Heal Shop อุปกรณ์และสิ่งของที่เอาไว้ใช้เพื่?

หลังจากเกิดการระบาดของไวรัสโควิดกลายพันธุ์ชนิดใหม่ ซึ่ง WHO หรือองค์การอนามัยโลก ประกาศยกระดับให้เป็นสายพันธุ์ระดับที่น่...
09/01/2022

หลังจากเกิดการระบาดของไวรัสโควิดกลายพันธุ์ชนิดใหม่ ซึ่ง WHO หรือองค์การอนามัยโลก ประกาศยกระดับให้เป็นสายพันธุ์ระดับที่น่ากังวล (Variants of Concern: VOC) สายพันธุ์ใหม่ล่าสุด โดยมีรหัสที่เรียกว่า โควิดสายพันธุ์ ​B.1.1.529 หรือ โอไมครอน Omicron ถูกรายงานว่าพบครั้งแรก ในตอนใต้ของทวีปแอฟริกาใต้ ที่ประเทศบอตสวานา

ปัจจุบันพบว่ามีการระบาดแล้วในประเทศแอฟริกาใต้, บอตสวานา, นามิเบีย, เอสวาตินี,มาลาวี, โมซัมบิก, ซิมบับเว, เลโซโท, เบลเยียม, ฮ่องกง, อิสราเอล, ออสเตรเลีย, สหราชอาณาจักร, เยอรมนี, แคนาดา อิตาลี เดนมาร์ก เนเธอร์แลนด์ สาธารณรัชเช็ก (ข้อมูล ณ วันที่ 30 พ.ย. 2021)

การกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในครั้งนี้ เนื่องจากมีการกลายพันธุ์ของยีนมากถึง 50 กว่าตำแหน่ง โดย 32 ตำแหน่งเกิดขึ้นบนโปรตีนหนามแหลม หรือที่เรียกว่า Spike Protein ซึ่งเป็นโปรตีนที่ไวรัสใช้ในการเข้าสู่เซลล์ของร่างกายมนุษย์ ซึ่งพบมากกว่าทุกสายพันธุ์ และมากกว่าสายพันธุ์เดลตา ถึง 2 เท่า และพบการกลายพันธุ์ที่ส่วนตัวรับ ซึ่งไวรัสใช้จับยึดกับเซลล์ของคนเราถึง 10 ตำแหน่ง

เพราะฉะนั้นเมื่อมีการกลายพันธุ์ในตำแหน่งดังกล่าว สิ่งที่น่ากังวลก็คือ

ทำให้เชื่อกันว่าไวรัสจะสามารถแพร่กระจายได้เร็วกว่าสายพันธุ์เดลตา
สามารถเข้าสู่ระบบร่างกายมนุษย์ได้ง่ายขึ้น
อาจจะหลบภูมิคุ้มกันได้มากขึ้น
มีแนวโน้มต้านประสิทธิภาพวัคซีน
คนที่เคยติดเชื้อโควิด-19 มีโอกาสที่จะติดเชื้อซ้ำได้จากโควิดสายพันธุ์โอไมครอน
ความรุนแรงของโควิดกลายพันธุ์ตัวนี้ ยังไม่แน่ชัดว่าจะทำให้การเจ็บป่วยหรือการติดเชื้อรุนแรงขึ้นหรือไม่
อาการของโควิดกลายพันธุ์โอไมครอน

อาจมีอาการไม่สบายแค่ 1-2 วัน
จมูกยังสามารถได้กลิ่น ลิ้นรับรสได้ดี
ไม่ค่อยมีไข้
รู้สึกล้า และปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
มีอาการไอเล็กน้อย ระคายคอ
อาการยังไม่ชัดเท่าสายพันธุ์อื่น
ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน โรคหัวใจ หากติดเชื้ออาจทำให้มีอาการรุนแรง
อาการโดยรวม เบื้องต้นพบว่าไม่รุนแรง สามารถรักษาที่บ้านได้
อย่างไรก็ตามเราควรเฝ้าจับตามอง และติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกันก็ปฏิบัติตามมาตรการในการป้องกันอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้สูงอายุและผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนซึ่งอาจมีผลกระทบจากเชื้อโควิดสายพันธุ์โอไมครอนนี้ และสำหรับใครที่ยังไม่ได้รับวัคซีนป้องกันโควิด ควรได้รับวัคซีนให้ครบโดส เพื่อลดความรุนแรงของอาการจากการติดเชื้อ
อัปเดตอาการโควิดสายพันธุ์ "โอไมครอน" หรือ "โอมิครอน" พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. เปิดเผยข้อมูลอาการของผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สายพันธุ์ "โอไมครอน" ในประเทศไทย ที่มีอาการ 41 ราย โดย 8 อาการที่พบมากที่สุด คือ

อาการไอ 54 %
เจ็บคอ 37 %
มีไข้ 29 %
ปวดกล้ามเนื้อ 15 %
มีน้ำมูก 12 %
ปวดศีรษะ 10 %
หายใจลำบาก 5 %
ได้กลิ่นลดลงมีเพียง 2 %

ซึ่งจะเห็นได้ว่า การติดเชื้อโควิดสายพันธุ์ "โอไมครอน" ที่เป็นการติดเชื้อจากระบบทางเดินหายใจในส่วนบน จะไม่มีลักษณะลงปอด ทำให้เป็นการยาก ที่เราอาจจะพบเจอผู้ติดเชื้อสายพันธุ์นี้ปะปน มารับประทานอาหารร่วมกับเรา อยู่ในสถานที่ที่ทำงานเดียวกันกับเรา ก็ทำให้เราจำเป็นต้องมีการระมัดระวัง โดยกระทรวงสาธารณสุข เน้นย้ำให้สวมหน้ากากอนามัย 2 ชั้น ก็ยังสามารถที่จะป้องกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline
อัปเดต 8 อาการโควิดสายพันธุ์ "โอไมครอน" ที่พบจากผู้ติดเชื้อ 41 คน ในประเทศไทย มากที่สุดแค่ "อาการไอ" ได้กลิ่นลดลงมีเพียง 2%

อัปเดตอาการโควิดสายพันธุ์ "โอไมครอน" หรือ "โอมิครอน" พญ.อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. เปิดเผยข้อมูลอาการของผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 สายพันธุ์ "โอไมครอน" ในประเทศไทย ที่มีอาการ 41 ราย โดย 8 อาการที่พบมากที่สุด คือ

อาการไอ 54 %
เจ็บคอ 37 %
มีไข้ 29 %
ปวดกล้ามเนื้อ 15 %
มีน้ำมูก 12 %
ปวดศีรษะ 10 %
หายใจลำบาก 5 %
ได้กลิ่นลดลงมีเพียง 2 %

ซึ่งจะเห็นได้ว่า การติดเชื้อโควิดสายพันธุ์ "โอไมครอน" ที่เป็นการติดเชื้อจากระบบทางเดินหายใจในส่วนบน จะไม่มีลักษณะลงปอด ทำให้เป็นการยาก ที่เราอาจจะพบเจอผู้ติดเชื้อสายพันธุ์นี้ปะปน มารับประทานอาหารร่วมกับเรา อยู่ในสถานที่ที่ทำงานเดียวกันกับเรา ก็ทำให้เราจำเป็นต้องมีการระมัดระวัง โดยกระทรวงสาธารณสุข เน้นย้ำให้สวมหน้ากากอนามัย 2 ชั้น ก็ยังสามารถที่จะป้องกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เช็คเลย 8 อาการ "โอไมครอน" พบในประเทศไทย แบบไหนเข้าข่ายติดแน่ ๆ แล้ว

