KaYah  Shop ข้อมูลการติดต่อ, แผนที่และเส้นทาง,แบบฟอร์มการติดต่อ,เวลาเปิดและปิด, การบริการ,การให้คะแนนความพอใจในการบริการ,รูปภาพทั้งหมด,วิดีโอทั้งหมดและข่าวสารจาก KaYah Shop, การช้อปปิ้งและค้าปลีก, Bangkok.

🌹🌹ถั่วเขียวต้ม🌹🌹       ธรรมชาติบำบัด            สำหรับ สว.ในถั่วเขียวมีฟอสฟอรัสสูง ป้องกันกระดูกทรุดตัวและไม่ปวดหลัง กระ...
30/03/2021

🌹🌹ถั่วเขียวต้ม🌹🌹

ธรรมชาติบำบัด
สำหรับ สว.

ในถั่วเขียวมีฟอสฟอรัสสูง ป้องกันกระดูกทรุดตัวและไม่ปวดหลัง กระดูกข้อต่อต่างๆ ช่วยหนุนซี่โครงไว้ให้ปกติ ถ้าตัวซี่โครงทรุดจะมาทับเส้นประสาท

ไม่มีใครสนใจมาดูแลหมอนรองกระดูก ส่วนใหญ่จะดูแลแต่ที่ซี่โครงทรุดก็เปลี่ยน
. ฟอสฟอรัสช่วยสร้างหัวเข่า ไม่มีใครคิดที่จะเสริมเข่า เข่าเสื่อมก็ผ่าทิ้งไปแล้วใส่ของเทียมแทน

จริงๆเข่าไม่เสื่อม
เสริมได้ด้วยการกินอาหารที่มีฟอสฟอรัส

ไม่มีถั้วเขียวก็กินถั่วงอกได้ หรือกินวุ้นเส้นที่ทำมาจากถั่วเขียว 100% หรือกินผัดถั่วงอกประจำ

ถั่วงอกก็มีฟอสฟอรัสอยู่ด้วยทำให้ตัวสูง ความจำก็จะดีไปด้วย

โรคคนสูงอายุคือ
"โรคขาดฟอสฟอรัส"

จะปวดหลัง หมอนรองกระดูกทรุด เหงือกร่น ล้วนมาจากฟอสฟอรัสทั้งสิ้น (คุณแม่ของ อ. สุทธิวัสส์ ท่านไม่เคยปวดหลัง เดินตัวตรง หลังไม่ค่อม แม้ว่าจะอายุมากแล้วก็ตาม เพราะจะกินแต่ต้มถั่วเขียว ถั่วงอก และต้มยำปลาทู เป็นประจำ)

นอนทับแขน ทับไหล่
ตื่นขึ้นมาจะเจ็บให้กินถั่วเขียวต้ม ยังบำรุงตับได้ด้วย

เวลาเดินแล้วปวดหลัง ก็เพราะขาดฟอสฟอรัส

ปล.
เวลาต้มถั่วเขียว ให้ใส่ขิงไปด้วยเพิ่มความหอม และทำให้ไม่มีอาการท้องอืด

อ.สุทธิวัสส์ คำภา
นักธรรมชาติบำบัดวิถีไทย และสอนวิปัสสนากรรมฐาน

เรียบเรียงโดย:
Jackie A.

06/02/2021

“กระเจี๊ยบเขียว”

เป็นผักโบราณพื้นบ้านอีกชนิดที่อยู่คู่ครัวคนไทยมายาวนาน นิยมกินคู่กับน้ำพริกมาช้านาน จนมองว่างั้นๆ..

