28/05/2025
DAYTONA-1™️ vs HFC-134a vs HFO-1234yf
1. ค่า Qevap และ Qcond: พลังงานการแลกเปลี่ยนความร้อนต่อ 1 กิโลกรัม
🏁 DAYTONA-1:
Qevap = 158.48 kJ/kg
Qcond = 198.00 kJ/kg
🚩 R134a:
Qevap = 129.71 kJ/kg
Qcond = 163.00 kJ/kg
🏴 R1234yf:
Qevap = 95.88 kJ/kg
Qcond = 122.64 kJ/kg
DAYTONA-1 แสดงศักยภาพการแลกเปลี่ยนความร้อนได้สูงที่สุดในทั้งการดูดซับ (Qe) และคายความร้อน (Qc) แสดงถึงการออกแบบสูตรที่มีประสิทธิภาพในการถ่ายเทพลังงานความร้อนมากกว่า R134a มีค่าน้อยที่กว่าและ R1234yf มีค่าน้อยที่สุด
2. Compressor Power & COP: ประสิทธิภาพพลังงานของระบบ
🏁 DAYTONA-1:
Compressor Power = 0.997 kW
COPc = 4.010
🚩 R134a:
Compressor Power = 1.026 kW
COPc = 3.897
🏴 R1234yf:
Compressor Power = 1.116 kW
COPc = 3.583
DAYTONA-1 ใช้พลังงานน้อยที่สุดในการขับคอมเพรสเซอร์ และให้ค่า COP สูงสุดอย่างเด่นชัด ซึ่งหมายถึงมีประสิทธิภาพพลังงานที่ดีที่สุด
3. Refrigerant Mass Flow Rate: อัตราการไหลมวล
🏁 DAYTONA-1: 2.5240E-02 kg/s
🚩 R134a: 3.0837E-02 kg/s
🏴 R1234yf: 4.1718E-02 kg/s
R1234yf ต้องใช้ปริมาณสารสูงที่สุดในระบบเพื่อให้ได้ Cooling Capacity เท่ากัน สะท้อนถึงพลังงานต่อกิโลกรัมที่ต่ำกว่า DAYTONA-1 หรือ R134a โดยตรง และจะส่งผลต่อการออกแบบปริมาณสารที่ต้องเติม รวมถึงขนาดของคอมโพเนนต์ (ท่อ, วาล์ว, ฯลฯ) ในขณะที่ DAYTONA-1 ใช้ปริมาณสารทำความเย็นน้อยที่สุด มีน้ำหนักเบามากที่สุด คอมเพรสเซอร์ใช้แรงในการขับเคลื่อนมวลสารน้อยที่สุด และมีอัตราการแลกเปลี่ยนความร้อนสูงสุด
4. Pressure & Superheat/Cond. Temp: ความดันและความร้อนส่วนเกิน
🏁 DAYTONA-1:
Condenser Pressure ≈ 1320.2 kPa
Superheat = 12.9°C
Compression Ratio P3/P2 ≈ 4.81
🚩 R134a:
Condenser Pressure ≈ 1406.9 kPa
Superheat = 9.1°C
Compression Ratio P3/P2 ≈ 4.78
🏴 R1234yf:
Condenser Pressure ≈ 1395.4 kPa
Superheat = 0.5°C
Compression Ratio P3/P2 ≈ 4.40
DAYTONA-1 ทำงานที่แรงดัน discharge pressure ต่ำกว่า R134a และ R1234yf ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบในการลดความเครียดของระบบ ที่มี discharge temp สูงกว่าเล็กน้อยเนื่องจากสารมีพื้นที่ในการดูดซับความร้อนเอาไว้จากพื้นที่ที่หลงเหลือในกระบอกสูบและพักไว้ก่อนทำการระบายออกสู่ภายนอก เพื่อให้ส่งผลกระทบต่อ discharge pressure ที่ควรจะสูงตาม discharge temp เปรียบเสมือนกระเป๋าเดินทางที่มีใบใหญ่กว่า มีความจุ (ความร้อน) มากกว่า เพื่อถ่ายเทโหลดความร้อนก่อนนำไประบายความร้อนออกสู่บรรยากาศ แต่ไม่เพิ่มภาระหนักให้แก่คอมเพรสเซอร์
5. Volumetric Cooling Capacity (คำนวณจาก H และ V)
🏁 DAYTONA-1: ≈ 1801.5 kJ/m³
🚩 R134a: ≈ 1843.6 kJ/m³
🏴 R1234yf: ≈ 1664.9 kJ/m³