ด้าน นพ.สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวถึงอาการของผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 "สายพันธุ์โอไมครอน" จากข้อมูลที่รวบรวมทั้งต่างประเทศ และในประเทศขณะนี้ เบื้องต้นอาการไม่แตกต่างจากอาการโควิด-19 ส่วนใหญ่มีอาการของการติดเชื้อระบบทางเดินหายใจส่วนบน คือ มีไข้ เจ็บคอ และไอแห้ง ๆ เกือบทุกประเทศรายงานตรงกันว่า ความรุนแรงไม่มากเท่าเดลตา หลายประเทศบอกว่า รุนแรงน้อยกว่าเดลตาพอสมควร พบบางรายมีอาการปอดอักเสบ แต่ไม่มากนัก สำหรับการรักษาในประเทศไทย ให้ยาต้านไวรัส "ฟาวิพิราเวียร์" (Favipiravir) ภายใน 3 วัน (24-72 ชั่วโมง) พบว่า ผู้ป่วยอาการดีขึ้น และหายเป็นปกติ
นอกจากนี้ ข้อมูลผู้ป่วยติดเชื้อสายพันธุ์ "โอไมครอน" ในไทย 100 รายแรก เป็นผู้เดินทางจากต่างประเทศ 99 ราย ติดเชื้อในประเทศ 1 ราย ผู้ชายมากกว่าผู้หญิง อายุน้อยสุด 34 ปี มากที่สุด 77 ปี โดยผู้ป่วยไม่มีอาการประมาณครึ่งหนึ่ง และอีกครึ่งหนึ่งมีอาการไม่มาก โดย 100 รายแรก ยังไม่มีรายใดต้องใส่ท่อช่วยหายใจ และยังไม่มีรายใดเสียชีวิต แต่มีผู้ป่วยปอดอักเสบ 7 ราย ทุกรายได้รับวัคซีนมาแล้ว 2 โดส

ขณะที่ข้อมูลใหม่ อาการเฉพาะตัว "โอไมครอน" เป็นข้อมูลจาก ดร.จอห์น แคมพ์เบล แพทย์จากอังกฤษ ระบุว่า อาการเปลี่ยนจากเดิมโดยสิ้นเชิง ทั้งนี้ โดยอาการไข้ไม่ชัดเจน และไม่ค่อยพบการสูญเสียการรับกลิ่นและรส ส่วนอาการหลัก ๆ ที่พบ มีดังนี้

ปวดหัว 65%
อ่อนเพลียอ่อนล้า 65% ตั้งแต่ไม่มากจนกระทั่งถึงลุกไม่ไหว
น้ำมูกไหล 65%
เจ็บคอ 57%
จาม 55%

รายละเอียดสินค้า USB 2port1. ยูนิเวอร์แซลปลั๊ก สามารถใช้งานได้มากกว่า 200 ประเทศ มีจำนวนทั้งหมด 8 หลุม ใช้งานง่ายปลอดภัย...
27/10/2021

รายละเอียดสินค้า USB 2port
1. ยูนิเวอร์แซลปลั๊ก สามารถใช้งานได้มากกว่า 200 ประเทศ มีจำนวนทั้งหมด 8 หลุม ใช้งานง่ายปลอดภัย ป้องกันไฟฟ้าช็อต
2. รองรับการใช้งานได้หลากหลายประเทศ เช่น อเมริกา ยุโรป ออสเตรเลีย และอังกฤษ ด้วยโครงสร้างที่แข็งแรงและปลอดภัย
3. ใช้แรงดันไฟฟ้า 100-240V ฟิวส์ 8A กำลังไฟ 2000W
4. รองรับการใช้งานแบบ USB port 2 port, 2400MA
6. Material: PVC คุณภาพสูง ป้องกันการหน่วงไฟ
7. ได้มาตรฐาน CE/FCC/ROHS

คุณสมบัติ
Universal Travel Adapter พร้อมช่องชาร์จ USB 2ช่อง ใช้แปลงขาปลั๊กอุปกรณ์ให้ใช้งานได้ในต่างประเทศ ใช้ได้เกือบทุกประเทศในโลก พร้อมช่องชาร์จ USB 2 ช่อง กำลังไฟช่องละ 2.4A ขาปลั๊กเเปลงชนิดต่างๆสามารถพับเก็บได้ พกพาสะดวก

Free ซองผ้าสำหรับใส่ adapter

ราคาปกติ 590 บาท
ราคาขาย => 390 บาท

(sparkle)(sparkle)(sparkle)(sparkle)(sparkle)(sparkle)(sparkle)(sparkle)(sparkle)

รายละเอียดสินค้า 4USB Type A + 1USB Type C
1.ยูนิเวอร์แซลปลั๊ก สามารถใช้งานได้มากกว่า 200 ประเทศ มีจำนวนทั้งหมด 8 หลุม ใช้งานง่ายปลอดภัย ป้องกันไฟฟ้าช็อต
2. รองรับการใช้งานได้หลากหลายประเทศ เช่น อเมริกา ยุโรป ออสเตรเลีย และอังกฤษ ด้วยโครงสร้างที่แข็งแรงและปลอดภัย
3. ใช้แรงดันไฟฟ้า 100-240V ฟิวส์ 8A กำลังไฟสูงสุด 2000W
4. รองรับการใช้งานแบบ USB port 4 port และ USB Type C, กำลังไฟทั้งหมด 5600MA
5. USB Type C กำลังไฟ 5V 3.0A = 15W รองรับการชาร์จแบบ Fast charge และสามารถชาร์จร่วมกับ Ipad Pro ได้
6. Material: PVC คุณภาพสูง ป้องกันการหน่วงไฟ
7.ได้มาตรฐาน CE/FCC/ROHS/IEC 60950

สินค้ารับประกัน 1 ปี

คุณสมบัติ
Universal Travel Adapter พร้อมช่องชาร์จ USB 4ช่อง + 1ช่อง USB Type C
ปลั๊กไฟใช้สำหรับแปลงขาปลั๊กอุปกรณ์ให้ใช้งานได้ในต่างประเทศใช้ได้เกือบทุกประเทศในโลก พร้อมช่องชาร์จ USB 4 Type A และ 1ช่องสำหรับ USB Type C ขนาด 2.4A ขาปลั๊กเเปลงชนิดต่างๆสามารถพับเก็บได้ พกพาสะดวก

Free ซองผ้าสำหรับใส่ adapter

ราคาปกติ 890 บาท
ราคาขาย => 590 บาท

ชื่อ: สายชาร์จ MAXCON 3 IN 1สี: ดำ, แดง, น้ำเงิน, เทาความยาว: ประมาณ 1.2 เมตรวัสดุ: พอร์ตโลหะ + สายไนล่อนคุณสมบัติ:สายชา...
27/10/2021

ชื่อ: สายชาร์จ MAXCON 3 IN 1
สี: ดำ, แดง, น้ำเงิน, เทา
ความยาว: ประมาณ 1.2 เมตร
วัสดุ: พอร์ตโลหะ + สายไนล่อน

