Vagabook ร้านหนังสืออิสระ : Independent bookstore Independent Bookshop

ถ้าตัดเรื่องภารกิจกู้โลกออกไป ผมคิดว่ามันคือการก้าวข้ามความกลัวของชายธรรมดาคนนึงคำเตือน โพสต์มีสปอยล์เนื้อหาส่วนนิยายและ...
19/04/2026

ถ้าตัดเรื่องภารกิจกู้โลกออกไป ผมคิดว่ามันคือการก้าวข้ามความกลัวของชายธรรมดาคนนึง
คำเตือน โพสต์มีสปอยล์เนื้อหาส่วนนิยายและภาพยนต์ ผมแนะนำให้คุณโบก Grab เข้าไปดูหนังและซื้อหนังสือเล่มนี้มาอ่านก่อนจะอ่านบทความนี้เพื่อจะได้เม้ามอยกับผมแบบฉ่ำๆ
ผมถือว่าคุณไปดู & อ่านมาแล้วนะ
Just stop you crying
ในหนังจะมีฉากที่ผมประทับใจมากๆคือตอนที่สแตร็ตต์ร้องเพลง Sign Of The Time ปลุกใจทีมงานทุกคน (แน่นอนว่าผมนั่งปิดปากน้ำตาไหลพราก) ผมเลยรีบซื้อหนังสือมาอ่านหนังสือแล้วก็รอดูว่ามันมีฉากไหนมั้ยที่ร้องเพลงนี้
ผลปรากฏว่า….ไม่มี
ผมนวดขมับตัวเองแล้วก็เก็บคำถามไว้ในใจว่าในหนังเค้าจะใส่ฉากนั้นมาทำไม จนกระทั่งผมอ่านไปจนถึงตอนที่….
“ดอกเตอร์เกรซ คุณมันเป็นทั้งไอ้ขี้ขลาดและขี้ตอแหล”
ประโยคนี้ออกมาจากปากของสแตร็ตต์ (ซึ่งในหนังสแตร็ตต์ไม่ได้พูดแรงขนาดนี้) ตอนที่เกรซเริ่มเกิดอาการคุ้มคลั่งและร้องไห้จากการที่รู้ว่าตัวเองต้องไปทำภารกิจฆ่าตัวตายในแทนอวกาศลูกเรือที่ตุยเย่จากแรงระเบิด บรรยากาศในหนังสือมันเกรี้ยวกราดกว่าในหนังเยอะเพราะตอนนั้นโลกมันไม่เหลือใครแล้วจริงๆที่เหมาะกับภารกิจนี้เท่าเกรซ สาเหตุก็เพราะเกรซเชี่ยวชาญทั้งเรื่องชีววิทยา แอสโตรเฟจ และที่สำคัญคือมียีนส์ที่ทนสภาวะโคม่าในอวกาศได้
แต่สิ่งเดียวที่เกรซไม่มีคือ ความกล้าที่จะสละชีวิตตัวเอง
แหงล่ะ ใครจะกล้าวะ ไม่ใช่ทุกคนที่จะทำเหมือนผู้การเออร์วินที่จะควบม้าไปตายหลังจากที่รีไวล์พูดว่า “จงทิ้งความฝันแล้วไปตายซะ”
ในจังหวะนี้แหละผมก็นึกถึงความหมายเพลง Sign of The Time ขึ้นมาได้ และพอเข้าใจแล้วว่าทำไมเค้าถึงใส่ฉากนั้นมาในหนัง
It's a sign of the times
ผมตีความ(และมโน)ว่าแก๊งผู้กำกับหนังใส่ฉากร้องเพลง Sign of The Time มาเพื่อกำลังจะบอกกับเราว่า
“เลิกวิ่งหนีเรื่องร้ายๆ ยอมรับ แล้วเผชิญหน้ากับมันซะเถอะ”
