Benz Rama3 Amulet

Benz Rama3 Amulet รับจัดหาพระเครื่อง พระบูชา เครื่อง?

“มารู้จักเศียรพ่อแก่ และประวัติผู้สร้างกันครับ”เศียรบรมครูพ่อแก่ฤาษี ผงยาคลุกรักและมวลสารจิตรลดาหลังจารเปียก อาจารย์อาคม...
12/12/2019

“มารู้จักเศียรพ่อแก่ และประวัติผู้สร้างกันครับ”

เศียรบรมครูพ่อแก่ฤาษี ผงยาคลุกรักและมวลสารจิตรลดาหลังจารเปียก อาจารย์อาคม สายาคม อดีตโขนหลวง ผู้เชี่ยวชาญนาฏศิลป์แห่งราชสำนักไทย

ครูอาคม สายาคม มีชื่อเดิมว่า ''บุญสม'' เกิดเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2460 ณ บ้านสี่แยกหลานหลวง จังหวัดพระนคร เป็นบุตรของนายเจือ ศรียาภัยและนางผาด ศรียาภัย (สกุลเดิม อิศรางกูร ณ อยุธยา)....นามสกุลสายาคมเป็นนามสกุลที่ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6)

ครูอาคมได้เริ่มเรียนวิชาสามัญที่โรงเรียนพร้อมวิทยามูล ซึ่งตั้งอยู่ที่ถนนราชดำเนิน บริเวณสนามมวยราชดำเนินในปัจจุบัน โดยได้ศึกษาถึงชั้นประถมปีที่ 2 จึงลาออกไปสมัครเรียนโขนที่บ้านเจ้าพระยาวรพงศ์พิพัฒน์ ในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ถนนพระอาทิตย์ เมื่อ พ.ศ. 2472 และได้เรียนหนังสือที่โรงเรียนศรีอยุธยาควบคู่กันไปกับการฝึกหัดโขน จนจบมัธยมปีที่ 3 จึงได้เป็นโขนหลวงในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ขึ้นตรงต่อพระยานัฏกานุรักษ์ (ทองดี สุวรรณภารต) อดีตเจ้ากรมโขนหลวงในรัชกาลที่ 6 ผู้กำกับกรมปี่พาทย์และโขนหลวงในรัชกาลที่ 7 กับ คุณหญิงเทศ นัฏกานุรักษ์เมื่อเริ่มฝึกหัดโขนนั้นครูอาคม อายุ 12 ปี ตั้งต้นจากการตบเข่าเพื่อให้รู้จังหวะ ถอนสะเอวเพื่อให้อวัยวะมีการสัมพันธ์กับการยักไหล่ ยักเอวและลักคอ นานประมาณ 2-3 สัปดาห์จึงเริ่มหัดรำเพลงช้า เพลงเร็ว เชิดและเสมอ เพื่อให้ได้พื้นฐานทางนาฏศิลป์ หลังจากนั้นจึงคัดเลือกว่าจะเหมาะกับการหัดเป็นตัวใด ครูอาคมนั้นพระยานัฏกานุรักษ์และคุณหญิงเทศ นัฏกานุรักษ์ให้หัดเป็นตัวพระ ต่อมามอบให้ครูลิ้นจี่ จารุจรณ์ ดูและควบคุมการฝึกหัดขึ้นต้น อยู่กับพวกละครหลวง ในสมัยนั้นตัวพระนางผู้ชายฝึกหัดกันที่วังสวนกุหลาบ (บริเวณสโมสรทหารบก) ส่วนยักษ์และลิงฝึกหัดกันที่บ้านเจ้าพระยาวรพงศ์พิพัฒน์ครูอาคมออกแสดงครั้งแรกเมื่ออายุประมาณ 14 ปี เป็นตัวพระรามในเรื่องรามเกียรติ์ตอนขาดเศียรขาดกรโดยสวมหน้าเล่นโขนนั่งราวแสดงหน้าพระที่นั่งถวายพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ บริเวณสนามหญ้าหน้าพระที่นั่งอนันตสมาคม ในงานต้อนรับแขกเมืองคือ นายดักลาส แฟร์แบงค์ นักแสดงภาพยนต์ชาวอเมริกา ต่อมาได้แสดงหน้าพระที่นั่งอีกหลายครั้ง ที่โรงโขนหลวงสวนมิสกวัน ครูอาคมเริ่มเปิดหน้าเล่นโขนเมื่ออายุประมาณ 15-16 ปี เพราะพระยานัฏกานุรักษ์เห็นว่าครูอาคมมีหน้าตาสะสวยขนาดผู้หญิงเทียบไม่ติด ครูอาคมเข้ารับราชการในกรมมหรสพเมื่อ พ.ศ. ๒๔๗๒ ในแผนกโขนหลวง ตำแหน่งเด็กชา เงินเดือน ๔ บาท

