล่าว

โดยได้เผยการพัฒนาขวดเบียร์กระดาษ 2 โมเดล ที่มีส่วนเคลือบภายใน 2 แบบให้เลือกใช้เพื่อป้องกันไม่ให้เบียร์ซึมออกดังนี้

1. แบบแรกมีส่วนเคลือบภายในทำจากแผ่นฟิล์มพลาสติก PET รีไซเคิล (a thin film of recycled PET plastic)

2. แบบที่สองคือเคลือบจาก PEF (polyethylene furanoate) หรือโพลีเมอร์ชีวภาพที่สามารถใช้แทน PET เป็นวัสดุชีวภาพ bio-based 100% ซึ่งก็คือวัสดุที่มาจากธรรมชาติและย่อยสลายได้

ซึ่งขวดต้นแบบ 2 แบบนี้จะมีการพัฒนาเพิ่มเติมเนื่องจากทางแบรนด์มีเป้าหใายต้องการผลิตขวด 100% bio-based ที่ไม่มีโพลีเมอร์

จริงๆแล้ว Carlsberg เริ่มผลิตตัวแบบนี้ตั้งแต่ปี 2015 สาเหตุที่ต้องใช้เวลานานกว่าจะปล่อยออกมาเป็นเพราะทางบริษัทต้องการแน่ใจว่าบรรจุภัณฑ์ใหม่จะไม่ส่งผลต่อรสชาติของเบียร์ และบรรจุภัณฑ์จากกระดาษยังไม่เป็นที่ต้องการของตลาด

แต่เพื่อที่จะทำให้เกิดขึ้น ทางบริษัทจึงตัดสินใจร่วมมือกับบริษัทที่ผลิตบรรจุภัณฑ์และร่วมโปรเจค Green Fibre Bottle กลุ่มบริษัทที่ขวดผลิตจากกระดาษ ตามที่เคยประกาศไว้ที่ C40 World Mayor Summit ณ เมือง Copenhagen ประเทศเดนมาร์ก

นอกจาก Carlsberg มีบริษัทอีกมากมายอย่าง Absolut, Coca-Cola และ L'Oréal ที่เข้าร่วมโปรเจคเพื่อสร้างบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยการร่วมมือของหลายบริษัทนี้จะทำให้บรรจุภัณฑ์รักษ์โลกนี้เป็นที่ต้องการและแพร่หลายในตลาด

ที่ผ่านมา Carlsberg เคยลดการใช้พลาสติก ผ่านการเลิกใช้แหวนที่มัดขวดให้เป็นแพ็ค Six Packs Ring และหันมาใช้กาวติดแทนอย่าง 'Snap Pack' เพื่อลดขยะ

โดย Carlsberg มีเป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอนทั้งห่วงโซ่ Value Chain 30% ภายในปี 2030 ตามนโยบาย Together Towards ZERO ของบริษัท และมุ่งมั่นสัญญาปล่อยคาร์บอนเป็น 0 ในการผลิตสินค้า

Sustainability programme Together Towards ZERO, including its commitment to ZERO carbon emissions at its breweries and a 30% reduction in its full-value-chain carbon footprint by 2030
••
ถือเป็นอีกหนึ่งความพยายามเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่ด้วยวัสดุที่ทำจากกระดาษและการเคลือบพลาสติก ซึ่งก็ต้องใช้ทรัพยากรอีกอย่างหนึ่ง การจัดการ รีไซเคิลก็เป็นอีกแบบหนึ่ง ซึ่งอาจจะยุ่งยากขึ้น จึงต้องคำนึงให้ครบทั้งวัฎจักร รวมถึงคำนึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมด้วย

ทุกท่านมีความคิดเห็นอย่างไรบ้าง?