แม้ R134a จะมีค่า Volumetric Capacity สูงกว่า DAYTONA-1 เล็กน้อย แต่ DAYTONA-1 ยังคงรักษาค่าที่ดีมาก และให้ค่า COP ที่สูงกว่า อย่างไรก็ตามตามกฎของฟิสิกส์ "ร้อนเร็วก็เย็นเร็ว" จึงควรล้างแผงระบายความร้อนให้สะอาด, ใช้น้ำมันคอมเพรสเซอร์ที่ถูกเบอร์และควรเป็นของแท้, ที่แผงระบายความร้อนต้องไม่มีแหล่งความร้อนอื่นนำไปฝากระบายความร้อน, เปลี่ยนรีซิฟเวอร์ดรายเออร์ทุกครั้งที่มีการ Retrofit และใช้สารทำความเย็นคุณภาพสูงของ Blue Planet Refrigerant อย่างไรก็ตามในกรณีที่ต้องการใช้งานกับระบบ Chiller ที่อยู่บนเหนืออาคารและการระบายอากาศไม่ดีนักแนะนำให้ใช้ BLUE PLANET 134a จะเหมาะสม
6. ความเสถียรของสถานะ (XQ Analysis)
ค่า XQ ของ DAYTONA-1 ที่ Evaporator Inlet = 0.337
ค่า XQ ของ R134a ที่ Evaporator Inlet = 0.365
ค่า XQ ของ R1234yf ที่ Evaporator Inlet = 0.435
🏴 DAYTONA-1 ยังคงสถานะที่มีของเหลวเหลือในปริมาณเหมาะสม ส่งผลให้เกิดการระเหยดูดความร้อนแบบเต็มประสิทธิภาพใน Evaporator มีระยะเวลาในการทำระเหยนานขึ้นกว่าเดิมและพื้นที่รับโหลดใน Evaporator ได้มากขึ้น
บทสรุปเมื่อพิจารณาตามค่าเทอร์โมไดนามิคส์
🏁 DAYTONA-1:
ประสิทธิภาพการถ่ายเทความร้อนสูงสุด (Qevap, Qcond) มี COP สูงที่สุด (4.010) ใช้พลังงานต่ำสุดสามารถทำงานที่แรงดันต่ำกว่าได้อย่างปลอดภัยต่อระบบ มีการควบแน่นและระเหยสมบูรณ์ มี Superheat และ Subcooling เหมาะสม
🚩 R134a:
ยังเป็นกลางระหว่างสองตัวคือระหว่าง DAYTONA-1 และ R1234yf มี Volumetric Capacity สูง แต่ COP ต่ำกว่า DAYTONA-1 เล็กน้อย หน้างานที่มีพื้นที่ในการระบายความร้อนน้อยและมีขนาดของคอมเพรสเซอร์ที่ขนาดเล็ก, ระบบที่มีการ Fixed ขนาดของ TXV, Compressor, Piping และมีปัญหาด้านการระบายความร้อนเช่นตู้เย็นและชิลเลอร์ แนะนำ BLUE PLANET 134a
🏴 R1234yf:
พลังงานต่อกิโลกรัมน้อยสุด ต้องใช้มวลมากสุดเพื่อให้ได้ความเย็นเท่ากับสารอีกสองชนิด มี COP ต่ำสุด ติดไฟได้ (ไม่รุนแรง) ที่อุณหภูมิ 405 องศาเซลเซียส (A2L) สร้างภาวะเรือนกระจก (ภาวะโลกร้อน) ต่ำที่สุดในโลกขณะนี้
คำแนะนำจากผู้ผลิต:
DAYTONA-1 เหมาะสมที่สุดในระบบที่ต้องการทั้ง ประสิทธิภาพการทำงาน, ความเสถียรของไอ, การประหยัดพลังงาน, และความปลอดภัยของระบบ โดยเฉพาะในเมืองร้อนอย่างไทย เหมาะกับ Automotive A/C กลุ่มเครื่องปรับอากาศรถยนต์ ICE, PHEV และรถไฟฟ้า EV ทุกชนิด เหมาะสำหรับลูกค้าที่ต้องการ "ประหยัดพลังงาน" และ "ความสามารถในการทำความเย็นขั้นสูงสุด"
BLUE PLANET 134a มี Volumatric Capacity สูงที่สุดในกลุ่มสารทั้งสามชนิด มีความเป็นกลางระหว่าง DAYTONA-1 vs R1234yf เหมาะกับระบบ Chiller และ Refrigerator และ Automotive A/C สำหรับลูกค้าที่ต้องการสินค้าตามมาตรฐาน
BLUE PLANET 1234yf ยังไม่มีจำหน่ายจนถึงปี 2030 เนื่องจากขณะนี้ R1234yf ยังต้องรอความชัดเจนในเรื่องของอายุของสิทธิบัตร แต่มีจำหน่าย R1234yf (HFO-1234yf) ที่เป็นสินค้าจากแหล่งผลิตของเจ้าของสิทธิบัตรโดยตรง เหมาะสำหรับลูกค้าที่ต้องการใช้สารทำความเย็นที่ช่วยลดภาวะโลกร้อน และยอมรับต้นทุนที่สูงกว่า R134a และ R1234yf
JK
www.blueplanet.co.th