Natt's Club : Books Arts Trips Clips

Natt's Club :  Books Arts Trips Clips หลากเรื่องราว: หนังสือ ศิลปะ ท่องเที่ยว ของสะสม กิจกรรม และเป็นร้านขายหนังสือและสิ่งสะสมด้วย

หยิบหนังสือที่สะสมไว้และตัดใจได้จากกรุมาส่งต่อ และเล่าเรื่องท่องเที่ยว กิจกรรม ...เอามาเล่า หรือหยิบที่คนอื่นเล่ามาแชร์ไว้อ่าน

มางานมุทิตาจิตการเกษียณอายุราชการ ศ. ดร. ศักดิ์ชัย สายสิงห์ ได้หนังสือ ศ. ดร.สันติ เล็กสุขุม 2 เล่ม 😀เพราะหนังสืออ. ศักด...
08/08/2026

มางานมุทิตาจิตการเกษียณอายุราชการ ศ. ดร. ศักดิ์ชัย สายสิงห์ ได้หนังสือ ศ. ดร.สันติ เล็กสุขุม 2 เล่ม 😀
เพราะหนังสืออ. ศักดิ์ชัยที่ 'น่าจะ" อ่านนั้น มีแล้ว

บ้านนักเขียน จะมีชีวิตชีวาต่อจากนี้ไปhttps://www.facebook.com/share/14jNbhp9vbP/
08/08/2026

บ้านนักเขียน จะมีชีวิตชีวาต่อจากนี้ไป
https://www.facebook.com/share/14jNbhp9vbP/

บ้านที่ไม่ควรเป็นเพียงพิพิธภัณฑ์
--------------------------
คุณลุงเสาว์ บุญเสนอ ถึงแก่อนิจกรรมด้วยโรคชรา เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2544 สิริอายุ 92 ปี หลังจากมอบบ้านและที่ดินทั้งหมดของท่านให้แก่สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทยได้ไม่นาน

เจตนารมณ์ของท่านเรียบง่ายแต่ยิ่งใหญ่ คือปรารถนาให้บ้านหลังเล็กที่ใช้ชีวิตร่วมกับคุณศรีสุดา ภรรยาคู่ชีวิต ได้เป็นประโยชน์แก่คนรุ่นหลังและวงการนักเขียนไทย

เวลาผ่านไปเกือบแปดปี บ้านไม้ที่เคยปิดเงียบก็กลับมามีชีวิตอีกครั้ง เมื่อสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทยปรับปรุงบ้านให้เป็น "พิพิธภัณฑ์บ้านนักเขียน ส. บุญเสนอ" และเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2552 ตรงกับวันครบรอบ 100 ปีชาตกาลของเสาว์ บุญเสนอ ด้วยความร่วมมือของหลายภาคส่วน ทั้งเงินบริจาคจากคุณหญิงสุรีพันธ์ มณีวัต การสนับสนุนวัสดุก่อสร้างจากมูลนิธิซิเมนต์ไทย และการปรับปรุงภูมิทัศน์จากสำนักงานเขตบางซื่อ
ภายในบ้านยังคงรักษาบรรยากาศเดิมไว้เกือบทั้งหมด ทั้งโต๊ะทำงาน เครื่องพิมพ์ดีด เก้าอี้ตัวโปรด หนังสือ เครื่องใช้ส่วนตัว ตลอดจนหุ่นของเสาว์ บุญเสนอ และคุณศรีสุดา ที่ช่วยให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสชีวิต ความรัก และผลงานของนักเขียนผู้ยิ่งใหญ่ ราวกับทั้งสองยังคงใช้ชีวิตอยู่ในบ้านหลังนี้

อย่างไรก็ตาม ตลอดระยะเวลากว่า 17 ปีที่ผ่านมา การใช้ประโยชน์จากพิพิธภัณฑ์ยังค่อนข้างจำกัด ขณะที่ผู้เข้าชมทั่วไปยังมีจำนวนไม่มาก เนื่องจากสถานที่ตั้งอยู่ในซอย การเดินทางยังไม่เป็นที่รู้จัก และการประชาสัมพันธ์ยังทำได้ไม่ต่อเนื่อง

สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทยเคยพยายามแสวงหาความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐเพื่อสนับสนุนการดูแลและพัฒนาพิพิธภัณฑ์ แต่ด้วยข้อจำกัดด้านระเบียบและเงื่อนไขหลายประการ ทำให้สมาคมยังคงต้องดูแลพื้นที่แห่งนี้ด้วยทรัพยากรของตนเองเป็นหลัก
ด้วยเหตุนี้ จึงเกิดแนวคิดโครงการ "เสาร์เสวนาสภากาแฟบ้านลุงเสาว์" ขึ้น โดยมีเป้าหมายสำคัญไม่ใช่เพียงการจัดกิจกรรมเสวนาเดือนละครั้ง แต่เพื่อทำให้พิพิธภัณฑ์บ้านนักเขียน ส. บุญเสนอ กลับมาเป็นพื้นที่ทางวัฒนธรรมที่มีชีวิต เป็นบ้านที่ผู้คนในวงการหนังสือและประชาชนทั่วไปสามารถเข้ามาพบปะ พูดคุย แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และสร้างสรรค์แรงบันดาลใจร่วมกันอย่างสม่ำเสมอ

โครงการนี้จึงเป็นการทดลองสร้าง "กิจกรรมประจำ" ให้เกิดขึ้นกับบ้านลุงเสาว์ เพื่อให้บ้านหลังนี้ทำหน้าที่ตามเจตนารมณ์ของผู้มอบบ้านได้อย่างสมบูรณ์ เป็นทั้งพิพิธภัณฑ์ แหล่งเรียนรู้ และพื้นที่พบปะของผู้คนในวงการหนังสือ

หงส์ขาวกับค้างคาวผู้เขียน: ฮิงาชิโนะ เคโงะผู้แปล: ดนูรัตน์ ทุ่งบูรพาสำนักพิมพ์ไดฟูกุ / จำนวน 410 หน้าพบศพชายถูกแทงท้องบน...
07/08/2026

หงส์ขาวกับค้างคาว
ผู้เขียน: ฮิงาชิโนะ เคโงะ
ผู้แปล: ดนูรัตน์ ทุ่งบูรพา
สำนักพิมพ์ไดฟูกุ / จำนวน 410 หน้า

พบศพชายถูกแทงท้องบนรถที่จอดทิ้งไว้ย่านไคกัง เขตมินาโตะ กรุงโตเกียว ผู้เสียชีวิตคือ ชิราอิชิ เค็นซุเกะ ทนายน้ำดีผู้ผดุงความยุติธรรม นายตํารวจโกะได รับหน้าที่สืบสวนคดี เดินทางไปสอบปากคํา คุรากิ ทัตสึโร ที่จังหวัดไอจิ ในฐานะผู้ต้องสงสัย ทีแรกคุรากิให้การปฏิเสธแต่แล้ววันหนึ่ง จู่ๆ เขากลับรับสารภาพว่าเป็นคนฆ่าชิราอิชิ และเป็นฆาตกร อีกศพหนึ่งที่จังหวัดไอจิเมื่อปี 1984 คําสารภาพนี้เชื่อมโยงสองคดีต่างกรรม ต่างวาระ และล่อลวงผู้คนให้เข้าสู่วังวนปริศนาครั้งใหม่!