จริงอยู่ว่าเกรซเป็นนักวิทย์ที่เก่งและฉลาด(โดยที่เค้าไม่รู้ตัว) แต่ด้วยความที่เค้าอาจจะเป็นคนที่ไม่ชอบความยุ่งยาก ไม่ชอบให้มีเรื่องน่ารำคาญเข้ามาในชีวิตทำให้เค้าเลือกใช้ชีวิตที่เค้าสบายใจ หนีจากความเสี่ยงทุกอย่างในชีวิต ทั้งความรัก ความขัดแย้งในหน้าที่การงาน และความลำบากในการสู้เพื่อความเชื่อของตัวเอง เพื่อให้ตัวเองใช้ชีวิตอย่างสงบสุขกับสิ่งที่ตัวเองทำแล้วมีความสุข นั่นก็คือการเป็นครู
เอาจริงๆ ถ้าเลือกได้ผมก็ทำแบบเกรซนะ จะทนอยู่กับสิ่งที่เราไม่ชอบทำไมก็ไม่รู้
แต่บางครั้งชีวิตก็เหวี่ยงเรื่องยากๆมาให้เราทำแม้ว่าเราจะไม่อยากทำ เลือกหน้าที่ให้เราเป็นแม้ว่าเราจะไม่อยากเป็น เหมือนที่เกรซสอนหนังสืออยู่ดีๆแล้วธรรมชาติก็ประทานแอสโตรเฟจลงมาบนโลกให้เค้าแก้ปัญหานั่นแหละ จากครูมัธยมเลยกลายเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ต้องสละชีวิตเพื่อมนุษยชาติโดยที่เค้าไม่ได้อยากเป็น
ฟังหดหู่สิ้นหวังยังไงไม่รู้เนอะ แต่ความจริงชีวิตบางคนก็เป็นแบบนี้
เมื่อถึงเวลา….เราก็แค่ต้องทำสิ่งที่ไม่อยากทำเพื่อความอยู่รอดของใครบางคน
และเมื่อผ่านช่วงเวลาแห่งหยาดเหงื่อและน้ำตา ถึงที่สุดแล้วทุกอย่างจะโอเค
รึเปล่าวะ
Welcome to the final show
ตอนที่เกรซความทรงจำกลับมาทุกอย่าง เกรซไม่ได้กรีดร้อง ไม่ได้ตีโพยตีพายด้วยความขี้ขลาด แต่เป็นชายที่ไร้ความรู้สึกและยอมรับชะตากรรมตัวเองได้แล้วว่า
เค้าเป็นคนขี้ขลาดคนนึง
มันคือเรื่องจริง ถึงจะไม่โอเคกับมันแต่ก็ต้องยอมรับมัน และมันก็ผ่านมาแล้ว ตอนนี้เกรซลุกขึ้นได้ ปาดน้ำตาแล้วทำสิ่งที่ต้องทำต่อไปเพื่อกาแล็คซี่ บทบาทคนขี้ขลาดในเซฟโซนของตัวเองได้จบลงแล้ว หลังจากนี้คือเกรซคือนักวิทยาศาสตร์คนนึงที่เสียสละตัวเองได้เพื่อมนุษยชาติและเพื่อเพื่อนรักของเค้า
ร็อคกี้
- “เราทุกคนคงต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับชีวิต นี่เป็นบทบาทที่ผมต้องแสดง ฉะนั้นก็แสดงต่อไปเถอะ” , เกรซ
ความจริงมีอีกหลายอย่างที่ผมคันปากแต่ยังไม่ได้พูดถึง เช่น
- คนไทยใน Project Hail Mary
- ทำไมลูกเรือเฮลแมรีต้องมีสามคน
- “ถ้าเลือกได้คุณอยากตายในอวกาศยังไง”
- เกรซกินอะไรตอนอยู่บนดาวร็อคกี้?
- ร็อคกี้ตาบอดนะรู้ป่าว
- ทำไมร็อคกี้รอดแต่ชาวเอริเดียนคนอื่นถึงไปหวัน
- ทำลายแอนตาร์กติก
- เกรซโดนสวนจูจู้
- และทฤษฎีวิทย์ๆที่โผล่มาในหนังสืออีกนับไม่ถ้วน
- “หน้าคุณรั่ว”
ใครอยากอ่านเรื่องอะไรหรือมีอะไรที่อยากคุยกันเรื่อง Project Hail Mary คอมเมนต์ให้กันได้เลยครับ
👎🏼👎🏼👎🏼

