02/10/2022
HERBUP STORY EP.2 : ตอน ดินนี้พี่ก็ชอบ น้ำนี้พี่ก็รัก 🫣
!!! สำหรับคนที่อยากอ่านบทสรุปของ EP.2 เลื่อนไปอ่านใต้โพสเลยได้ครับที่
หลังจากคัดเลือกสายพันธุ์ที่ได้มาเพาะปลูกในซีซั่นนี้ได้ 3 พันธุ์ คือ กอลิร่า, Purple Punch และ Strawberry Cough (HERBUP STORY EP.1 พันธุ์ที่ดี พันธุ์ที่ใช่ พันธุ์ที่โดน) คำถามที่ตามมาคือ แล้วระบบปลูกเราควรเป็นแบบไหนดี . . . ซึ่งจากการรวบรวมข้อมูลมาแล้วนั่น เราได้เห็นแล้วว่า มีทางเลือกอยู่ 2 แนวทางคือ 1.ปลูกในดิน หรือ 2.ปลูกด้วยระบบน้ำไหล (hydroponic) แล้วการเพาะปลูกแบบไหนกันหล่ะ จะตอบโจทย์กับตัวเรา (และเพื่อนๆผู้อ่าน) มากที่สุด ?
คำตอบคือ ไม่มีคำตอบ !!! 🤯
คนที่จะตอบคำถามนี้ได้คือ ตัวเราเอง และ เพื่อนๆผู้อ่าน ทุกคน เพราะปัจจัยและเงื่อนไขของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ดังนั้นจึงยากมากที่จะสามารถสรุปคือตอบที่ชัดเจน และเป็นคำตอบตายตัวให้กับทุกคนได้ แต่ !!!! ช้าก่อน นี้ไม่ใช่ประเด็นที่ผมอยากเล่า แต่วันนี้ เราจะมาเล่าว่า พวกเราเลือกวิธีการปลูกแบบไหน และ เหตุผลอะไรที่พวกเราใช้เป็นตัวตัดสินใจ เพื่อที่อยากจะแชร์ให้เพื่อนๆเป็นประสบการ์ณกัน 😚 แต่ก่อนอื่นเรามาลองดูข้อดีข้อเสียของแต่ละวิธีกัน
1. เพาะปลูกในดิน :
- 😍😍😍 ให้ปุ๋ยง่าย ไม่ต้องกังวลเรื่องการเปลี่ยนแปลงของค่า PH มาก (เนื่องจากในดิน PH นั้นไม่ได้เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพราะ มีมวลของดินอยู่ ซึ่งคอยหน่วงความเป็น กรดเป็นเบส)
- 😍 สามารถแต่งดินได้ โดยให้มีแร่ธาตุทั้งหลักทั้งรอง และธาตุเสริมจาก อินทรีย์วัตถุได้ โดยพวกเราทำการผสมปุ๋ยซึ่งเป็นสูตรลับของทาง herbup.farm ของพวกเรากันเอง 🤫 (แอบตั้งชื่อว่า Power V.1)
- 😍😍 ดูแลง่าย ไม่ยุ่งยากซับซ้อน
- 😍😍 ลงทุนไม่มาก เหมาะแก่การเริ่มเพาะปลูก
- 😭😭 อาจมีปัญหาที่เกิดมาจากการใช้ดินที่ไม่สะอาด เช่น แมลง หรือ ไส้เดือน
- 😭😭😭 ต้องจัดการระบบน้ำให้ดี (ระบบปั้มน้ำ และ ระบบรดน้ำ)
- 😭 เคลื่อนย้ายลำบาก
2. ปลูกด้วยระบบน้ำไหล (hydroponic) :
- 😍 หาซื้อปุ๋ยง่าย ให้ตามสูตร ควบคุมได้ตามระบบ
- 😍😍😍 ติดตามผล และ ตรวจสอบคุณภาพได้รวดเร็วและตรงจุด
- 😍😍😍 การเพาะปลูกเป็นระบบสากล วัดผลได้ดี แม่นยำ และรวดเร็ว
- 😍 เคลื่อนย้ายทำได้ไว ดูแลได้เป็นระบบ เป็นสัดเป็นส่วน
- 😭😭 การออกแบบและติดตั้งต้องอาศัยความเชี่ยวชาญ