คดีฆาตกรรมที่ฆาตกรยอมรับผิด รับเป็นฆาตกรตัวจริงของคดีเมื่อ 30 กว่าปีก่อน ซึ่งหมดอายุความไปแล้วด้วย แต่ทั้งลูกชายผู้ต้องหาและลูกสาวเหยื่อต่าง "คาใจ" กับคำสารภาพนั้น และพยายามค้นหาความจริง ... ที่ยิ่งสืบสาวไป ก็ยิ่ง "เอ๊ะ เอ๊ะ เอ๊ะ" และท้ายที่สุด นายตำรวจโกะได ก็เจอคนร้ายตัวจริงของคดีนี้ รวมไปถึงแรงจูงใจของฆาตกร ที่น่าเป็นกังวลใจ

แม้สุดท้ายแล้ว นิยายเฉลยความจริง ฆาตกรตัวจริง ไร้สิ่งค้างคาใจ แต่สิ่งทีน่ากังวลนั้นก็คือ ผู้ก่อเหตุอายุน้อยลงเรื่่อยๆ

ปล. รีวิวเดียวกันที่ #กลุ่มกองดองเธอนั้นอ่านมันเถอะ

นิตยสาร "ฉบับสุดท้าย"
04/08/2026

นิตยสาร "ฉบับสุดท้าย"