17/04/2026

แนะนำหนังสือสามเล่ม สำหรับคนที่รู้สึกสับสนกับชีวิตแต่ไม่ค่อยชอบอ่านนิยาย
1. Instant Mood Fix
2. How will you measure your life
3. ถ้าอีก 1 ปีฉันจะต้องตาย
ใครที่เคยเจอกับความสับสนและไม่รู้จะเอายังไงต่อกับชีวิต มาคอมเมนต์แชร์ให้ฟังกันได้นะครับว่าอ่านหนังสือเล่มไหนหรือทำอะไรเพื่อให้ผ่านจุดๆนั้นมาได้บ้าง :)

ขอเอามาก๊อปปี้ ❌แรงบันดาลใจ ✅
16/04/2026

ขอเอามา
ก๊อปปี้ ❌
แรงบันดาลใจ ✅

คอมเมนต์ทำให้เรียนรู้ว่า…..ไม่ว่าจะอ่านแนวไหนก็จะเจอคนเสือก/แซะ/ด้อยค่าเสมอเพราะฉะนั้นอย่าสนใจคนมีปมเลยครับจะมังงะ/วาย/ฮ...
12/04/2026

คอมเมนต์ทำให้เรียนรู้ว่า…..
ไม่ว่าจะอ่านแนวไหนก็จะเจอคนเสือก/แซะ/ด้อยค่าเสมอ
เพราะฉะนั้นอย่าสนใจคนมีปมเลยครับ
จะมังงะ/วาย/ฮีลใจ/คลาสสิค/สืบสวน/พัฒนาตัวเอง
”อะไรที่อ่านแล้วมีความสุขก็อ่านไปเถอะ“

ปิดฉากงดงาม ท่ามกลางวิกฤตพลังงาน “สัปดาห์หนังสือฯ ” เงินสะพัด 534 ล้าน นักอ่านทะลุ 1.3 ล้านคน ต่างชาติแห่ซื้อลิขสิทธิ์ ดันไทยสู่ “ฮับหนังสือเอเชีย” เจน Z ครองแชมป์รักการอ่าน
-----

สมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) แถลงปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่สำหรับการจัดงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 54 และสัปดาห์หนังสือนานาชาติ ครั้งที่ 24 ภายใต้แนวคิด “Read The Legend” หลังจัดต่อเนื่องตลอด 12 วัน ระหว่างวันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2569 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ท่ามกลางบรรยากาศคึกคักตลอดงาน มีนักอ่านเข้าร่วมงานกว่า 1.3 ล้านคน สร้างเม็ดเงินสะพัดรวมกว่า 534 ล้านบาท พร้อมตอกย้ำบทบาทประเทศไทยในฐานะ “ศูนย์กลางหนังสือของเอเชีย”

นายณัฐกร วุฒิชัยพรกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) เปิดเผยว่า แม้ภาพรวมเศรษฐกิจจะได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น และค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แต่บรรยากาศภายในงานยังคงคึกคักเกินคาด สะท้อนให้เห็นว่าคนไทยยังให้ความสำคัญกับ “หนังสือ” ในฐานะแหล่งความรู้ ทักษะ ความบันเทิง และแรงบันดาลใจในชีวิต

ทั้งนี้ ในวันธรรมดามีผู้เข้าร่วมงานเฉลี่ยประมาณ 8 หมื่นคนต่อวัน ขณะที่ช่วงวันเสาร์–อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์มีผู้เข้าร่วมงานเฉลี่ยประมาณ 1 แสนคนต่อวัน ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

จากการสำรวจพฤติกรรมนักอ่าน พบว่า กลุ่ม Gen Z เป็นกลุ่มหลักของผู้เข้าร่วมงานมากที่สุด คิดเป็น 46.26% ตามด้วย Gen Y 33.71% และ Gen X 10.21% ขณะที่ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยในการซื้อหนังสือต่อคนอยู่ที่ 500–1,000 บาท คิดเป็น 33.76% รองลงมา ต่ำกว่า 500 บาท 22.02% และ 1,000–1,500 บาท 14.51%