สำหรับผลงานด้านการแสดงของครูอาคม ท่านมักแสดงเป็นตัวเอกอยู่เสมอ เช่น พระราม อิเหนา พระร่วง พระอภัยมณี ขุนแผน พระไวย ไกรทอง ฮเนา (เรื่องเงาะป่า) พระลอ อุณรุท และพระสังข์ เป็นต้น ส่วนผลงานด้านประดิษฐ์ท่ารำ ได้แก่ เพลงหน้าพาทย์ตระนาฏราช เพลงหน้าพาทย์โปรยข้าวตอก เพลงเชิดจีน ลีลาประกอบท่าเชื่อม ตำราท่ารำ

ผลงานด้านวิชาการ ครูอาคมได้เขียนคำอธิบายนาฏยศัพท์ บทความ เพลงพื้นเมือง เพลงหน้าพาทย์ ความสำคัญของหัวโขน ระบำ รำ เต้น การเลือกเด็กเข้าฝึกหัดละครสมัยรัชกาลที่ 7 เป็นต้น

ผลงานด้านวิทยุกระจายเสียง ครูอาคมได้ตั้งคณะสายเมธี แสดงนิยายและบรรเลงในแบบดนตรีสากลและดนตรีไทย ตั้งคณะสายาคมแสดงเพลงพื้นเมือง เป็นต้น

ผลงานด้านภาพยนตร์ ครูอาคมเคยแสดงเป็นพระเอกภาพยนตร์เรื่อง อมตาเทวี และเรื่องไซอิ๋ว โดยแสดงเป็นพระถังซำจั๋งและเป็นผู้กำกับการแสดง เป็นต้น

ผลงานด้านกำกับเวที ครูอาคมได้กำกับการแสดงและการสอนโขนและละครเรื่องต่างๆ

พ.ศ. 2505 ได้รับมอบให้เป็นผู้ประกอบพิธีไหว้ครู
พ.ศ. 2506 ได้รับถ่ายทอดท่ารำองค์พระพิราพจากครูรงภักดี
พ.ศ. 2507 ทำพิธีครอบโขนละครในพิธีไหว้ครูประจำปี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวปรมินทรมหาภูมิพลอุลยเดชฯ รัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีและสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงเข้าร่วมครอบในพิธีไหว้ครูดังกล่าวด้วย
และตั้งแต่ปี พ.ศ. 2508 เป็นต้นมา ครูอาคมได้รับเชิญเป็นประธานไหว้ครูของสถาบันการศึกษาต่างๆ ทั้งของราชการและเอกชน รวมทั้งท่านได้พยายามถ่ายทอดวิชาความรู้และประสบการณ์ต่างๆ ของท่านให้แก่เยาวชนรุ่นหลังได้รับสืบทอดต่อไป ซึ่งนับว่าครูอาคมได้ปฏิบัติภารกิจด้านนาฏศิลป์ไทยอย่างครบถ้วนสมบูรณ์

ด้านชีวิตส่วนตัว ครูอาคม สายาคม ได้สมรสกับนางสาวเรณู วิเชียรน้อย มีบุตรด้วยกัน 3 คน

ครูอาคม สายาคม ได้เสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2525 เดินทางไปราชการที่จังหวัดเชียงใหม่พร้อมกับภรรยา เพื่อประกอบพิธีไหว้ครูและครอบนักศึกษาวิทยาลัยนาฏศิลปเชียงใหม่ สิริอายุได้ 64 ปี