คุณสมบัติ:
สายชาร์จ 3 in 1 ขนาด 1.2 เมตร ช่วยตอบสนองความต้องการในการชาร์จหลายอุปกรณ์ในเวลาเดียวกัน ประหยัดเวลาและประหยัดเงิน สามารถชาร์จอุปกรณ์พร้อมกันได้ 3 เครื่อง
•สายเคเบิลหนึ่งเส้นสำหรับโทรศัพท์ทั้งหมด: สายโทรศัพท์มือถือ 3 in 1 ที่มีตัวเชื่อมต่อที่แตกต่างกันสามแบบ: ตัวเชื่อมต่อ Mini USB 8 Pin + Type C + Micro USB ด้วยสายเคเบิลหลายสายในเส้นเดียว สามารถชาร์จอุปกรณ์ 3 เครื่องในเวลาเดียวกัน ประหยัดพื้นที่และเวลา!
•วัสดุถักไนล่อนชนิดพิเศษ: สายชาร์จของ MAXCON ทำมาจากไนล่อนถักแบบเรียบ สามารถป้องกันแกนลวดได้ดี มีความคงทนและแข็งแรง ไม่พันกันและยืดหยุ่น ทำให้ชีวิตสะดวกยิ่งขึ้น และยังเข้ากันได้กับ :

สาย Micro สำหรับ อุปกรณ์ Micro(Android) ทั้งหมด : เช่น Samsung Galaxy S7/S6 Edge/S5/S4,Samsung Tablets/Tab,Xbox One controller,PS4 controller,Windows Phones,Huawei Honor 7X/6X,Motorola,LG,Google Nexus,Blackberry,Sony,HTC,Nokia,ZTE,Blackberry, คีย์บอร์ดไร้สายและะอุปกรณ์ที่ใช้อินเตอร์เฟซ

สายเคเบิ้ล Type C สำหรับ อุปกรณ์ Type C ทั้งหมด เช่น Samsung Galaxy Note 8,Samsung Galaxy S8,S8 Plus,LG V30 V20 G6 G5,Macbook,OnePlus 3T 2,Nexus 5X/6P,Google Pixel,Moto Z2 Play,Lumia 950,Nintendo Switch และอุปกรณ์อื่นที่ใช้อินเตอร์เฟซ Type C

สายชาร์จ 8-Pin สำหรับอุปกรณ์ iPhone ส่วนใหญ่: เช่น iPhone 5/5s/6/6s/6 plus/6s plus/7/7 plus/SE/8/8 plus/ X/XS/XS Max/XR/11/11 pro/11 pro max, iPad, iPod

สินค้ารวม : สายเคเบิล USB 1 ชิ้น

รับประกันสินค้า 6 เดือน

เงื่อนไขการรับประกัน
1. สินค้าเกิดปัญหาจากการจัดส่ง สามารถเปลี่ยนคืนสินค้าได้
2. เสียบชาร์จไฟไม่เข้า
3. สายไฟเกิดปัญหา มีตำหนิ

ระยะเวลาการแจ้งปัญหาเปลี่ยน/คืน สินค้า : แจ้งปัญหาภายใน 7 วัน หลังจากที่ได้รับสินค้าแล้ว

ราคาปกติ 199บาท
ราคาขาย 99บาท
สนใจติดต่อ 0988300020

วัคซีน คืออะไร…แล้วทำไมเราถึงต้องฉีดวัคซีน ?วัคซีน คืออะไร…แล้วทำไมเราถึงต้องฉีดวัคซีน ?ความรู้ทั่วไป   ลงวันที่ 3 มีนาค...
24/10/2021

วัคซีน คืออะไร…แล้วทำไมเราถึงต้องฉีดวัคซีน ?
วัคซีน คืออะไร…แล้วทำไมเราถึงต้องฉีดวัคซีน ?
ความรู้ทั่วไป ลงวันที่ 3 มีนาคม 2563

วัคซีน (Vaccine)
คือสารชนิดหนึ่งที่ฉีดเข้าไปร่างกาย เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันโรคต่างๆ ส่วนใหญ่ทำมาจากเชื้อโรค แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ทำจากเชื้อโรคที่ตายแล้วมีสารของเชื้อโรคมาฉีดเข้าตัวเรา และ ทำจากเชื้อโรคที่อ่อนแอ ทำให้มันสลบพิษจะได้ไม่รุนแรง เมื่อฉีดเข้าไปในร่างกายคนเรา ร่างกายเราก็จะสร้างภูมิคุ้มกัน กับโรคนั้นๆ

วัคซีนสามารถฉีดได้ตั้งแต่อายุเท่าไหร่?
สามารถฉีดได้ตั้งแต่แรกเกิด ซึ่งในปัจจุบันจะมีตารางสำหรับฉีดวัคซีน ว่าควรเริ่มฉีดตั้งแต่อายุเท่าไหร่

