Kie In Dream นิยาย วิทยาศาสตร์ แฟนตาซี ไซไฟ

28/08/2021

บทที่ 7 พลังจักระ ขั้นที่1
เมื่อได้คำตอบของสาเหตุ รามินจึงทำตามเคล็ดวิชาที่ลีชุนได้สอน รามินยังจำเสียงนั้นได้ดี เมื่อเจ้าได้รับพลังจักระมา เจ้าจงใช้จิต ชักนำพลังนั้นให้เคลื่อนไปที่จุดกึ่งกลางของร่างกาย รามินเริ่มทำตามเคล็ดวิชา จากจุดเล็กๆตรงกึ่งกลางกาย เมื่อได้สัมผัสกับพลังที่รามินชักนำมา มันก็เริ่มมีขนาดใหญ่โตขึ้นมาทีละน้อย รามินเดินพลังจักระผ่านไปตามจุดต่างๆ ตามเคล็ดวิชาครบ1รอบ ก็รู้สึกว่า ตัวเองมีกำลังเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว จิตใจก็รู้สึกปลอดโปร่ง แต่แฝงเอาไว้ด้วยความเข้มแข็ง โอ้ วิชานี้มันสุดยอดจริงๆ ร่างกายของข้า มันแข็งแกร่งขึ้น แถมจิตใจก็แข็งแกร่งขึ้นด้วย รามินคาดการณ์ว่า เขาน่าจะอยู่ในขั้นที่1แล้ว ตามเคล็ดวิชาที่ได้ฝึก หากจะวัดตามระดับชั้นของพลังจักระ ก็คงจะก้าวขึ้นสู่ชั้น จัตวาขั้นต่ำแล้ว ฮ่าฮ่าฮ่า ท่านลีชุนข้าเข้าใจในเคล็ดวิชาของท่านแล้ว แม้มันจะมีอยู่ถึง16ขั้น ในเมื่อข้าก้าวขึ้นสู่ขั้นที่1ได้ แล้วทำใมข้าจึงจะก้าวไปจนถึง ขั้นที่16ไม่ได้เล่า ในคืนนั้นรามินนั่งเดินพลังจักระไปเรื่อยๆ ตามจุดต่างๆจนคล่อง ในตอนแรกคิดว่าจะพัก งีบหลับเอาแรงสักหน่อย แต่เมื่อได้ตั้งใจเดินพลังจักระแล้ว มันก็ไม่รู้สึกง่วงสักที เลยนั่งเดินพลังจักระไปเรื่อยๆ ตั้งใจเอาไว้ว่า ถ้าง่วงเมื่อไหร่ก็หลับเมื่อนั้น พอรามินเดินพลังจักระครบ10รอบ ก็ได้ยินเสียงคล้ายๆเสียงของลีชุน แต่คราวนี้มันเป็นเสียงผู้หญิง ดังมาว่า ท่านได้เข้าสู่ระดับพลังจักระ ขั้นที่หนึ่ง ระดับชั้น จัตวา ขั้นต่ำ เสียงมันดังมาเพียงแค่นี้ จากนั้นก็ไม่ได้ยินอะไรอีก รามินรอฟังเสียงนั้นอีกอยู่นาน ก็ไม่ได้ยินอะไรอีก คิดในใจว่า มันคงจะเป็นเสียงแจ้งเตือนบอกสถานะแค่นั้น รามินลืนตาขึ้นมามองดูรอบๆ ในตอนนั้นเป็นเวลากลางคืน รู้สึกว่ายังไม่ง่วงจึงหลับตาแล้ว เดินพลังจักระต่อ พอเดินพลังจักระครบ2รอบ ก็รู้สึกได้ว่ามันเป็นเวลาตอนเช้าของวันใหม่แล้ว คำนวณดูคร่าวๆ เขาใช้เวลาในการเดินพลังจักระ1คืน ได้12รอบ ใน1รอบก็คงจะใช้เวลา1ชั่วโมง รามินเตรียมอาหารเช้าไว้ สำหรับ3คน แล้วก็นั่งเดินพลังจักระต่อ อัสนีรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอีกทีในตอนเช้า เห็นว่าเมฆายังไม่ตื่น และรามินนั่งหลับตาอยู่ สหายรามินคนนี้ มองดูแล้วเป็นคนที่แปลกประหลาดยิ่งนัก เขามีทักษะในด้านการต่อสู้ที่ไม่เลว ไม่ค่อยใช้วาจาเช่นเดียวกันกับข้า หากในวันข้างหน้าเป็นศัตรู เขาคงจะเป็นศัตรูที่ร้ายกาจยิ่ง แต่ถ้าเป็นมิตรสหาย ก็คงจะเป็นมิตรที่ประเสริฐ เมื่อมองไปเห็นอาหาร อัสนีก็รู้ทันทีว่า รามินคงจะเตรียมอาหารรอไว้อยู่ก่อนแล้ว ประเสริฐยอดเยี่ยมจริงสหายรามิน จากนั้นก็ได้ยินเสียงของเมฆาดังมา นี่มันเช้าแล้วเหรอ โอ้ย ปวดเมื่อยชะมัด เมฆาลุกขึ้นนั่งหันซ้ายขวาบิดตัว แล้วก็กล่าวกับอัสนีว่า ข้าต้องขอโทษด้วยที่แย่งพื้นที่ในถ้ำจนหมด ฮ่าฮ่าฮ่า อัสนียิ้มตอบและก็กล่าว ไม่เป็นไร รามินพอได้ยินเสียงเพื่อนคุยกัน จึงพูดว่า ท่านทั้งสองคงจะหิว มากินอาหารกันก่อนจะดีกว่า เมฆามองดูอาหารแล้วก็พูดว่า วิเศษ สหายรามิน ท่านยังมีเสบียงอาหารอยู่อีก ส่วนข้ากับอัสนีนะเหรอ ฮ่าฮ่าฮ่า เหลือแต่กระบี่ จะกินก็กินไม่ได้ รามินยิ้มไม่ได้พูดอะไรต่อ สหายรามิน ท่านจัดการกับสัตว์อสูรกระต่ายไปได้กี่ตัว อัสนีเป็นคนถาม 3ตัวเป็น1วงแหวน1ตัว ที่เหลือเป็น2วงแหวน เมฆาที่กำลังเคี้ยวอาหารอยู่ก็อ้าปากค้าง จนทำให้มีเศษอาหาร หลุดกระเด็นออกมาจากปากโดยไม่รู้ตัว สามตัวเมฆาพูดออกมาเหมือนคนติดอ่าง ข้าจัดการมันได้เพียงตัวเดียว แถมเป็นแค่1วงแหวนแค่นั้น อัสนีพูดบอกในส่วนของตัวเอง ข้าก็เช่นกัน 1ตัว1วงแหวนแถมยังต้องวิ่งหนีเอาชีวิตแทบไม่รอด ฮ่าฮ่าฮ่า หลังจากที่ได้คุยกันและจัดการมื้อเช้าเรียบร้อยแล้ว รามินพูดว่า ท่านทั้งสองรออยู่ที่นี่ก่อน ข้าจะลงไปดูข้างล่างสักหน่อย ก่อนที่จะลงไป รามินก็ยื่นเอาขวดส่งให้เมฆา และบอกว่ามันเป็นโอสถสมานแผล พอแนะนำวิธีใช้งานเสร็จ ทั้งเมฆาและอัสนี ต่างก็รู้ตัวเองดีว่า ยังได้รับบาดเจ็บอยู่ อัสนีพยักหน้าตอบตกลง เมฆาพูดเสริมมาว่า ขอบใจท่านมากแล้วสหายรามิน จากนั้นรามินก็ปีนลงมาจากถ้ำ ไม่นานร่างของรามินก็หายไป จากการมองเห็นของเมฆาและอัสนี เมื่อลงมาถึงตีนเขา รามินก็มองไม่เห็นสัตว์อสูรเลยสักตัว สัตว์อสูรกระต่ายนั้น คงจะกลับไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว รามินนั้นไม่อยากให้เพื่อนในกลุ่ม ได้เห็นถึงตอนที่เขาจะทดสอบพลังจักระ ที่เขาพึ่งจะได้ฝึกฝนมา เขารู้สึกว่าตัวเองมีพลังเพิ่มขึ้น ร่างกายก็แข็งแกร่งมากขึ้นและจิตใจก็เข้มแข็งมาก ในตอนนี้ รามินยังคงคิดถึงเสียงของลีชุนที่บอกเอาไว้ว่า พลัง ร่างกาย และจิตใจ ในการฝึกฝน สามสิ่งนี้ จะต้องเติบโตไปพร้อมกัน มันมีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องรวมกัน จนเป็นพลัง ที่เจ้าไม่อาจจะคาดเดาได้ เจ้าจะต้องฝึกมันด้วยตัวเอง