บรมครู พ่อแก่ ครูอาคม สายาคม สร้างขึ้นด้วยมวลสารมงคล อันได้แก่ผงจิตรลดาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานให้แก่คุณครูอาคมโดยตรง ผงแป้งเสน่ห์ ผงด้านเมตตามหาโชคมหาลาภ ผงสายศิลปินฯลฯ โดยมีเทียนชัยไหว้ครูโขนละครเป็นตัวประสาน ด้านหลังเรียบ คุณครูจารตัว นะ ด้วยลายมือของคุณครูเอง ซึ่งคุณครูอาคม สายาคม สร้างเองที่ห้องพระหลังสวดมนต์ไหว้พระประจำวัน อธิษฐานจิตด้วยตัวของคุณครูเอง

“ศึกษา และสะสม”ประวัติพระกรุวัดเงินคลองเตย"วัดเงิน" ซึ่งเป็นสถานที่ค้นพบนั้น ปัจจุบันไม่ปรากฏให้เห็นแล้ว เนื่องจากกลายเป...
28/05/2019

“ศึกษา และสะสม”

ประวัติพระกรุวัดเงินคลองเตย

"วัดเงิน" ซึ่งเป็นสถานที่ค้นพบนั้น ปัจจุบันไม่ปรากฏให้เห็นแล้ว เนื่องจากกลายเป็นที่ตั้งของ "การท่าเรือแห่งประเทศไทย" ไปแล้ว ในอดีตบริเวณการท่าเรือแห่งประเทศไทย หรือท่าเรือคลองเตย เคยเป็นที่ตั้งของวัดสำคัญๆ ถึง ๓ วัด คือ

๑.วัดหน้าพระธาตุ วัดเก่าแก่ ซึ่งสร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ในวัดมีพระเจดีย์องค์ใหญ่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ จึงได้ชื่อเรียกตามภาษาชาวบ้านในสมัยนั้น

๒.วัดเงิน สร้างในสมัยรัตนโกสินทร์ โดยชาวรามัญ เศรษฐีสองสามีภรรยา ชื่อนายมะซอน และนาง งิ้ว ทั้งคู่ทำมาค้าขายจนมีฐานะดี แต่ไม่มีทายาทสืบทอดสกุล จึงนำทรัพย์สินเงินทองที่หามาได้ มาสร้างวัดนี้ขึ้นมา เพื่อเป็นอนุสรณ์แก่ ๒สามีภรรยาโยมอุปัฏฐากวัด เจ้าอาวาสวัดในสมัยนั้น จึงได้เปลี่ยนชื่อวัดเป็น “วัดหิรัญสีวลี” ซึ่งแปลว่า “เงิน-งิ้ว”

๓.วัดทองล่าง วัดนี้สร้างหลัง “วัดเงิน” ประมาณ ๗๕-๘๐ ปี แต่เดิมที่ตั้งวัดเป็นสวนของ “นายทอง” ภายในสวนได้มีต้นโพธิ์ขึ้นอยู่ นายทองเห็นว่า “ต้นโพธิ์” เป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ทางพุทธศาสนา สมควรจะอยู่ในอาณาเขตวัด นายทองจึงยกที่ดินส่วนนี้สร้างเป็นวัดขึ้น โดยมีท่านสมภาร กระทอ พระภิกษุชาวรามัญ ได้ช่วยกันสร้างเสนาสนะ และพระอุโบสถขึ้น ให้นามวัดนี้ว่า “วัดโพธิ์ทอง” ต่อมานายทองถึงแก่กรรม ทางวัดจึงเปลี่ยนชื่อเสียใหม่ว่า “วัดทองล่าง” เนื่องจากปรากฏว่า ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาทางตอนเหนือได้มี “วัดทอง” เกิดขึ้นอีกวัดหนึ่ง เพื่อมิให้ซ้ำกัน

ต่อมาในปี พ.ศ.๒๔๘๐ ทางรัฐบาลต้องการที่ดินบริเวณดังกล่าวเพื่อสร้างท่าเรือกรุงเทพฯ เนื่องจากเป็นบริเวณที่อยู่ติดแม่น้ำเจ้าพระยา และมีร่องน้ำลึก จึงต้องเวนคืนที่ดินของวัดทั้ง ๓ วัด

หลังจากนั้น วัดหน้าพระธาตุ และวัดทองล่าง ย้ายไปสร้างใหม่ ที่ตำบลบ้านกล้วย และยุบรวมเป็นวัดเดียวกัน ชื่อว่า "วัดธาตุทอง" ปัจจุบันอยู่ตรงเอกมัย เยื้องสถานีขนส่งเอกมัย (สายตะวันออก)