"ล้มหาย (แต่ไม่) ตายจาก"
เปิดไทม์ไลน์ 'ฉบับสุดท้าย' ของ 20 นิตยสารดังที่เงียบหาย และบอกลาแผงหนังสือไปแล้ว
เพราะวัฒนธรรมการรับสารไม่เคยล้มหายตายจากไปจากมนุษยชาติ เราทุกคนล้วนทำมันทุกวันผ่านหน้าจอสมาร์ตโฟน ไถดูวิดีโอบ้าง เปิดอ่านบทความบนโลกออนไลน์ หรือในเว็บไซต์บ้าง จริง ๆ สิ่งที่เราทำตั้งแต่เล็กจนโต ตั้งแต่รุ่นก่อนถึงรุ่นนี้แทบไม่ต่างกันเลย ต่างก็แค่เพียง 'Device' หรือ 'อุปกรณ์' ที่ใช้รับสารก็เท่านั้น
ในวัฒนธรรมการอ่านเอง ตอนนี้ที่ยังคงมีให้เราได้หยิบจับของใหม่อยู่เสมอคงจะเป็นหนังสือเล่ม แต่สำหรับรูปแบบหนังสือที่ขนาดใหญ่กว่า และออกบ่อยกว่า อย่าง 'นิตยสาร' กลับกลายเป็นวิธีการส่งสารที่ไม่ค่อยตอบโจทย์วัฒนธรรมยุคนี้ไปเสียแล้ว แต่เดิมนิตยสารออกกันรายสัปดาห์ รายปักษ์ (15 วัน) ไปจนถึงรายเดือน และนิตยสารเล่มเดียวกันก็มีจะมีวัฒนธรรมอันเฉพาะตัวด้วยวิถีแบบคอลัมน์ให้ได้เลือกอ่านเนื้อหาตามวิธี และกติกาที่แต่ละคอลัมน์กำหนดไว้ ซึ่งล้วนแล้วแต่นำเสนอตัวตน จุดยืน วิธีการทำงาน และความแตกต่างทางความคิดได้อย่างเฉียบคม และเป็นหนึ่งในรูปแบบของสื่อที่ได้รับความนิยมมากในยุคหนึ่ง
แต่จนถึงวันนี้ วัฒนธรรมดังกล่าวเสื่อมคลายลงไปมาก ผู้เล่นนิตยสารหัวเก๋าล้มหาย เลิกทำไปก็มาก จนถึงวันนี้อาจจะเหลือนิตยสารอยู่บนแผงไม่มากนัก แต่ถ้ากวาดตาดู ชื่อหัวนิตยสารที่คนรุ่นก่อนคุ้นเคยอาจจะไม่อยู่ให้อ่านเสียแล้ว
SUM UP ชวนย้อนวันวานกับ 20 นิตยสารเก่าที่น่าสนใจ ล้มหายไปจากแผงหนังสือ-ร้านหนังสือ แต่ไม่เคยตายไปจากหัวใจของแฟนนิตยสารเลยมาจนถึงวันนี้ มาดูกันว่านิตยสารแต่ละเล่มมีจุดเริ่มต้นอย่างไร ความน่าสนใจคืออะไร และลาจากแผงหนังสือไปเมื่อไหร่
🟣 พฤษภาคม 2559 - IMAGE ฉบับที่ 341 (รวม 29 ปี)
เริ่มกันที่ 'IMAGE' นิตยสารแฟชั่นรายเดือนสัญชาติไทย เน้นนำเสนอภาพถ่ายที่แตกต่างและแหวกแนวจากนิตยสารแฟชั่นสมัยนั้น ก่อตั้งโดย คำรณ ปราโมช ณ อยุธยา วางแผงฉบับที่ 1 ในเดือนมกราคม 2531 โดดเด่นด้วยการพานางแบบไปถ่ายภาพแฟชั่นที่ต่างประเทศเสมอ ๆ ทำให้ในช่วงพีค ๆ IMAGE ถือเป็นนิตยสารแฟชั่นอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย
แต่ในช่วงขาลง บริษัทขาดทุนหลายล้านบาท และเริ่มมีการวางแผนยุติการพิมพ์ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2559 แต่สำหรับฉบับสุดท้าย เผยแพร่เมื่อเดือนพฤษภาคม 2559 หรือในอีก 2 เดือนถัดมา ในฉบับที่ 341 นางแบบบนหน้าปกคือ 'แคท-แคทรียา อิงลิช' ซึ่งแต่เดิมถูกวางไว้เป็นปกของ 'ชมพู่-อารยา เอ ฮาร์เก็ต'
🟣 ตุลาคม 2559 - I Like ฉบับที่ 325 (รวม 15 ปี)
ช่วงปี 2000 โทรทัศน์และหนังสือคือความบันเทิงที่ได้รับความนิยม และนิตยสาร 'I Like' ก็ถือกำเนิดได้ถูกที่ถูกเวลาเป็นอย่างมาก ในเดือนพฤษภาคม 2544 ภายใต้การดูแลของศรีสยามการพิมพ์ แต่แรกตั้งใจออกเป็นรายเดือน แต่ต่อมาเปลี่ยนเป็นรายปักษ์ ความโดดเด่นคือการเป็นนิตยสารวาไรตี้ที่เอาใจเด็ก ป.ต้น ถึงมหา'ลัย ที่มีทั้งคอลัมน์ดูดวง เกมทายใจ บันไดงู เรื่องผี เรื่องน่ารัก ๆ เคล็ดลับน่าสนใจต่าง ๆ จนเด็กสาวต่างเฝ้ารอทุกครั้งเมื่อเล่มใหม่วางแผง
ก่อนที่เทคโนโลยี และสื่อออนไลน์จะกลืนกินความนิยมและเทรนด์เอาไว้อยู่หมัด I Like ฉบับสุดท้ายจึงวางแผงช่วงเดือนตุลาคม 2559 ในฉบับที่ 325 และทิ้งทวนด้วยเนื้อหาการทำนายดวงของปี 2560 เป็นอันปิดตำนานนิตยสารแห่งวัยเยาว์ของชาว Gen Y และ Gen Z ในท้ายที่สุด
🟣 ตุลาคม 2559 - C-Kids Express ฉบับที่ 1135 (รวม 22 ปี)
การ์ตูนญี่ปุ่นคือหนึ่งในสิ่งที่หล่อหลอมชีวิตเด็กไทยวันนชั้นมาสู่ผู้ใหญ่ในวันนี้ ไม่เพียงแต่รายการโทรทัศน์ตอนเช้า หรือวันหยุดเท่านั้น ยังมีนิตยสารรายสัปดาห์ที่ชื่อ 'C-Kids' หรือ 'C-Kids Express' เป็นจุดเริ่มต้นความชอบการ์ตูนญี่ปุ่นของใครหลายคนเช่นกัน นิตยสารเล่มนี้วางแผงฉบับที่ 1 เมื่อเดือนสิงหาคม 2537 โดยสำนักพิมพ์สยามอินเตอร์คอมิกส์ ในเครือสยามกีฬา ด้านในมีการ์ตูนญี่ปุ่นหลาย ๆ เรื่องสอดแทรกอยู่ ซึ่งนำมาจากนิตยสารโชเน็งจัมป์รายสัปดาห์ ของสำนักพิมพ์ชูเอฉะ จากประเทศญี่ปุ่น
การ์ตูนญี่ปุ่น และการ์ตูนไทยรวมกว่า 60-70 เรื่อง ถูกตีพิมพ์อย่างต่อเนื่อง และมีแฟน ๆ ติดตามอย่างเหนียวแน่น แต่สุดท้ายก็พ่ายแพ้ให้กับรูปแบบการนำเสนอของโซเชียลมีเดีย โลกออนไลน์ และเว็บการ์ตูนเถื่อนที่แข็งแรงกว่า (อย่างไม่น่าให้อภัย) และตีพิมพ์ฉบับที่ 1135 ในเดือนตุลาคม 2559 เป็นฉบับสุดท้าย พร้อมพาดหัวบนปกว่า "22 ปีแห่งความมันส์ เสียงหัวเราะ และคราบน้ำตา"
🟣 ตุลาคม 2559 - สกุลไทย ฉบับที่ 3237 (รวม 62 ปี)
ในหมวดหมู่นิตยสารสำหรับผู้หญิง 'สกุลไทย' คงเป็นหนึ่งในหัวหอกของวงการยุคหนึ่งเลยก็ว่าได้ นิตยสารรายสัปดาห์เล่มนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2497 โดยมี ประยูร ส่งเสริมสวัสดิ์ เป็นเจ้าของและผู้จัดการ กับ ลมูล อติพยัคฆ์ เป็นบรรณาธิการผู้พิมพ์ผู้โฆษณา มีจุดเด่นคือการนำเสนอไลฟ์สไตล์ผู้หญิงอย่างรอบด้าน ทั้งนวนิยาย สารคดี และคอลัมน์ปกิณกะอื่น ๆ อีกทั้งบนหน้าปกจะมีนางแบบ หรือนักแสดงหญิงมาขึ้นปก ในชุดที่สง่างามอยู่เสมอจนเป็นภาพจำ
ก่อนที่ในอีก 62 ปีถัดมา นิตยสารสกุลไทยตีพิมพ์ฉบับสุดท้ายเมื่อช่วงปลายเดือนตุลาคม 2559 โดยแต่เดิมเป็นปกของ 'มิว-นิษฐา จิรยั่งยืน' แต่ด้วยเหตุการณ์เสด็จสวรรคตของในหลวงรัชกาลที่ 9 จึงมีการเปลี่ยนภาพปกเป็นภาพพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร แทน และซ้อนปกของนักแสดงสาวไว้ด้านใน รวมถึงมีเนื้อหาส่วนของการถวายความอาลัยจากศิลปินแห่งชาติ และส่วนของการรวบรวมตำนาน 62 ปีของนิตยสารเอาไว้อีกด้วย
🟣 มิถุนายน 2560 - Go Genius ฉบับที่ 146 (รวม 25 ปี)
อีกหนึ่งนิตยสารอ่านสนุก ได้ความรู้สำหรับเด็ก ๆ ที่เชื่อว่าหลายคนน่าจะเคยยืนอ่านในห้องสมุดโรงเรียนกันมาบ้าง อย่าง 'Go Genius' นิตยสารวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กของเครือนานมีบุ๊คส์ ตีพิมพ์ฉบับที่ 1 เมื่อเดือนธันวาคม 2535 โดยแต่เดิมมีขนาดใหญ่ ก่อนจะมีการพัฒนารูปเล่ม ปรับเนื้อหา เพิ่มความโดดเด่นของหน้าปก รวมถึงมีการซื้อลิขสิทธิ์เนื้อหาจากนิตยสารวิทยาศาสตร์ของฝรั่งเศสเพื่อเพิ่มความน่าสนใจของเนื้อหาในช่วง 10 ปีให้หลัง
