28/09/2025
ยางยอย (Flexible Coupling) หรือที่บางท่านเรียกว่า “ยอยยาง” เป็นอุปกรณ์ที่ใช้เชื่อมต่อเพลา 2 ด้านเข้าด้วยกัน โดยมีชิ้นส่วนยางเป็นตัวกลางเพื่อลดแรงสั่นสะเทือน ดูดซับแรงกระแทก และชดเชยการเยื้องศูนย์ของเพลาได้บ้าง
ชนิดของยางยอยที่พบได้บ่อย
1. ยางยอยแบบเพลท (Jaw Coupling)
• มีฟันรูปก้ามปู (Jaw) 2 ด้าน และมี ยางสไปเดอร์ อยู่ตรงกลาง
• ข้อดี: รับแรงบิดได้ดี, ติดตั้งง่าย, ดูแลรักษาง่าย
• การใช้งาน: ปั๊มน้ำ, มอเตอร์ขนาดเล็กถึงกลาง, เครื่องจักรทั่วไป
2. ยางยอยแบบบูช (Bush Coupling)
• ใช้ ยางบูชทรงกระบอก หลายชิ้นร้อยอยู่ระหว่างเพลาและหน้าแปลน
• ข้อดี: ทนแรงบิดสูงกว่าแบบเพลท, ลดการสั่นสะเทือนได้ดี
• การใช้งาน: ปั๊ม, คอมเพรสเซอร์, เครน, เครื่องจักรที่มีแรงบิดสูง
3. ยางยอยแบบดุม (Tyre Coupling)
• ใช้ ยางรูปวงแหวน (ยางยางสวม) ระหว่างหน้าแปลนทั้งสอง
• ข้อดี: ยืดหยุ่นสูงมาก, ชดเชยการเยื้องศูนย์และการเคลื่อนตัวของเพลาได้ดี
• การใช้งาน: เครื่องสูบน้ำ, พัดลม, เครื่องจักรที่ต้องการความนุ่มนวล
4. ยางยอยแบบดิสก์ยาง (Rubber Disc Coupling)
• ใช้ ยางแผ่นกลม อยู่ตรงกลาง ระหว่างหน้าแปลน
• ข้อดี: น้ำหนักเบา, ทำงานเงียบ, เหมาะกับความเร็วรอบสูง
• การใช้งาน: มอเตอร์ไฟฟ้า, เครื่องจักรเบา, ระบบขับเคลื่อนความเร็วสูง
5. ยางยอยแบบปีกนก (Pin & Bush Coupling)
• ใช้ พินโลหะ + ยางบูช เป็นตัวกลางระหว่างหน้าแปลน
• ข้อดี: รับแรงบิดสูง, มีความแข็งแรง, อายุการใช้งานทนทาน
• การใช้งาน: เครื่องจักรอุตสาหกรรมหนัก, โรงงานผลิต, เครน
📌 สรุปการเลือกใช้งาน
• ถ้าเน้น ราคาประหยัด ติดตั้งง่าย → แบบ เพลท (Jaw)
• ถ้าเน้น ทนแรงบิดสูง ลดแรงกระแทกได้ดี → แบบ บูช (Bush)
• ถ้าเน้น ยืดหยุ่นสูง รับการเยื้องศูนย์ได้มาก → แบบ ดุม/ไทร์ (Tyre)
• ถ้าเน้น รอบสูง น้ำหนักเบา → แบบ ดิสก์ยาง (Rubber Disc)
• ถ้าเน้น งานหนัก อุตสาหกรรมใหญ่ → แบบ ปีกนก (Pin & Bush)