09/01/2022
หลังจากเกิดการระบาดของไวรัสโควิดกลายพันธุ์ชนิดใหม่ ซึ่ง WHO หรือองค์การอนามัยโลก ประกาศยกระดับให้เป็นสายพันธุ์ระดับที่น่ากังวล (Variants of Concern: VOC) สายพันธุ์ใหม่ล่าสุด โดยมีรหัสที่เรียกว่า โควิดสายพันธุ์ B.1.1.529 หรือ โอไมครอน Omicron ถูกรายงานว่าพบครั้งแรก ในตอนใต้ของทวีปแอฟริกาใต้ ที่ประเทศบอตสวานา
ปัจจุบันพบว่ามีการระบาดแล้วในประเทศแอฟริกาใต้, บอตสวานา, นามิเบีย, เอสวาตินี,มาลาวี, โมซัมบิก, ซิมบับเว, เลโซโท, เบลเยียม, ฮ่องกง, อิสราเอล, ออสเตรเลีย, สหราชอาณาจักร, เยอรมนี, แคนาดา อิตาลี เดนมาร์ก เนเธอร์แลนด์ สาธารณรัชเช็ก (ข้อมูล ณ วันที่ 30 พ.ย. 2021)
การกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในครั้งนี้ เนื่องจากมีการกลายพันธุ์ของยีนมากถึง 50 กว่าตำแหน่ง โดย 32 ตำแหน่งเกิดขึ้นบนโปรตีนหนามแหลม หรือที่เรียกว่า Spike Protein ซึ่งเป็นโปรตีนที่ไวรัสใช้ในการเข้าสู่เซลล์ของร่างกายมนุษย์ ซึ่งพบมากกว่าทุกสายพันธุ์ และมากกว่าสายพันธุ์เดลตา ถึง 2 เท่า และพบการกลายพันธุ์ที่ส่วนตัวรับ ซึ่งไวรัสใช้จับยึดกับเซลล์ของคนเราถึง 10 ตำแหน่ง
เพราะฉะนั้นเมื่อมีการกลายพันธุ์ในตำแหน่งดังกล่าว สิ่งที่น่ากังวลก็คือ
ทำให้เชื่อกันว่าไวรัสจะสามารถแพร่กระจายได้เร็วกว่าสายพันธุ์เดลตา
สามารถเข้าสู่ระบบร่างกายมนุษย์ได้ง่ายขึ้น
อาจจะหลบภูมิคุ้มกันได้มากขึ้น
มีแนวโน้มต้านประสิทธิภาพวัคซีน
คนที่เคยติดเชื้อโควิด-19 มีโอกาสที่จะติดเชื้อซ้ำได้จากโควิดสายพันธุ์โอไมครอน
ความรุนแรงของโควิดกลายพันธุ์ตัวนี้ ยังไม่แน่ชัดว่าจะทำให้การเจ็บป่วยหรือการติดเชื้อรุนแรงขึ้นหรือไม่
อาการของโควิดกลายพันธุ์โอไมครอน
อาจมีอาการไม่สบายแค่ 1-2 วัน
จมูกยังสามารถได้กลิ่น ลิ้นรับรสได้ดี
ไม่ค่อยมีไข้
รู้สึกล้า และปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
มีอาการไอเล็กน้อย ระคายคอ
อาการยังไม่ชัดเท่าสายพันธุ์อื่น
ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน โรคหัวใจ หากติดเชื้ออาจทำให้มีอาการรุนแรง
อาการโดยรวม เบื้องต้นพบว่าไม่รุนแรง สามารถรักษาที่บ้านได้
อย่างไรก็ตามเราควรเฝ้าจับตามอง และติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกันก็ปฏิบัติตามมาตรการในการป้องกันอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้สูงอายุและผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนซึ่งอาจมีผลกระทบจากเชื้อโควิดสายพันธุ์โอไมครอนนี้ และสำหรับใครที่ยังไม่ได้รับวัคซีนป้องกันโควิด ควรได้รับวัคซีนให้ครบโดส เพื่อลดความรุนแรงของอาการจากการติดเชื้อ
อัปเดตอาการโควิดสายพันธุ์ "โอไมครอน" หรือ "โอมิครอน" พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. เปิดเผยข้อมูลอาการของผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สายพันธุ์ "โอไมครอน" ในประเทศไทย ที่มีอาการ 41 ราย โดย 8 อาการที่พบมากที่สุด คือ
อาการไอ 54 %
เจ็บคอ 37 %
มีไข้ 29 %
ปวดกล้ามเนื้อ 15 %
มีน้ำมูก 12 %
ปวดศีรษะ 10 %
หายใจลำบาก 5 %
ได้กลิ่นลดลงมีเพียง 2 %