ก่อนที่ช่วงเดือนมิถุนายน 2560 'สุวดี จงสถิตย์วัฒนา' ประธาน บริษัท นานมีบุ๊คส์ จำกัด เผยแพร่ประกาศชื่อ "วันหนึ่งก็ถึงวันอำลา" เพื่อบอกกับแฟน ๆ ผู้อ่านว่านิตยสาร Go Genius จะตีพิมพ์ฉบับที่ 146 ในเดือนดังกล่าวเป็นฉบับสุดท้าย พร้อมเล่าว่า ความตั้งใจในการทำนิตยสารสำหรับเด็กนั้นไม่ง่าย เพราะต้องออกทุกเดือน เนื้อหาต้องแน่น เพื่อเพิ่มพูนความรู้ให้กับเด็กไทย และต้องราคาไม่แพง แต่ซ้ำร้ายคือไม่มีโฆษณาลงเลย ทำให้ประสบปัญหาขาดทุนมาโดยตลอด จนสุดท้ายต้องถึงวันอำลาของนิตยสารเล่มนี้ไปในเดือนนั้น
🟣 กรกฎาคม 2560 - ครัว ฉบับที่ 277 (รวม 24 ปี)
เพราะอาหารคือชีวิต นิตยสาร 'ครัว' ภายใต้สำนักพิมพ์แสงแดดจึงเกิดขึ้น โดย นิดดา หงษ์วิวัฒน์ และ ศ.ดร.ทวีทอง หงษ์วิวัฒน์ สองสามีภรรยาที่ตั้งใจบันทึกวัฒนธรรมของอาหารการกินในบ้านเราด้วยสิ่งพิมพ์ ตีพิมพ์ฉบับที่ 1 ในเดือนมกราคม 2537 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ตำราอาหารสมัยใหม่กำลังเริ่มต้น หลังจากก่อนหน้านั้น หนังสือตำราอาหารจะมาจากในรั้วในวังเป็นหลัก โดยนิตยสารเล่มนี้โดดเด่นด้วยข้อมูลปฐมภูมิที่ลงพื้นที่สำรวจเองจนกลายเป็นแหล่งอ้างอิงข้อมูลด้านอาหารที่น่าเชื่อถืออย่างยาวนาน
และแน่นอนว่าเมื่ออินเทอร์เน็ตมาถึง เรื่องเหล่านี้ไม่ได้ยากเกินไปที่จะหาในโลกข้อมูลดิจิทัล ทำให้สุดท้ายแม้จะพยายามปรับตัวก่อนปิดตัวกว่า 1 ปี แต่ก็ต้านทานกระแสสังคม และปรากฏการณ์การปิดตัวของนิตยสารไม่ไหว นิคยสารครัวฉบับสุดท้ายจึงตีพิมพ์ในเดือนกรกฎาคม 2560 ในฉบับที่ 277 และส่งต่อวิธีคิดสู่ผู้บริหารรุ่นลูก ได้แก่ น่าน หงษ์วิวัฒน์, วรรณแวว หงษ์วิวัฒน์ และ แวววรรณ หงษ์วิวัฒน์ เพื่อส่งต่อ 'ครัว' สู่สื่ออนไลน์ 'KRUA.CO' อย่างเต็มตัวมาจนถึงวันนี้ ส่วนรุ่นพ่อแม่ก็เปลี่่ยนตำแหน่งไปเป็น online content creator แทน
🟣 กันยายน 2560 - FHM ฉบับที่ 169 (รวม 14 ปี)
เดิม 'FHM' (ย่อมาจาก For Him Magazine) เป็นนิตยสารรายเดือนสัญชาติอังกฤษ ที่เริ่มต้นขึ้นในปี 2528 ก่อนที่ บริษัท อินสไพร์ เอนเตอร์เทนเมนท์ จำกัด จะนำลิขสิทธิ์มาผลิตในประเทศไทย โดย 'FHM Thailand' ตีพิมพ์ฉบับแรกในเดือนพฤษภาคม 2546 มี 3 นางแบบจากต่างประเทศขึ้นปก โดดเด่นด้วยการนำเสนอไลฟ์สไตล์สำหรับผู้ชาย พร้อมกับการดึงดูดด้วยภาพนางแบบสุดเซ็กซี่บนหน้าปก รวมถึงครั้งหนึ่งเคยได้รับการสำรวจจาก บริษัท ซีเอ็ดยูเคชั่น จำกัด (มหาชน) ว่าเป็นนิตยสารวาไรตี้สำหรับผู้ชายอันดับที่ 1 เมื่อปี 2547
แต่ด้วยความเป็นขาลงของโลกนิตยสาร ทำให้ FHM Thailand ตีพิมพ์ฉบับสุดท้ายเมื่อเดือนกันยายน 2560 เป็นฉบับที่ 169 และโบกมือลาจากแผงหนังสือในบ้านเราไปอย่างเงียบ ๆ โดยทางด้าน page ยังมีการเคลื่อนไหวจนถึงประมาณปลายปี 2564 และที่น่าสนใจก็คือ นิตยสาร FHM เวอร์ชันต้นฉบับในอังกฤษ ปิดตัวไปก่อนฉบับภาษาไทยด้วยซ้ำไป คือในเดือนธันวาคม 2558 หรือพูดง่าย ๆ ว่าของไทยปิดตัวหลังต้นฉบับไป 2 ปีเลยทีเดียว
🟣 ธันวาคม 2560 - ขวัญเรือน ฉบับที่ 1102 (รวม 49 ปี)
อีกหนึ่งนิตยสารแฟชั่นสำหรับผู้หญิงในตำนาน 'ขวัญเรือน' เป็นนิตยสารรายปักษ์ ในเครือศรีสยามการพิมพ์ เช่นเดียวกับ I Like ตีพิมพ์ฉบับที่ 1 ในเดือนธันวาคม 2511 เนื้อหาภายในเล่มมีทั้งสาระและบันเทิง ครอบคลุมทั้งเรื่องความสวยความงาม การท่องเที่ยว ศิลปะ อาหาร งานฝีมือ และเกม และในแต่ละฉบับก็จะมีหน้าปกที่โดดเด่น ตั้งแต่รูปของพระราชวงศ์ นักแสดง ไปจนถึงศิลปิน
ก่อนที่ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2560 ทางนิตยสารขวัญเรือนจะส่งจดหมายไปยังสมาชิกนิตยสาร ใจความว่า ด้วยภาวะเศรษฐกิจฝืดเคือง และการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคตามยุคสมัย ทำให้ส่งผลต่อยอดจำหน่ายและการขายโฆษณาที่น้อยลง ทำให้ที่ผ่านมามีการลดจำนวนการพิมพ์มาโดยตลอด แต่ก็ไม่เป็นผล จึงขอยุติการจัดทำนิตยสาร และจัดพิมพ์ฉบับที่ 1102 หรือฉบับเดือนธันวาคม 2560 เป็นฉบับสุดท้าย พร้อมขอบคุณสมาชิกทุกคนที่ติดตามนิตยสารตลอดระยะเวลาการจัดพิมพ์
🟣 ธันวาคม 2560 - คู่สร้างคู่สม ฉบับที่ 1005 (รวม 37 ปี)
นี่น่าจะเป็นหนึ่งในนิตยสารที่ในวันเลิกรา มีผู้คนโหยหาและใจหายกับการสิ้นสุดเป็นจำนวนมาก 'คู่สร้างคู่สม' เป็นนิตยสารรายสัปดาห์ของ ดำรง พุฒตาล ต่อยอดจากรายการโทรทัศน์ในชี่อเดียวกัน ที่ออกอากาศครั้งแรกในปี 2519 ส่วนนิตยสารนั้นเริ่มวางจำหน่ายฉบับที่ 1 ในเดือนมกราคม 2523 และสร้างปรากฏการณ์ขายได้ 1 แสนเล่ม จนต้องพิมพ์ซ้ำ 3 ครั้ง แบบที่นิตยสารเล่มอื่นอาจไม่เคยทำมาก่อน เนื้อหาภาพรวมเต็มไปด้วยสาระบันเทิงที่เข้าถึงผู้อ่านทุกวัย และโดดเด่นด้วยคอลัมน์พาเที่ยวต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นเจ้าแรก ๆ ที่บุกตลาดเนื้อหาแนวนี้ จนครั้งหนึ่งเคยมียอดขายเกือบครึ่งล้านเล่มต่อสัปดาห์
จากนั้นในวันที่ 16 ธันวาคม 2560 ดำรงได้ออกรายการ มองรอบด้าน สุดสัปดาห์ ทางสถานีโทรทัศน์ทีเอ็นเอ็น 24 และเปิดเผยว่านิตยสาร คู่สร้างคู่สม ฉบับที่ 1005 ในเดือนดังกล่าว จะเป็นฉบับสุดท้ายที่จะจัดพิมพ์ เนื่องจากเหตุผลหลายประการ ทั้งการถูกก๊อบปี้คอลัมน์ดูดวงไปเผยแพร่ต่อบนโลกออนไลน์ คอลัมน์ตอบจดหมายมีคนส่งเข้ามาน้อยลง ยอดขายลดลง หรือผลกระทบต่อองคาพยพในการทำงาน และการที่แผงหนังสือริมทางปิดตัว ดำรงในวัย 70 ปี จึงขอวางมือในเวลานั้น ดีกว่าปล่อยให้เสียหายไปมากกว่านี้ในอนาคต แม้บริษัทจะยังไม่ได้ขาดทุนก็ตามที
🟣 ธันวาคม 2560 - ดิฉัน ฉบับที่ 950 (รวม 42 ปี)
อีกหนึ่งนิตยสารสำหรับผู้หญิงที่ได้รับความนิยมในช่วงนิตยสารรุ่งเรือง 'ดิฉัน' เป็นนิตยสารสาระบันเทิงรายปักษ์สำหรับผู้หญิง ที่ตีพิมพ์ฉบับที่ 1 ราวเดือนมิถุนายน 2518 โดยมี ณัฐินี วีรานุวัติ เป็นผู้ก่อตั้ง แต่พิมพ์ได้ไม่กี่ฉบับก็ปิดตัวลงด้วยภาวะขาดทุน ก่อนที่ บริษัท แอ้ดวานซ์ มีเดีย จำกัด ภายใต้การบริหารของ สนธิ ลิ้มทองกุล จะมาซื้อหัวนิตยสารไปทำต่อ เนื่องจากมีความคิดทำนิตยสารสำหรับผู้หญิงหัวสมัยใหม่ ทำให้นิตยสารดิฉันกลับมาวางแผงอีกครั้งในเดือนกุมภาพันธ์ 2520