ณิชากร บัวทรัยพ์ (ดีจัง)
ร่มธรรม ขำนุรักษ์ (หวาย)

ที่มา

https://www.packaging-gateway.com/news/carlsberg-worlds-first-paper-beer-bottle/

https://edition.cnn.com/2019/10/10/business/carlsberg-paper-beer-bottles/index.html

https://nypost.com/2019/10/11/carlsberg-creates-worlds-first-paper-beer-bottle/

https://www.carlsberggroup.com/newsroom/carlsberg-issues-latest-green-fibre-bottle-update/

15/09/2019
15/08/2019
19/07/2019

ต่างกัน 1% แต่เมายับกว่า?
ดูเผินๆ เบียร์ที่มีปริมาณแอลกอฮอล์ 5% กับ 4% นั้นแทบไม่ต่างกันเท่าไร แต่เชื่อไหมว่าเบียร์ 5% ให้ "ความเมา" รุนแรงกว่า 4% อยู่พอสมควรเลยค่ะ
เราต่างทราบกันดีถึงหน่วย ABV หรือ Alcohol by Volume ที่มีความหมายถึงปริมาณแอลกอฮอล์ต่อสัดส่วนของเหลวทั้งหมด เช่น เบียร์ 5% ABV ต่อ 500 ml หมายถึงในน้ำเบียร์ 500 ml มีสัดส่วน "เอทานอล" หรือแอลกอฮอล์อยู่ 25 ml ส่วนที่เหลือเป็นน้ำ เป็นต้น หรือ เบียร์ 10% ABV ต่อ 330 ml หมายถึงในน้ำเบียร์ 330 ml มีแอลกอฮอล์ 33 ml เป็นต้น
แต่ทีนี้ยังมีอีกหน่วยที่เรียกว่า Unit of Alcohol หรือบ้านเราแปลว่า "ดื่มมาตรฐาน" อยู่ เอาไว้สำหรับชี้ให้เข้าใจง่ายๆ ว่า เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชนิดนั้นๆ ส่งผลต่อร่างกายของเราอย่างไร เราขอเรียกให้เข้าใจง่ายว่ามีความ "แรง" เท่าไรแล้วกัน
ขอขยายความอีกหน่อยค่ะ คือปกติแล้วร่างกายของมนุษย์จะมีความสามารถในการย่อยสลายแอลกอฮอล์อยู่ กลไกนี้จะเดินเครื่องอยู่ตลอด 24 ชั่วโมงและตลอดชีวิต ซึ่งร่างกายของมนุษย์ทั่วไปโดยเฉลี่ยจะสามารถย่อยสลายแอลกออล์ได้ 1 unit ต่อ 1 ชั่วโมง นั่นหมายถึงย่อยสลายจนหมดออกไปจากร่างกายเลยนะคะ แล้วส่วนที่ตกค้างอยู่ ก็จะส่งผลให้เกิดความเมา จะเรียกแบบน่ากลัวว่าเป็นพิษอ่อนๆ ก็ได้ แต่ก็เพราะพิษอ่อนๆ นี่แหละค่ะ คือความหฤหรรษ์อันน่าประหลาดสำหรับเรา
ทีนี้เครื่องดื่มแอลกอฮอล์แต่ละชนิดที่เขาบรรจุขวดหรือใส่แก้วขาย พอแปรค่าออกมาแล้ว ก็จะได้เลข Unit ต่างๆ กัน ซึ่งจะเป็นค่าที่สัมพันธ์กันระหว่างปริมาตร, ABV และความสามารถในการย่อยสลายแอลกอฮอล์ในมนุษย์
ถึงตรงนี้คนเบื่อเลขอย่าเพิ่งเบือนหน้านะคะ เพราะไม่ได้ยากเลย วิธีการคำนวณก็คือ เอาปริมาณเครื่องดื่มนั้นๆ (หน่วย ml) มา x กับปริมาณแอลกอฮอล์หรือ ABV แล้วหารด้วย 1000 ที่มาของสูตรนี้ลึกๆ ไม่ขอลงรายละเอียดนะคะ แต่ถ้าสนใจหลังไมค์มาถามกันได้