แต่สำหรับชาวแดนซากุระกลับชื่นชอบเพราะเต็มไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ ❤️❤️อุดมไปด้วยวิตามินซี แคลเซียมสูง มีสารกัม (gum) และแพคติน (pectin) เป็นเมือกใสๆ มีสรรพคุณช่วยบำรุงรักษาแผลในกระเพาะอาหารกับลำไส้ รักษาความดันโลหิตให้เป็นปกติ เป็นยาบำรุงสมอง ทั้งเป็นยาระบาย สามารถแก้โรคพยาธิตัวจี๊ดได้อีกต่างหาก

📌 วิธีรับประทานกระเจี๊ยบเขียว
สามารถหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ทานสดๆ ได้เลย หรือจะนำไปประกอบอาหารกับเมนูอื่นๆ นำไปย่างด้วยไฟอ่อนๆ

✅ ประโยชน์ด้านอาหาร : ลวกจิ้มเป็นเครื่องเคียงกับน้ำพริก แกงส้ม แกงใส่ปลาย่าง ยำกระเจี๊ยบ ฯลฯ สุดแต่จะนำไปประยุกต์ คนไม่เคยกินอาจกินได้ยากสักหน่อย เพราะข้างในฝักมียางเมือกๆหุ้มเมล็ดอยู่ แต่กินบ่อยๆจะอร่อยไปเอง คนสมัยก่อนนิยมเอาไป ต้ม หรือต้มราดกะทิสดกินกับน้ำพริกกะปิ ปลาทู ให้รสชาติดีมากๆ

✅ สรรพคุณทางยา :
แก้โรคพยาธิตัวจี๊ด,บำรุงกระดูก,ช่วยเรื่องระบบขับถ่าย,มะเร็งกระเพาะอาหาร,มะเร็งลำไส้ใหญ่,ช่วยลดน้ำหนัก ลดไขมันในเลือด

1. ช่วยลดน้ำตาลในเลือด เหมาะสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน และคนที่กำลังควบคุมน้ำตาล-น้ำหนัก
2. ลดอาการท้องผูก เป็นยาระบาย เพราะมีเมือกที่ช่วยให้อุจจาระอ่อนตัวขึ้น และยังมีใยอาหารที่ดีต่อการขับถ่าย
3. ช่วยลดความดัน ลดคอเลสเตอรอลในร่างกาย
4. การรับประทานฝักกระเจี๊ยบเป็นประจำช่วยบำรุงตับได้
5. ช่วยระบบขับถ่าย
6. ช่วยแก้โรคพยาธิตัวจี๊ด
7. ดูแลอาการโรคหนองใน ซิฟิลิส
8. ลดความเสี่ยงในการเป็นโรคกระเพาะอาหาร เยื่อบุกระเพาะอาหารอักเสบ และลำอักเสบได้
9.ใครที่เป็นโรคกระเพาะอาหารอยู่แล้ว การทานกระเจี๊ยบเขียวพร้อมเมือกเหนียวๆ ใสๆ จะช่วยเข้าไปเคลือบแผลในกระเพาะอาหารได้อีกด้วย เพราะในฝักเจี๊ยบมีสารเมือกพวกเพ็กติน(Pectin) และกัม (Gum) ที่มีคุณสมบัติช่วยเคลือบแผลในกระเพาะอาหาร
10. ฝักกระเจี๊ยบต้มเกลืออ่อนๆ สามารถแก้อาการกรดไหลย้อนได้
11. ป้องกันการเกิดมะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งลำไส้ใหญ่
12. มีโฟเลตสูง ช่วยเสริมสร้างเม็ดเลือดแดง และเป็นสิ่งจำเป็นต่อพัฒนาการของลูกน้อยในครรภ์ ดังนั้นจึงเหมาะกับหญิงมีครรภ์

✅ วิธีการใช้ : แก้พยาธิตัวจี๊ด - นำผลกระเจี๊ยบเขียวที่ยังอ่อนมาปรุงเป็นอาหาร เช่น ต้มหรือย่างไฟให้สุก จิ้มกับน้ำพริก หรือทำแกงส้ม แกงเลียง กินวันละ 3 เวลาทุกวัน โดยจะกินเท่าไหร่ก็ได้ แต่อย่างน้อยวันละ 4-5 ผล ติดต่อกัน 15 วัน หรือบางคนต้องกินเป็นเดือนจึงจะหาย หรือไม่ใช้รากต้มน้ำดื่มกินเป็นประจำ