จนกระทั่งช่วงปลายปี 2560 มีรายงานข่าวเกี่ยวกับการปิดตัวนิตยสารเกิดขึ้น โดยที่ทีมงานในกองบรรณาธิการหนังสือดังกล่าวก็เพิ่งทราบเรื่องช่วง 1-2 วันก่อนหน้าการปิดตัวเท่านั้น ซึ่งฉบับสุดท้ายของนิตยสารดิฉัน คือฉบับที่ 950 ประจำเดือนธันวาคม 2560 ที่มีหน้าปกเป็นรูปนักแสดง 'เวียร์-ศุกลวัฒน์ คณารศ' และ 'เบลล่า-ราณี แคมเปน' ถ่ายคู่กัน
🟣 มกราคม 2561 - Zenshu ฉบับที่ 122 (รวม 10 ปี)
อีกหนึ่งนิตยสารการ์ตูนญี่ปุ่นที่ชาว Gen Z คุ้นเคยกันดี อย่าง 'Zenshu' (เซ็นชู) นิตยสารเกี่ยวกับการ์ตูนอนิเมชั่นรายเดือน ที่รวบรวมความเคลื่อนไหวในแวดวงการ์ตูนทั้งในไทยและต่างประเทศ จากทุกค่ายมาไว้ในเล่มเดียว ของ บริษัท เซนชู พับลิชชิ่ง จำกัด ตีพิมพ์ฉบับที่ 1 เมื่อเดือนธันวาคม 2550 โดยในแต่ละเล่มมีความโดดเด่นบนปก จากความยุบยับของการแทรกภาพตัวการ์ตูนจากเรื่องต่าง ๆ จำนวนมากเอาไว้ที่หน้าปก รวมถึงยังมีสกู๊ปน่าสนใจจากวงการการ์ตูนภายในเล่ม และการแถมโปสเตอร์ตัวละครที่หลายคนชื่นชอบเป็นอย่างมาก
หลังจากยืนระยะมากว่า 10 ปี ท่ามกลางการล้มเลิกการตีพิมพ์ของนิตยสารร่วมวงการเล่มอื่น ๆ ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน จากการมาถึงของโลกออนไลน์ ที่ทำให้รายได้หลักอย่างโฆษณาโยกย้ายงบประมาณไปลงกับสื่อออนไลน์ที่เห็นผลเร็วกว่า ทำให้ Zenshu ตัดสินใจวางแผงฉบับสุดท้ายในเดือนมกราคม 2561 ในฉบับที่ 122 พร้อมมีคอลัมน์พิเศษในชื่อ "กว่า 10 ปี บนเส้นทางการเดินทางอันแสนยาวนานของนิตยสารเซนชูแมกกาซีน" ซึ่งบันทึกเรื่องราวตั้งแต่วันแรก จนถึงวันวางแผงฉบับสุดท้ายของนิตยสารเอาไว้ และตัวสำนักพิมพ์เองก็ยังไม่ได้ปิดตัว แต่ยังคงตีพิมพ์หนังสือคอมมิค และไลท์โนเวลเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน ในนามของ Zenshu Comics
🟣 มิถุนายน 2561 - Secret ฉบับที่ 234 (รวม 10 ปี)
สำหรับใครที่เติบโตมากับบ้านที่ผู้ใหญ่มักซื้อนิตยสารมาอ่านอยู่บ่อย ๆ น่าจะเคยเห็นนิตยสาร 'Secret' กันมาบ้างไม่มากก็น้อย เพราะนี่คือนิตยสารรายปักษ์แนวสุขภาพใจและธรรมะ ที่เน้นนำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับการให้แง่คิด การให้แนวทางปฏิบัติ เพื่อนําไปสู่การดําเนินชีวิตอย่างมีความสุข ตีพิมพ์ฉบับปฐมฤกษ์ในเดือนกรกฎาคม 2551 โดยใช้คำจำกัดความบนหน้าปกว่าเป็นหนังสือที่จะให้ "เคล็ดลับสู่ความสุขและความสำเร็จ" ในชีวิตของผู้อ่าน โดยแต่ละเล่มจะนำศิลปิน นักแสดง หรือผู้คนที่มีชื่อเสียงมามอบเคล็ดลับชีวิตเหล่านี้สู่ผู้อ่านอยู่เสมอ
ต่อมาเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2561 ทางบริษัท อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) ได้ส่งหนังสือแจ้งสมาชิกนิตยสารว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงการนำเสนอจากรูปแบบสื่อสิ่งพิมพ์สู่สื่อออนไลน์เต็มตัว เพื่อให้สอดรับการพฤติกรรมความต้องการของกลุ่มผู้รับสื่อในช่วงเวลานั้น และจะวางแผงฉบับสุดท้ายในเดือนมิถุนายน 2561 ซึ่งตรงกับฉบับที่ 234 ในท้ายที่สุด
🟣 มีนาคม 2562 - Hamburger ฉบับที่ 179 (รวม 17 ปี)
สำหรับแฟน ๆ ที่ติดตามสื่อบันเทิงสมัยใหม่รอบด้านในช่วง 10 กว่าปีก่อน น่าจะเคยเห็นนิตยสาร 'Hamburger' กันมาบ้าง เพราะนิตยสารรายปักษ์หัวนี้เน้นนำเสนอความเคลื่อนไหวในแวดวงบันเทิงไทย ทั้งภาพยนตร์ ดนตรี และโทรทัศน์ ตีพิมพ์ฉบับแรกช่วงเดือนสิงหาคม 2545 โดยมีผู้ก่อตั้งคือ วงศ์ทนง ชัยณรงค์สิงห์ เจ้าของบริษัท เดย์ โพเอทส์ จำกัด ที่ครั้งหนึ่งเคยมีการมอบรางวัล Hamburger Awards เพื่อให้กำลังใจแก่ผู้สร้างสรรค์ผลงาน เป็นกระจกสะท้อนภาพรวม และยกระดับมาตรฐานของวงการบันเทิงไทยอีกด้วย
ต่อมาในปี 2558 ได้ปรับจากนิตยสารรายปักษ์ เป็นฟรีก๊อบปี้ แจกตามสถานีบีทีเอสและร้านค้าต่าง ๆ รวมถึงมีการเปิดรับสมาชิกรายปี ซึ่งในช่วงเดือนมีนาคม 2562 ได้มีการส่งอีเมลแจ้งสมาชิกรายปีว่าจะมีการจัดพิมพ์นิตยสาร Hamburger ฉบับสุดท้าย ในเดือนนั้น เป็นฉบับที่ 179 ก่อนจะหยุดการผลิตในท้ายที่สุด พร้อมคืนเงินค่าสมาชิก และเปลี่ยนแปลงเนื้อหาไปเป็นคอนเทนต์บนโลกออนไลน์แทนในเวลาต่อมา
🟣 สิงหาคม 2562 - แม่บ้าน ฉบับที่ 602 (รวม 42 ปี)
อีกหนึ่งนิตยสารด้านอาหารการกินที่อยู่คู่บ้านคู่เมืองมาอย่างยาวนาน 'แม่บ้าน' เป็นนิตยสารของสำนักพิมพ์แม่บ้าน ที่ตีพิมพ์ฉบับที่ 1 ในเดือนตุลาคม 2520 นำเสนอเนื้อหาที่เชื่อมโยงกับชีวิตผู้หญิงตามขนบธรรมเนียมและค่านิยมในสมัยนั้นอย่างรอบด้าน ทั้งความเป็นแม่บ้านแม่เรือน การเย็บปักถักร้อย รวมถึงเรื่องอื่น ๆ สำหรับผู้หญิงวัยที่มีครอบครัวในสังคมไทย
ช่วงเวลาต่อมา หลังการยืนระยะในสื่อสิ่งพิมพ์มากว่า 42 ปี นิตยสารแม่บ้านตีพิมพ์ฉบับสุดท้ายในเดือนสิงหาคม 2562 เป็นฉบับที่ 602 และผันตัวเองจากสื่อสิ่งพิมพ์สู่สื่อออนไลน์เต็มตัว โดยมีวัตถุดิบทางความคิดเป็นสูตรอาหาร และความเจนเวทีในสื่อสิ่งพิมพ์ตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาเป็นต้นทุนในการก้าวเข้าสู่โลกออนไลน์ได้อย่างแข็งแรงนับแต่นั้นเป็นต้นมา
🟣 ธันวาคม 2562 - สุดสัปดาห์ ฉบับที่ 858 (รวม 36 ปี)
'สุดสัปดาห์' หรือชื่อเดิมว่า 'แพรวสุดสัปดาห์' คือผู้เล่นคนสำคัญคนหนึ่งในสนามสื่อสิ่งพิมพ์สำหรับผู้หญิงในช่วงนิตยสารรุ่งเรือง โดยเป็นนิตยสารรายปักษ์ของ บริษัท อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) ก่อตั้งโดย ชูเกียรติ อุทกะพันธุ์ วางตลาดเป็นฉบับปฐมฤกษ์ ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2526 โดยตั้งใจเป็นนิตยสารที่จับกลุ่มผู้อ่านคนรุ่นใหม่ ผ่านการมอบสาระและบันเทิงเรื่องต่าง ๆ อย่างรอบด้าน
โดยในนิตยสารสุดสัปดาห์ที่ตีพิมพ์ในเดือนธันวาคม 2562 เป็นฉบับที่ 858 มีบทบรรณาธิการที่บอกกล่าวกับสมาชิกนิตยสารและผู้อ่านทุกคนว่า นิตยสารฉบับดังกล่าวที่ผู้อ่านถือจะเป็นฉบับสุดท้าย ซึ่งแม้จะเป็นการบอกลาแผงหนังสือไป แต่ทางสุดสัปดาห์จะยังคงทำงานต่อไปผ่านการโยกย้ายจากสื่อสิ่งพิมพ์ไปสู่สื่อออนไลน์เต็มตัว ซึ่งฉบับสุดท้ายนี้มีกลุ่มศิลปินอย่าง BNK48 ขึ้นปกเป็นฉบับอำลานั่นเอง
🟣 มกราคม 2563 - Bioscope ฉบับที่ 193 (รวม 20 ปี)
นี่คืออีกหนึ่งนิตยสารที่ในวันบอกกล่าวว่าเลิกตีพิมพ์ มีผู้คนคิดถึงเป็นอย่างมากเลยทีเดียว 'Bioscope' คือนิตยสารรายเดือนเกี่ยวกับวงการภาพยนตร์ทั้งในและนอกกระแส มีผู้ก่อตั้งคือ สุภาพ หริมเทพาธิป จากนิตยสารหนังและวิดีโอ และ Film View และ ธิดา ผลิตผลการพิมพ์ จากนิตยสาร Cinemag ตีพิมพ์ครั้งแรกในรูปแบบหนังสือทำมือบ้าน ๆ ผ่านการถ่ายเอกสาร และเย็บแม็กกระดาษอย่างง่าย ๆ ในปี 2543 ก่อนจะตีพิมพ์เป็นเล่มใหญ่จริงจังครั้งแรกในเดือนตุลาคม 2545