วัคซีนชนิดต่างๆ
วัคซีนBCGป้องกันวัณโรค
ฉีด0.1MLที่ไหล่ซ้าย
ถ้าไม่มีแผลเป็นเกิดขึ้นถ้าไม่มีหลักฐานว่าเคยได้มาก่อน ให้ฉีดซ้ำเมื่ออายุ6เดือน
ถ้าเคยได้วัคซีนมาก่อน ไม่ต้องฉีดซ้ำแม้ว่าจะไม่มีแผล
วัคซีนป้องกันตับอักเสบบี
เด็กทุกคนต้องได้รับวัคซีนอย่างน้อย 3 เข็มถ้าไม่มีข้อห้ามและเข็มสุดท้ายต้องอายุมากกว่าหรือเท่ากับ 6 เดือน
ทารกที่คลอดจากมารดาที่ HBsAg ให้ผลลบ หรือไม่ทราบผลก็ให้ฉีดวัคซีนจำนวน 3 ครั้งเมื่อแรกเกิด อายุ1-2เดือน และอายุ 6 เดือน
ทารกที่คลอดจากมารดาที่ HBsAg ให้ผลบวก(โดยเฉพาะถ้าHBeAg เป็นบวกด้วย) พิจารณาให้ภูมิต่อเชื้อไวรัสตับอักเสบบี HBIG 0.5 ซีซีภายใน 12 ชั่วโมงหลังคลอด และให้วัคซีนครั้งที่1พร้อมๆกันคนละตำแหน่งกับที่ฉีด HBIG วัคซีนเข็มที่2 ให้เมื่ออายุ1-2 เดือน และครั้งที่3เมื่ออายุ 6 เดือน
ถ้ามารดามี HBsAg ให้ผลบวก แต่ไม่มียา HBIG ควรให้วัคซีนเข็มที่1 ภายใน 12 ชั่วโมงหลังคลอด เข็มที่2 และเข็มที่3 ให้เมื่ออายุทารก 1 เดือน และ 6 เดือนตามลำดับ
กรณีมาทราบภายหลังว่ามารดามี HBsAg ให้ผลบวก ควรพิจารณาให้ HBIG ถ้าทารกได้วัคซีนมาแล้วไม่เกิน 7 วันตามแผนการสร้างภูมิคุ้มกันโรคของกระทรวงสาธารณสุขให้วัคซีนรวมที่มีทั้ง คอตีบ บาดทะยัก ไอกรน และไวรัสตับอักเสบบี (DPT-HB) ที่อายุ 2 4 และ 6 เดือน แต่ถ้ามารดามี HBsAg ให้ผลบวกและทารกไม่ได้ HBIG ควรให้วัคซีนตับอักเสบบีเดี่ยวเพิ่มตอนอายุ 1 เดือนด้วย(รวมเป็น 5 ครั้ง)
เด็กที่ไม่เคยฉีดวัคซีนตับอักเสบบีมาก่อนเด็กอายุน้อยกว่า 11 ปีสามารถฉีดวัคซีนในเดือนที่ 0,1,6 ตามลำดับ ส่วนเด็กอายุ 11-15 อาจฉีดเพียง 2 ครั้งในเดือนที่ 0 และ4-6 ให้ใช้วัคซีนขนาด 1 ซ๊ซี เท่าผู้ใหญ่
เด็กที่คลอดมาจากมารดาที่มี HBsAg ให้ผลบวก อาจจะพิจารณาตรวจ HBsAG และ Anti-HBs เมื่ออายุ 9-18 เดือน
วัคซีนคอตีบ บาดทะยัก ไอกรน
สามารถใช้ชนิดไร้เซลล์( DTaP) แทนชนิดทั้งเซลล์ (DTwP)ได้ทุกครั้ง
หากใช้ชนิดDTaP ก็ควรใช้ทั้ง 3 ครั้งเมื่ออายุ 2,4,6 เดือนถ้าไม่สามารถหาชนิดเดียวกันได้ ก็ใช้ชนิดใดก็ได้
สำหรับเข็มกระตุ้น 18 เดือนอาจจะใช้ DTwP หรือ DTaP ชนิดใดก็ได้
เมื่ออายุ 4-6 ปีอาจจะใช้ DTwP หรือ DTaP หรือ Tdap ก็ได้
เด็กอายุ11-12 ปีควรจะได้รับ Tdap หรือ Td ไม่ว่าจะได้ Tdap เมื่ออายุ4-6ปีมาก่อนหรือไม่ หลังจากนั้นควรกระตุ้นด้วย Td ทุก 10 ปี
สำหรับการฉีดกระตุ้น Td ทุก10ปี ควรจะมีคั้งหนึ่งที่ใช้ Tdap
วัคซีนป้องกันโปลิโอ
สามารถใช้ชนิดฉีด (ปัจจุบันรวมอยู่กับวัคซีนป้องกันคอตีบ ไอกรน บาดทะยัก)แทนชนิดกินได้ทุกครั้ง
หากใช้ชนิดกินสลับกับชนิดฉีดต้องให้ 5 ครั้งตาม OPV
การให้วัคซีนป้องกันโปลิโอเกินกว่าที่กำหนด ไม่มีข้อเสีย และสามารถรับ OPV เพิ่มในช่วงที่มีการรณรงค์หยอดวัคซีนเพื่อกวาดล้างโปลิโอได้
หัด หัดเยอรมัน คางทูม
ให้วัคซีนครั้งแรกเมื่ออายุ 9-12 เดือน ครั้งที่2เมื่ออายุ 4-6 ปีควรพิจารณาให้ฉีดเร็วๆ(9 เดือน) ในพื้นที่ที่ยังมีรายงานผู้ป่วยโรคหัดจำนวนมากในเด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี และควรฉีด๙้า(12เดือน)ในพื้นที่ที่มีรายงานโรคหัดจำนวนน้อยในเด็กต่ำกว่า 1 ปี
การฉีดเข็มที่2อาจจะให้ได้ตั้งแต่อายุ 2ปีครึ่งตามแผนปฏิบัติงานของกระทรวงสาธารณสุข
กรณีที่มีการระบาดหรือสัมผัสโรค อาจฉีดเข็มที่2 เร็วขึ้นก่อนอายุ 4 ปีก็ได้ โดยต้องห่างจากเข็มแรกอย่างน้อย 3 เดือน
กรณีที่ต้องการฉีดวัคซีนป้องกันหัด หัดเยอรมัน คางทูมและอีสุกอีใสในเวลาเดียวกัน สามารถใช้วัคซีนรวม หัด หัดเยอรมัน คางทูมและอีสุกอีใส MMRV แทนการฉีดแบบแยกเข็มได้ทุกครั้งในเด็กอายุตั้งแต่ 1-12 ปี การใช้วัคซีนรวม MMRV ที่อายุ 4-6 ปีแทนการฉีดวัคซีนแบบแยกเข็มพบว่ามีอาการข้างเคียงไม่แตกต่างกัน การใช้วัคซีนรวม MMRV ในเด็กอายุ 12-23 เดือนมีโอกาศเกิดการชักจากไข้ได้มากกว่าการฉีดแบบแยกเข็ม กรณีที่เคยได้วัคซีน MMR หรือ VZV มาก่อนแนะนำให้ใช้วัคซีนรวม MMRV ห่างจากวัคซีน MMR ครั้งก่อนหรือ VZV มาก่อนอย่างน้อย 3 เดือน
วัคซีนป้องกันฮีบ HIB
ปัจจุบันมีวัคซีน 2 ชนิดคือ conjugated กับ PRP-T และHbOC ในเด็กไทยแนะนำให้ฉีด 3 ครั้งเมื่ออายุ 2, 4 และ 6 เดือน
การฉีดเข็มกระตุ้นที่อายุ 12-18 เดือน อาจไม่จำเป็นต้องฉีดในเด็กแข็งแรง ควรฉีดในผู้ที่มีความเสี่ยง
ไม่จำเป็นต้องฉีดวัคซีนฮีบในเด็กปกติทีอายุ 2 ปีขึ้นไป
หากเริ่มช้าให้พิจารณาฉีดตามตาราง
อายุที่เริ่มฉีด เดือนที่ของการฉีด PRP-T HbOC2-6 เดือน 0,2,4 ฉีดกระตุ้นอายุ 12-18 เดือน7-11 เดือน 0,2 ฉีดกระตุ้นอายุ12-18
12-24 เดือน เข็มเดียว

>24 เดือน เฉพาะผู้ที่เสี่ยง 0,2

ผู้ที่เสี่ยงต่อโรคฮีบ เช่นผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ไม่มีม้าม หรือม้ามทำงานผิดปกติ

ไข้สมองอักเสบเจอี
วัคซีนชนิดเชื้อไม่มีชีวิต (inactivated vaccine ) ปัจจุบันมีสองชนิดคือ mouse-brain derived vaccine (MBV) ซึ่งอยู่ในแผนของกระทรวงสาธารณสุข และสายพันธื P3 เพาะเลี้ยงใน vero cell (JEVAC) ทั้งสองชนิดฉีดสามครั้งเริ่มเมื่ออายุ 9-18 เดือนเข็มต่อมาอีก 4 สัปดาห์ และ 1 ปี ปีตามลำดับ สำหรับ MBV อาจจะพิจารณาให้ฉีดกระตุ้นอีกหนึ่งครั้ง ห่างจากเข็มสามอย่างน้อย 4-5ปี

วัคซีนชนิดเชื้อมีชีวิต (live JE) ใช้สายพันธ์ 14-14-2 ให้ฉีดสองครั้งมี สองชนิดคือ CDJAX เริ่มฉีดเมื่ออายุู 9-12 เดือน และเข็มที่2 อีก 3-12 เดือน อีกชนิดคือ Chimeric JE (MOJAV) เริ่มฉีดที่อายุ 12 เดือนและเข็มที่สองอีก 12-24 เดือนต่อมา สามารถใช้วัคซีนชนิด live je แทนชนิด MBV ได้ทั้งในการฉีดชุดแรก และการฉีดกระตุ้น

ยังไม่มีข้อมูลการใช้ live je ต่างชนิดกันทดแทนกัน

ในกรณีที่เคยได้ MBV มาก่อนและต้องการฉีดต่อด้วย live JE vaccine ให้พิจารณาฉีดตามตาราง

ประวัติฉีดวัคซีน MBV ในอดีต ข้อแนะนำในการฉีด live-attenuated JE

1เข็ม ฉีด 2 เข็ม ห่างกัน 3-24 เดือน (แล้วแต่ชนิดของวัคซีน)