รักษาโรคกระเพาะ - ใช้ฝักอ่อนกะเจี๊ยบเขียวหั่นตากแดดบดให้ละเอียด กินครั้งละ 1 ช้อนโต๊ะ โดยนำมาละลายในน้ำ นม น้ำผลไม้ หรืออาหารอ่อนๆ กินวันละ 3-4 ครั้ง หลังอาหาร (เวลาละลายจะได้น้ำยาเหนียวๆ)
บำรุงข้อกระดูก - ผลกระเจี๊ยบเขียว 3 ผล กินสดหรือต้มกับหอมแดง 1 หัว บำรุงร่างกายและเพิ่มความยืดหยุ่นในกระดูกโดยเชื่อว่าเมือกในกระเจี๊ยบจะช่วยได้

แก้ปวดท้อง - ใช้รากฝนกับน้ำธรรมดากิน
จากข้อมูลของวิสาหกิจชุมชนสนามจันทร์ซึ่งแปรรูปกระเจี๊ยบเขียว ให้ข้อมูลว่า :

- รับประทาน ฝักกระเจี๊ยบ 10 -15 ฝัก ตอนเย็นหรือก่อนนอนลดอาการท้องผูก
- รับประทาน 3-5 ฝัก ก่อนอาหาร ทุกวันรักษาแผลในกระเพาะอาหาร
- รับประทาน 10-15 ฝัก ทุกวัน สามารถบำรุงตับ
- รับประทาน 5 ฝัก ก่อนอาหาร 3 มื้อ ติดต่อกันทุกวันกำจัดพยาธิตัวจี๊ด
- รับประทาน 30 -40 ฝัก ตอนเย็นหรือก่อนนอน ดีท็อกซ์ลำไส้ ขับสารพิษ อุจจาระตกค้าง

💟 ความซึมเศร้า

กระเจี๊ยบมีสารฟีนอล (phenol) สูง และสารฟลาโวนอยด์ (flavonoid) อีกด้วย สิ่งนี้อาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้กระเจี๊ยบช่วยต่อสู้กับภาวะซึมเศร้า นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์มาซานดารันตัดสินใจที่จะทดสอบผลกระทบต่ออารมณ์ ผลการทดสอบแสดงให้เห็นว่าสารสกัดจากเม็ดกระเจี๊ยบมีความสามารถในการยกระดับทางอารมณ์ ในบางครั้งก็ทำหน้าที่เป็นเพียงยาแก้โรคซึมเศร้าทั่วไป

🔸ขอบคุณข้อมูลจาก 🔸
หนังสือพิมพ์ คมชัดลึก
ทีวีพูล
Medthai.com
Club BIM

🔸🔸🔸🔸🔸🔸🔸🔸

01/02/2021

Helicobacter Pylori (H. pylori) หรือเชื้อเอชไพโลไร เป็นเชื้อแบคทีเรียชนิดหนึ่ง เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะอาศัยอยู่ภายในระบบทางเดินอาหาร มักไม่ก่อให้เกิดอันตราย แต่ในบางกรณีการติดเชื้อชนิดนี้อาจส่งผลให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารและลำไส้ และอาจกลายเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร

เชื้อนี้อาจจะอยู่ในร่างกายของเราตั้งแต่อายุยังน้อย มีการค้นพบว่า มากกว่า 2 ใน 3 ของประชากรบนโลกนี้มีเชื้อชนิดนี้อยู่ในร่างกาย แต่อาจจะไม่แสดงออกมาเลยหรือมีอาการเมื่ออายุมากขึ้น