ส่วนวัดเงิน ได้ย้ายไปอยู่ตรอกจันทน์ ยานนาวา เปลี่ยนนามใหม่ว่า "วัดไผ่เงิน"

การค้นพบ "พระกรุวัดเงิน"

หลังจากมีการเวนคืนที่ดินแล้ว จึงรื้อถอนสิ่งก่อสร้างต่างๆ ในวัดทั้ง ๓ วัด ที่ “วัดเงิน” ปรากฏว่าพบ "พระเนื้อผง" บรรจุอยู่ในพระเจดีย์หลายองค์ และมีมากมายหลายพิมพ์ ได้แก่

พิมพ์สังกัจจายน์ (มีหู และไม่มีหู)

พิมพ์ป่าเลไลยก์

พิมพ์โปรดสัตว์

พิมพ์เปิดโลก

พิมพ์ไสยาสน์

พิมพ์สมาธิแหวกม่าน

พิมพ์นาคปรก

พิมพ์สมาธิมารวิชัย ห้าเหลี่ยม

พิมพ์หน้าฤษี

พิมพ์พระคง

พิมพ์พระประธาน

พิมพ์ซุ้มกอฐานสูง-ฐานเตี้ย

พิมพ์พระปิดตา

พิมพ์สมาธิ,สมาธิมารวิชัย เล็บมือ

แรกเริ่ม “พระกรุวัดเงิน คลองเตย” ที่ค้นพบมีราคา เช่า-ซื้อ ถูกมาก โดยคนงานที่ทำการรื้อ ได้ขนใส่ถุงปูน และปี๊บ นำมาเร่ออกให้เช่าในละแวกนั้น เรียกว่าซื้อเหมาปี๊บละไม่กี่บาท เด็กๆนำมาเล่นทอยกองเหมือนของไร้ค่าก็มี จนสงครามอินโดจีน และสงครามโลกครั้งที่ ๒ ผู้คนต่างแสวงหาพระเครื่องและวัตถุมงคลต่างๆ เพื่อปกป้องชีวิตตนเอง ปรากฏว่าผู้คนที่แขวน พระกรุวัดเงิน คลองเตย ได้ประจักษ์ในพุทธคุณกันทั้งสิ้น ความนิยมสะสมจึงมีมากขึ้น ราคาจึงสูงตามมา จนบางพิมพ์เล่นหากันหลักหมื่น ได้แก่ พิมพ์สังกัจจายน์ มีหู ถือว่าเป็นพิมพ์นิยมสูงสุด

จากการพิจารณาจากเนื้อหามวลสาร ศิลปะสกุลช่าง จำนวนการสร้าง และพิมพ์ทรงแล้ว เป็นศิลปะสกุลช่างราษฎร์ ยุครัตนโกสินทร์ตอนต้น น่าจะต้องเป็นระดับเจ้าฟ้า เจ้าแผ่นดิน เจ้าขุนมูลนาย หรือไม่ ก็เป็นมหาเศรษฐี ถึงจะมีบุญบารมีในการสร้าง สันนิษฐานว่า พระวัดเงิน คลองเตย น่าจะมีการสร้าง 2 ครั้ง

ครั้งแรก พระน่าจะสร้างในช่วงหลังจากที่สร้างวัดไม่นาน คือประมาณปีพ.ศ.๒๓๐๐ – ๒๓๓๕ โดยสร้างไป แจกไป และส่วนหนึ่งบรรจุในเจดีย์ พระเครื่องชุดนี้จะมีขนาดใหญ่ เนื้อหามวลสารแกร่ง แน่น หนึกนุ่ม เห็นผงเกสรลอยชัดเจน

ครั้งหลัง สร้างขึ้นในช่วงราวสมัยรัชกาลที่ ๔ หรือรัชกาลที่๕ พระชุดหลังสันนิษฐานว่า สร้างสมทบตามหลักพระพุทธศาสนา และบรรจุลงในเจดีย์ เมื่อราว พ.ศ. ๒๔๓๗