- 😭😭 การลงทุนสูง (แต่ในระยะยาวก็ถือว่าคุ้มค่า)
- 😭😭😭 ต้องระวังเรื่อง PH อย่างมากเพราะ ระบบน้ำไหล มีการเปลี่ยนแปลงของค่า PH ค่อนข้างเร็ว ถ้าระบบ ไม่สามารถ ควยคุม PH ได้จะส่งผลเสียอย่างมาก
ถึงเวลาที่ต้องหาคำตอบจากตัวเอง ซึ่งเงื่อนไขหลักของพวกเราที่ต้องการคือ
1. ระบบที่ไม่ซับซ้อน :
- เหตุผลคือ เราต้องการระบบเพาะปลูกในช่วงแรกที่ไม่ซับซ้อน ให้มีความตรงไปตรงมา ซึ่งสิ่งที่ได้มา ต้นทุนที่ต่ำ และ มีความอุ่นในใจการปลูก เราอยากให้ ซีซั่น 1 เป็นการเริ่มต้น การลองผิดลองถูก และนำผลลัพธ์จากรอบนี้ไปพัฒนาในการปลูกในรอบต่อๆไป (แน่นอน รวมถึงการพิสูจน์ ผลลัพธ์ของ ดินสูตรลับเราด้วย 😅)
2. ดูแลง่าย :
- ก็คือดูแลง่าย ไม่ยุ่งยาก 555 เช่น เรื่องของค่า PH (ซึ่งจริงๆแล้วมีปัจจัยอื่นๆ มากกว่า PH เอาไว้โอกาสหน้าผมจะมาเล่าให้ฟัง ถึง ปัจจัยต่างๆที่ส่งผลกระทบต่อการปลูกพืชด้วย)
3. สถานที่ปลูก :
- ในซีซั่นนี้ ห้องปลูกของเราคือ เต็นท์สำหรับการปลูกพืช ซึ่งเป็นเต็นท์ที่ออกแบบมาสำหรับการเพาะปลูกโดยมีลักษณะเป็น พื้นที่ปิด โดยสมบูรณ์ และมีการควบคุมอุณหภูมิได้ พวกเราสั่งมา เพื่อการนี้โดยเฉพาะ 😉
หลังจากที่ประชุมกันแล้ว ด้วยเงื่อนไข 2 ข้อนี้ ทำให้คำตอบสุดท้ายสำหรับพวกผมก็คือ การเพาะปลูกในดิน 💪💪💪
เพราะว่า . . .
---> อย่างแรกคือ เรื่องของ การให้ปุ๋ย ซึ่งเป็นปัจจัย สำคัญในการเลือกการเพาะปลูก พวกเราเห็นพ้องกันว่า การปลูกในดินนั้น ตัวของดินเองจะช่วยรักษาสมดุลของ PH ให้กับ ระบบเรา ด้วยตัวมวลของดินเอง และ สารอินทรีย์วัตถุต่างๆที่ผสมอยู่ในดินนั้น ซึ่งจะช่วยทำระบบไม่ต้องกังวลเรื่องความ sensitive ของการให้ปุ๋ย
---> อย่างที่สองคือ ปัญหารากเน่า ที่คนที่ปลูกด้วยระบบ hydroponic มักจะเจอ และส่งผลกระทบ ทำให้ต้นไม้ตายได้ ดังนั้น เราจึงเลือก แอบเอนเอียงไปในการปลูกด้วยดินแทน
---> ความชื้น และ สถานที่ในการปลูก ด้วยข้อจำกัดเกี่ยวกับสภาวะความชื้นที่เหมาะสมต่อการปลูก และข้อจำกัดด้วยตัวสถานที่เพาะปลูกทำให้เราเห็นว่าถ้าปลูกด้วยระบบ hydroponic จะทำให้พื้นที่ไม่เพียงพอ จึงเป็นอีกปัจจัยที่สนับสนุนให้เราเลือกที่จะยังไม่ปลูกด้วย ระบบ hydroponic
. . แต่ !! บางคนอาจจะมองว่าการปลูกด้วยระบบ hydroponic นั้นง่ายกว่าก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับมุมมอง และแนวทางของแต่ละ บุคคลนั้นเอง