2-3 เข็ม ฉีด 1 เข็ม ห่างจากเข็มสุดท้าย 1 ปี

มากกว่าหรือเท่ากับ4เข็ม ไม่ต้องฉีด

ตับอักเสบเอ
มีสองชนิดคือ formalin-inactivated vaccine และ virosome vaccine
ฉีดได้ตั้งอายุ 1 ปีขึ้นไปฉีด 2 เข็มห่างกัน 6-12 เดือนใช้ต่างชนิดได้ในการฉีดแต่ละครั้ง
อีสุกอีใส
ฉีดได้ตั้งแต่อายุ 1 ปีขึ้นไป แนะนำให้ฉีดเข็มแรกอายุ 12-18 เดือน
พิจารณาให้ฉีดเข็มที่สองเมื่ออายุ 4-6 ปี อาจจะฉีดเข็มที่สองก่อนอายุ 4 ปีก็ได้ในกรณีที่มีการระบาดแต่ต้องห่างเข็มแรกอย่างน้อย 3 เดือน
พิจารณาให้วัคซีนนี้แก่เด็กที่มีอายุมากกว่า 1 ปีที่ยังไม่เคยเป็นอีกสุกอีใส
ถ้าอายุมากกว่า 13 ปีให้ฉีดสองเข็มห่างกันอย่างน้อน 1 เดือน
ไข้หวัดใหญ่
พิจารณาให้ฉีดในเด็กอายุ 6 เดือนขึ้นไปถึง 18 ปีโดยเฉพาะเด็กอายุน้อยกว่า2 ปี และเด็กที่มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรครุนแรงเช่นเด็กที่จะเป็นโรคเรื้อรัง(รวมหอบหืด) โรคหัวใจ โรคอ้วนที่ BMIมากกว่าหรือเท่ากับ 35 ภูมิคุ้มกันบกพร่อง และโรคเรื้อรังเป็นต้น
ถ้าอายุน้อยกว่า 9 ปี การฉีดครั้งแรกต้องฉีดสองเข็มห่างกันหนึ่งเดือน กรณีที่ปีแรกได้ไปฉีดเพียงครั้งเดียว ปีต่อมาให้ฉีดสองครั้งหลังจากนั้นให้ฉีดปีละครั้ง
ในเด็กอายุน้อยกว่า 3 เดือนให้ลดขนาดลงครึ่งหนึ่ง (0.25 ซีซี)
นิวโมคอคคัส ชนิดคอนจูเกต
ควรให้ในผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคนี้ชนิดรุนแรง (invasive disease) หรือรุนแรง ดังตาราง และในเด็กแข็งแรงปกติที่อายุน้อยกว่า 5 ปี ที่ประสค์จะป้องกันโรค
ปัจจุบันมีวัคซีนชนิด10สายพัน์( PCV10) และชนิด13สายพันธ์( PCV13 ) ให้สามครั้งเมื่ออายุ 2,4,6 เดือน และให้ฉีดกระตุ้นเมื่ออายุ 12-15 เดือนโดยห่างจากเข็มสุดท้ายอย่างน้อย 2 เดือนหากเริ่มฉีดว้าให้ฉีดตามตาราง
เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปีกรณีที่ได้ PCV7 ครบแล้ว 4 ครั้งพิจารณาให้ PCV13 อีกหนึ่งครั้งห่างจาก PCV7 เข็มสุดท้ายอย่างน้อย 8 สัปดาห์เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันต่อสายพันธ์ที่เพิ่มเติมขึ้น
อายุที่เริ่มฉีด จำนวนครั้งที่ฉีด การฉีดกระตุ้น2-6 เดือน PCV 3 ครั้งห่างกัน 6-8 สัปดาห์ PCV 1 ครั้งอายุ12-15 เดือน
7-11 เดือน PCV 2 ครั้งห่างกัน 6-8 สัปดาห์ PCV 1 ครั้งอายุ12-15 เดือน

12-23 เดือน PCV 2 ครั้งห่างกัน 6-8 สัปดาห์ ไม่ต้องฉีด

เด็กปกติ 2-5 ปี PCV10 ให้ 2 ครั้ง PCV13 ให้1ครั้ง ไม่ต้องฉีด

เด็กเสี่ยง

– อายุ 2-5 ปี PCV13 ให้ 2 ครั้งให้สองครั้งห่างกัน 8 สัปดาห์ ฉีดกระตุ้นด้วย PS-23 1 เข็มห่างจาก PCV เข็มสุดท้าย 8 สัปดาห์

-อายุ 6-18 ปี PCV13 ให้ 1 ครั้ง ฉีดกระตุ้นด้วย PS-23 1 เข็มห่างจาก PCV เข็มสุดท้าย 8 สัปดาห์

PCV=Pneumococcal conjugated vaccine, PS-23=23-valent pneumococcal polysaccharide vaccine

เด็กเสี่ยงคือเด็กที่มีโอกาศเป็นโรคติดเชื้อนิวโมคอคคัสอย่างรุนแรงมากกว่าเด็กปกติได้แก่ เด็กที่เป็นโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องจากสาเหตุต่างๆ ภาวะไม่มีบ้าน ธัลลาสซีเมีย โรคเรื้อรังของอวัยวะต่างๆ เช่นโรคหัวใจ โรคตับ โรคไต โรคเบาหวาน และโรคที่เสี่ยงต่อการเกิดโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบเช่น csf leakage ,cochlear implantation
สำหรับเด็กที่อยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกลางวันไม่จัดเป็นกลุ่มเสี่ยงแต่พิจารณาให้วัคซีนได้
ในเด็กกลุ่มเสี่ยงทั้งหมดควรจะได้วัคซีน PCV13 ดังตาราง และเด็กกลุ่มเสี่ยงที่มีอายุตั้งแต่ 2 ปีขึ้นไปควรได้รับการฉีดวัคซีน PS-23 ด้วยเสมอไม่ว่าจะสามารถฉีด PCV ได้หรือไม่ก็ตาม และหากเป็นเด็กเสี่ยงภูมิคุ้มกันบกพร่อง ภาวะไม่มีม้ามหรือธาลัสซีเมียควรฉีดวัคซีน PS-23 ซ้ำอีก 1 ครั้งห่างจากครั้งแรก 5 ปี การฉีด PCV ก่อนแล้วตามด้วย PS-23 จะให้ผลการสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีกว่าการฉีดด้วย PS-23 เพียงอย่างเดียว หรือฉีด PS-23 แล้วตามด้วย PCV
ในเด็กปกติอาจพิจารณาให้ฉีดแบบ2+1(รวมเป็นการฉีด 3 ครั้ง) คือฉีดเมื่ออายุ 2,4 เดือนและ 12-15 เดือน
โรต้า
ชนิด Monovalent ให้กินสองครั้งเมื่ออายุประมาณ 2 และ 4 เดือน
ชนิด Pentavalent ให้กินสามครั้งเมื่ออายุ 2,4 และ 6 เดือน
วัคซีนทั้งสองชนิด สามารถเริ่มให้ครั้งแรก เมื่ออายุ 6-15 สัปดาห์ และครั้งสุดท้ายอายุไม่เกิน8เดือน แต่ละครั้งห่างกันไม่น้อยกว่า 4 สัปดาห์
ควรใช้วัคซีนชนิดเดียวกันจนครบ หากจำเป็นต้องใช้วัคซีนต่างชนิดกันในแต่ละครั้ง ต้องให้วัคซีนทั้งหมด 3 ครั้ง
สามารถให้วัคซีนโรต้าร่วมกับวัคซีนโปลิโอชนิดกินได้
ห้ามใช้วัคซีนในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง severe combined immune deficiency และในเด็กที่มประวัติลำไส้กลืนกัน
เอชพีวี HPV วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก
มีสองชนิดคือ ชนิดสองสายพันธ์ ( bivalent มีสายพันธ์ 16 และ18)และชนิด 4 สายพันธ์(quavalent มีสายพันธ์ 6,11,16,18)
แนะนำให้ฉีดในผู้หญิงอายุ 9-26 ปี(เน้นให้ฉีดในช่วงอายุ 11-12 ปีโดยฉีด 3 เข็มเดือนที่ 0,1-2 และ 6
ประสิทธิภาพจะสูงหากฉีดในผู้ที่ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์มาก่อน
การฉีดในผู้ที่อายุมากกว่า 26 ปีอาจพิจารณาให้เป็นกรณีๆไป
การฉีดในเด็กผู้ชายพิจารณาให้ฉีดเฉพาะ 4 สายพันธ์ ในช่วงอายุ 9-26ปีเน้นให้ในช่วงอายุ 11-12 ปี และในกลุ่มชายรักชายอายุ 9-26ปี

ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์ สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เผยว่า ขณะนี้ประเ...
22/10/2021

ศาสตราจารย์ ดร. นายแพทย์ สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เผยว่า ขณะนี้ประเทศไทยได้ฉีดวัคซีนโควิด-19 แล้ว เป็นจำนวนถึง 20 ล้านโดส โดยใช้เวลาเพียง 36 วันในการฉีด 10 ล้านโดสหลังนี้
พร้อมเปิด 10 สถิติสำคัญ ดังนี้
1. ประเทศไทยได้ฉีดวัคซีนโควิด-19 แล้วมากกว่า 20 ล้านโดส โดย 10 ล้านโดสแรกใช้เวลา 124 วัน แต่สิบล้านโดสหลังใช้เวลาเพียง 36 วัน (เร็วขึ้นกว่า 3.4 เท่า)
ขณะนี้มีประชากร 23.9% ที่ได้รับวัคซีนโควิด-19 แล้วอย่างน้อยหนึ่งเข็ม และมี 6.7% ที่ฉีดครบสองเข็ม นอกจากนี้ 0.3% ได้รับวัคซีนเข็มสามแล้วโดยเป็นบุคลากรการแพทย์และสาธารณสุข
2. ใช้วัคซีนโควิด-19 จำนวน 4 ชนิด ได้แก่ ซิโนแวก (48.77% ของจำนวนโดส), แอสตราเซนเนกา (43.95%) ซิโนฟาร์ม (7.00%) และไฟเซอร์ (0.28%) แต่ในแง่จำนวนคนนั้น มีผู้ที่ได้รับวัคซีนแอสตราเซนเนกามากกว่าซิโนแวก 1.5 ล้านคน
3. ได้ขึ้นทะเบียนวัคซีนโควิด-19 ในไทยแล้ว 6 ชนิด และอยู่ระหว่างดำเนินการขึ้นทะเบียนอีก 2 ชนิด
4. จำนวนการฉีดวัคซีนมากที่สุดเกิน 670,000 โดสต่อวัน เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2564
5. จังหวัดภูเก็ต ได้ฉีดวัคซีนโควืด-19 ครอบคลุมประชากรมากที่สุด โดย 75.9% ของคนภูเก็ตได้รับวัคซีนแล้วอย่างน้อยหนึ่งเข็ม และ 59.2% ฉีดวัคซีนครบสองเข็มแล้ว ส่วนกรุงเทพมหานครได้รับวัคซีนแล้ว 70.2% ของประชากร โดย 14.9% ฉีดครบสองเข็มแล้ว ทั้งนี้ทั้งสองจังหวัดมีการฉีดวัคซีนให้กับผู้สูงอายุเกิน 60 ปี มากกว่า 80% แล้ว สำหรับจังหวัดที่ฉีดวัคซีนให้กับผู้ป่วย 7 กลุ่มโรคเกิน 80% แล้วคือ จังหวัดสมุทรปราการ
6. ประเทศไทยมีจำนวนการฉีดวัคซีนจำนวนเป็นอันดับ 4 ในอาเซียน และร้อยละการครอบคลุมประชากรเป็นอันดับที่ 5
7. ประเทศไทยฉีดวัคซีนโควิด-19 เป็นอันดับที่ 27 ของโลกในแง่จำนวนโดส
8. ประเทศไทยมีวัคซีนโควิด-19 แล้วมากกว่า 30 ล้านโดส ได้แก่ แอสตราเซนเนกา 12.8 ล้านโดส ซิโนแวก 12.5 ล้านโดส ซิโนฟาร์ม 5 ล้านโดส และ ไฟเซอร์ 1.5 ล้านโดส โดยได้รับบริจาควัคซีนจาก จีน 1 ล้านโดส (ซิโนแวก) ญี่ปุ่น 1.05 ล้านโดส (แอสตราเซนเนกา) สหราชอาณาจักร 0.42 ล้านโดส (แอสตราเซนเนกา) และสหรัฐอเมริกา 1.5 ล้านโดส (ไฟเซอร์)
9. วัคซีนสามารถลดการเสียชีวิต โดยผลการวิเคราะห์ผู้ที่เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 จำนวน 819 ราย มี 74.5% ที่ยังไม่ได้รับวัคซีน และมีเพียง 2 รายที่ได้รับวัคซีนครบ 2 เข็มแล้ว
10. วัคซีนที่วิจัยและพัฒนาโดยคนไทยอย่างน้อย 4 ชนิดกำลังทดสอบในมนุษย์ ได้แก่ วัคซีน ChulaCov19 พัฒนาโดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, วัคซีน HXP-GPOVac พัฒนาโดยมหาวิทยาลัยมหิดลและองค์การเภสัชกรรม, วัคซีน COVIGEN พัฒนาโดยบริษัทไบโอเนท-เอเชีย จำกัด และวัคซีน Baiya SARS-CoV-2 Vax 1 พัฒนาโดยบริษัท ใบยา ไฟโตฟาร์ม จำกัดและจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในรายวันในเกาหลีใต้พุ่งทุบสถิติเกิน 3,000 คนเป็นครั้งแรกวันนี้ (25 ก.ย.) โดยเป็นผลสืบเนื่องจากการ...
25/09/2021

ยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในรายวันในเกาหลีใต้พุ่งทุบสถิติเกิน 3,000 คนเป็นครั้งแรกวันนี้ (25 ก.ย.) โดยเป็นผลสืบเนื่องจากการที่ประชาชนออกเดินทางในช่วงวันหยุดยาวเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

สำนักงานควบคุมและป้องกันโรคแห่งเกาหลีใต้ (KDCA) รายงานตัวเลขผู้ป่วยใหม่รวมทั้งสิ้น 3,273 รายในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา โดยแบ่งเป็นผู้ติดเชื้อภายในประเทศ 3,245 ราย และผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศอีก 28 ราย

ยอดผู้ป่วยโควิด-19 สะสมของแดนโสมขาวเวลานี้เพิ่มไปอยู่ที่ 298,402 ราย เสียชีวิต 2,441 ราย

KDCA ยังพบว่า ผู้ติดเชื้อใหม่ในประเทศกว่า 77% อยู่ในเขตกรุงโซลและเมืองใกล้เคียง ซึ่งเป็นพื้นที่อยู่อาศัยของประชากรราวครึ่งหนึ่งจากทั้งหมด 52 ล้านคน

อย่างไรก็ตาม การที่รัฐบาลเกาหลีใต้เร่งฉีดวัคซีนให้แก่ผู้สูงวัยซึ่งเป็นประชากรกลุ่มเปราะบางช่วยให้อัตราการเสียชีวิตและจำนวนผู้ป่วยโควิดที่อาการหนักยังคงต่ำมาก โดยอยู่ที่ 0.82% และ 339 รายตามลำดับ