รามินเดินสำรวจพื้นที่ ไปทางทิศเหนือ ห่างออกไป500เมตร หยุดยืนอยู่ที่ต้นไม้ต้นหนึ่ง ลำต้นมันใหญ่เท่าคนโอบ เอาล่ะ มาลองดูซิว่า พลังจักระขั้นที่1 มันจะเป็นเช่นไร รามินรวบรวมพลังจักระไปไว้ที่ฝ่ามือข้างขวา แล้วก็ชัดออกไปที่ต้นไม้อย่างสุดแรง ตามเคล็ดวิชาที่ลีชุนได้สอน พลังฝ่ามือเทพมังกรขั้นที่1 เมื่อพลังไปกระทบกับลำต้นไม้ ปรากฏว่ามันทะลุลำต้นไม้นั้น จนเป็นรอยรูปฝ่ามือของรามิน และแล้วต้นไม้ต้นนั้นก็มีเสียงแตกดังสนั่น ล้มคลืนลงมา โอ้โห มันสุดยอดมากเลย นี่เพียงแค่ขั้นที่1นะเนี้ย ฮ่าฮ่าฮ่า รามินร้องออกมาอย่างดีใจ ไม่อยากจะคิดเลยว่า ถ้าหากเราฝึกฝนจนถึงขั้นที่16แล้ว มันจะเป็นอย่างไร ฮ่าฮ่าฮ่า จากนั้นรามินก็เดินพลังจักระต่อจนครบรอบ เพื่อฟื้นฟูพลัง แต่แล้วรามินก็ได้ยินเสียงของผู้หญิงดังมาอีกครั้งว่า ท่านได้เข้าสู่ชั้นจัตวา ขั้นกลางแล้ว พอได้ยินเสียง รามินก็ตกตะลึงดีใจจนเผลอถามออกไปว่า ท่านเป็นใครหรือ ในตอนแรกรามินคิดว่ามันเป็นเพียงแค่เสียงแจ้งเตือนเท่านั้น ไม่ได้หวังอันใดกับคำตอบ แต่แล้วรามินก็ยิ่งตกตะลึงยืนนิ่ง เมื่อได้ยินคำตอบดังมา ข้ามีนามว่า จีจี้ เป็นวิญญาณอสูรของท่านเทพจักระลีชุน แต่ว่าไม่ได้ทำสัญญาครอบครอง รามินได้ฟังแล้วก็ยังไม่เข้าใจ จึงถามว่า สัญญาครอบครองคืออะไร จีจี้ตอบว่า ข้ายังตอบท่านในตอนนี้ไม่ได้ นอกเสียจากว่าท่านได้ตกลงทำสัญญาครอบครองกับข้าเสียก่อน ท่านจะทำสัญญานี้หรือไม่ ได้สิ แล้วข้าต้องทำอย่างไร รามินตื่นเต้นที่จะได้รับวิญญาณอสูรเป็นครั้งแรก ท่านต้องหยดเลือดลงไปบนเหรียญหยกด้านมังกร รามินทำตามที่จีจี้บอก พอหยดเลือดของรามินสัมผัสถูกรูปมังกร มันก็มีแสงสีทองสว่างออกมาจากเหรียญ กลายเป็นรูปมังกรขนาดเท่าฝ่ามือ จากนั้นมังกรก็กลายร่างเปลี่ยนมาเป็นรูปเด็กผู้หญิงผมยาว ด้านหลังมีปีกงอกออกมา รามินพอที่จะเข้าใจว่า เด็กผู้หญิงคนนั้นก็คือจีจี้นั่นเอง จีจี้บินวนไปมาอย่างร่าเริง บอกกับรามินว่า ท่านได้ทำสัญญาครอบครองสำเร็จแล้ว ต่อไปนี้ข้าจะเป็นวิญญาณอสูรประจำตัวของนายท่าน รามินยังไม่เคยได้ยิน เรื่องของวิญญาณอสูรประจำตัว และคำแรียกที่เปลี่ยนไป จึงถามจีจี้ว่า วิญญาณอสูรมันมีกี่ประเภท จีจี้ตอบว่า นายท่านวิญญาณอสูรมีอยู่2ประเภทคือ วิญญาณอสูรประเภททั่วไป กับวิญญาณอสูรประเภทประจำตัว ส่วนข้านั้นอยู่ประเภทหลัง แล้วตอนนี้เจ้าทำอะไรได้บ้าง รามินถาม นายท่านข้าบินได้ พอได้ยินคำตอบ รามินถึงกับทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องให้ดี ข้ารู้แล้วว่าเจ้าบินได้ แล้วอย่างอื่นล่ะ รามินถามใหม่อีกครั้ง จีจี้ตอบว่า นายท่านข้าไม่รู้ รามินหายใจเข้าออกยาวๆเพื่อระงับสติอารมณ์ กับคำตอบแบบตรงๆของจีจี้ พออารมณ์เริ่มดีขึ้นแล้วจึงถามจีจี้ต่อไปว่า จีจี้เจ้าออกมาจากเหรียญหยกใช่หรือไม่ จีจี้ตอบว่า ใช่แล้วนายท่าน แล้วเจ้าเข้าไปในเหรียญนั่นอีกได้หรือไม่ รามินถาม ไม่ได้แล้วนายท่าน แต่ข้าเข้าไปอยู่ในจิตของนายท่านได้ อ๋ออย่างนี้นี่เอง รามินเริ่มที่จะเรียนรู้และเข้าใจ ในวิญญาณอสูรประจำตัวของเขา จากนั้นก็ทดลองให้จีจี้เข้าไปในจิต แล้วก็ทดลองเรียกจีจี้ออกมา มันสุดยอดไปเลย ฮ่าฮ่าฮ่า ครึ่งชั่วโมงต่อมา รามินก็เดินกลับไปยังถ้ำ เพื่อนร่วมกลุ่มของรามินทั้งสองคน หลังจากที่ได้พัก และรักษาอาการบาดเจ็บแล้ว ทั้งสองก็คุยกันถึงเรื่องของรามิน เมฆานั้นต้องการจะพารามิน ไปยังหมู่บ้านชมดาว เพื่อที่จะพาไปหาผู้เฒ่าดารา แต่อัสนีนั้นต้องการจะพารามิน ไปยังหมู่บ้านชมจันทร์ เพื่อที่จะพาไปหาผู้เฒ่าจันทรา ต่างก็ตกลงกันไม่ได้ ได้แต่เถียงกันอยู่อย่างนั้น ไปบ้านชมดาวของข้าก่อน ไม่ไม่ ไปบ้านชมจันทร์ของข้าก่อน และในเวลาต่อมา จากที่เคยพูดยาวๆ ก็กลายมาเป็นพูดสั้นๆ ชมดาว อีกคนก็พูด ชมจันทร์ รามินเดินมาถึงตีนเขาก็ได้ยินเสียงของเพื่อนในกลุ่ม ที่กำลังพูดตอบโต้กัน ชมดาว อีกคนก็พูดชมจันทร์ รามินพอได้ยินก็งง สองคนนั่นเขาเป็นอะไรไป รามินเก็บความสงสัยเอาไว้ แล้วก็รีบปีนขึ้นไปยังถ้ำ พอขึ้นมาก็ร้องถามไปว่า ช้าก่อนท่านทั้งสอง อะไรคือชมดาว แล้วก็อะไรคือชมจันทร์ ท่านเมฆาไหนลองบอกช้าหน่อยจะได้หรือไม่ เมฆาหันมามองรามิน จากนั้นก็อธิบายให้รามินฟัง พอรามินเข้าใจแล้ว ก็พูดว่า ท่านทั้งสอง ให้ข้าเป็นคนตัดสินใจได้หรือไม่ ทั้งเมฆาและอัสนี ต่างก็พูดออกมาพร้อมกัน ตกลง เอาล่ะ ข้าขอถามว่า จากที่นี่ไป บ้านของใครที่อยู่ใกล้กว่ากัน เมฆาตอบมาทันทีว่า เท่ากัน รามินก็รู้สึกปวดหัว ไม่รู้จะหาทางออกยังไงดี เพราะหากเลือกใครคนใดคนหนึ่ง อีกคนก็จะเป็นการเสียน้ำใจ รามินคิดอยู่ครู่ จึงได้คำตอบ ง่ายนิดเดียว เส้นผมบังภูเขาแท้ๆ ท่านทั้งสองก็แค่ เป่ายิ้งฉุบ ใครชนะก็ไปบ้านคนนั้นก่อน ทั้งเมฆาและอัสนี หันมามองหน้ากันท่าทางเหมือนกับว่าไม่เข้าใจ ทั้งสองยืนงงอยู่สักพัก ด้วยความสงสัย เมฆาจึงถามขึ้นมา สหายรามิน อะไรคือ เป่ายิ้งฉุบ คราวนี้คนที่งงยิ่งกว่าก็คือรามิน นี่มันอะไรกัน ขนาดแค่เกมง่ายๆอย่าง เป่ายิ้งฉุบ ท่านทั้งสองก็ยังไม่เคยเล่นหรอกหรือ รามินใช้มือกุมขมับ ข้าจะบ้าตาย ปวดหัวจี๊ด รามินมีสีหน้าปั้นยาก จากนั้นจึงบ่นเบาๆ เมื่อตอนข้ามีอายุได้2ขวบ ข้าก็เล่นเกมนี้เป็นแล้ว เอาล่ะ ข้าจะอธิบายให้ฟังว่า เป่ายิ้งฉุบ นั้นมันเป็นอย่างไร เริ่มจาก การใช้กระบวนท่า มันมีอยู่3กระบวนท่า คือ กระบวนท่าค้อน รามินชูกำปั้นขึ้นมา ประกอบการอธิบาย กระบวนท่ากระดาษ รามินก็แบมือออกมา กระบวนท่ากรรไกร รามินก็ชูนิ้วชี้กับนิ้วกลางออกมา แต่ละคนจะต่อสู้กันโดยใช้3กระบวนท่านี้เท่านั้น ห้ามใช้พลังโดยเด็ดขาด ใช้เพียงแค่ท่าร่าง โดยกระบวนท่าค้อนจะชนะกระบวนท่ากรรไกร กระบวนท่ากรรไกรจะชนะกระบวนท่ากระดาษ และกระบวนท่ากระดาษจะชนะกระบวนท่าค้อน พอพูดคำว่า เป่ายิ้งฉุบ ก็ออกกระบวนท่าพร้อมกันใครชนะได้9ครั้งก่อน ข้าจะไปที่หมู่บ้านท่านนั้น เมื่อเมฆากับอัสนีเข้าใจกติกาแล้ว ต่างก็ต่อสู้กันในเกม เป่ายิ้งฉุบ อย่างเอาเป็นเอาตาย รามินมองดูทั้งสองเล่นเกม เป่ายิ้งฉุบ ก็ได้แต่ยิ้ม จนสุดท้าย อัสนีเป็นก็ได้ฝ่ายชนะ เมฆาหน้าบูดบึ้งคอตก พูดเบาๆว่า ข้าแพ้แล้วไปที่หมู่บ้านชมจันทร์ของท่านก่อนก็ได้ จบบทที่ 7 สุดยอดวิชา กระบวนท่า ค้อน กระดาษ กรรไกร ฮ่าฮ่าฮ่า

28/08/2021

บทที่ 6 พลัง จักระ
รามิน เมื่อเห็นเมฆาเปิดฉากการล่าสัตว์อสูร เขาก็วิ่งไปดักรอทางด้านขวา และอัสนีก็อ้อมไปทางด้านซ้าย มันเป็นการล่าที่ดีที่สุดสำหรับ3คนแล้ว สัตว์อสูรกระต่ายนั้น มันมีขนาดใหญ่กว่าที่คิดเอาไว้มาก ตอนมันยืน4ขาก็เหมือนกับกระต่ายธรรมดา แต่พอเห็นมันยืนขึ้นเท่านั้นแหละ ตัวที่มี1วงแหวน เมื่อยืนขึ้นเต็ม2ขา ก็สูงถึง1เมตร ส่วนตัวที่มี2วงแหวนนั้น สูง1เมตรครึ่ง ตัวจ่าฝูงมีขนาดที่ใหญ่ที่สุด สูงเกือบ2เมตร หากมันเป็นสัตว์กินพืช น่าจะเป็นสัตว์ที่มีธาตุพสุธา ตามที่ลีชุนได้สอนมา รามินไม่ได้ทุ่มเทการล่าในครั้งนี้ไปทั้งหมด เขาแบ่งสมาธิไปสังเกตดูเพื่อนทั้งสองด้วย ทั้งเมฆาและอัสนีนั้น ต่างก็มีฝีมือไม่เลวเลย ในตอนแรกรามินไม่ได้ต่อสู้อย่างเต็มที่ มองหาจุดอ่อนของกระต่าย และคอยเฝ้าดูการต่อสู้ของเพื่อนในกลุ่มไปด้วย จุดแข็งของมันก็คือกรงเล็บ และก็ฟันอันแหลมคม ส่วนจุดอ่อนของมันน่าจะอยู่ตรงบริเวณลำคอ พอรู้จุดอ่อนของกระต่ายแล้ว รามินจึงใช้ดาบฟันไปตรงลำคอของกระต่ายตัวหนึ่ง จุดอ่อนของมันอยู่ตรงบริเวณลำคอจริงๆด้วย แรงฟันของดาบ เป็นผลทำให้รอยดาบของรามิน บาดลึกลงไปเกือบครึ่ง รามินไม่รอช้าใช้ดาบฟันซ้ำลงไปอีกครั้ง กระต่ายตัวนั้นก็ตายทันที ในจังหวะนั้นรามินก็รู้สึกได้ถึงพลังงานบางอย่าง พุ่งเข้ามาที่หน้าผาก แต่ในตอนนั้นเขายังไม่ได้ ยกเอาดาบขึ้นมาเลย มีกระต่ายอีกตัวพุ่งเข้ามา แล้วมันก็ฟาดตะปบกรงเล็บลงตรงไหล่ขวา รามินใจหายวาบ ด้วยความตกใจเขาปล่อยมือที่ถือดาบอยู่ กลิ้งม้วนตัวล้มลง หลบกรงเล็บไปได้อย่างฉิวเฉียด ยังไม่ทันได้ตั้งสติ กระต่ายอีกตัวก็อ้าปากใช้ฟันอันแหลมคมพุ่งเข้ามา หมายจะขย้ำคอหอย หากโดนกัดคงจะไม่รอดแน่ จะเทเลพอร์ตหนีไปก็ไม่ทันแล้ว เราคงจะประมาทศัตรูมากเกินไปหน่อย มันไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหนกันนะ ไอ้กระต่ายบ้าเอ๊ย เข้ามา รามินร้องตะโกนเพื่อเรียกกำลัง จากนั้นก็พุ่งสวนเข้าไปหากระต่ายตัวนั้นทันที หมัดซ้ายถูกชกออกไป โดนเข้าที่ปลายคางอย่างจัง ตามด้วยหมัดขวาซัดเข้าไปที่กกหู ด้วยแรงปะทะ รามินโดนกรงเล็บของกระต่ายตะปบเข้าที่ไหล่ซ้าย รู้สึกเจ็บนิดๆและก็มีเลือดไหล รามินไม่มีเวลามาคิดถึงบาดแผล รีบม้วนตัวตีลังกาไปที่ดาบ กระต่ายตัวนั้น มันยังมึนจากหมัดของรามินอยู่ มันพยายามสบัดหัวมองหาศัตรู เมื่อรามินคว้าดาบได้ ก็ใช้ดาบฟันเข้าไปที่ลำคอจนสุดแรง เลือดพุ่งกระจาย ลำคอของกระต่ายเกือบขาด ตอนที่กระต่ายตัวนั้นตาย รามินก็รู้สึกถึงพลังนั่นพุ่งเข้ามาที่หน้าผากอีกแล้ว แต่จะเป็นพลังอะไรก็ช่าง ตอนนี้กระต่ายตัวที่ตะปบกรงเล็บพลาด ก็พุ่งเข้ามาอีกครั้ง รามินรีบหมุนตัวหลบไปอยู่ด้านหลังกระต่ายตัวที่เพิ่งจะตายไป โดยใช้ให้มันเป็นโล่กำบัง เป็นไปตามคาด กรงเล็บกระต่ายตะปบใส่ร่างของกระต่ายตัวที่ตาย รามินไม่ยอมพลาดโอกาส ใช้ดาบฟันสวนกลับไปทันที และก็รู้สึกได้ถึงพลังนั่นอีกครั้งพุ่งเข้ามาที่หน้าผาก พอจัดการมันได้เพียงแค่3ตัว ก็ได้ยินเสียงเมฆาร้องบอก ทุกคนถอย สู้มันไม่ไหว ถอยดีกว่า จากนั้นรามินก็ไม่คิดมาก ใช้มือซ้ายจับไปที่แหวน เทเลพอร์ตออกมาทันที ทั้งเมฆาและอัสนีก็ถอยหลบฉาก ตามมาเจอกันตรงจุดนัดพบ รามินมาถึงก่อนจึงพักเหนื่อยและตรวจดูบาดแผล พบว่ามันเป็นเพียงแค่รอยถลอก เลือดซิบ เป็นแค่เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น และตอนนี้เลือดก็หยุดไหลแล้ว รามินเอาเสื้อตัวใหม่ที่ได้เตรียมมาจาก เคหะสถานของลีชุน ออกมาเปลี่ยน พอเปลี่ยนเสื้อเสร็จ ก็เอาน้ำออกมาเตรียมไว้รอเพื่อน รอได้ไม่นานเมฆาวิ่งมาถึง พอมองเห็นท่าทางของเมฆาที่วิ่งมา รามินก็อดที่จะขำไม่ได้ จนสุดท้ายก็ต้องปล่อยเสียงหัวเราะออกมาจนได้ สภาพตอนที่เมฆาวิ่งมานั้น เขาใช้กระบี่ช่วยพยุงตัวเองแทนไม้เท้า