ซึ่งจะเห็นได้ว่า การติดเชื้อโควิดสายพันธุ์ "โอไมครอน" ที่เป็นการติดเชื้อจากระบบทางเดินหายใจในส่วนบน จะไม่มีลักษณะลงปอด ทำให้เป็นการยาก ที่เราอาจจะพบเจอผู้ติดเชื้อสายพันธุ์นี้ปะปน มารับประทานอาหารร่วมกับเรา อยู่ในสถานที่ที่ทำงานเดียวกันกับเรา ก็ทำให้เราจำเป็นต้องมีการระมัดระวัง โดยกระทรวงสาธารณสุข เน้นย้ำให้สวมหน้ากากอนามัย 2 ชั้น ก็ยังสามารถที่จะป้องกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline
อัปเดต 8 อาการโควิดสายพันธุ์ "โอไมครอน" ที่พบจากผู้ติดเชื้อ 41 คน ในประเทศไทย มากที่สุดแค่ "อาการไอ" ได้กลิ่นลดลงมีเพียง 2%
อัปเดตอาการโควิดสายพันธุ์ "โอไมครอน" หรือ "โอมิครอน" พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. เปิดเผยข้อมูลอาการของผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สายพันธุ์ "โอไมครอน" ในประเทศไทย ที่มีอาการ 41 ราย โดย 8 อาการที่พบมากที่สุด คือ
อาการไอ 54 %
เจ็บคอ 37 %
มีไข้ 29 %
ปวดกล้ามเนื้อ 15 %
มีน้ำมูก 12 %
ปวดศีรษะ 10 %
หายใจลำบาก 5 %
ได้กลิ่นลดลงมีเพียง 2 %
ซึ่งจะเห็นได้ว่า การติดเชื้อโควิดสายพันธุ์ "โอไมครอน" ที่เป็นการติดเชื้อจากระบบทางเดินหายใจในส่วนบน จะไม่มีลักษณะลงปอด ทำให้เป็นการยาก ที่เราอาจจะพบเจอผู้ติดเชื้อสายพันธุ์นี้ปะปน มารับประทานอาหารร่วมกับเรา อยู่ในสถานที่ที่ทำงานเดียวกันกับเรา ก็ทำให้เราจำเป็นต้องมีการระมัดระวัง โดยกระทรวงสาธารณสุข เน้นย้ำให้สวมหน้ากากอนามัย 2 ชั้น ก็ยังสามารถที่จะป้องกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เช็คเลย 8 อาการ "โอไมครอน" พบในประเทศไทย แบบไหนเข้าข่ายติดแน่ ๆ แล้ว
ด้าน นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวถึงอาการของผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 "สายพันธุ์โอไมครอน" จากข้อมูลที่รวบรวมทั้งต่างประเทศ และในประเทศขณะนี้ เบื้องต้นอาการไม่แตกต่างจากอาการโควิด-19 ส่วนใหญ่มีอาการของการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจส่วนบน คือ มีไข้ เจ็บคอ และไอแห้ง ๆ เกือบทุกประเทศรายงานตรงกันว่า ความรุนแรงไม่มากเท่าเดลตา หลายประเทศบอกว่า รุนแรงน้อยกว่าเดลตาพอสมควร พบบางรายมีอาการปอดอักเสบ แต่ไม่มากนัก สำหรับการรักษาในประเทศไทย ให้ยาต้านไวรัส "ฟาวิพิราเวียร์" (Favipiravir) ภายใน 3 วัน (24-72 ชั่วโมง) พบว่า ผู้ป่วยอาการดีขึ้น และหายเป็นปกติ
นอกจากนี้ ข้อมูลผู้ป่วยติดเชื้อสายพันธุ์ "โอไมครอน" ในไทย 100 รายแรก เป็นผู้เดินทางจากต่างประเทศ 99 ราย ติดเชื้อในประเทศ 1 ราย ผู้ชายมากกว่าผู้หญิง อายุน้อยสุด 34 ปี มากที่สุด 77 ปี โดยผู้ป่วยไม่มีอาการประมาณครึ่งหนึ่ง และอีกครึ่งหนึ่งมีอาการไม่มาก โดย 100 รายแรก ยังไม่มีรายใดต้องใส่ท่อช่วยหายใจ และยังไม่มีรายใดเสียชีวิต แต่มีผู้ป่วยปอดอักเสบ 7 ราย ทุกรายได้รับวัคซีนมาแล้ว 2 โดส
ขณะที่ข้อมูลใหม่ อาการเฉพาะตัว "โอไมครอน" เป็นข้อมูลจาก ดร.จอห์น แคมพ์เบล แพทย์จากอังกฤษ ระบุว่า อาการเปลี่ยนจากเดิมโดยสิ้นเชิง ทั้งนี้ โดยอาการไข้ไม่ชัดเจน และไม่ค่อยพบการสูญเสียการรับกลิ่นและรส ส่วนอาการหลัก ๆ ที่พบ มีดังนี้
ปวดหัว 65%
อ่อนเพลียอ่อนล้า 65% ตั้งแต่ไม่มากจนกระทั่งถึงลุกไม่ไหว
น้ำมูกไหล 65%
เจ็บคอ 57%
จาม 55%