สำหรับผู้ป่วยบางราย อาจมีอาการดังต่อไปนี้
🔸️ปวดหรือแสบร้อนที่ท้องส่วนบนบริเวณเหนือสะดือ และจะยิ่งปวดรุนแรงเมื่อท้องว่างหรือหลังจากรับประทานอาหาร
🔸️คลื่นไส้
🔸️ท้องอืด เรอบ่อย
🔸️ไม่อยากอาหาร
🔸️น้ำหนักลดผิดปกติโดยไม่ทราบสาเหตุ

หรือในบางรายอาจมีอาการอื่นๆตามมาด้วย เช่น
🔸️อุจจาระมีเลือดปนหรือมีสีคล้ำ
🔸️หายใจติดขัด
🔸️มึนหัว หน้ามืด เป็นลม
🔸️รู้สึกเหนื่อยตลอดเวลา
🔸️มีอาเจียนออกมาเป็นสีคล้ำหรือมีเลือดปน
🔸️ปวดท้องอย่างรุนแรงกะทันหัน

เมื่อมีอาการเหล่านี้แล้วไม่ได้รับการรักษา ปล่อยให้เรื้อรัง อาจมีภาวะแทรกซ้อนจากการติดเชื้อนี้ เช่น
▪️ภาวะเลือดออกในทางเดินอาหาร แผลในกระเพาะอาหารอาจส่งผลให้มีเลือดออกภายในระบบทางเดินอาหารและอาจนำไปสู่ภาวะโลหิตจาง
▪️กระเพาะอาหารทะลุ แผลจากการติดเชื้อในกระเพาะอาหารที่ไม่ได้รับการรักษาอาจทำให้เกิดการทะลุของกระเพาะอาหารตามมา
▪️ กระเพาะอาหารอุดตัน ทำให้อาหารไม่สามารถเคลื่อนออกจากกระเพาะอาหารได้
▪️ การติดเชื้อที่เยื่อบุช่องท้อง เชื้อดังกล่าวอาจแพร่กระจายจากกระเพาะอาหารไปยังเยื่อบุช่องท้องและทำให้เกิดภาวะเยื่อบุช่องท้องอักเสบ
▪️โรคมะเร็งกระเพาะอาหาร การติดเชื้อ H. pylori เป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร แต่เกิดขึ้นได้น้อย เนื่องจากการติดเชื้อส่วนใหญ่จะไม่รุนแรงถึงขั้นทำให้เกิดอาการเรื้อรัง

วิธีการตรวจเชื้อ
1. ตรวจเลือดและอุจจาระ
2. ตรวจปัสสาวะ
3. การส่องกล้องที่กระเพาะอาหารเพื่อนำชิ้นเนื้อออกมาตรวจ
4. การตรวจลมหายใจ
5. การตรวจ X-Ray (Upper GI Test) หรือ CT Scan

หากมีเชื้อ H.pylori ที่ก่อให้เกิดอาการดังกล่าวข้างต้น ย่อมสร้างความไม่สบายตัวในการดำเนินชีวิต วิธีการรักษาสามารถทำได้ตั้งแต่การพบแพทย์เพื่อทานยา หมั่นทานอาหารที่ปรุงสด สุก ใหม่อยู่เสมอ หรือการรักษาด้วยธรรมชาติ เพื่อปรับสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ให้มีจำนวนมากเพียงพอ ในการต่อสู้กับเชื้อโรค

🌈 GFL’s Tips:
ในร่างกายของคนเรา ประกอบไปด้วยจุลินทรีย์และแบคทีเรียต่างๆเป็น 100 ล้านล้านเซลล์ เมื่อเราสร้างสภาวะให้จุลินทรีย์มีจำนวนมากเพียงพอ เชื้อแบคทีเรียที่ก่อโทษ จะไม่สามารถทำร่ายร่างกายเราได้ เพราะภูมิคุ้มกันของร่างกายจะทำงานปกป้องเราโดยอัตโนมัติ