เหมือนกับว่ามี3ขา เสื้อผ้าก็ขาดจนแทบจะดูไม่ได้ เศษรอยเลือดปนกับเศษฝุ่นเลอะเทอะ ผมเผ้ารกรุงรัง ดูจากสภาพแล้ว ขอทานยังดูดีกว่าอีก รามินเห็นแล้วก็ถามไปด้วยเสียงปนหัวเราะว่า สหายเมฆา นี่ท่านเปลี่ยนจากใช้กระบี่มาเป็นไม้เท้าแล้วหรือ พอเมฆาได้ยินก็หน้าบึ้ง แต่แล้วก็หัวเราะเสียงดัง ฮ่าฮ่าฮ่า สหายรามิน ข้ารอดมาได้ก็บุญเท่าไหร่แล้ว ไอ้กระต่ายบ้านี่มันแรงเยอะชิบ ตอนแรกมันแกล้งทำเป็นกลัวข้า หลอกล่อให้ข้าบุกเข้าไปอยู่กลางวงล้อม หลังจากนั้นก็อย่าให้พูดเลย ว่าแต่ท่านไม่ได้เป็นอะไรเลยหรือ เมฆามองดูสภาพรามินอย่างน่าทึ่ง เหมือนกับว่าเพิ่งจะไปเดินเที่ยวมาซะอย่างงั้น ทั้งๆที่ความจริงแล้วเพิ่งจะผ่านการต่อสู้มาอย่างเอาเป็นเอาตาย อย่าเพิ่งถามอะไรตอนนี้เลยท่านเมฆา ดื่มน้ำเสียก่อน ว่าแล้วรามินก็ยื่นกระบอกน้ำที่ได้เตรียมไว้ส่งให้ เมฆารับกระบอกน้ำมา ขอบใจมาก สหายรามิน พอพูดจบ เมฆาก็ยกกระบอกน้ำขึ้นเพื่อจะดื่มน้ำ ทันใดนั้นเสียงของอัสนีก็ดังมา รีบหนีเร็วเข้า มันไล่ตามมาติดติดเลย รามินลุกขึ้นแล้วก็ร้องบอกว่า หนีไปที่ภูเขาลูกนั้น พอพูดจบก็วิ่งนำออกไปก่อนทันที ส่วนเมฆาที่กำลังจะดื่มน้ำ ก็โมโหจนหน้าแดง ทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ร้องตะโกนด่า สัตว์อสูรที่วิ่งไล่กวดตามมา ไอ้กระต่ายบ้า ไอ้กระต่ายแรงควาย บ้าจริงยังพักไม่ทันหายเหนื่อยเลย ทำใมตามมาเร็วจังว่ะ อัสนีวิ่งมาถึง ก็ร้องบอกว่า มัวแต่ด่ามันอยู่นั่นแหละ รามินวิ่งไปทางโน้นแล้ว พอเมฆาได้ยินดังนั้นจึงได้สติ หลงลืมความเจ็บปวดไปชั่วคราว วิ่งตามอัสนีไปทันที ในมือถือเอาไว้แต่กระบี่ ส่วนกระบอกน้ำของรามินที่ให้ไว้นั้น ตอนนี้ไม่รู้ว่ามันได้หายไปไหนแล้ว ทางด้านรามิน วิ่งมาจนถึงตีนเขา สายตาสำรวจหาหนทางหนี เจอถ้ำแห่งหนึ่งอยู่กลางหน้าผา พอที่จะหลบภัยจากกระต่ายได้ กระต่ายมันคงจะปีนหน้าผาขึ้นไปไม่ได้ รามินกวาดสายตามองดูคร่าวๆ คิดว่าไม่ยากที่จะปีนขึ้นไป ในช่วงที่รอเพื่อน ก็ใช้ดาบฟันกิ่งไม้ที่ขวางทางขึ้น เพื่อที่จะให้มันได้ปีนขึ้นไปได้เร็วขึ้น พอได้ยินเสียงอัสนีกับเมฆาวิ่งตามมา ก็ร้องบอก2คนนั้นว่า ตามข้าขึ้นมา แล้วรามินก็ปีนขึ้นไปก่อนเป็นคนแรก รามินปีนหน้าผาขึ้นมาจนคิดว่ามันพ้นจากอันตรายแล้ว ก็หยุดรอ หันมองลงไปดูสภาพเพื่อนทั้ง2คน เมฆานั้นดูสภาพย่ำแย่กว่าใคร ส่วนอัสนีดูแล้วคงจะไม่เป็นอะไรมาก จากนั้นไม่นาน อัสนีก็ปีนตามขึ้นมาจนถึงจุดที่ปลอดภัย รามินยื่นกระบอกน้ำให้ แล้วก็บอกว่า ท่านรออยู่ตรงนี้ ส่วนข้าจะขึ้นไปสำรวจดูถ้ำด้านบน พอเห็นอัสนีพยักหน้ารับและตอบตกลง รามินก็ปีนขึ้นไปที่ถ้ำทันที ในช่วงระหว่างที่ปีนขึ้นไป ก็ได้ยินเสียงของเมฆาตะโกน ด่าสัตว์อสูรกระต่าย อยู่เป็นระยะ ไอ้กระต่ายบ้า ไอ้กระต่ายแรงควาย พอได้ยินประโยคนี้ทีไร รามินก็ขำจนแทบจะร่วงลงมาจากหน้าผา ฮ่าฮ่าฮ่า ไอ้กระต่ายบ้า แน่จริงก็ปีนตามขึ้นมาให้ได้ซิว่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า รามินได้ยินเสียงหัวเราะของเมฆา ก็รู้แล้วว่า เมฆานั้นปลอดภัยแล้ว จึงปีนขึ้นไปที่ถ้ำโดยไม่ต้องกังวล เมื่อปีนขึ้นมาถึง รามินก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก ภายในถ้ำนั้นมีพื้นที่ไม่มากนัก แต่ก็พอที่จะอาศัยเป็นที่หลบภัยได้ 20นาทีต่อมา ในที่สุด เมฆาก็ปีนขึ้นมาถึงถ้ำจนได้ หลังจากที่ใช้ความพยายามอย่างหนัก พอมาถึง เมฆาก็ล้มตัวลงนอนอย่างหมดแรง รามินกับอัสนีต่างก็มองหน้ากัน แล้วก็ได้แต่ยิ้ม อัสนีแยกตัวออกไปนั่งอยู่ตรงมุมด้านใน พื้นที่ตรงกลางถูกจับจองโดยเมฆา ที่นอนแผ่หราอย่างหมดแรง ส่วนรามินนั้น เขานั่งอยู่ตรงปากถ้ำ ต่างคนต่างก็หมดแรง จึงไม่มีใครคิดที่จะพูดอะไร เมฆาเมื่อได้เอนตัวลงนอนก็หลับทันที ส่งเสียงกรนออกมาเบาๆ อัสนีนั้นนั่งนิ่งหลับตาไม่รู้ว่าจะหลับหรือปล่าว รามินมองดูเพื่อนทั้งสอง ไม่ได้คิดอะไร หลับตาลงฟังเสียงรอบข้าง ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าใด เขาเรียบเรียงเหตุการณ์ที่ผ่านมา ตั้งแต่เริ่มเข้ามาในไฮเปอร์เกม ผ่านถ้ำวัวแดง การเทเลพอร์ตที่แปลกประหลาดใช้เวลานาน ได้เจอเหรียญหยกกับแหวนมิติ เจอเสียงของลีชุน ได้เรียนรู้ระบบ และเคล็ดวิชาที่แปลกประหลาดจากลีชุน ได้มาเจอกับเพื่อนร่วมเกม ต่อสู้กับสัตว์อสูรกระต่าย จนต้องหลบหนี มาจนถึงที่นี่ รามินเป็นคนที่รอบคอบ เขาจะต้องทบทวนเหตุการณ์ที่ผ่านมาตลอด ในทุกๆวัน แล้วเก็บเอามาประมวลผล ตั้งคำถามว่า วันนี้เราพลาดอะไรไปบ้าง ด้วยนิสัยแบบนี้ที่ทำเป็นประจำ จึงเป็นผลทำให้รามิน ติดอันดับ1 และติดอันดับแนวหน้าของโลก แล้วรามินก็เจอเหตุการณ์ที่เขาได้พลาดไป นั่นก็คือ ตอนที่เขาได้ฆ่าสัตว์อสูรกระต่าย แล้วรู้สึกถึงพลังที่วิ่งเข้ามาในหน้าผากของเขา เมื่อคิดถึงตอนนี้ สมองของรามินก็ประมวลผล และในที่สุดก็ได้คำตอบ ใช่แล้ว พลังนั่นก็คือ พลังจักระ

https://youtu.be/m-HtljT7GR8บทที่ 4 สงคราม พลังงานสุริยะในปี พ.ศ.2620 ได้เกิดสงครามขึ้นมา ระหว่าง อเมริกากับจีน ทำให้เกิ...