ความสำเร็จของการจัดงานในปีนี้เกิดจากหลายปัจจัยสำคัญ โดยเฉพาะการสร้างชุมชนนักอ่านผ่านกิจกรรม “กระทรวงว่าการนักอ่านมืออาชีพ” ซึ่งสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ คัดเลือกคอนเทนต์ครีเอเตอร์กว่า 200 คน ร่วมถ่ายทอดเสน่ห์ของงานหนังสือผ่านทุกแพลตฟอร์มอย่างสร้างสรรค์ จุดกระแสให้การอ่านกลายเป็นเทรนด์ของคนรุ่นใหม่อย่างชัดเจน

ขณะเดียวกัน ทางสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) ได้รับการสนับสนุนจาก กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม จัดนิทรรศการดีๆ และกิจกรรมคุณภาพ สร้างแรงดึงดูดความสนใจ อาทิ นิทรรศการ “แสงแห่งปัญญาในสมเด็จพระพันปีหลวง” ถ่ายทอดพระราชดำริด้านการศึกษาในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง นิทรรศการอ่านพุทธตำนานผ่านบรรณพิภพ พร้อมจัดแสดงพระไตรปิฏกจุลจอมเกล้าฯ ฉบับพิมพ์ครั้งแรกของโลก รวมถึงนิทรรศการ “Read The Legend : หนังสือต้องห้าม (ลืม)” และกิจกรรม “Meet the Legends : พบปะนักเขียนในดวงใจ” ที่เปิดประสบการณ์การอ่านรูปแบบใหม่อย่างใกล้ชิด

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือ กิจกรรม “PUBAT X คณะหุ่นเจ้าขุนทอง” ที่กลับมาสร้างความประทับใจให้กับนักอ่านทุกช่วงวัยผ่านการแสดง เวิร์กชอป และโซนสินค้าที่ระลึก

ด้านมูลค่าทางเศรษฐกิจ พบว่า ยอดจำหน่ายหนังสือภายในงานมีมูลค่ากว่า 444 ล้านบาท เติบโตประมาณ 5% ขณะที่การเจรจาซื้อขายลิขสิทธิ์ต่างประเทศมีมูลค่ากว่า 90 ล้านบาท เติบโตสูงถึง 50% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ยอดเงินสะพัดรวมตลอดการจัดงานอยู่ที่กว่า 534 ล้านบาท

อีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญ คือ การเจรจาซื้อขายลิขสิทธิ์ “Bangkok Rights Fair 2026” ระหว่างวันที่ 27–28 มีนาคม 2569 โดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ร่วมกับสมาคมผู้จัดพิมพ์ฯ พร้อมการสนับสนุนจากกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม และแพลตฟอร์ม VIRF ประสบความสำเร็จเกินคาด มีผู้เข้าร่วมถึง 163 บริษัทและนักเขียนจาก 24 ประเทศและเขตแดน แบ่งเป็นผู้เข้าร่วมจากไทย 83 ราย และต่างประเทศ 80 ราย เกิดการเจรจาซื้อขายลิขสิทธิ์กว่า 624 คู่ โดยเฉพาะจากเกาหลี ไต้หวัน จีน และอินเดีย ส่งผลให้มูลค่าการซื้อขายลิขสิทธิ์รวมกว่า 90 ล้านบาท ตอกย้ำศักยภาพประเทศไทยในฐานะ “ฮับหนังสือเอเชีย” อย่างเป็นรูปธรรม
อ่านขว่าวทั้งหมดได้ที่นี่ https://www.prachachat.net/d-life/news-1989258

ไปเล่นน้ำ ❌ไปเคลียร์กองดอง ✅
12/04/2026

ไปเล่นน้ำ ❌
ไปเคลียร์กองดอง ✅

วันนี้ร้านหยุดหนึ่งวันนะครับ ขออภัยในความไม่สะดวกครับผม 🙏
10/04/2026

วันนี้ร้านหยุดหนึ่งวันนะครับ ขออภัยในความไม่สะดวกครับผม 🙏

06/04/2026

เสียหายกันไปเท่าไหร่กับคำว่า “ปีนี้เดินชิวๆ”