ในชีวิตจริง การที่จะหลีกเลี่ยงเชื้อโรคให้ได้ 100% เลย ทั้งจากสภาวะแวดล้อมและอาหาร อาจจะเป็นไปได้ยาก เพราะมีหลายปัจจัยที่เราควบคุมไม่ได้ ดังนั้นการที่จะอยู่กับเชื้อโรคอย่างปลอดภัย คือการสร้างสมดุลของระบบนิเวศน์ในลำไส้ (Gut Microbiome) ให้ดีอยู่เสมอ

การทานอาหารที่ประกอบไปด้วยเส้นใย พรีไบโอติค และโพรไบโอติคในทุกๆวัน จะค่อยๆเพิ่มจำนวนจุลินทรีย์ฝั่งดีให้มากขึ้นและกำจัดจุลินทรีย์ฝั่งเลว รวมถึงเชื้อโรคต่างๆไปได้เอง การปรับสมดุลลำไส้นั้นใช้เวลา แต่คุ้มค่าหากคุณต้องการสุขภาพที่ดีในระยะยาว เพราะไม่ใช่แค่คุณจะปลอดภัยจากเชื้อ H.pylori แต่คุณจะมีภูมิคุ้มกันธรรมชาติที่สูง สามารถปกป้องคุณจากเชื้อโรคอุบัติใหม่ต่างๆบนโลกนี้ได้ค่ะ

หมายเหตุ:

พรีไบโอติค - หัวหอม กระเทียม มะม่วงดิบ กล้วยดิบ มันสำปะหลัง มะละกอดิบ กระเจี๊ยบเขียวสุก ผักชีฝรั่ง หน่อไม้ฝรั่ง ซุปกระดูก

โพรไบโอติค - โยเกิร์ต คีเฟอร์ กิมจิ แตงกวาดอง กะหล่ำปลีดอง นัตโตะ มิโซะ

สุขภาพดีไปกับ Good For Life 💙

References: pobpad.com, WebMD

14/01/2021

ออกกำลังกาย

วิธีการแกว่งแขนอย่างถูกต้อง

11/01/2021
07/01/2021

วิธีทำขนมกล้วยง่ายๆขนมกล้วยสูตรโบราณหาทานยากมากกล้วยสุกงอม14ลูกข้าวเหนียวเคี่ยวงู ครึ่งกิโลมะพร้าวอ่อน...

04/01/2021

แชมพูใบหมี่กะสี่สหาย...

17/12/2020

เบาหวานก็คือปัสสาวะหวานนั่นแหละครับ ที่รู้ว่าหวานก็เพราะมีคนเคยชิม เขาสังเกตว่ามีมดมาตอม ก็เลยลองชิมปัสสาวะดู อื้มมมม อาโหร่ย 555555 หวานดี ก็เลยเรียกกันว่า “เบาหวาน”
ก่อนจะพูดเรื่องเบาหวาน ต้องอธิบายเรื่องอินซูลินกันก่อนครับ
อินซูลิน เป็นฮอร์โมนชนิดนึงที่สร้างจากเซลล์ของตับอ่อน มีหน้าที่เอาไว้ลดระดับนํ้าตาลในเลือดให้อยู่ในระดับที่ปกติ จะหลั่งออกมามากหลังกินอาหาร อินซูลินจะได้พาน้ำตาลที่ได้จากการย่อยอาหารเข้าไปในเซลล์ ระดับนํ้าตาลในเลือดก็เลยปกติ
คนสุขภาพดี จะไม่มีการหลั่งอินซูลินออกมามากเกินเพราะจะทำให้นํ้าตาลในเลือดตํ่าเกิน แต่ในทางกลับกันถ้าอินซูลินหลั่งออกมาน้อยหรือหลั่งออกมามากเพียงพอ แต่ อินซูลินนั้นออกฤทธิ์ไม่ดี หรือเซลล์ไม่ตอบสนองต่ออินซูลิน จะทำให้ระดับนํ้าตาลใน เลือดสูงกว่าคนปกติ เรียกว่าเป็นโรคเบาหวาน
.
ถ้าเราแบ่งเบาหวานแบบกว้างๆ จะแบ่งได้ 2 ชนิด คือ
เบาหวานชนิดที่ 1 เกิดจากตับอ่อนผิดปกติ ไม่สามารถหลั่งอินซูลินได้
เบาหวานชนิดที่ 2 เป็นเบาหวานชนิดที่พบมากที่สุด (ประมาณ 90% มักพบในคนอ้วน เซลล์ไม่ตอบสนองต่ออินซูลิน ทำให้ระดับนํ้าตาลในเลือดสูง แล้วถ้าปล่อยไว้นาน จะเกิดภาวะเป็นพิษต่อเซลล์ตับอ่อน ตับอ่อนก็เลยเกิดความผิดปกติ ผลิตอินซูลินไม่ได้หรือไม่มีประสิทธิภาพ
#แต่ไม่ใช่ผู้ป่วยเบาหวานทุกรายต้องรักษาด้วยการฉีดอินซูลินนะครับ
บุคคลต้องใช้อินซูลิน ได้แก่
• ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 1
• ผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มีน้ำตาลในเลือดสูงมาก คุมอาหารก็แล้ว ออกกำลังกายก็แล้ว กินยาก็แล้ว หรือตับไตผิดปกติ ไม่เหมาะกับการกินยา
• ผู้เป็นเบาหวานช่วงตั้งครรภ์
• ผู้ป่วยเบาหวานที่ตับอ่อนถูกทำลาย ตับอักเสบเรื้อรัง การติดเชื้อรุนแรง อุบัติเหตุรุนแรง
ซึ่งการฉีดอินซูลินไม่ได้แสดงว่ามีอาการหนักใกล้ตายนะครับ หรือการฉีดอินซูลินแล้วจะทำให้ตายเร็ว ตับ ไตเสื่อม อันนี้ไม่จริงนะครับ แต่โรคเบาหวานที่ไม่ยอมรักษา มีระดับน้ำตาลสูง มีความดันสูงทำให้อวัยวะต่างๆ เสื่อมก่อนวัยอันควร เช่น ตา ไต เส้นประสาท โรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ และการถูกตัดเท้าหรือขา
ดังนั้น ถ้าหมอวินิจฉัยแล้วว่าต้องรักษาโรคเบาหวานด้วยการฉีดอินซูลิน ไม่ต้องตกใจครับ การฉีดอินซูลินไม่ได้เป็นเรื่องยาก ปัจจุบันนี้มียาฉีดอินซูลินหลายชนิด และสามารถฉีดได้ด้วยตัวเอง สะดวกทั้งตัวผู้ป่วยและผู้ดูแล อย่าไปกลัวนะครับ เข็มเล็กนิดเดียว
เบาหวาน ควบคุมได้ ป้องกันได้ ถ้ารู้และเข้าใจ ทำตามหมอบอก คุมอาหาร และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ควบคุมน้ำหนัก จะทำให้การตอบสนองของยาดีขึ้น และค่อยๆลดขนาดของยาอินซูลินลง ซึ่งตอนนี้สมาคมโรคเบาหวานแห่งประเทศไทยฯ และสมาคมผู้ให้ความรู้โรคเบาหวาน เขามีสื่อให้ความรู้ ที่เว็บไซต์ www.t2dminsulin.com มีทุกเรื่องที่สำหรับผู้เป็นเบาหวานชนิดที่ 2 ผมอยากให้ทั้งผู้ป่วย และผู้ดูแลผู้ป่วยเข้าไปอ่านกันเยอะๆนะครับ จะได้รู้และเข้าใจในการดูแลตัวเองที่ถูกต้อง ครบถ้วนครับ ที่สำคัญเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา ทั้งคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต หรือมือถือก็ใช้งานได้หมดครับ

ที่อยู่

Bangkok
10250

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ KaYah Shopผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์