23/07/2021

https://youtu.be/m-HtljT7GR8
บทที่ 4 สงคราม พลังงานสุริยะ
ในปี พ.ศ.2620 ได้เกิดสงครามขึ้นมา ระหว่าง อเมริกากับจีน ทำให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง เกิดภัยพิบัติไปทั่วทุกหนทุกแห่งในทวีปเอเชีย และอเมริกา ผลจากสงครามได้สร้างความเสียหายอย่างหนัก ไม่ว่าจะเป็นภัยจากคลื่นสึนามิ ภัยจากสารกัมมันตรังสี และภัยจากคลื่นสุริยะ ภัยจากคลื่นสุริยะนั้นเป็นเหตุปัจจัยที่สำคัญที่สุด
มันเป็นอาวุธร้ายแรงมากที่สุด ผลจากการทำลายล้างนั้น มันทำลายล้างได้มากกว่า อาวุธนิวเคลียร์ ถึง10เท่า ในปี พ.ศ.2619 นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบพลังงานใหม่ซึ่งนั่นก็คือ พลังงานสุริยะ ซึ่งเป็นการนำเอาพลังงานจากแสงอาทิตย์มาบีบอัดทำปฎิกริยากับสารกัมมันตรังสี จนก่อให้เกิดปฎิกริยาลูกโซ่ แล้วก็ได้มีการดัดแปลง มาเป็นอาวุธพลังงานสุริยะ ที่มีการทำลายล้างมากที่สุด ในบรรดาอาวุธทั้งหลายที่มีอยู่บนโลกใบนี้ สาเหตุที่ก่อให้เกิดสงครามนี้ขึ้นมา สืบเนื่องมาจาก การเจรจาตกลงกันไม่ได้ ระหว่างอเมริกากับจีน การทำสงครามกันนั้น ไม่ได้ใช้เวลานานแต่อย่างใด ด้วยความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และการสื่อสาร ที่เจริญจนถึงขีดสุด เพียงแค่1วันกว่าๆเท่านั้น โลก จากที่เจริญจนถึงขีดสุด ก็กลับกลายมาสู่ ยุคแห่งการล่มสหลาย จุดเริ่มต้นครั้งแรกของสงคราม ของทั้ง2ประเทศ ต่างก็ตอบโต้กันด้วยอาวุธนิวเคลียร์ และในเวลาต่อมา ต่างก็ยิงถล่มกันด้วยอาวุธพลังงานสุริยะ ต่างฝ่ายก็ไม่มีใครยอมใคร สงครามผ่านพ้นไปได้ไม่ถึง4ชั่วโมง ผลจากสงครามนั้นก็ได้ทำให้ กรุงปักกิ่ง โดนถล่มเหลือแต่เศษซากปรักหักพัง ด้วยอาวุธนิวเคลียร์และอาวุธพลังงานสุริยะ ส่วนอเมริกานั้นก็ย่ำแย่ไม่น้อยหน้าเช่นกัน กรุงวอชิงตันดีซี โดนถล่มด้วยอาวุธนิวเคลียร์และอาวุธพลังงานสุริยะ จนทำให้ในรัฐต่างๆ มีสภาพไม่ต่างกัน ยังไม่มีผลสรุปได้ว่า ใครจะเป็นผู้ชนะ แต่ที่แน่แน่ ต่างก็สูญเสียด้วยกันทั้ง2ฝ่าย มันเป็นเหตุการณ์ที่ประจวบเหมาะ หรือบังเอิญก็ไม่ทราบได้ ในเวลาที่ระเบิดนิวเคลียร์ลูกที่2 ยิงถล่มประเทศจีนทางตอนใต้นั้น มันก็เป็นเวลาเดียวกันกับที่ ลีชุน ได้ถูกสายฟ้าลงทัณฑ์จากสวรรค์ ในเมืองเทวโลก ที่อยู่ในอีกมิติหนึ่ง และก็เป็นเวลาเดียวกันกับ หม้อไฟ ไฮเปอร์ ระเบิด รามินยังคงติดอยู่ในเกม ออกมาจากเกมไม่ได้ และตอนนี้ รามินก็ได้เดินเข้าไปสำรวจภายในถ้ำแล้ว ส่วนเพื่อนทั้ง3คน ของรามิน ได้เทเลพอร์ต ติดตาม เจ้าหน้าที่ ไปยังศูนย์วิจัยของ บริษัท ไฮเปอร์เกม คอปอเรชั่น ภายในห้องแห่งหนึ่ง มีร่างของ รามิน นอนอยู่บนเตียง พร้อมกับอุปกรณ์ ไฮเปอร์เกม ที่ยังเชื่อมต่อกันอยู่ ในห้องนั้น มีการก่อสร้างอาคารที่มั่นคงแข็งแรงทนทาน มันเป็นห้องวิจัยทดลองของ บริษัท ไฮเปอร์เกม มีนักวิจัยคนหนึ่ง กำลังตรวจอาการของ รามิน ส่วนภายนอกหน้าห้องนั้น มีเพื่อนทั้ง3คน ของรามิน ยืนรอคอยอยู่อย่างเป็นกังวล เวลาผ่านไปแล้ว20นาที นักวิจัยก็ยังช่วย รามิน ออกมาจากเกมไม่ได้ คงได้แต่รอเท่านั้น นักวิจัยเดินออกมาบอกกับเพื่อนของรามิน ทางเราจะพยายามรักษา สภาพร่างกายของรามิน เอาไว้ให้อยู่ในสภาพที่ดีที่สุด ส่วนการออกมาจากเกมได้หรือไม่นั้น คงต้องรอจนกว่ารามิน เขาจะใช้คำสั่ง offlineด้วยตัวเอง เหตุการณ์แบบนี้ ยังไม่เคยมีมาก่อน ขนาดใช้ super computer ของบริษัทช่วยแล้ว ก็ยังทำไม่ได้ สภาพของรามิน ในตอนนี้ ก็เหมือนกับ เจ้าชายนิทรา ที่ไม่รู้ว่าจะตื่นขึ้นมาได้อีกเมื่อใด
ในส่วนของรามิน เขายังติดอยู่ใน ไฮเปอร์เกม เขาได้เดินเข้าไปสำรวจภายในถ้ำ เมื่อเดินมาจนสุดทางเดิน จู่ๆก็มีแสงประหลาดเกิดขึ้น รามินใช้มือป้อง และหลับตาหลบแสงจ้า แต่ทันใดนั้น
ร่างกายของรามิน ก็ถูกดูดเข้าไปยังอีกสถานที่หนึ่ง เหมือนกับการ เทเลพอร์ต พูดถึงการเทเลพอร์ตแล้ว มันเป็นเรื่องปกติธรรมดากับ รามิน เขาเคยทำการ เทเลพอร์ต อยู่บ่อยครั้ง แต่ว่าในครั้งนี้มันแปลกออกไป และใช้เวลานานมาก ผ่านไปเกือบ10นาที รามินก็มาโผล่อีกสถานที่หนึ่ง เขานั่งลงเอามือกุมท้อง และก็อาเจียนออกมา มันมีอาการเวียนหัวอย่างรุนแรง รามินใช้เวลาอยู่นานเกือบ5นาทีกว่าจะ ปรับสภาพร่างกายได้ รามินเงยหน้าขึ้นมา มองกวาดตาไปรอบหนึ่ง พบว่ามันมีสภาพที่แปลกมาก มีหิมะด้วย และก็รู้สึกว่าจะอยู่บนพื้นที่สูง นี่เราอยู่ที่ไหนกันแน่นะ รามินค่อยๆลำดับเหตุการณ์ ก่อนหน้านี้ เรายังติดอยู่ในไฮเปอร์เกม และก็อยู่ในเขต จังหวัด ชัยภูมิ และก็กำลังสำรวจอยู่ในถ้ำ แต่แล้วเรากลับมาโผล่อยู่ที่นี่ได้ยังไงกัน หลายคำถามที่เกิดขึ้นมา สุดท้ายก็ยังหาคำตอบไม่ได้ เราคงจะ เทเลพอร์ต มาทางทิศเหนือ แต่เอ๊ะ ทำไมถึงมีหิมะ มันคงจะไม่ใช่ประเทศไทยแล้ว น่าจะเป็น ประเทศจีนมากกว่า เมื่อตั้งสติได้แล้ว รามิน ก็ค่อยๆลุกขึ้น พอยืนขึ้นมาได้แล้ว รามิน ก็ได้ยินเสียงเหมือนมี สิ่งของหล่นลงพื้น มองดูแล้ว มันมีลักษณะ คล้ายกับเหรียญ เป็นสีเขียว ที่ใกล้ๆกันนั้น ก็ยังมีแหวนอยู่อีก1วง รามินหยิบเหรียญขึ้นมาพิจารณา มันเป็นเหรียญหยก ด้านหนึ่งเป็นรูปมังกร อีกด้านเป็นรูปหงส์ เขาใช้นิ้วโป้งกับนิ้วชี้ จับที่ขอบของเหรียญหยก พลิกไปมา มองดูอย่างละเอียด มันแปลกดีนะ ของสิ่งนี้ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย มีแสงส่องออกมาจากเหรียญด้วย จากนั้น รามิน ก็พลิกนิ้วมือเปลี่ยนไปเป็น ใช้นิ้วโป้งกับนิ้วชี้ จับทางด้านแบนของเหรียญโดยที่ นิ้วโป้งจับที่ด้านหงส์ นิ้วชี้จับที่ด้านมังกร เพื่อจะสำรวจดูตรงขอบของเหรียญ มันมีลวดลายสลักเป็น ตัวหนังสือมากมาย แต่ รามิน ก็อ่านไม่ออก เขาเลยพลิกกลับมาดูอีกด้าน ทันใดนั้น ในตอนที่ นิ้วโป้งจับที่ด้านมังกร และนิ้วชี้จับที่ด้านหงส์