เนื้อพระวัดเงิน คลองเตย เป็นเนื้อผงวิเศษ ผงปูนเปลือกหอย และมวลสารว่านเกสรดอกไม้ ผสมกับน้ำมันตังอิ้วและตัวประสานอีกบางชนิด สามารถแบ่งออกเป็น ๒ ประเภท คือ

๑.ประเภทเนื้อแกร่ง เนื้อพระจะมีความแกร่ง และแน่นตัวของเนื้อหามวลสาร แต่มีความหนึกนุ่มในตัว คล้ายมากกับผิวของพระสมเด็จ วัดบางขุนพรหม ผิวพระจะมีรอยลาน คล้ายตัวหนอนด้น ซึ่งมีขนาดใหญ่-เล็ก ปนกันไป

๒.ประเภทแก่ปูน พบมากกว่าประเภทแรก เนื้อพระแก่ปูน เนื้อในฟู สีออกขาวจัด การเกาะตัวของเนื้อมวลสารไม่แน่นเหมือนแบบแรก เพราะมีตัวประสานน้อย แก่ไปทางปูน ทำให้เนื้อพระแห้ง น้ำหนักเบา กะเทาะง่าย

ส่วนพระพิมพ์ปิดตา จะมีเนื้อหาต่างไปจากพิมพ์อื่นๆ คือเป็นเนื้อผงผสมใบลาน วรรณะจะออกไปทางน้ำตาลปนดำ พระปิดตานี้พบบรรจุอยู่ที่ซุ้มคอระฆังในองค์พระเจดีย์ และในองค์พระประธาน ซึ่งพบมีจำนวนน้อยกว่าพระเนื้อผงขาวทั่วๆไป

เนื่องจากเป็นพระที่ถูกบรรจุในกรุพระเจดีย์ จึงเป็นพระที่จะมีคราบกรุเกาะตามพื้นผิวขององค์พระ คราบกรุขององค์พระที่อยู่ตอนบน จะมีลักษณะคล้าย "ฟองเต้าหู้" สีเหลืองอมน้ำตาลจับอยู่บนผิว บางองค์มีมากปกคลุมทั่วทั้งองค์พระ บางองค์จับเป็นบางส่วน มีหนาบ้างมีบางบ้าง และฟองเต้าหู้บางจุดจะปะทุฟูตัว ส่วนองค์พระที่อยู่ใต้ๆ ลงไปจะมีคราบกรุจับน้อยมาก บางองค์แทบไม่มีเลย หรือไม่มี “ฟองเต้าหู้” ก็มี อาจมีคราบดินกรุสีน้ำตาลเป็นขุยๆ จับอยู่เป็นหย่อมๆ หรือผิวปะทุเป็นเม็ดเล็กๆ ประปราย

นักเล่นฯ รุ่นเก่า ระดับอาจารย์หลายๆท่าน ได้สอนไว้ว่า หากดูคราบกรุพระวัดเงินคลองเตยได้ ก็ดูคราบกรุ พระสมเด็จ วัดบางขุนพรหม “กรุใหม่” ได้เช่นกัน เพราะลักษณะคราบ “ฟองเต้าหู้” ของพระวัดเงิน คลองเตย คล้ายกับคราบฟองเต้าหู้ของพระสมเด็จ วัดบางขุนพรหม “กรุใหม่” พระวัดเงิน คลองเตย ที่มีคราบกรุลักษณะคราบไข เป็นฟองเต้าหู้สีขาวขุ่นปกคลุมผิวพระ เนื้อแน่น และมีความแกร่ง จะมีเนื้อพระไม่ต่างจากพระสมเด็จ วัดบางขุนพรหมเลยทีเดียว

พุทธคุณดีเยี่ยม ในด้านเมตตามหานิยม โชคลาภและแคล้วคลาด

“องค์นี้พิมพ์ สังฆาฏิ”

พระกริ่งโลกนาถ หลวงพ่อคง ส,วณโณ วัดวังสรรพรสเนื้อนวะ ก้นเงิน ผิวเดิม สวยแชมป์(Show)
27/05/2019

พระกริ่งโลกนาถ
หลวงพ่อคง ส,วณโณ วัดวังสรรพรส
เนื้อนวะ ก้นเงิน ผิวเดิม สวยแชมป์
(Show)

