08/11/2025
ท่ออากาศปรับความดัน (Relief Vent)
ระบบท่อระบายน้ำเสีย (Sanitary Drainage System) ภายในอาคารมีหน้าที่ในการรวบรวมและลำเลียงน้ำเสียจากสุขภัณฑ์ เช่น โถสุขภัณฑ์ อ่างล้างหน้า หรือพื้นห้องน้ำ ไปยังท่อหลักหรือถังบำบัดน้ำเสียโดยไม่ให้เกิดการอุดตันหรือแรงดันย้อนกลับในระบบ
องค์ประกอบสำคัญที่ช่วยให้การระบายน้ำเป็นไปอย่างราบรื่นคือ “ระบบท่ออากาศ (Vent System)” ซึ่งทำหน้าที่ปรับความดันภายในท่อให้สมดุลกับความดันบรรยากาศ ป้องกันการดูดน้ำออกจากตะแกรงดักกลิ่น (Trap Seal)
หนึ่งในท่ออากาศที่มีบทบาทสำคัญในอาคารสูงคือ “ท่ออากาศปรับความดัน (Relief Vent)”
ซึ่งทำหน้าที่ช่วยลดแรงดันภายในระบบท่อระบายน้ำแนวดิ่ง (Drainage Stack) ให้เกิดความสมดุลและการไหลอย่างมีประสิทธิภาพ
ความหมายของท่ออากาศปรับความดัน (Relief Vent)
ท่ออากาศปรับความดัน (Relief Vent) หมายถึง
“ท่ออากาศที่ต่อเชื่อมระหว่างท่ออากาศดึงหลัก (Vent Stack) และท่อระบายน้ำแนวดิ่ง (Drainage Stack) เพื่อปรับสมดุลความดันภายในระบบท่อแนวดิ่งให้คงที่”
โดยท่ออากาศชนิดนี้จะต่อเชื่อมระหว่างชั้นต่าง ๆ ของอาคาร เพื่อให้ความดันที่เกิดจากการระบายน้ำลงของแต่ละชั้นสามารถกระจายออกและลดแรงดันสะสมในท่อหลักได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หลักการทำงานของ Relief Vent
เมื่อมีการระบายน้ำเสียจากสุขภัณฑ์ชั้นบนสุดของอาคารลงสู่ท่อแนวดิ่ง (Stack) จะเกิดแรงดูด (Negative Pressure) และแรงดันบวก (Positive Pressure) สลับกันในท่อ
ถ้าไม่มีท่อปรับความดันช่วย ระดับน้ำในตะแกรงดักกลิ่นของชั้นล่างอาจถูกดูดหรือดันจนแห้ง ทำให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์และการไหลย้อนกลับของก๊าซจากท่อ
ท่อ Relief Vent จะช่วยเชื่อมต่อเส้นทางอากาศจาก Vent Stack (ท่ออากาศหลัก) เข้าสู่ท่อ Drainage Stack เป็นระยะ ๆ
เพื่อลดความแตกต่างของแรงดันภายในท่อ ทำให้น้ำไหลต่อเนื่อง และลดโอกาสเกิดเสียงดัง “กลั๊ก” หรือแรงดันกลับในสุขภัณฑ์
ตำแหน่งและการติดตั้ง Relief Vent
ตามหลักการออกแบบของ ASPE และ มยผ. 1331-50
การติดตั้ง Relief Vent ควรเป็นไปตามเงื่อนไขดังนี้
• ต่อท่อ Relief Vent เข้ากับท่ออากาศดึง (Vent Stack) และท่อระบายน้ำแนวดิ่ง (Drainage Stack)
• จุดต่อเข้ากับท่อ Drainage Stack ต้อง อยู่เหนือจุดต่อท่อน้ำทิ้ง (Fixture Branch) อย่างน้อย 1 เมตร
• ควรติดตั้ง Relief Vent ทุกระยะไม่เกิน 10 ชั้น หรือทุก 30 เมตรของความสูงอาคาร
• ขนาดของท่อ Relief Vent ต้องไม่น้อยกว่าขนาดของท่อ Vent Stack ที่ต่อเชื่อม
หน้าที่หลักของท่อ Relief Vent
1. ลดแรงดันภายในท่อหลัก (Pressure Equalization)
ทำให้ความดันภายในท่อ Drainage Stack ไม่สูงหรือต่ำเกินไป
2. ป้องกันการดูดน้ำในตะแกรงดักกลิ่น (Trap Seal Protection)
ลดการสูญเสียน้ำใน U-Trap ของสุขภัณฑ์
3. ช่วยให้การไหลของน้ำในแนวดิ่งเป็นแบบ Uniform Flow
ทำให้การระบายน้ำเสียในอาคารสูงหลายชั้นไหลได้ราบรื่น ไม่เกิดการตีอากาศ
4. ป้องกันเสียงดังและการสั่นสะเทือนของท่อ
เมื่อแรงดันอากาศภายในท่อสมดุล จะช่วยลดเสียงรบกวนจากการไหลของน้ำ
สรูปแบบทั่วไปของ Relief Vent (Typical Layout)
ในอาคารสูง เช่น โรงแรมหรือคอนโดมิเนียม
ท่อ Relief Vent จะติดตั้งคู่ขนานไปกับท่อ Vent Stack และ Drainage Stack โดยมีจุดเชื่อมต่อ (Cross Connection) ระหว่างกันเป็นระยะ ๆ
รูปแบบทั่วไปประกอบด้วย:
• Drainage Stack (ท่อระบายน้ำเสียหลัก)
• Vent Stack (ท่ออากาศหลัก)
• Relief Vent (ท่อปรับแรงดันเชื่อมระหว่างสองระบบ)
• Branch Interval (ช่วงชั้นที่ต่อสุขภัณฑ์เข้าท่อหลัก)
ตามมาตรฐาน ASPE Vol.2 และ Uniform Plumbing Code (UPC) กำหนดว่าท่อ Relief Vent ต้องเชื่อมระหว่าง Vent Stack และ Drainage Stack ที่ระยะไม่เกิน 10 ชั้น เพื่อคงความสมดุลของแรงดัน
ท่ออากาศปรับความดัน (Relief Vent)
เป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบท่อระบายน้ำเสียในอาคารสูง ช่วยให้ระบบทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และลดปัญหาทางกลิ่นหรือเสียงได้อย่างมาก การติดตั้งต้องเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน เช่น ASPE, UPC และ มยผ.1331-50 โดยคำนึงถึงความสูง ความถี่ในการเชื่อมต่อ และการรองรับแรงดันอากาศ
การออกแบบที่ดีของระบบ Vent โดยเฉพาะ Relief Vent จะช่วยให้ระบบท่อระบายน้ำในอาคาร “เงียบ, ไหลดี, ไม่มีกลิ่น และมีอายุการใช้งานยาวนาน”
แหล่งอ้างอิง:
• ASPE Plumbing Engineering Design Handbook Vol. 2 (Sanitary & Vent Systems)
• Uniform Plumbing Code (UPC 2021), Section 908
• มยผ.1331-50 มาตรฐานการออกแบบระบบสุขาภิบาลอาคาร
• Plumbing Engineering Services Design Guide (CIBSE)