สิ่งมหัศจรรย์ก็พลันบังเกิดขึ้น ตัวหนังสือตรงด้านขอบของเหรียญ เกิดการขยับหมุนวนตามเข็มนาฬิกา รามิน ตกใจมาก ทำอะไรไม่ถูก เพียงแค่เสี้ยววินาที พอตัวหนังสือหมุนครบรอบ เหรียญนั้นก็หายวับไป กลายเป็นแสงสีทอง ส่องสว่างออกมา ลำแสงนั้นได้พุ่งเข้าไปที่หน้าผากของรามิน แล้วรามิน ก็หมดสติล้มลงไปในทันที เวลาผ่านไปนานเท่าใดก็ไม่ทราบ
รามิน ได้ยินเสียงแว่วดังมาว่า เจ้าเป็นใคร รีบตื่นขึ้นมาคุยกับข้า รามิน เริ่มรู้สึกตัวแล้ว แต่ยังไม่ได้ลืมตา ในหูก็ยังได้ยินเสียงนั้นอีก เจ้าเป็นใคร รีบตื่นขึ้นมาคุยกับข้า
รามิน ค่อยๆลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆ พลางหันซ้ายแลขวา มองไปรอบๆ ก็ไม่เห็นมีใครเลย แต่ก็ยังได้ยินเสียงนั้นอยู่ เจ้าตื่นแล้ว ไม่ต้องมองหาหรอก ข้าอยู่ในจิตของเจ้า เสียงนั้นยังดังอย่างต่อเนื่อง และก็พอจะจับใจความได้
มันดังแว่วๆ เหมือนเสียงกระซิบ หากไม่ตั้งใจฟัง ก็ไม่ได้ยิน รามิน พูดตอบโต้กับเสียงนั้นไปว่า ข้าชื่อ รามิน ตอนนี้ข้าอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ ข้าออกจาก ไฮเปอร์เกม ไม่ได้ พอพูดจบ รามินก็ได้ยินเสียงนั้นตอบกลับมา เจ้าชื่อ รามิน หรือ แต่ว่าอะไรคือ ไฮเปอร์เกม แล้วเจ้ามาจากที่ใด
พอ รามิน ได้ยินเสียงนั้นดังมาอีกครั้ง เขาก็งงไปกันใหญ่ ดูเหมือนว่าจะคุยกันไม่รู้เรื่อง ขนาดแค่ ไฮเปอร์เกม เสียงนั้นมันยังไม่รู้จัก เหมือนกับว่ามันอยู่กันคนละยุคคนละสมัย รามิน ถามกับเสียงนั้นไปว่า ท่านมีชื่อว่าอะไร
เสียงนั้นตอบมาทันที ข้ามีนามว่า
ลีชุน ข้าไม่มีตัวตนหรอก เป็นเพียงแค่เศษของพลังจักระ ข้ารู้ว่าเจ้ามีคำถามมากมาย
แต่เดี๋ยวก่อนนะ เจ้าเห็นแหวนอยู่ใกล้ๆแถวนี้หรือไม่ ใช่แล้วมันมีแหวนอยู่ใกล้ๆ อยู่อีก1วง รามินตอบ ถ้ายังงั้นเจ้าจงหยิบแหวนนั้นมา แล้วก็สวมใส่มันไว้ที่นิ้วกลางข้างขวา รามินลังเลใจอยู่เพียงครู่เดียว จากนั้นจึงตอบตกลง แล้วก็สวมแหวนเข้าไปที่
นิ้วกลางข้างขวา พอใส่เสร็จแล้ว ความรู้สึกแปลกๆก็เกิดขึ้น เขาสัมผัสรู้สึกได้ ถึงมิติที่อยู่ภายในแหวน เอาล่ะ ต่อไปนี้ ข้าจะสอนให้เจ้าได้รู้ถึงวิธีการใช้งานของมัน รามินตอบตกลง เพราะว่ามันมีแต่ได้ ไม่มีเสีย และไม่นาน รามิน ก็ได้รับรู้ถึงความมหัศจรรย์ของแหวน มันสามารถเก็บสิ่งของได้มากมาย แถมยังมีพื้นที่กว้างขวาง เมื่อเก็บสิ่งของเข้าไปในแหวนแล้ว มันก็ยังไม่มีผลต่อน้ำหนักอีกด้วย เขาทดลองเอาก้อนหินก้อนใหญ่เท่ากับลูกฟุตบอล หนักประมาณ15กิโลกรัม ผลปรากฏว่าหินก้อนนั้น พลันหายวับเข้าไปในแหวนทันที พอลองยกมือขึ้น ขยับไปมา ก็เป็นปกติ เหมือนคนที่ใส่แหวนธรรมดา ไม่รู้สึกว่ามันหนักเพิ่มขึ้นมาเลย โอ้โห มันวิเศษมากเลย รามิน ทดลองใช้งานอยู่2-3ครั้งก็เข้าใจในการทำงานของมัน มันเรียกว่า แหวนมิติ หากเจ้าหมุนแหวนไปทางขวา1รอบ มันจะเชื่อมต่อกันกับเคหะสถานของข้า และถ้าหากเจ้าหมุนไปทางซ้าย ด้วยอำนาจของแหวนนั้น มันจะนำพาเจ้าไปที่ เคหะสถานของข้าทันที พอได้ยินคำอธิบายอย่างนี้แล้ว รามิน ก็เข้าใจในทันทีเลยว่า มันเป็นเครื่อง เทเลพอร์ตส่วนตัว นั่นเอง แถมยังอยู่ในรูปของแหวน ซึ่งมันไม่เกะกะอีกด้วย ที่สำคัญ มันยังมี ออฟชั่นเสริม คือสามารถเก็บสิ่งของได้อีกด้วย และแล้วไม่นานต่อมา รามิน ก็มายืนอยู่ใน เคหะสถานของลีชุน รามิน เดินออกไปสำรวจรอบๆ พบว่ามันมีอานาเขตพื้นที่ กว้างขวางมาก มีภูเขา ป่าไม้ น้ำตก ทะเลสาบ พอมองขึ้นไปดูที่ด้านบน ก็เห็นท้องฟ้า ก้อนเมฆ แต่ว่าความรู้สึก กับสิ่งที่มองเห็น มันไม่ใช่ มันเหมือนกับว่าเป็นภาพลวงตา เจ้าอย่าเข้าใจผิด นี่เป็นเพียงมิติอีกมิติหนึ่ง ที่ข้าได้สร้างมันขึ้นมา เอาล่ะ หมุนแหวนไปทางซ้ายอีกครั้ง พอ รามิน ทำตาม เขาก็กลับไปโผล่ยังที่เดิม อ๋อ มันเป็นอย่างนี้นี่เอง รามินเริ่มที่จะเข้าใจ ความลับที่ซ่อนอยู่ภายในแหวน คราวนี้เจ้าลองสร้างจุดเชื่อมต่อ เพิ่มขึ้นอีกจุด ลีชุน สอนขั้นตอนสุดท้ายให้กับ รามิน หลังจากที่ รามิน ได้เรียนรู้ถึงการทำงานของแหวน เขาก็ทำการทดลองใช้งานจนคล่อง ฮ่าฮ่าฮ่า มันเป็นเหมือนเครื่อง เทเลพอร์ต จริงๆด้วย ขอบคุณท่าน ลีชุนมาก ที่ได้อธิบายการทำงานของแหวนนี้ให้กับข้า รามินกล่าวขอบคุณลีชุนอย่างซาบซึ้ง เจ้าอย่าดีใจไป นี่เป็นเพียงสิ่งเล็กน้อยเท่านั้น เอาล่ะ ข้าคงจะอยู่ได้อีกไม่นาน ในเมื่อเจ้ามีวาสนา ได้มาพบกับข้า ข้าจะถ่ายทอดวิชาให้กับเจ้า ขอบคุณครับ รามินดีใจและพร้อมที่จะเรียนรู้วิชาจากลีชุน เจ้าตอนนี้มีพลัง จักระ อยู่ระดับใด เมื่อได้ยินคำถาม รามินก็งง แล้วก็ส่ายหน้าอย่างไม่เข้าใจ ถามลีชุนออกไปเบาๆว่า อะไรคือจักระครับ โอ้.