28/08/2021
บทที่ 7 พลังจักระ ขั้นที่1
เมื่อได้คำตอบของสาเหตุ รามินจึงทำตามเคล็ดวิชาที่ลีชุนได้สอน รามินยังจำเสียงนั้นได้ดี เมื่อเจ้าได้รับพลังจักระมา เจ้าจงใช้จิต ชักนำพลังนั้นให้เคลื่อนไปที่จุดกึ่งกลางของร่างกาย รามินเริ่มทำตามเคล็ดวิชา จากจุดเล็กๆตรงกึ่งกลางกาย เมื่อได้สัมผัสกับพลังที่รามินชักนำมา มันก็เริ่มมีขนาดใหญ่โตขึ้นมาทีละน้อย รามินเดินพลังจักระผ่านไปตามจุดต่างๆ ตามเคล็ดวิชาครบ1รอบ ก็รู้สึกว่า ตัวเองมีกำลังเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว จิตใจก็รู้สึกปลอดโปร่ง แต่แฝงเอาไว้ด้วยความเข้มแข็ง โอ้ วิชานี้มันสุดยอดจริงๆ ร่างกายของข้า มันแข็งแกร่งขึ้น แถมจิตใจก็แข็งแกร่งขึ้นด้วย รามินคาดการณ์ว่า เขาน่าจะอยู่ในขั้นที่1แล้ว ตามเคล็ดวิชาที่ได้ฝึก หากจะวัดตามระดับชั้นของพลังจักระ ก็คงจะก้าวขึ้นสู่ชั้น จัตวาขั้นต่ำแล้ว ฮ่าฮ่าฮ่า ท่านลีชุนข้าเข้าใจในเคล็ดวิชาของท่านแล้ว แม้มันจะมีอยู่ถึง16ขั้น ในเมื่อข้าก้าวขึ้นสู่ขั้นที่1ได้ แล้วทำใมข้าจึงจะก้าวไปจนถึง ขั้นที่16ไม่ได้เล่า ในคืนนั้นรามินนั่งเดินพลังจักระไปเรื่อยๆ ตามจุดต่างๆจนคล่อง ในตอนแรกคิดว่าจะพัก งีบหลับเอาแรงสักหน่อย แต่เมื่อได้ตั้งใจเดินพลังจักระแล้ว มันก็ไม่รู้สึกง่วงสักที เลยนั่งเดินพลังจักระไปเรื่อยๆ ตั้งใจเอาไว้ว่า ถ้าง่วงเมื่อไหร่ก็หลับเมื่อนั้น พอรามินเดินพลังจักระครบ10รอบ ก็ได้ยินเสียงคล้ายๆเสียงของลีชุน แต่คราวนี้มันเป็นเสียงผู้หญิง ดังมาว่า ท่านได้เข้าสู่ระดับพลังจักระ ขั้นที่หนึ่ง ระดับชั้น จัตวา ขั้นต่ำ เสียงมันดังมาเพียงแค่นี้ จากนั้นก็ไม่ได้ยินอะไรอีก รามินรอฟังเสียงนั้นอีกอยู่นาน ก็ไม่ได้ยินอะไรอีก คิดในใจว่า มันคงจะเป็นเสียงแจ้งเตือนบอกสถานะแค่นั้น รามินลืนตาขึ้นมามองดูรอบๆ ในตอนนั้นเป็นเวลากลางคืน รู้สึกว่ายังไม่ง่วงจึงหลับตาแล้ว เดินพลังจักระต่อ พอเดินพลังจักระครบ2รอบ ก็รู้สึกได้ว่ามันเป็นเวลาตอนเช้าของวันใหม่แล้ว คำนวณดูคร่าวๆ เขาใช้เวลาในการเดินพลังจักระ1คืน ได้12รอบ ใน1รอบก็คงจะใช้เวลา1ชั่วโมง รามินเตรียมอาหารเช้าไว้ สำหรับ3คน แล้วก็นั่งเดินพลังจักระต่อ อัสนีรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอีกทีในตอนเช้า