ปิดตาหลวงปู่ศรี วัดอ่างศิลา นักกล้ามใหญ (Show)
06/05/2019

ปิดตาหลวงปู่ศรี วัดอ่างศิลา นักกล้ามใหญ
(Show)

สวยเดิมแบบนี้ มีกี่องค์ก้อหมดสมเด็จ ๑๐๐ปี วัดระฆังโฆสิตาราม ปี2515สภาพสวย คราบแป้ง ตรายางเต็ม  ซองกระดาษเดิม กลิ่นยังหอม...
23/04/2019

สวยเดิมแบบนี้ มีกี่องค์ก้อหมด
สมเด็จ ๑๐๐ปี วัดระฆังโฆสิตาราม ปี2515
สภาพสวย คราบแป้ง ตรายางเต็ม ซองกระดาษเดิม กลิ่นยังหอมพระใหม่อยู่เลยครับ
สภาพ100%

#ลูกค้าจองเรียบร้อย

พระโคนสมอ พิมพ์มารวิชัยทองเดิมเต็มๆ หน้าหลังสวยไม่แตกหัก สมบูรณ์มาก3,500บาท
23/04/2019

พระโคนสมอ พิมพ์มารวิชัย
ทองเดิมเต็มๆ หน้าหลังสวยไม่แตกหัก สมบูรณ์มาก
3,500บาท

เหรียญเสมาหลังยันต์ตรี หลวงปู่โต๊ะ ปี17 พร้อมเลี่ยมทอง %สูงราคา 12,500 บาทโทร098-9127712
30/03/2019

เหรียญเสมาหลังยันต์ตรี หลวงปู่โต๊ะ ปี17
พร้อมเลี่ยมทอง %สูง

ราคา 12,500 บาท
โทร098-9127712

พระปิดตา พิมพ์ซุ้มระฆัง “พิเศษ” สองหน้า ปี2505หลวงปู่เฮี้ยง วัดอรัญญิกาวาสสภาพสวย มีเกศาติดตามองพระเยอะมาก เลี่ยมเก่าโบร...
30/03/2019

พระปิดตา พิมพ์ซุ้มระฆัง “พิเศษ” สองหน้า ปี2505
หลวงปู่เฮี้ยง วัดอรัญญิกาวาส
สภาพสวย มีเกศาติดตามองพระเยอะมาก เลี่ยมเก่าโบราณ
“สภาพนี้หาพบเจอได้ยากมาก”

๏ อัตโนประวัติ
”พระวรพรตปัญญาจารย์” หรือ “หลวงปู่เฮี้ยง ปุณฺณจฺฉนฺโท” อดีตเจ้าอาวาสวัดอรัญญิกาวาส (วัดป่า) ต.บ้านสวน อ.เมือง จ.ชลุบรี เป็นพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังของเมืองชล เป็นผู้ได้รับสืบทอดตำราการสร้างพระปิดตาทั้ง “เนื้อผง” และ “เนื้อผงคลุกรัก” จากพระเกจิอาจารย์ดังหลายรูปของเมืองชลบุรี
หลวง ปู่เฮี้ยง มีนามเดิมว่า กิมเฮี้ยง นาคไพบูลย์ (ต่อมาเปลี่ยนเป็น กรุณยวธนิชย์) เกิดเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม พุทธศักราช 2441 เวลา 17.45 น. ตรงกับวันพฤหัสบดี แรม 2 ค่ำ เดือนยี่ ปีจอ ในแผ่นดินรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ณ ต.นาป่า อ.เมือง จ.ชลบุรี โยมบิดาชื่อ เร่งเซ็ง เป็นคนเชื้อสายจีน โยมมารดาชื่อ ผัน มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันทั้งหมด 7 คน ท่านเป็นบุตรคนที่ 2