นี่เจ้าไม่รู้จัก พลังจักระหรอกหรือ ถ้าเป็นเช่นนั้น เจ้าก็ต้องรีบกลับไปที่เคหะสถาน ในเมื่อเจ้า ไม่มีพลังจักระ อยู่ที่นี่เห็นทีจะไม่ปลอดภัย แล้ว จากนั้นรามินก็ได้ใช้แหวนมิติ เทเลพอร์ต ไปที่เคหะสถาน เวลาล่วงเลยมาเกือบจะ1เดือนแล้ว รามินได้เรียนรู้วิชา และทำความเข้าใจเรื่อง พลังจักระ ลีชุนนั้นได้ถ่ายทอดวิชาความรู้ทั้งหมดให้กับรามิน แต่สุดท้าย รามินก็ได้เรียนรู้เพียงแต่ภาคทฤษฎีเท่านั้น เขายังไม่ได้ทดลองในภาคปฎิบัติ จึงไม่มีความรู้สึกถึง พลังจักระ เอาล่ะ รามิน ข้าได้ถ่ายทอดวิชาความรู้ทั้งหมดให้กับเจ้าแล้ว ต่อไปเจ้าต้องเริ่มฝึกมันด้วยตัวเอง อย่าลืมว่าเจ้าต้องสร้างรากฐานให้มั่นคงเสียก่อน ก่อนที่จะข้ามไปฝึกในขั้นต่อไป และจงเตรียมพร้อมรับมือกับ หายนะจากทัญสวรรค์ด้วย ข้าเข้าใจแล้วท่านลีชุน เอาล่ะ ต่อจากนี้ไป เจ้าจะไม่ได้ยินเสียงของข้าอีก จงหลับตาลง และรับเคล็ดวิชาสุดท้ายจากข้า
รามิน นั่งลงและหลับตา พลันรู้สึกถึง ตัวหนังสืออักขระมากมาย อยู่ในหัว และจากนั้นก็มีแสงสว่างเกิดขึ้นรอบตัวของเขา
แล้วความรู้สึกของรามิน ก็ได้ดับวูบลง ร่างกายของรามินนั้น ยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม เหมือนคนนั่งหลับ วันเวลาเนิ่นนานผ่านไป รามินรู้สึกตัวอีกครั้ง เขาค่อยๆลืมตาขึ้นมา พบว่าตัวเองยังคงนั่งอยู่ที่เดิม ร่างกายค่อยๆมีความรู้สึก รับรู้สัมผัสได้ถึงอวัยวะต่างๆ เขาใช้เวลาทบทวน ความรู้ที่ได้เรียนรู้มาจากลีชุน แล้วจึงลุกขึ้น แต่ว่าร่างกายมันไม่ตอบสนอง ได้ดั่งใจนึก รามินพยายามขยับนิ้วมือ กว่าจะทำได้ก็ใช้เวลาเป็นนาที นี่เราหมดสติไปนานเท่าใดกัน ร่างกายถึงได้อ่อนล้าเพียงนี้ ใช้เวลาไปอีกครึ่งชั่วโมง รามินถึงจะยืนขึ้นมาได้ พอมองไปรอบๆ รามินก็เห็น เหรียญหยกสีเขียวนั่นอีกครั้ง
บทที่ 5 ข้ามีนามว่า รามิน
รามิน หยิบเหรียญหยกขึ้นมา ภายในใจก็นึกถึงลีชุน ตลอดเวลาที่ได้รู้จักกัน ทั้งเขาและลีชุน ต่างก็ไม่ได้มีความสนิทสนมกันแต่อย่างใด มีเพียงแต่ลีชุนที่เป็นคนสอน และรามินก็เรียนรู้อย่างเดียว ในเคหะสถานของลีชุนนั้นมีทั้งอาหารและน้ำอย่างเหลือเฟือ จึงไม่ได้เดือดร้อนในเรื่องนี้ พอถึงเวลากินก็กิน ง่วงเมื่อไหร่ก็นอน ว่างเมื่อไหร่ก็เรียน เขาทำอย่างนี้จนเรียนรู้วิชาจากลีชุน
จนหมด ซึ่งในตอนนี้ รามินยังคงคิดว่าตัวเองได้อยู่ในไฮเปอร์เกม มันเป็นเพียงแค่ภาพจำลองเสมือนจริงของระบบไฮเปอร์เกม แต่ความจริงแล้วมันไม่เป็นอย่างนั้น จิตวิญญาณของเขาได้หลุดเข้าไปอยู่ในอีกมิติหนึ่ง ซึ่งมีชื่อเรียกว่า ดินแดนแห่งเทวโลก รามินรู้ว่า ลีชุนได้ตายไปนานแล้ว หลงเหลือเพียงแค่ เศษเสี้ยวของจิตวิญญาณ ที่ยังตกค้างคงอยู่ด้วยเจตนา เพียงแค่ที่จะถ่ายทอดวิชาให้กับผู้ที่ได้ครอบครองเหรียญหยกนี้เท่านั้น ไม่ว่าต่อไปจะเป็นอย่างไร เราจะต้องฝึกวิชานี้จนกว่าจะสำเร็จจงได้
แต่ก่อนอื่น เราจะต้อง เทเลพอร์ต
ออกไปจากที่นี่เสียก่อน เมื่อคิดได้ดังนั้น รามินจึงเตรียมตัวเก็บเอาอาหารและน้ำ ส่วนอาวุธนั้นรามินเลือกใช้ดาบ เพราะวิชาของลีชุนนั้น มันเน้นไปที่การใช้เพลงดาบ หลังจากที่เอาของทั้งหมด เข้าไปเก็บไว้ในแหวนมิติแล้ว รามินก็เทเลพอร์ตออกมาจาก เคหะสถานของลีชุน ในดินแดนแห่งเทวโลกนั้นมีสภาพที่คล้ายกันกับโลกมนุษย์ สิ่งที่แตกต่างกันก็คือขนาด ซึ่งมันมีขนาดที่ใหญ่โตมากกว่าโลกถึง10เท่า เปรียบเทียบว่าถ้าโลกมีขนาดเท่าลูกมะนาว ในเทวโลกก็จะมีขนาดเท่าลูกมะพร้าว รามินเทเลพอร์ตกลับมายืนอยู่ยังจุดเดิม เดินไปนั่งที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งยังไม่ได้คิดวางแผนที่จะทำอะไรในตอนนี้ คิดถึงแต่วิชาความรู้ที่ได้ร่ำเรียนมา คิดถึงชีวิตจริงที่โลกมนุษย์ เพื่อนทั้ง3คนของเขาจะเป็นยังไง เมื่อรู้ว่าเขา offlineออกจากไฮเปอร์เกมไม่ได้ แล้วร่างกายของเขาที่อยู่บนโลกมนุษย์นั้นล่ะ จะมีสภาพเป็นเช่นไร หาก offlineออกจากไฮเปอร์เกมไม่ได้ภายใน1เดือน ระบบก็จะทำการ offlineออกจากไฮเปอร์เกมให้โดยอัตโนมัติ แต่ว่าตอนนี้ รามินรู้สึกว่า เขาอยู่ที่นี่ มันก็ใช้เวลาเกิน1เดือนไปนานแล้ว แต่แล้วทำใมระบบมันถึงได้ไม่ทำงานสักที อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด เขาก้มลงมองดูตัวเอง พบว่าร่างกายของเขา มันมีรูปร่างที่แตกต่างกันกับร่างกายจริงที่อยู่บนโลกมนุษย์ เขาผอมลงและก็สูงขึ้น แต่เดิมเขามีน้ำหนัก85กิโลกรัม แต่ในตอนนี้ คาดว่าน่าจะมีน้ำหนักเพียง75กิโลกรัมเท่านั้น และเมื่อก่อนสูง175 แต่ตอนนี้ คาดว่าน่าจะมีความสูงเพิ่มขึ้นมาอีก10เซ็นติเมตร หุ่นแบบนี้น่ะเหรอ บอกได้คำเดียวคือ สมบูรณ์แบบ สงสัยว่าระบบของไฮเปอร์เกมจะพัฒนาขึ้นมามากเลยนะ การที่มีร่างกายอย่างนี้ มันเหมาะมากกับการต่อสู้ที่สุด รามินสลัดความคิดที่ฟุ้งซ่านออกไป แล้วก็เริ่มต้นวางแผน ปรับตัวเองให้เข้ากับไฮเปอร์เกม รามินคิดว่า เสียงของลีชุนที่ได้ยินนั้น มันคือเสียงของระบบไฮเปอร์เกม ที่จะอธิบาย กฏ กติกาของเกม เขาจึงตั้งใจฟังและเรียนรู้อย่างเต็มที่ มันเป็นเคล็ดลับอย่างหนึ่งของรามิน และมันก็ติดจนเป็นนิสัย ไม่ว่าจะเป็นเกมไหนๆ ที่รามินได้เข้าไปเล่น เขาจะทุ่มเททุกครั้ง เก็บทุกภารกิจ และนั่นเองมันจึงเป็นเหตุให้รามิน ติดอันดับที่1ของประเทศ ในขั้นแรกจะต้องรู้ให้ได้เสียก่อนว่า ตัวเราเองนั้นมีธาตุอะไร เพื่อที่จะได้วางแผน ในการฝึกวิชา ภารกิจในเกมนี้นั่นก็คือ การฝึกฝนวิชาจนสำเร็จสินะ จากความรู้ที่ลีชุนได้บอกเอาไว้นั้น มันมีอยู่หลายวิธี เช่น การฆ่าสัตว์อสูรแล้วได้รับวิญญาณอสูร โดยมีการจำแนกลักษณะ แบ่งออกเป็น4กลุ่มคือ สัตว์น้ำส่วนใหญ่ก็จะเป็นธาตุวารี สัตว์บกที่กินพืชส่วนใหญ่ก็จะเป็นธาตุพสุธา สัตว์บกที่กินเนื้อส่วนใหญ่ก็จะเป็นธาตุอัคคี และสัตว์ปีกส่วนใหญ่ก็จะเป็นธาตุวายุ อีกอย่างคือการตรวจสอบจากก้อนหินศิลา เมื่อเราส่งพลังจักระเข้าไปในก้อนศิลา มันจะส่องแสงออกมาให้รู้ทันทีว่าเรามีธาตุอะไร เช่น สีน้ำตาลคือธาตุพสุธา สีฟ้าคือธาตุวารี สีขาวคือธาตุวายุ ส่วนสีแดงนั้นก็คือธาตุอัคคี และวิธีการตรวจสอบสุดท้ายคือ ผู้ที่มีพลังจักระ เท่ากันหรือมากกว่าเรา ก็จะมองเห็นแสงส่องประกายรอบตัวเรา จึงรู้ได้ว่าเรามีธาตุอะไร รามินเริ่มออกเดินทางสำรวจพื้นที่ เดินไปเรื่อยๆโดยไม่มีจุดหมาย แต่ในจิตของเขานั้น ได้จดจำเส้นทางเอาไว้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเดินไปถึงไหนก็ไม่มีคำว่าหลงทาง สามารถกลับมาที่เดิมได้เสมอ และอีกอย่างคือ รามินมีแหวนมิติ หากว่าเกิดอันตราย ก็แค่เทเลพอร์ตหลบหนีออกมา จากตรงนั้นก็รอดแล้ว ถ้าหากว่ามีสถานการณ์ที่มันเลวร้ายกว่านั้น ก็คงต้องเทเลพอร์ตกลับไปยัง เคหะสถานของลีชุน ซึ่งรามินคิดเอาไว้แล้วว่า จะเอาไว้ใช้เป็นไพ่ตายใบสุดท้าย สำหรับการหลบหนีเอาชีวิตรอด เกมนี้ดูแล้วมันก็ยากเหมือนกันแฮะ คงไม่ใช่ระดับประเทศ น่าจะเป็นระดับโลกเสียมากกว่า หรือว่าท่านอาจารย์กำลังทดสอบเราอยู่ แต่ก็เหอะนะ มาลองดูกันว่า เราจะเล่นเกมนี้ไปได้ถึงแค่ไหน รามินเดินสำรวจไปทางทิศตะวันออก พอเดินมาได้200เมตร ก็ได้ยินเสียงเหมือนคนคุยกัน จึงเรียกเอาดาบออกมาจากแหวนมิติ แล้วก็เดินไปตามทิศทางนั้น พอเดินเข้าไปใกล้ ก็เห็นว่ามีชาย2คน ท่าทางเหมือนชาวบ้านธรรมดา ทั้งสองคนมีอาวุธเป็นกระบี่ พอทั้งสองหันมา มองเห็นรามิน ชายคนหนึ่งก็ได้ถามขึ้นมาว่า สหายท่านเป็นใคร แล้วมาจากที่ไหน ข้ามีนามว่ารามิน แล้วท่านทั้งสองล่ะคือใคร รามินบอกชื่อของเขาไป แล้วก็ถามต่อ ชายคนนั้นตอบกลับมาว่า ข้าชื่อ เมฆา ส่วนท่านนี้ก็คือ อัสนี สหายของข้า เรา2คนเดินทางเข้ามาในป่าแห่งนี้ได้3วันแล้ว รามินยิ้มออกมาอย่างดีใจ ในที่สุดก็ได้พบเจอเพื่อนร่วมเล่นในเกมเสียที จากที่ได้สังเกตุดู เมฆานั้นเป็นคนเปิดเผย ตรงไปตรงมา ส่วนอัศนีนั้น เป็นคนเงียบขรึม เมื่อเมฆาเห็นว่า รามินเอาแต่ยิ้ม ก็เลยหัวเราะ แล้วก็พูดออกมาว่า ฮ่าฮ่าฮ่า สหายรามิน ท่านอย่าได้เกรงอก เกรงใจไป เรา2คนมาที่นี่ เพื่อตามล่าสัตว์อสูร ท่านอยากจะเข้าร่วมกลุ่มกับเราด้วยหรือไม่ พอได้ยินเช่นนั้น รามินจึงตอบกลับไปว่า ได้สิ ข้าก็เข้ามาล่าสัตว์อสูรด้วยเช่นกัน งั้นก็ดีเลย การอยู่รวมกันเป็นกลุ่มมันก็ย่อมดีกว่าเดินทางคนเดียว เมฆานั้นท่าทางเป็นคนอารมณ์ดี คิดอย่างไรก็พูดไปอย่างนั้น สหายรามิน ท่านมีแผนมาก่อนแล้วหรือยัง ว่าจะล่าสัตว์อสูรประเภทไหน อัสนีเอ่ยเป็นคำถามแรก ยังเลย พวกท่านทั้งสองว่ายังไงก็เอาตามนั้น ฮ่าฮ่าฮ่า สหายรามิน ท่านพูดจาได้ถูกใจข้ายิ่งนัก ถ้าอย่างนั้นก็เอาตามนี้ก็แล้วกัน ทุกอย่างที่ล่ามาได้ ก็แบ่งเท่าๆกัน ส่วนเรื่องวิญญาณอสูรนั้น ก็ขอให้มันเป็นเรื่องของโชควาสนา เมฆายื่นข้อเสนอ ตกลง รามินตอบโดยไม่ลังเล แล้วทั้ง3คนก็ได้เดินทาง เพื่อไปล่าสัตว์อสูร กลุ่มของรามิน มุ่งเดินไปทางทิศตะวันออก โดยมี เมฆา เป็นคนเดินนำหน้า อัศนีอยู่ตรงกลาง และราเป็นคนรั้งท้าย แต่แล้วจู่ๆ เมฆาก็หยุดเดินอย่างกะทันหัน ทำให้อัศนีและรามิน เบรคแทบไม่ทัน เมฆาโบกมือให้ทุกคนหลบไปซ่อนตัว รามินกับอัสนี แอบไปหลบซ่อนตัวที่ข้างหินก้อนใหญ่ใกล้ๆ ส่วนเมฆานั้นเดินย่องไปข้างหน้าอีก10ก้าว ได้ยินเสียงกระซิบจากอัสนีว่า กระต่าย รามินตื่นเต้นดีใจมาก การล่าสัตว์อสูร กำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว เมฆาส่งสัญญาณมือ บอกให้อัสนีอ้อมไปทางซ้าย แน่นอนโดยไม่ต้องบอกกล่าว รามินรู้ได้ทันทีว่า ตัวเองจะต้องไปทางไหน จึงย่องอ้อมไปทางขวาทันที จากประสบการณ์ในเกมที่ผ่านมา ทำให้รามินรู้ตัวเองดีว่าจะต้องทำอะไร เมื่อได้รับสัญญาณก็ไม่รอช้า เตรียมพร้อมที่จะล่าทันที ข้างหน้ามีฝูงกระต่ายอยู่30ตัว บนหัวของมันมีวงแหวนครอบอยู่ กระต่าย20ตัวมี1วงแหวน กระต่าย9ตัวมี2วงแหวน และตัวที่เป็นจ่าฝูงมี3วงแหวน ฆ่ามัน เมฆาร้องส่งสัญญาณ ในมือถือกระบี่ วิ่งเข้าไปประจันหน้าตรงๆ กับฝูง กระต่าย จบบทที่ 5 กระต่ายน้อยที่น่าสงสาร

บทที่ 4 สงครามพลังงานสุริยะบทที่ 5 ข้ามีนามว่า รามิน

ที่อยู่

Ban Tha Phon
67250

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Kie In Dreamผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์