ก่อนที่ในช่วงเวลาต่อมา นิตยสาร Bioscope จะวางแผงฉบับสุดท้ายในเดือนมกราคม 2563 ในฉบับที่ 193 มีเนื้อหาหลักคือการครบรอบ 40 ปี ภาพยนตร์ Star Wars และดูเหมือนจะไม่มีการบอกกล่าวอย่างเป็นทางการในช่วงเวลานั้นว่ามีการเลิกตีพิมพ์นิตยสารเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จนกระทั่งในวันที่ 18 ตุลาคม 2565 ทางเพจของนิตยสารจะประกาศแจ้งว่า "เรียนลูกค้าทุกท่าน​ ที่เคยอุดหนุนหนังสือ​ ทาง​สนพ.​ ขอเรียนแจ้งให้ทราบว่าตอนนี้ทาง​ สนพ.​ ได้ปิดตัวลงอย่างเป็นทางการ​ในทุกหัวหนังสือค่ะ ทาง​สนพ.​ ขอขอบพระคุณลูกค้าทุกท่านที่เคยอุดหนุนงานจาก​สนพ.​ มา​ ณ​ โอกาสนี้ด้วยนะคะ" ซึ่งถือเป็นการประกาศปิดตัวของ Bioscope อย่างเป็นทางการ
🟣 ตุลาคม 2565 - a day ฉบับที่ 251 (รวม 23 ปี)
หากจะบอกว่าใครคือหัวหอกของนิตยสารไทยสำหรับคนรุ่นใหม่ เชื่อเลยว่า 'a day' น่าจะเป็นชื่อแรก ๆ ที่หลายคนนึกถึง นิตยสารรายเดือนฉบับนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกในเดือนกันยายน 2543 โดย บริษัท เดย์ โพเอทส์ จำกัด มีผู้ก่อตั้งคือ วงศ์ทนง ชัยณรงค์สิงห์, นิติพัฒน์ สุขสวย และ ภาสกร ประมูลวงศ์ ซึ่งมีจุดกำเนิดโดยการระดมทุนจากผู้อ่าน และนำเสนอสาระความรู้ด้วยวิธีการที่สร้างสรรค์และไม่เหมือนใคร รวมถึงยังต่อยอดไปสู่อีเวนต์ กิจกรรม และโครงการน่าสนใจมากมายที่ส่งผลต่อช่วงชีวิตวัยรุ่นของผู้คนวัยทำงานในยุคนี้ ณ ช่วงเวลานั้นเป็นอย่างมาก
ก่อนที่ในช่วงปี 2560 จะมีข่าวเกี่ยวกับเรื่องหุ้นบริษัทที่ถูกครหา จนบรรดาผู้ก่อตั้ง และทีมงานรุ่นบุกเบิกจำนวนมากลาออก ทำให้ทิศทางการทำงานเปลี่ยนไป โดยเฉพาะในปี 2564 ที่มีการเปลี่ยนความถี่จากนิตยสารรายเดือน เป็นราย 2 เดือน ทำให้ในปีนั้นมีการตีพิมพ์เพียง 6 ฉบับ จากเดิมที่เคยตีพิมพ์ปีละ 12 ฉบับ และวางจำหน่ายฉบับสุดท้ายเป็นฉบับที่ 251 ช่วงเดือนตุลาคม 2565 ในหัวข้อหลักเกี่ยวกับแพลตฟอร์มสตรีมมิง Netflix และลุยทำสื่อออนไลน์อย่างเต็มตัวนับแต่นั้นมา
🟣 เมษายน 2566 - ทีวีพูล ฉบับที่ 1488 (รวม 32 ปี)
ใครที่เคยเข้าร้านเสริมสวยบ่อย ๆ น่าจะห้ามตัวเองไม่ให้หยิบนิตยสารปกสีสันสดใสของ 'ทีวีพูล' ได้แน่ ๆ เพราะนี่คือนิตยสารรายสัปดาห์ที่นำเสนอข่าวสารของผู้คนในวงการบันเทิงในโทรทัศน์ไทยอย่างรอบด้าน ตีพิมพ์ฉบับแรกในวันที่ 4 มิถุนายน 2533 โดยบริษัท ทีวีพูล พับลิชชิ่ง จำกัด ที่มีเจ้าของอย่าง พันธุ์ทิพา ศกุณต์ไชย หรือ ติ๋ม ทีวีพูล
ในช่วงขาขึ้นถือเป็นนิตยสารบันเทิงที่มียอดขายและผู้อ่านสูงที่สุดฉบับหนึ่งของบ้านเรา โดยถ้ารวมนิตยสารในเครืออย่าง สไปซี และสตาร์นิวส์ มีข้อมูลระบุว่ายอดขายรายสัปดาห์ของทั้ง 3 หัว รวมกันกว่า 2.5 แสนฉบับเลยทีเดียว อีกทั้งยังมีการต่อยอดสู่รายการโทรทัศน์อีกด้วย
จนกระทั่งช่วงปี 2566 ภายหลังจากการวางแผงนิตยสารทีวีพูล ฉบับที่ 1488 ในเดือนเมษายนของปีนั้น ก็ไม่ปรากฏข้อมูลว่ามีการตีพิมพ์นิตยสารดังกล่าวเป็นฉบับต่อมา โดยสำหรับหน้าปกฉบับสุดท้าย มี 'เฌอปราง อารีย์กุล' ไอดอลสาวจาก BNK48 เป็นนางแบบบนปกดังกล่าว
🟣 กันยายน 2567 - ต่วย'ตูน ฉบับที่ 637 (รวม 54 ปี)
อีกหนึ่งนิตยสารที่ประกาศปิดตัวไปแล้วก็มีคนพูดถึงเป็นอย่างมาก สำหรับ 'ต่วย'ตูน' นิตยสารขนาดกะทัดรัดรายเดือน ที่มีนิยามว่าเป็น "หรรษา สารคดี" หรือสารคดีที่เน้นเรื่องสนุก อ่านแล้วเหมือนเพื่อนกำลังเล่าเรื่องให้เพื่อนฟัง เหมือนกำลังคุยกับเพื่อนในวงเหล้า มีแต่เรื่องฮา เรื่องสนุกสนาน แล้วก็มีภาพประกอบเป็นการ์ตูน วางแผงครั้งแรกเมื่อเดือนกันยายน 2514 โดยมีหัวหอกคือ วาทิน ปิ่นเฉลียว ต่อมามีการออกนิตยสารเกี่ยวกับเกร็ดประวัติศาสตร์ เรื่องน่ารู้ เรื่องลึกลับ เรื่องแปลกและเรื่องผี ในชื่อ 'ต่วย'ตูน พิเศษ' โดยตีพิมพ์เล่มแรกในเดือนมีนาคม 2517
สำหรับฉบับสุดท้ายที่ ต่วย'ตูน ตีพิมพ์ คือฉบับประจำเดือนกันยายน 2567 ตรงกับฉบับที่ 1 ปีที่ 54 หรือฉบับที่ 637 นั่นเอง ซึ่ง ต่วย'ตูน พิเศษ ก็ตีพิมพ์ฉบับสุดท้ายในเดือนดังกล่าวเช่นกันเดียวกัน โดยได้มีการประกาศอย่างเป็นทางการใน page ต่วย'ตูน พิเศษ ว่าการเลิกราครั้งนี้ มาจากภาวะทางเศรษฐกิจ และปัจจัยหลายประการที่ส่งผลกระทบต่อสำนักพิมพ์เรื่อยมา และช่วงเวลาดังกล่าวก็น่าจะเหมาะสมแก่การหยุดพักและอำลานิยสารขนาดกะทัดรัดทั้งสองฉบับในเวลาเดียวกันนั่นเอง
🟣 เมษายน 2569 - หมอชาวบ้าน ฉบับที่ 564 (รวม 47 ปี)
สำหรับนิตยสารในตำนานอีกเล่มที่เราสืบค้นข้อมูลพบว่ามีการเลิกผลิตอย่างเป็นทางการ คือ 'หมอชาวบ้าน' นิตยสารเกี่ยวกับสุขภาพ ที่ตั้งใจทำขึ้นเพื่อให้ทุกคนดูแลสุขภาพของตัวเอง ตีพิมพ์ฉบับแรกในเดือนพฤษภาคม 2522 โดยคณะผู้ก่อตั้ง อย่าง ศ.นพ.ประเวศ วะสี, ศ.นพ.สันต์ หัตถีรัตน์, ศ.นพ.เสม พริ้งพวงแก้ว และอีกหลายๆ ท่าน โดยมุ่งเน้นนำเสนอความรู้และทักษะในการดูแลตัวเองให้ห่างไกลจากอาการเจ็บป่วย และส่งเสริมสุขภาวะทางร่างกายและจิตใจในทุกระดับ ผ่านมุมมองของหมอ เภสัชกร นักโภชนาการ และนักวิชาการที่มีองค์ความรู้โดยตรงเท่านั้น
โดยนิตยสารหมอชาวบ้านฉบับสุดท้ายที่มีการตีพิมพ์ คือฉบับที่ 564 ประจำเดือนเมษายน 2569 และมีการพาดหัวข้อความบนหน้าปกว่า "เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป" โดยเป็นฉบับที่มีการเล่าเรื่องราวความรัก ความหวัง ความหลัง ความทรงจำ ของนิตยสารจากวันที่เริ่มตีพิมพ์ฉบับแรก จนถึงฉบับสุดท้ายเอาไว้ ซึ่งในปัจจุบัน page หมอชาวบ้านยังคงมีการเคลื่อนไหวอยู่ในฐานะสื่อออนไลน์ที่เผยแพร่เนื้อหาสาระความรู้ที่เป็นประโยชน์ด้านสุขภาพมาจนถึงวันนี้
อย่างไรก็ตาม การสิ้นสุดของนิตยสารบางฉบับก็เป็นจุดเริ่มต้นของบางสิ่งบางอย่าง เป็นจุดเริ่มต้นการพักเพื่อการทำอะไรสืบเนื่องกันมา หรือเป็นเพียงการปิดประตูบานหนึ่ง ซึ่งยังคงมีประตูบานอื่น ๆ ในช่องทางการสื่อสารอื่น ๆ ทำงานต่อไป เพื่อให้สอดรับกับผู้ชม สังคม ยุคสมัย และวัฒนธรรมในแบบที่คนยุคนี้ให้คุณค่า
แล้วคุณล่ะ คิดถึงนิตยสารเล่มไหนกันบ้าง
เรื่อง : ศุภณัฐ เลิศรักษ์กุล
กราฟิก : มณฑล ชลสุข