๏ การศึกษาเบื้องต้น
เมื่อ เจริญวัยอายุได้ประมาณ 9-10 ขวบ โยมมารดาได้พาไปฝากเรียนหนังสือกับพระวินัยธร (เส็ง) เจ้าอาวาสวัดหนองไม้แดง (วัดราษฎร์สโมสร) ต.นาป่า อ.เมือง จ.ชลบุรี ต่อมาเมื่อพระวินัยธร (เส็ง) ได้มรณภาพลง จึงเลิกเรียน และกลับไปอยู่บ้านช่วยเหลือโยมบิดา-โยมมารดาประกอบอาชีพตามวิสัยที่พึงกระทำ ได้
ครั้นอายุ 20 ปีบริบูรณ์ ซึ่งเป็นช่วงเกิดสงครามโลกครั้งที่ 1 ท่านจึงได้ไปสมัครเป็นตำรวจภูธร และมาปลดประจำการ โดยเป็นเพียงกองหนุนชั้นที่ 1 ขณะอายุได้ 22 ปี
หลวงปู่เฮี้ยง ปุณฺณจฺฉนฺโท
เมื่อครั้งยังเป็นพระหนุ่ม

๏ การอุปสมบท
ใน ปี พ.ศ.2464 เมื่ออายุได้ 23 ปี ท่านได้เข้าพิธีอุปสมบทเป็นพระภิกษุตามประเพณี ณ พัทธสีมาวัดอรัญญิกาวาส (วัดป่า) เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ.2464 ตรงกับวันศุกร์ ขึ้น 11 ค่ำ เดือน 8 ปีระกา เวลา 14.00 น. โดยมีท่านเจ้าคุณพระเขมทัสสีชลธีสมานคุณ วัดเขาบางทราย ต.บางทราย อ.เมือง จ.ชลบุรี เป็นพระอุปัชฌาย์, พระวินัยธร (เภา) เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระปลัดชื่น ธมฺมสาโร วัดอรัญญิกาวาส (วัดป่า) เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับนามฉายาว่า “ปุณฺณจฺฉนฺโท” มีความหมายว่า “ผู้มีความพอใจอันเต็มเปี่ยม”
ภาย หลังอุปสมบทแล้ว ท่านได้มาพำนักจำพรรษาที่วัดอรัญญิกาวาส (วัดป่า) จ.ชลบุรี จนกระทั่งได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสรูปที่ 3 ของวัด

๏ ฝากตัวเป็นศิษย์ของหลวงพ่อแดง
ท่านมีอุปนิสัยสนใจด้านวิทยาคม ได้ไปฝากตัวเป็นศิษย์ของ พระครูธรรมสารอภินันท์ (หลวงพ่อแดง) วัดใหญ่อินทราราม (วัดหลวง) ต.บางปลาสร้อย อ.เมือง จ.ชลบุรี ยอดพระเกจิอาจารย์ชาวเขมร เมืองพระตะบอง ที่มาพำนักจำพรรษาอยู่ที่วัดใหญ่อินทราราม (วัดหลวง) เป็นเวลายาวนานถึง 53 ปี เป็นพระเถระที่ทรงวิทยาคุณในทางสมถะ มีวาจาสิทธิ์เป็นที่เคารพยำเกรงของคณะศิษยานุศิษย์และเป็นที่เล่าขานตลอดมา จนถึงปัจจุบัน

๏ การสร้างวัตถุมงคล
หลวง ปู่เฮี้ยง ปุณฺณจฺฉนฺโท ได้พัฒนาทั้งด้านการศึกษาและถาวรวัตถุเสนาสนะให้เจริญรุ่งเรือง นับได้ว่า วัดป่าหรือวัดอรัญญิกาวาสแห่งนี้เจริญรุ่งเรืองด้วยอำนาจบารมีแห่งวัตถุมงคล พระเครื่องต่างๆ ที่ท่านสร้างสรรค์ ทุกรุ่นเปี่ยมไปด้วยพุทธคุณเมตตามหานิยม เป็นที่ปรารถนาของเซียนพระเครื่องที่ต่างแสวงหาไว้ในครอบครอง ด้วยอำนาจความเข้มขลังที่เป็นอมตะแห่งผงเก่าของยอดพระเกจิอาจารย์ชาวบางปลา สร้อยในอดีต อาทิ หลวงพ่อแก้ว วัดเครือวัลย์, หลวงพ่อเจียม วัดกำแพง มีส่วนเสริมให้วัตถุมงคลของหลวงปู่เฮี้ยง ทุกรุ่นทุกพิมพ์ ถูกเช่าบูชาไปจากตลาดพระเครื่องอย่างรวดเร็ว จนยากที่จะหามาไว้ในครอบครอง
สำหรับ วัดอรัญญิกาวาส (วัดป่า) มีการสร้างวัตถุมงคลมาตั้งแต่สมัยพระปลัดธรรมสาร (ชื่น ธมฺมสาโร) อดีตเจ้าอาวาสรูปที่ 2 โดยสร้างเหรียญรูปเหมือนของท่าน เมื่อปี พ.ศ.2463 นับว่าเป็นเหรียญเก่าของชาวชลบุรีอีกเหรียญหนึ่ง การสร้างวัตถุมงคลของวัดอรัญญิกาวาส (วัดป่า) ที่นับว่าโด่งดัง หลวงปู่เฮี้ยง ปุณฺณจฺฉนฺโท ได้ริเริ่มสร้างวัตถุมงคลครั้งแรกเมื่อปลายปี พ.ศ.2484-2486 โดยมีพระวรพรตปัญญาจารย์ (หลวงพ่อแฟ้ม อภิรโต) สมัยครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่พระใบฎีกาแฟ้ม อภิรโต เป็นผู้ดำเนินการสร้างทั้งสิ้น โดยใช้ผงต่างๆ ของหลวงพ่อแก้วและหลวงพ่อเจียม เป็นส่วนผสมและทำการปลุกเสกอธิษฐานจิต
หลวงปู่เฮี้ยง ปุณฺณจฺฉนฺโท