เห็นว่าเมฆายังไม่ตื่น และรามินนั่งหลับตาอยู่ สหายรามินคนนี้ มองดูแล้วเป็นคนที่แปลกประหลาดยิ่งนัก เขามีทักษะในด้านการต่อสู้ที่ไม่เลว ไม่ค่อยใช้วาจาเช่นเดียวกันกับข้า หากในวันข้างหน้าเป็นศัตรู เขาคงจะเป็นศัตรูที่ร้ายกาจยิ่ง แต่ถ้าเป็นมิตรสหาย ก็คงจะเป็นมิตรที่ประเสริฐ เมื่อมองไปเห็นอาหาร อัสนีก็รู้ทันทีว่า รามินคงจะเตรียมอาหารรอไว้อยู่ก่อนแล้ว ประเสริฐยอดเยี่ยมจริงสหายรามิน จากนั้นก็ได้ยินเสียงของเมฆาดังมา นี่มันเช้าแล้วเหรอ โอ้ย ปวดเมื่อยชะมัด เมฆาลุกขึ้นนั่งหันซ้ายขวาบิดตัว แล้วก็กล่าวกับอัสนีว่า ข้าต้องขอโทษด้วยที่แย่งพื้นที่ในถ้ำจนหมด ฮ่าฮ่าฮ่า อัสนียิ้มตอบและก็กล่าว ไม่เป็นไร รามินพอได้ยินเสียงเพื่อนคุยกัน จึงพูดว่า ท่านทั้งสองคงจะหิว มากินอาหารกันก่อนจะดีกว่า เมฆามองดูอาหารแล้วก็พูดว่า วิเศษ สหายรามิน ท่านยังมีเสบียงอาหารอยู่อีก ส่วนข้ากับอัสนีนะเหรอ ฮ่าฮ่าฮ่า เหลือแต่กระบี่ จะกินก็กินไม่ได้ รามินยิ้มไม่ได้พูดอะไรต่อ สหายรามิน ท่านจัดการกับสัตว์อสูรกระต่ายไปได้กี่ตัว อัสนีเป็นคนถาม 3ตัวเป็น1วงแหวน1ตัว ที่เหลือเป็น2วงแหวน เมฆาที่กำลังเคี้ยวอาหารอยู่ก็อ้าปากค้าง จนทำให้มีเศษอาหาร หลุดกระเด็นออกมาจากปากโดยไม่รู้ตัว สามตัวเมฆาพูดออกมาเหมือนคนติดอ่าง ข้าจัดการมันได้เพียงตัวเดียว แถมเป็นแค่1วงแหวนแค่นั้น อัสนีพูดบอกในส่วนของตัวเอง ข้าก็เช่นกัน 1ตัว1วงแหวนแถมยังต้องวิ่งหนีเอาชีวิตแทบไม่รอด ฮ่าฮ่าฮ่า หลังจากที่ได้คุยกันและจัดการมื้อเช้าเรียบร้อยแล้ว รามินพูดว่า ท่านทั้งสองรออยู่ที่นี่ก่อน ข้าจะลงไปดูข้างล่างสักหน่อย ก่อนที่จะลงไป รามินก็ยื่นเอาขวดส่งให้เมฆา และบอกว่ามันเป็นโอสถสมานแผล พอแนะนำวิธีใช้งานเสร็จ ทั้งเมฆาและอัสนี ต่างก็รู้ตัวเองดีว่า ยังได้รับบาดเจ็บอยู่ อัสนีพยักหน้าตอบตกลง เมฆาพูดเสริมมาว่า ขอบใจท่านมากแล้วสหายรามิน จากนั้นรามินก็ปีนลงมาจากถ้ำ ไม่นานร่างของรามินก็หายไป จากการมองเห็นของเมฆาและอัสนี เมื่อลงมาถึงตีนเขา รามินก็มองไม่เห็นสัตว์อสูรเลยสักตัว สัตว์อสูรกระต่ายนั้น คงจะกลับไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว รามินนั้นไม่อยากให้เพื่อนในกลุ่ม