----------
อย่าลืมกด 'FOLLOW' 👆 เพื่อติดตาม SUM UP
จะได้ไม่พลาด 'ความรู้' และ 'ข่าวสาร' ที่สนุกและเป็นประโยชน์
อ่านทุกเรื่องบนเว็บไซต์ https://www.sumupth.com/
----
#นิตยสารเก่า
#นิตยสาร


เราอ่านวาย (ยังไม่อ่านยูริ) แนวสืบสวน การเมืองวังหลังเข้มข้น มีฉากหวานๆ ชวนฟินประกอบ เช่นกันhttps://www.facebook.com/sha...
03/08/2026

เราอ่านวาย (ยังไม่อ่านยูริ) แนวสืบสวน การเมืองวังหลังเข้มข้น มีฉากหวานๆ ชวนฟินประกอบ เช่นกัน
https://www.facebook.com/share/19RTdsu7UQ/

🔴ไม่ได้มีแค่ฟินจิกหมอน ‘วาย-ยูริ’ ยุคนี้ บู๊ ดราม่า สืบสวนสอบสวน มาเต็มมาก นักอ่านเปย์จนขึ้นเสาหลักใหม่ ตลาดหนังสือนิยาย 7 พันล้าน
ตลาดนิยายวายและยูริก้าวข้ามกรอบเดิมสู่เนื้อหาที่เข้มข้นหลากหลาย ผสานพลังเปย์ของแฟนด้อมและการต่อยอดลิขสิทธิ์สู่ซีรีส์
จนผงาดขึ้นเป็นเสาหลักใหม่ที่ช่วยขับเคลื่อนตลาดหนังสือนิยายไทยมูลค่า 7,000 ล้านบาท พร้อมพลิกโฉมกลยุทธ์สำนักพิมพ์สู่ยุคดิจิทัลและการบริหารจัดการแบบ Y-Economy อย่างเต็มรูปแบบ
ก่อนอื่น ลองย้อนมาดูเส้นทางตลาดหนังสือในไทยช่วง 5 ปีที่ผ่านมา พบว่าฟื้นตัวต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงวิกฤตโรคระบาด และดีดตัวชัดเจนเมื่องานหนังสือกลับมาจัดออนไซต์เต็มรูปแบบ ส่งผลให้ตลาดโตเฉลี่ย 10% ต่อปี
ตลาดหนังสือมีคนรุ่นใหม่เป็นกำลังซื้อหลัก ผลักดันยอดขายหมวดนิยายวาย-ยูริ การ์ตูน มังงะ และฮาวทู เสริมด้วยกระแสสื่อผสมอย่างซีรีส์กับภาพยนตร์ดัดแปลง
รวมถึงตลาดอีบุ๊ก และออดิโอบุ๊ก ที่ขยายตัว จนมูลค่ารวมตลาดปีที่ผ่านมา ขยายตัวแตะ 20,000 ล้านบาท
แต่ส่วนหนึ่งในการเติบโตของตลาดหนังสือ ยังมาจากราคาหนังสือที่ขยับขึ้นราว 40% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา สอดคล้องกับค่าครองชีพและเงินเฟ้อ
ทว่าหลังจากนี้คาดว่าราคาจะเริ่มทรงตัว เนื่องจากต้นทุนได้สะท้อนไปชัดเจนแล้วตั้งแต่ช่วงวิกฤตโรคระบาด
ทีนี้ มามองดูภาพรวม ‘ตลาดหนังสือนิยาย’ โดยเฉพาะ จะพบว่ามีสัดส่วนมูลค่าตลาดในปี 2025 อยู่ที่ 35% ของตลาดรวม หรือประมาณ 7,000 ล้านบาท และคาดการณ์ว่าจะขยายตัวแตะ 7,350 ล้านบาทในปี 2026
โดยมีกลุ่มนิยายวาย (Boy’s Love) และยูริ (Girl’s Love) เป็นฟันเฟืองสำคัญที่สร้างมูลค่าได้สูงถึง 1,838 ล้านบาท
ตลาดนิยายวายและยูริในปัจจุบันกำลังเปลี่ยนผ่านจากสินค้านิชสู่การเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก
มิติของโครงสร้างคอนเทนต์ พบว่ามีการนำเสนอเรื่องราวที่เปิดเผยและแปลกใหม่มากขึ้น ทั้งแนวดราม่า แอ็กชัน สืบสวนสอบสวน และแฟนตาซี ซึ่งสอดคล้องกับวัฒนธรรมไทยที่เปิดกว้างและยอมรับความหลากหลายทางเพศ
ทิศทางของผู้บริโภค พบว่าตลาดนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยพฤติกรรมการอ่านเพียงอย่างเดียว แต่ถูกขับเคลื่อนด้วย ‘ความผูกพัน’ หรือแฟนคลับที่มีความเต็มใจในการจ่ายที่สูงมากสำหรับสินค้ากลุ่มพรีเมียม กล่องสุ่ม และฉบับพิเศษ
ขณะเดียวกัน แม้การเข้ามาของยุคดิจิทัลอย่างอีบุ๊กจะมีบทบาทสำคัญ แต่ก็ไม่ได้เข้ามาฆ่าหนังสือรูปเล่ม
ทว่าเป็นการเปลี่ยนนิยามการเสพสื่อ อีบุ๊กจะถูกใช้เพื่อการอ่านเนื้อหาอย่างรวดเร็ว โดยจะพบว่านิยายวายและยูริครองแชมป์ยอดขายสูงสุดบนแพลตฟอร์มอีบุ๊กชั้นนำ ในขณะที่หนังสือรูปเล่มถูกยกระดับให้เป็นสินค้าสะสมสำหรับแฟนคลับ
นอกจากนี้ ปัจจัยหนุนหลักที่ขาดไม่ได้ยังมาจากการจัดงานหนังสือที่ปรับรูปแบบไปสู่การเป็นพื้นที่จัดกิจกรรมหรือเฟสติวัล โดยมีการเปิดเวทีให้นักแสดงและศิลปินมาร่วมงาน รวมถึงการจัดกิจกรรมแจกลายเซ็น ซึ่งกลายเป็นแม่เหล็กสำคัญในการดึงดูดกลุ่มแฟนคลับ
ขณะที่งานใหญ่อย่างสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 54 ที่ผ่านมา ก็ได้ประเดิมเปิดโซนนิยายวาย-ยูริโดยเฉพาะ เพื่อตอบรับกระแสนิยมของนักอ่านกลุ่มนี้
การผสานรวมระหว่างงานหนังสือกับการทำแฟนเซอร์วิส ไม่เพียงแต่สร้างความผูกพันให้กับผู้เข้าร่วม แต่ยังก่อให้เกิดพื้นที่สื่อ ขยายฐานผู้ติดตาม และช่วยกระตุ้นยอดขายหนังสือรูปเล่มรวมถึงสินค้าพรีเมียมให้พุ่งสูงขึ้น
สอดรับกับกระแสสื่อผสมที่นำนิยายวาย-ยูริไปต่อยอดเป็นทรัพย์สินทางปัญญา (Intellectual Property: IP) ดัดแปลงเป็นซีรีส์และภาพยนตร์ที่เรียกว่า Y-Economy (วาย-อีโคโนมี) หรือการสร้างระบบนิเวศแบบครบวงจรตั้งแต่นักเขียน นักอ่าน ไปจนถึงงานอีเวนต์ได้อย่างแข็งแกร่ง
ด้านการปรับตัว สำนักพิมพ์ไม่สามารถใช้โมเดลธุรกิจแบบพิมพ์สต็อกไว้จำนวนมากได้อีกต่อไป จึงเกิดกลยุทธ์ใหม่ขึ้นมารองรับผ่านการใช้วิธี ดิจิทัลเฟิร์ส หรือการปล่อยนิยายลงแพลตฟอร์มออนไลน์และอีบุ๊กก่อนเพื่อเช็กกระแสและสร้างกระแสเงินสดหมุนเวียน
จากนั้นจึงใช้ระบบพรีออเดอร์ผลิตตามจำนวนสั่งซื้อจริงเพื่อลดปัญหาสต็อกจม ควบคู่ไปกับการสร้างมูลค่าเพิ่มให้รูปเล่มด้วยบ็อกซ์เซ็ต หรือของแถมเอ็กซ์คลูซีฟ รวมถึงการยกระดับบทบาทจากแค่ผู้ผลิต สู่การเป็นผู้บริหารจัดการลิขสิทธิ์ เพื่อผลักดันผลงานสู่การสร้างซีรีส์
สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเครื่องยืนยันว่า นิยายวายและยูริไม่ได้เป็นเพียงกระแสชั่วคราว แต่เป็นเสาหลักใหม่ที่ช่วยสร้างแรงกระเพื่อมมหาศาล และเป็นสิ่งที่เข้ามาช่วยพยุงภาพรวมอุตสาหกรรมหนังสือไทยในยุคที่ความสนใจของผู้บริโภคถูกแบ่งปันไปยังสื่อดิจิทัลอื่น ๆ ได้อย่างสมบูรณ์
#ฟินจิกหมอน #นิยายวาย #นิยายยูริ’ #ตลาดหนังสือนิยาย