ขณะเดียวกัน จำนวนผู้เข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ก็เพิ่มขึ้นกว่า 50% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยอยู่ที่ 227,874 รายในสัปดาห์นี้

ทางการเกาหลีใต้แนะนำให้ผู้ที่เดินทางกลับจากท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดเทศกาลชูซ็อก (Chuseok) หรือวันขอบคุณพระเจ้า เข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ก่อนที่จะกลับเข้าทำงาน แม้จะมีอาการป่วยเพียงเล็กน้อยก็ตาม

จากข้อมูลล่าสุดเมื่อวันพฤหัสบดี (23) พบว่า ชาวเกาหลีใต้ราว 73.5% ได้รับวัคซีนแล้วอย่างน้อย 1 โดส และมีผู้ที่ฉีดวัคซีนครบแล้วประมาณ 45%

ศูนย์ข้อมูลโควิด-19 รายงานจำนวนผู้ติดเชื้อในรอบ 24 ชั่วโมง ที่ผ่านมา เพิ่มขึ้น 13,567 ราย คลัสเตอร์เรือนจำ 395 ราย เสียช...
19/09/2021

ศูนย์ข้อมูลโควิด-19 รายงานจำนวนผู้ติดเชื้อในรอบ 24 ชั่วโมง ที่ผ่านมา เพิ่มขึ้น 13,567 ราย คลัสเตอร์เรือนจำ 395 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 117 คน ผู้ป่วยยืนยันสะสมระลอกเมษายน 1,447,614 ราย ยอดสะสมตั้งแต่เริ่มระบาด 1,476,477 ราย เสียชีวิตรวม 15,363 คน

วันนี้ (19 ก.ย.) เมื่อเวลา 07.30 น. ศูนย์ข้อมูลโควิด-19 รายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 สะสมของประเทศไทย ประจำวันที่ 19 กันยายน 2564 ดังนี้

พบจํานวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ เพิ่มขึ้น 13,567 ราย แบ่งออกเป็นติดเชื้อใหม่ในประเทศ 13,181 ราย ติดเชื้อในเรือนจำ-ที่ต้องขัง 395 ราย มีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 117 คน ทำให้จำนวนผู้ติดเชื้อสะสมในช่วงการระบาดระลอกใหม่ตั้งแต่เดือนเมษายน 2564 ตั้งแต่ 1 เมษายน - 18 กันยายน 2564 มีจำนวน 1,447,614 ราย เสียชีวิตสะสม 15,269 คน

ส่วนผู้ติดเชื้อสะสมนับตั้งแต่เริ่มมีการระบาดเมื่อต้นปี 2563 มีจำนวน 1,476,477 ราย ยอดผู้เสียชีวิตสะสม 15,363 คน ทำให้ประเทศไทยมีจำนวนผู้ติดเชื้อยืนยันสะสมอยู่ในอันดับที่ 29 ของโลก

ศูนย์ข้อมูลโควิด-19 รายงานเพิ่มเติมว่า ยอดผู้หายป่วยจากโควิด-19 ในประเทศ ผู้หายป่วยรายใหม่วันนี้ 12,492 ราย ผู้หายป่วยสะสม 1,302,593 ราย (ตั้งแต่ 1 เมษายน-18 กันยายน 2564) หายป่วยสะสมนับตั้งแต่เริ่มมีการระบาดเมื่อต้นปี 2563 มีจำนวน 1,330,238 ราย ผู้ติดเชื้อที่อยู่ระหว่างการรักษาตัว 131,095 ราย

ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. รายงานยอดฉีดวัคซีนทั่วประเทศ วันที่ 18 ก.ย. 2564 มีรายละเอียดดังนี้

ผู้เข้ารับวัคซีนรายใหม่ 596,230 โดส แบ่งเป็น

เข็มที่ 1 จำนวน 281,812 ราย
เข็มที่ 2 จำนวน 313,636 ราย
เข็มที่ 3 จำนวน 782 ราย

ส่วนยอดฉีดวัคซีนตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย. 2564 ที่มีการคิกออฟฉีดวัคซีนทั่วประเทศ มียอดสะสมแล้ว 40,385,136 โดส แบ่งเป็น

เข็มที่ 1 จำนวน 26,122,886 ราย
เข็มที่ 2 จำนวน 13,641,043 ราย
เข็มที่ 3 จำนวน 621,207 ราย

ขณะที่ยอดรวมการฉีดวัคซีนตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ.-17 ก.ย. 2564 (203 วัน) พื้นที่ 77 จังหวัด มียอดสะสม 44,485,657 โดส

เข็มที่ 1 สะสม 28,893,133 ราย คิดเป็น 40.1% ของประชากร
เข็มที่ 2 สะสม 14,971,317 ราย คิดเป็น 20.8% ของประชากร
เข็มที่ 3 สะสม 621,207 ราย

ทั้งนี้ ประเทศไทยเตรียมจะเปิดประเทศภายใน 120 วัน ในวันที่ 29 ต.ค. 2564 ซึ่งเหลืออีก 40 วัน และมีเป้าหมายนำวัคซีนเข้าประเทศ 100 ล้านโดส ในสิ้นปีนี้.

สถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ประจำวัน ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. รายงานสถ...
18/09/2021

สถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ประจำวัน ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา 2019 ล่าสุด วันที่ 18 ก.ย. 64 ภาพรวมของการระบาดยังต้องคอยเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด หลังพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่อีก 14,109 ราย แบ่งเป็น ผู้ติดเชื้อรายใหม่ 13,255 ราย และผู้ติดเชื้อในเรือนจำ 854 ราย ทำให้มียอดผู้ป่วยยืนยันสะสมแล้วจนถึงวันนี้ 1,462,901 ราย อีกทั้งยังมียอดผู้เสียชีวิตอย่างต่อเนื่อง

โดยวันนี้มี ผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 122 ราย ทำให้การระบาดระลอกใหม่ตั้งแต่เดือน เม.ย. 2564 มียอดผู้เสียชีวิตสะสมถึง 15,152 รายแล้ว ขณะที่ภาพรวมของการเสียชีวิตจากสถานการณ์โควิด-19 มีผู้เสียชีวิตรวม 15,246 รายแล้ว

นอกจากนี้ ยังมีรายงานถึงผู้ที่กำลังรักษาตัวอยู่ 130,128 ราย กลุ่มคนไข้อาการหนักที่มีอาการปอดอักเสบที่น่าวิตก และใส่เครื่องช่วยหายใจอีกนับพันราย

อย่างไรก็ตาม ยอดผู้ป่วยหายป่วยกลับบ้านวันนี้ 13,280 ราย สะสมตั้งแต่ 1 เมษายน 2564 มี 1,290,101 รายด้วย

กระทรวงสาธารณสุข ได้รายงานสถานการณ์ "โควิด-19" ประจำวันเบื้องต้น โดยข้อมูล ณ วันที่ 17 ก.ย. 2564 มีผู้ป่วยผู้ติดเชื้อราย...
17/09/2021

กระทรวงสาธารณสุข ได้รายงานสถานการณ์ "โควิด-19" ประจำวันเบื้องต้น โดยข้อมูล ณ วันที่ 17 ก.ย. 2564 มีผู้ป่วยผู้ติดเชื้อรายใหม่ 14,555 ราย แยกเป็นทั่วไป 13,765 ราย และจากเรือนจำ/ที่ต้องขัง 790 ราย หายป่วยกลับบ้าน 13,691 ราย ทำให้มีผู้ป่วยสะสม (ตั้งแต่ 1 เม.ย. 2564) จำนวน 1,419,929 ราย และมีผู้เสียชีวิตเพิ่ม 171 ศพ.