ได้เห็นถึงตอนที่เขาจะทดสอบพลังจักระ ที่เขาพึ่งจะได้ฝึกฝนมา เขารู้สึกว่าตัวเองมีพลังเพิ่มขึ้น ร่างกายก็แข็งแกร่งมากขึ้นและจิตใจก็เข้มแข็งมาก ในตอนนี้ รามินยังคงคิดถึงเสียงของลีชุนที่บอกเอาไว้ว่า พลัง ร่างกาย และจิตใจ ในการฝึกฝน สามสิ่งนี้ จะต้องเติบโตไปพร้อมกัน มันมีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องรวมกัน จนเป็นพลัง ที่เจ้าไม่อาจจะคาดเดาได้ เจ้าจะต้องฝึกมันด้วยตัวเอง รามินเดินสำรวจพื้นที่ ไปทางทิศเหนือ ห่างออกไป500เมตร หยุดยืนอยู่ที่ต้นไม้ต้นหนึ่ง ลำต้นมันใหญ่เท่าคนโอบ เอาล่ะ มาลองดูซิว่า พลังจักระขั้นที่1 มันจะเป็นเช่นไร รามินรวบรวมพลังจักระไปไว้ที่ฝ่ามือข้างขวา แล้วก็ชัดออกไปที่ต้นไม้อย่างสุดแรง ตามเคล็ดวิชาที่ลีชุนได้สอน พลังฝ่ามือเทพมังกรขั้นที่1 เมื่อพลังไปกระทบกับลำต้นไม้ ปรากฏว่ามันทะลุลำต้นไม้นั้น จนเป็นรอยรูปฝ่ามือของรามิน และแล้วต้นไม้ต้นนั้นก็มีเสียงแตกดังสนั่น ล้มคลืนลงมา โอ้โห มันสุดยอดมากเลย นี่เพียงแค่ขั้นที่1นะเนี้ย ฮ่าฮ่าฮ่า รามินร้องออกมาอย่างดีใจ ไม่อยากจะคิดเลยว่า ถ้าหากเราฝึกฝนจนถึงขั้นที่16แล้ว มันจะเป็นอย่างไร ฮ่าฮ่าฮ่า จากนั้นรามินก็เดินพลังจักระต่อจนครบรอบ เพื่อฟื้นฟูพลัง แต่แล้วรามินก็ได้ยินเสียงของผู้หญิงดังมาอีกครั้งว่า ท่านได้เข้าสู่ชั้นจัตวา ขั้นกลางแล้ว พอได้ยินเสียง รามินก็ตกตะลึงดีใจจนเผลอถามออกไปว่า ท่านเป็นใครหรือ ในตอนแรกรามินคิดว่ามันเป็นเพียงแค่เสียงแจ้งเตือนเท่านั้น ไม่ได้หวังอันใดกับคำตอบ แต่แล้วรามินก็ยิ่งตกตะลึงยืนนิ่ง เมื่อได้ยินคำตอบดังมา ข้ามีนามว่า จีจี้ เป็นวิญญาณอสูรของท่านเทพจักระลีชุน แต่ว่าไม่ได้ทำสัญญาครอบครอง รามินได้ฟังแล้วก็ยังไม่เข้าใจ จึงถามว่า สัญญาครอบครองคืออะไร จีจี้ตอบว่า ข้ายังตอบท่านในตอนนี้ไม่ได้ นอกเสียจากว่าท่านได้ตกลงทำสัญญาครอบครองกับข้าเสียก่อน ท่านจะทำสัญญานี้หรือไม่ ได้สิ แล้วข้าต้องทำอย่างไร รามินตื่นเต้นที่จะได้รับวิญญาณอสูรเป็นครั้งแรก ท่านต้องหยดเลือดลงไปบนเหรียญหยกด้านมังกร รามินทำตามที่จีจี้บอก พอหยดเลือดของรามินสัมผัสถูกรูปมังกร มันก็มีแสงสีทองสว่างออกมาจากเหรียญ กลายเป็นรูปมังกรขนาดเท่าฝ่ามือ จากนั้นมังกรก็กลายร่างเปลี่ยนมาเป็นรูปเด็กผู้หญิงผมยาว ด้านหลังมีปีกงอกออกมา รามินพอที่จะเข้าใจว่า เด็กผู้หญิงคนนั้นก็คือจีจี้นั่นเอง จีจี้บินวนไปมาอย่างร่าเริง บอกกับรามินว่า ท่านได้ทำสัญญาครอบครองสำเร็จแล้ว ต่อไปนี้ข้าจะเป็นวิญญาณอสูรประจำตัวของนายท่าน รามินยังไม่เคยได้ยิน เรื่องของวิญญาณอสูรประจำตัว และคำแรียกที่เปลี่ยนไป จึงถามจีจี้ว่า วิญญาณอสูรมันมีกี่ประเภท จีจี้ตอบว่า นายท่านวิญญาณอสูรมีอยู่2ประเภทคือ วิญญาณอสูรประเภททั่วไป กับวิญญาณอสูรประเภทประจำตัว ส่วนข้านั้นอยู่ประเภทหลัง แล้วตอนนี้เจ้าทำอะไรได้บ้าง รามินถาม นายท่านข้าบินได้ พอได้ยินคำตอบ รามินถึงกับทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องให้ดี ข้ารู้แล้วว่าเจ้าบินได้ แล้วอย่างอื่นล่ะ รามินถามใหม่อีกครั้ง จีจี้ตอบว่า นายท่านข้าไม่รู้ รามินหายใจเข้าออกยาวๆเพื่อระงับสติอารมณ์ กับคำตอบแบบตรงๆของจีจี้ พออารมณ์เริ่มดีขึ้นแล้วจึงถามจีจี้ต่อไปว่า จีจี้เจ้าออกมาจากเหรียญหยกใช่หรือไม่ จีจี้ตอบว่า ใช่แล้วนายท่าน แล้วเจ้าเข้าไปในเหรียญนั่นอีกได้หรือไม่ รามินถาม ไม่ได้แล้วนายท่าน แต่ข้าเข้าไปอยู่ในจิตของนายท่านได้ อ๋ออย่างนี้นี่เอง รามินเริ่มที่จะเรียนรู้และเข้าใจ ในวิญญาณอสูรประจำตัวของเขา จากนั้นก็ทดลองให้จีจี้เข้าไปในจิต แล้วก็ทดลองเรียกจีจี้ออกมา มันสุดยอดไปเลย ฮ่าฮ่าฮ่า ครึ่งชั่วโมงต่อมา รามินก็เดินกลับไปยังถ้ำ เพื่อนร่วมกลุ่มของรามินทั้งสองคน หลังจากที่ได้พัก และรักษาอาการบาดเจ็บแล้ว ทั้งสองก็คุยกันถึงเรื่องของรามิน เมฆานั้นต้องการจะพารามิน ไปยังหมู่บ้านชมดาว เพื่อที่จะพาไปหาผู้เฒ่าดารา แต่อัสนีนั้นต้องการจะพารามิน ไปยังหมู่บ้านชมจันทร์ เพื่อที่จะพาไปหาผู้เฒ่าจันทรา ต่างก็ตกลงกันไม่ได้ ได้แต่เถียงกันอยู่อย่างนั้น ไปบ้านชมดาวของข้าก่อน ไม่ไม่ ไปบ้านชมจันทร์ของข้าก่อน และในเวลาต่อมา จากที่เคยพูดยาวๆ ก็กลายมาเป็นพูดสั้นๆ ชมดาว อีกคนก็พูด ชมจันทร์ รามินเดินมาถึงตีนเขาก็ได้ยินเสียงของเพื่อนในกลุ่ม ที่กำลังพูดตอบโต้กัน ชมดาว อีกคนก็พูดชมจันทร์ รามินพอได้ยินก็งง สองคนนั่นเขาเป็นอะไรไป รามินเก็บความสงสัยเอาไว้ แล้วก็รีบปีนขึ้นไปยังถ้ำ พอขึ้นมาก็ร้องถามไปว่า ช้าก่อนท่านทั้งสอง อะไรคือชมดาว แล้วก็อะไรคือชมจันทร์ ท่านเมฆาไหนลองบอกช้าหน่อยจะได้หรือไม่ เมฆาหันมามองรามิน จากนั้นก็อธิบายให้รามินฟัง พอรามินเข้าใจแล้ว ก็พูดว่า ท่านทั้งสอง ให้ข้าเป็นคนตัดสินใจได้หรือไม่ ทั้งเมฆาและอัสนี ต่างก็พูดออกมาพร้อมกัน ตกลง เอาล่ะ ข้าขอถามว่า จากที่นี่ไป บ้านของใครที่อยู่ใกล้กว่ากัน เมฆาตอบมาทันทีว่า เท่ากัน รามินก็รู้สึกปวดหัว ไม่รู้จะหาทางออกยังไงดี เพราะหากเลือกใครคนใดคนหนึ่ง อีกคนก็จะเป็นการเสียน้ำใจ รามินคิดอยู่ครู่ จึงได้คำตอบ ง่ายนิดเดียว เส้นผมบังภูเขาแท้ๆ ท่านทั้งสองก็แค่ เป่ายิ้งฉุบ ใครชนะก็ไปบ้านคนนั้นก่อน ทั้งเมฆาและอัสนี หันมามองหน้ากันท่าทางเหมือนกับว่าไม่เข้าใจ ทั้งสองยืนงงอยู่สักพัก ด้วยความสงสัย เมฆาจึงถามขึ้นมา สหายรามิน อะไรคือ เป่ายิ้งฉุบ คราวนี้คนที่งงยิ่งกว่าก็คือรามิน นี่มันอะไรกัน ขนาดแค่เกมง่ายๆอย่าง เป่ายิ้งฉุบ ท่านทั้งสองก็ยังไม่เคยเล่นหรอกหรือ รามินใช้มือกุมขมับ ข้าจะบ้าตาย ปวดหัวจี๊ด รามินมีสีหน้าปั้นยาก จากนั้นจึงบ่นเบาๆ เมื่อตอนข้ามีอายุได้2ขวบ ข้าก็เล่นเกมนี้เป็นแล้ว เอาล่ะ ข้าจะอธิบายให้ฟังว่า เป่ายิ้งฉุบ นั้นมันเป็นอย่างไร เริ่มจาก การใช้กระบวนท่า มันมีอยู่3กระบวนท่า คือ กระบวนท่าค้อน รามินชูกำปั้นขึ้นมา ประกอบการอธิบาย กระบวนท่ากระดาษ รามินก็แบมือออกมา กระบวนท่ากรรไกร รามินก็ชูนิ้วชี้กับนิ้วกลางออกมา แต่ละคนจะต่อสู้กันโดยใช้3กระบวนท่านี้เท่านั้น ห้ามใช้พลังโดยเด็ดขาด ใช้เพียงแค่ท่าร่าง โดยกระบวนท่าค้อนจะชนะกระบวนท่ากรรไกร กระบวนท่ากรรไกรจะชนะกระบวนท่ากระดาษ และกระบวนท่ากระดาษจะชนะกระบวนท่าค้อน พอพูดคำว่า เป่ายิ้งฉุบ ก็ออกกระบวนท่าพร้อมกันใครชนะได้9ครั้งก่อน ข้าจะไปที่หมู่บ้านท่านนั้น เมื่อเมฆากับอัสนีเข้าใจกติกาแล้ว ต่างก็ต่อสู้กันในเกม เป่ายิ้งฉุบ อย่างเอาเป็นเอาตาย รามินมองดูทั้งสองเล่นเกม เป่ายิ้งฉุบ ก็ได้แต่ยิ้ม จนสุดท้าย อัสนีเป็นก็ได้ฝ่ายชนะ เมฆาหน้าบูดบึ้งคอตก พูดเบาๆว่า ข้าแพ้แล้วไปที่หมู่บ้านชมจันทร์ของท่านก่อนก็ได้ จบบทที่ 7 สุดยอดวิชา กระบวนท่า ค้อน กระดาษ กรรไกร ฮ่าฮ่าฮ่า