31/07/2026

“คือหลักชัยเอกราชของชาตินิรันดร์”

งามเพริศแพร้วผ่องคุณค่าภาษาชาติ
งามองอาจเด่นประจักษ์ในศักดิ์ศรี
งามภาษาเลิศเชิงชั้นวรรณคดี
งามคงอยู่คู่ธาตรีศรีแผ่นดิน

ภาษางามรังสรรค์วรรณลักษณ์
ภาษาศักดิ์รังสรรค์วรรณศิลป์
ภาษาศาสตร์รังสรรค์วรรณกวิน
ภาษาสิ้นเราคงม้วยไปด้วยกัน

เมื่อโลกเปลี่ยนก้าวไกลไปข้างหน้า
ใช้ภาษาเช่นไรให้สร้างสรรค์
เปลี่ยนเพื่อปรับหัวใจให้เท่าทัน
รวมจิตมั่นสืบศรัทธาภาษาไทย

รวมหัวใจเป็นหนึ่งเดียวให้เหนียวแน่น
รักษ์แบบแผนรักษ์ภาษาค่ายิ่งใหญ่
ภาษาคือเอกลักษณ์ประจักษ์ใจ
คือหลักชัยเอกราชของชาตินิรันดร์

นายปรัชญา พวงเพ็ชร
รองเลขาธิการ สมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทย
ร้อยกรอง

หนังสือ ธรรมศึกษา ชั้นตรี ระดับอุดมศึกษาและประชาชนทั่วไป พุทธศักราช 2564
30/07/2026

หนังสือ ธรรมศึกษา ชั้นตรี ระดับอุดมศึกษาและประชาชนทั่วไป พุทธศักราช 2564

หนังสือที่ระลึก 100 ปีการลูกเสือไทย
30/07/2026

หนังสือที่ระลึก 100 ปีการลูกเสือไทย

หนังสือเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์จัดพิมพ์เป็นที่ระลึกเพื่อน้อมรำลึกถึงพระกร...
30/07/2026

หนังสือเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์
จัดพิมพ์เป็นที่ระลึกเพื่อน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณของ “สมเด็จครู” ผู้ทรงพระปรีชาและทรงกอปรด้วยพระวิริยอุตสาหะในการพัฒนาบ้านเมืองให้มีความศิวิไลซ์ในฐานะ “นายช่างใหญ่แห่งกรุงสยาม”

ที่อยู่

Bangkok

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 20:00
อังคาร 09:00 - 20:00
พุธ 09:00 - 20:00
พฤหัสบดี 09:00 - 20:00
ศุกร์ 09:00 - 20:00
เสาร์ 09:00 - 20:00
อาทิตย์ 09:00 - 20:00

เบอร์โทรศัพท์

+66993054282

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Natt's Club : Books Arts Trips Clipsผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Natt's Club : Books Arts Trips Clips:

แชร์