ยกตัวอย่างเช่น เบียร์แอลกอฮอล์ 4% ปริมาตร 330 ml ก็จะเท่ากับ 4x330 / 1000 = 1.3 Unit พอดื่มไปแล้ว แสดงว่า 1 ชม. ร่างกายคนเราจะขับออกไป 1 Unit ทำให้เหลือตกค้างในร่างกาย 0.3 Unit พอชม.ต่อมา ดื่มแบบเดิมอีก ก็จะได้ 1.3+0.3 = 1.6 Unit ก็ตกค้างในร่างกาย 0.6 Unit (ย่อยไป 1 Unit) ถ้าไม่ดื่มต่อก็จะสลายไปในชั่วโมงถัดมา
กลับกัน ถ้าเป็นเบียร์แอลกอฮอล์ 5% ปริมาตร 330 ml ก็จะเท่ากับ 5x330 / 1000 = 1.7 Unit ร่างกายขจัดไป 1 Unit เหลือตกค้าง 0.7 Unit พอชม.ต่อมา ดื่มแบบเดิมอีก ก็จะได้ 1.7+0.7 = 2.4 Unit ก็ตกค้างในร่างกาย 1.4 Unit (ย่อยไป 1 Unit) ถ้าไม่ดื่มต่อก็ต้องใช้เวลาสองชั่วโมงต่อมาสำหรับย่อยสลาย
จะเห็นได้ว่าเบียร์ 5% จะเหลือแอลกอฮอล์ตกค้างในร่างกายกว่าเบียร์ 4% เกือบเท่าตัว ซึ่งทำให้เมามากกว่าเมื่อดื่มต่อๆ สะสมกันค่ะ แล้วลองคิดถึง Double IPA 8.5% ดูสิคะ
การวัดค่า Unit of Alcohol นี้ เป็นการวัดแบบอังกฤษ ซึ่งถ้าอเมริกาหรือออสเตรเลีย จะวัดอีกวิธีเรียกว่า Standard Drink ซึ่งต่างกันเล็กน้อย แต่วัตถุประสงค์เดียวกัน
อย่างไรก็ตาม วิธีการคำนวณนี้ เป็นการวัดแบบเส้นตรง กรณีที่ดื่มปริมาณเท่าเดิม แอลกอฮอล์เท่าเดิม โดยไม่ได้คำนึงถึงสุขภาพ เพศ อายุ อาหารแกล้ม การพักผ่อน โรค ความแข็งแรงของตับ และสารพัดปัจจัยอีกมากที่มีผลต่อร่างกายของผู้ดื่ม เพราะยังมีอีกหลายปัจจัยที่ทำให้คนเมาเร็วช้าต่างกันค่ะ แต่นี่เป็นการอธิบายว่า ทำไมเบียร์ที่ดูเหมือนจะห่างกันแค่ 1% ถึงได้มีผลต่อความเมามาก ซึ่งลองนึกถึง Belgian Dubbel 7% กับ Tripel 9% ดูละกันค่ะ ว่าความเมาจะต่างกันมากๆ จริง
บนฉลากเบียร์บางประเทศ รัฐจะกำหนดให้ระบุ Unit of Alcohol เอาไว้ และมีคำแนะนำว่าควรดื่มต่อวันหรือสัปดาห์ได้กี่ Unit ซึ่งแต่ละประเทศแตกต่างกันไปค่ะ
เราจึงเน้นย้ำกับมิตรนักดื่มเสมอ เมื่อต้องการดื่มเบียร์ที่แอลกอฮอล์สูง และให้คำแนะนำการดูแลปกป้องตนเองให้ดื่มอย่างมีคุณภาพได้ยาวๆ ค่ะ

เผื่อใครกำลังหาสูตรใหม่ๆ
21/06/2019

เผื่อใครกำลังหาสูตรใหม่ๆ

Ever wanted to make your very own BrewDog beer?

We're giving away all 415 of our beer recipes.
For free.

is available for download now.

http://bit.ly/DIYDog2019

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Tonkla Breweryผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์