วันนี้ร้านปิดนะครับผมแล้วพบกันพรุ่งนี้ครับ :)
03/04/2026

วันนี้ร้านปิดนะครับผม
แล้วพบกันพรุ่งนี้ครับ :)

สีหน้าของคนที่บอกตัวเองว่า “ปีนี้แค่ไปเดินเล่นละกัน” #งานหนังสือ
29/03/2026

สีหน้าของคนที่บอกตัวเองว่า “ปีนี้แค่ไปเดินเล่นละกัน”
#งานหนังสือ

28/03/2026

วิบากกรรมคนทำหนังสือ

วันนี้ร้านปิดวันนึงนะครับพรุ่งนี้จะกลับมาเปิดปกติครับผม🙏🙏🙏
26/03/2026

วันนี้ร้านปิดวันนึงนะครับ
พรุ่งนี้จะกลับมาเปิดปกติครับผม
🙏🙏🙏

ชีวิตพาเรามาได้แค่ตรงนี้หรือเรื่องราววิกฤติวัย Gen ทองในเล่มนี้ทำให้ผมได้รู้ว่า สำหรับบางคนแล้วชีวิตไม่เคยง่ายขึ้นเลย เห...
20/03/2026

ชีวิตพาเรามาได้แค่ตรงนี้หรือ

เรื่องราววิกฤติวัย Gen ทองในเล่มนี้ทำให้ผมได้รู้ว่า สำหรับบางคนแล้วชีวิตไม่เคยง่ายขึ้นเลย เหมือนเรือที่ผ่านพายุมาลูกแล้วลูกเล่าจนมาอยู่ครึ่งทางของชีวิตก็ยังจะต้องพบกับพายุลูกต่อไปไม่มีวันจบสิ้น สิ่งที่ทำได้มีเพียงแค่เรียนรู้ที่จะกัดฟันฝ่าพายุลูกต่อไปเรื่อยๆเพียงเท่านั้น

บางคนจมอยู่ความเครียด ไร้ค่า เหลือล้า และสับสนเพราะผ่านมาครึ่งชีวิตแต่กลับรู้สึกไม่ประสบความสำเร็จซักอย่าง รู้สึกตัวอีกทีติดอยู่ในเส้นทางที่ดำมืดของตัวเอง ถอยกลับก็ไม่ได้ ไปต่อทางไหนก็ยังไม่รู้

แต่บางครั้งคนก็ทำให้รู้ว่าการรับฟังเรื่องดำมืดของคนอื่นก็คือแสงสว่างให้เรื่องดำมืดของเราเอง

เพราะไม่ว่าชีวิตจะผ่านมานานเท่าไหร่ยังไงมนุษย์ก็เป็นสิ่งมีชีวิตที่อ่อนแอเสมอ มนุษย์ทุกคนจึงควรมีที่พึ่งพิงในวันที่อ่อนล้า เหมือนหาก้อนหินพนักในยามที่ร้อนหรือฝนพรำ ก้อนหินที่พร้อมเฝ้าดูและรับฟังในวันที่คุณไม่ไหว

ไม่ว่าชีวิตจะผ่านมานานแค่ไหน เดินทางมาไกลเท่าไหร่ ชีวิตก็ไม่เคยง่ายขึ้นเลย

เราทำได้แค่เรียนรู้ที่จะอยู่ต่อไปให้ได้เท่านั้น

Midlife ครึ่งทางชีวิต

ผู้เขียน มี 9 คน
สำนักพิมพ์
ราคา 210 บาท

สั่งซื้อได้ที่

DM / Line
**ค่าจัดส่ง 35 บาท**
**ค่าจัดส่งที่อยู่เป็นพื้นที่ห่างไกล** 50 บาท

หรือ

IB จองแล้วมารับหน้าร้านได้เลยครับ :)

ที่อยู่

1 4 ถนนศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ
Bangkok
10250

เวลาทำการ

อังคาร 11:00 - 20:00
พุธ 11:00 - 20:00
พฤหัสบดี 15:00 - 00:00
ศุกร์ 15:00 - 00:00
เสาร์ 15:00 - 00:00
อาทิตย์ 15:00 - 00:00

เบอร์โทรศัพท์

+66802592617

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Vagabookผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Vagabook:

แชร์