ลามไม่หยุด พบคลัสเตอร์ใหม่ ในทัณฑสถานวัยหนุ่มนครศรีธรรมราช สสจ.เร่งตรวจทั้งผู้คุม นักโทษทุกราย เบื้องต้นติดเชื้อแล้ว 1,1...
16/09/2021

ลามไม่หยุด พบคลัสเตอร์ใหม่ ในทัณฑสถานวัยหนุ่มนครศรีธรรมราช สสจ.เร่งตรวจทั้งผู้คุม นักโทษทุกราย เบื้องต้นติดเชื้อแล้ว 1,195 ราย เรือนจำต้องสั่งงดเข้าเยี่ยม และงดรับนักโทษใหม่

วันที่ 16 ก.ย. 64 ที่ทัณฑสถานวัยหนุ่มนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นเรือนจำขนาดเล็ก ตั้งอยู่ริมถนนสายนครศรีธรรมราช-ท่าศาลา หมู่ที่ 8 ตำบลท่างิ้ว อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ปรากฏมีผู้ต้องขังติดเชื้อโควิดจำนวนมาก โดยบรรยากาศช่วงเช้าที่ผ่านมา เรือนจำไม่เปิดให้บุคคลหรือญาติเข้าเยี่ยม รวมทั้งงดรับนักโทษรายใหม่อย่างเด็ดขาด ขณะที่ชาวบ้านที่มีบ้านเรือนใกล้เคียงกับเรือนจำแห่งนี้อยู่ในสภาพหวาดวิตก เกรงว่าการติดเชื้ออาจเล็ดลอดจากเจ้าหน้าที่ออกมาสู่ภายนอก

นายแพทย์จรัสพงษ์ สุขกรี นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า สถานการณ์ล่าสุดภายในเรือนจำทัณฑสถานวัยหนุ่มนครศรีธรรมราช มีแนวโน้มการติดเชื้อค่อนข้างสูง หลังจากที่เจ้าหน้าที่พบข้อมูลการติดเชื้อจากนักโทษราว 2-3 วันก่อนจำนวน 3 รายหน้านี้จึงส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ โดยได้สุมจากกลุ่มนักโทษ 608 หรือ กลุ่มที่มีอายุเกิน 60 ปี มีความเสี่ยงใน 8 โรค เข้าตรวจเชื้อแบบ ATK พบการติดเชื้อจำนวน 64 ราย และได้เข้ายืนยันเชื้อระบบ PCR พบว่ามีผลยืนยันทั้งหมด

นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช ยังระบุว่า ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจหาเชื้อทั้งนักโทษและผู้คุม เจ้าหน้าที่ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องในวันนี้จำนวนกว่า 2,500 ราย พบผู้ต้องขังติดเชื้อแล้วจำนวน 1,195 รายแล้ว หลังจากนี้จะมีการดำเนินการคัดแยกตัวผู้ป่วยติดเชื้อออกจากผู้ที่ยังไม่ติดเชื้อ และดำเนินการรักษาอย่างเร่งด่วน ซึ่งจำนวนผู้ป่วยในคลัสเตอร์เรือนจำแห่งนี้อาจทำให้ยอดผู้ป่วยของนครศรีธรรมราชพุ่งสูงมากประชาชนทั่วไปอย่าได้ตระหนก เนื่องจากการติดเชื้ออยู่ในพื้นที่ควบคุม ไม่ได้มีการกระจายตัว ไม่สามารถสร้างการแพร่ระบาดได้

สถานเสาวภา” เปิดจองฉีดวัคซีนซิโนฟาร์มวันนี้ (13 ก.ย.) ไม่มีค่าใช้จ่าย !เริ่มแล้ว ! สถานเสาวภา สภากาชาดไทย เปิดจองฉีดวัคซ...
14/09/2021

สถานเสาวภา” เปิดจองฉีดวัคซีนซิโนฟาร์มวันนี้ (13 ก.ย.) ไม่มีค่าใช้จ่าย !

เริ่มแล้ว ! สถานเสาวภา สภากาชาดไทย เปิดจองฉีดวัคซีน “ซิโนฟาร์ม” วันนี้ (13 ก.ย.) ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย อายุ 18 ปีขึ้นไป

13 กันยายน 2564 เวลา 09.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน สถานเสาวภา สภากาชาดไทย เปิดให้ประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป และยังไม่เคยได้รับการฉีดวัคซีนโควิด-19 มาก่อน ลงทะเบียนรับการฉีดวัคซีนทางเลือก “ซิโนฟาร์ม” โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

เงื่อนไขการลงทะเบียน
1. อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป
2. หญิงตั้งครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไป ขอให้นำเอกสารการฝากครรภ์มาในวันฉีดวัคซีน
3. บริการให้กับผู้ที่ไม่เคยรับวัคซีนโควิดมาก่อนหากตรวจพบว่า ผู้ใดเคยได้รับวัคซีนแล้ว ขอสงวนสิทธิการรับบริการ
4. ก่อนกรอกแบบฟอร์ม : https://docs.google.com/…/1FAIpQLSdilV0…/closedform เพื่อลงทะเบียน ให้ลงทะเบียนผ่านระบบหมอพร้อม เพื่อรับวันนัด
5. เจ้าหน้าที่จะยืนยันวันนัดหมายผ่านระบบหมอพร้อม หรือข้อความ SMS
6. ผู้ที่ลงทะเบียนสำเร็จให้เข้ารับฉีดวัคซีนมาตามวัน เวลา ที่นัดหมาย เพื่อลดความแออัดในการรับบริการ หากไม่มาตามนัดที่ได้เลือกไว้ในระบบ จะถือว่าสละสิทธิ

วันที่ฉีดวัคซีน
กำหนดฉีดวัคซีนในวันที่ 18 กันยายน 2564 และ 20-25 กันยายน 2564
สถานที่ฉีดวัคซีน
ตึกราชูทิศ สถานเสาวภา สภากาชาดไทย ถนนพระราม 4 ปทุมวัน กรุงเทพมหานคร

การเดินทางไปฉีดวัคซีน
สถานเสาวภา สภากาชาดไทย แนะนำว่า ผู้ที่เดินทางรถสาธารณะ ให้เดินทางโดยรถไฟฟ้าใต้ดิน (MRT) สถานีสามย่าน ฝั่งจามจุรีสแควร์ เนื่องจากที่จอดรถมีจำกัด
ทั้งนี้ การเปิดรับลงทะเบียนฉีดวัคซีนซิโนฟาร์มในครั้งนี้ จำนวน 100,000 โดส ที่สภากาชาดไทยได้รับมอบจากสภากาชาดจีน เพื่อกระจายฉีดให้กับประชาชนเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ใน 5 กลุ่มเป้าหมาย โดยสถานเสาวภาฯ เป็น 1 ในกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับการจัดสรรวัคซีน

27/08/2021

FOF PLUS disposable electronic พอตใช้แล้วทิ้ง ไม่ต้องชาร์จแบต nic 5% ใช้ได้ 600-800+ แบต 400 mAh หอม หวาน ควันเยอะ 💨 มี 16 รสชาติ - องุ่น -บลูเบอร์.....

ที่อยู่

850/14 ม. พฤษาวิลล์(อเวนิวส์) ถ. หลวงเพ่ง แขวงทับยาว เขตลาดกระบัง
Bangkok
10520

เบอร์โทรศัพท์

+66943186594

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Heal Shopผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Heal Shop:

แชร์