๏ ลำดับงานปกครองและสมณศักดิ์
พ.ศ.2467 เป็นเจ้าอาวาสวัดอรัญญิกาวาส (วัดป่า)
พ.ศ.2473 เป็นสังฆรักษ์ ฐานานุกรมของเจ้าคณะมณฑลปราจีนบุรี
พ.ศ.2479 เป็นพระครูสัญญาบัตรที่ พระครูวรพรตศีลขันธ์
พ.ศ.2483 เป็นเจ้าคณะแขวงบางละมุง และเป็นพระอุปัชฌาย์ในคณะธรรมยุต
พ.ศ.2486 เป็นกรรมการตรวจประโยคนักธรรมชั้นตรี ในสนามหลวง
พ.ศ.2496 เป็นเจ้าคณะธรรมยุตผู้ช่วยอำเภอจังหวัดชลบุรี
พ.ศ.2498 เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ “พระวรพรตปัญญาจารย์” ฝ่ายวิปัสสนาธุระ
พ.ศ.2507 เป็นผู้รักษาการเจ้าคณะจังหวัดชลบุรี-ฉะเชิงเทรา (พ้นหน้าที่นี้เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ.2508)
พ.ศ.2509 เป็นผู้รักษาการเจ้าอาวาสวัดเขาบางทราย พระอารามหลวง จ.ชลบุรี (พ้นหน้าที่นี้เมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ.2509)
ทีานเป็นพระอุปัชฌาย์ ให้การบรรพชาอุปสมบทแก่กุลบุตรผู้มีศรัทธาและปสาทะใคร่จะบรรพชาอุปสมบทในบวรพระพุทธศาสนา มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2483
รวม ทั้ง มีส่วนร่วมสนับสนุนการศึกษาของพระภิกษุ-สามเณร คณะศรัทธาญาติโยม และชาวบ้านในชุมชน ด้วยการก่อสร้างโรงเรียนประชาบาล และโรงเรียนมัธยมต้นขึ้นภายในวัดอรัญญิกาวาส

๏ การมรณภาพ
หลวง ปู่เฮี้ยง ปุณฺณจฺฉนฺโท ได้มรณภาพลงอย่างสงบ เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ.2511 ตรงกับวันจันทร์ ขึ้น 1 ค่ำ เดือน 7 ปีวอก เวลา 19.50 น. ณ โรงพยาบาลสมเด็จ ณ ศรีราชา จ.ชลุบรี สิริอายุรวมได้ 70 พรรษา 47 และมีพิธีพระราชทานเพลิงศพ เมื่อปี พ.ศ.2512 แม้ละสังขารจากไปนานร่วม 40 ปี แต่เกียรติคุณของหลวงปู่ยังเลื่องลือเป็นที่จดจำของบรรดาลูกศิษย์และพุทธ ศาสนิกชนทั่วไปอย่างไม่เสื่อมคลาย

ที่อยู่

Bangkok
10120

เบอร์โทรศัพท์

+66989127712

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Benz Rama3 Amuletผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์