Shop 24x7 SHOP สำหรับลูกค้า การันตี ราคาดีที่สุด ของแท้ แบรนด์แท้ ส่งฟรี มีเก็บปลายทาง
สำหรับคุณพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ สายแอด ทักถามรับงานตรงนี้ได้เลย

‼️รอบนี้ได้มาแค่ 1,000 กระปุกนะ‼️  🎉  #โปรในโปร  #จบแล้วจบเลย  #พีคสุด ๆ ในคอมเม้นต์ 😅👇ส่งฟรี เก็บปลายทางเท่านั้น  #นาทร...
31/07/2025

‼️รอบนี้ได้มาแค่ 1,000 กระปุกนะ‼️
🎉 #โปรในโปร #จบแล้วจบเลย
#พีคสุด ๆ ในคอมเม้นต์ 😅👇

ส่งฟรี เก็บปลายทางเท่านั้น

#นาทราไลฟ์ -D นำเข้าจาก #อเมริกา

✅ กระปุกละ 60 ซอฟท์เจล
✅ ทานได้ 2 เดือน

#ดีสุด #ถูกสุด ต้อง shop ที่นี่
อย่าลืมกดอ่านคอมเม้นต์ก่อนพลาด 😅👇

03/02/2021

วิชา “โมเมนต์ดอกไม้บาน” และ “มืออาชีพเขาทำงานแบบนี้นี่เอง” ของพี่เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์
1
“มืออาชีพเขาทำงานกันแบบไหนนะ” เป็นคำถามที่ผมสงสัยมาตลอด และใช้เวลาไปกับการหาคำตอบด้วยการเรียนลัดจากคนทำงานมืออาชีพตัวจริง
และสำหรับผม พี่เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์ คือมืออาชีพตัวจริงครับ
ผมมีโอกาสได้สัมภาษณ์พี่เบิร์ดสองครั้ง เป็นช่วงเวลาที่ไม่มีวันลืมเลยครับ
และผมใช้โอกาสนั้นในการพยายามค้นหาคำตอบว่า มืออาชีพอย่างพี่เบิร์ดทำงานอย่างไรถึงสามารถยืนหยัดบนงานที่เขารักได้ถึงทุกวันนี้
และนี่คือเรื่องราววิธีคิดแบบ “มืออาชีพ” ที่ชื่อพี่เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์
2
พี่เบิร์ดเล่าให้ฟังว่า ตอนที่ยังไม่มีชื่อเสียง อัลบั้มยังไม่วางแผงด้วยซ้ำ เคยไปถ่ายมิวสิกวิดีโอ “หาดทราย สายลม สองเรา” ที่เกาะเสม็ด สิ่งที่พี่เบิร์ดไม่เคยลืมก็คือ ภาพทีมงานเบื้องหลังมากมายลงเรือมาเพื่อทำงานให้พี่เบิร์ดคนเดียว
พี่เบิร์ดบอกว่าตัวเองตื่นเช้าแล้ว แต่มีคนอีกมากมายตื่นเช้ากว่าพี่เบิร์ดเพื่อมาเตรียมงานให้ก่อน เห็นคนขนของมาเหนื่อยเพื่อทำงานให้พี่เบิร์ด บางคนก็เหนื่อยจนต้องหลับไป บางคนก็ต้องทนแดดทนร้อนเพื่อทำงานให้นักร้อง Nobody ที่ไม่มีใครรู้ด้วยซ้ำว่าจะดังหรือเปล่า เหนื่อยแล้วจะคุ้มไหมก็ไม่รู้
แต่พวกเขาทุกคน “ลงเรือลำเดียวกัน” กับพี่เบิร์ดหมด
อีกเหตุการณ์หนึ่งที่พี่เบิร์ดไม่มีวันลืมคือ วันที่ไปอัดเพลงอัลบั้มแรกที่ห้องอัดศรีสยาม ระหว่างที่พี่เบิร์ดไปเข้าห้องน้ำ พอกลับมาพี่เบิร์ดได้ยินพี่เต๋อ เรวัติ พุทธินันทน์ อ้อนวอนเจ้าของห้องอัดอยู่ว่า
“มันเหลืออีกเพลงเดียว ขอให้ลูกผมอัดเพลงเถอะ”
ตอนนั้นพี่เบิร์ดยังไม่มีชื่อเสียง ยังไม่มีใครรู้จักธงไชย แมคอินไตย์ ยังไม่มียอดขายเป็นล้านมาการันตี
แต่อะไรกันที่ทำให้คนเหล่านี้ทุ่มเทเพื่อพี่เบิร์ด เพื่องานที่พวกเขามีจุดหมายเดียวกันว่าอยากทำออกมาให้ดีที่สุด
เป็นเพราะทุกคนขับเคลื่อนด้วย “ศรัทธา” ที่มีต่อตัวพี่เบิร์ด ศรัทธาในการทำงานที่มีคุณภาพ
นั่นทำให้พี่เบิร์ดเรียนรู้ว่า จะต้องไม่ลืมว่ามีคนมากมายทำเพื่อพี่เบิร์ดขนาดไหน และเมื่อเขาศรัทธาในพี่เบิร์ด พี่เบิร์ดเองก็ต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้สมกับที่ทีมงานศรัทธา
“เพราะถ้าไม่มีเขาก็ไม่มีเราในวันนี้” พี่เบิร์ดบอก
3
พี่เบิร์ดบอกว่า คนจะเรียกพี่เบิร์ดว่าซูเปอร์สตาร์แค่ไหน แต่พี่เบิร์ดไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองยิ่งใหญ่กว่าคนอื่น
คนอื่นในที่นี้รวมไปถึงทีมงานเบื้องหลังตัวเล็กตัวน้อยที่ทำงานเหนื่อยเพื่อพี่เบิร์ด
ชีวิตการทำงานของเราก็เหมือนกันครับ เวลาที่เราเหนื่อยให้นึกถึงคนเบื้องหลังที่เหนื่อยไม่แพ้เรา แต่เขายังคงทำงานส่งให้เราไปอยู่เบื้องหน้าได้อย่างสวยงามอยู่
พวกเขาเหล่านั้นอาจจะไม่ได้อยู่ในจุดที่คนอื่นมองเห็น แต่เป็นตัวเรานี่แหละที่ต้องเห็นคุณค่าของคนเหล่านั้น และทำให้คนอื่นมองเห็นมดงานตัวเล็กๆ เหล่านี้ด้วย
“ยิ่งเวลาทำคอนเสิร์ต เห็นฉากหน้าสวยงาม มีพี่ยืนอยู่เท่ๆ อยู่บนพื้นหมุน แต่ข้างล่างเวทีนี่คนงานทั้งร้อนทั้งเหนื่อย และยังไม่มีโอกาสได้มาเห็นภาพตรงหน้าที่คนดูเขามาให้กำลังใจแบบที่พี่เห็นอีก
เพราะฉะนั้น พี่ต้องยืนให้ดี พี่บอกตัวเองว่าพี่ห้ามล้ม ถ้าพี่ล้ม พวกเขาตายเลยนะ”
ผมชอบวิธีคิดของพี่เบิร์ดในการมองความสำเร็จร่วมกันในฐานะทีมมากครับ
พี่เบิร์ดไม่ได้บอกว่าคนดูมาดูพี่เบิร์ดคนเดียว แต่ใช้คำว่าคนดูมาให้กำลังใจทีมงานทุกคน และยังนึกถึงด้วยว่า อยากให้ทีมงานที่ไม่มีโอกาสได้เห็นว่ามีคนมาให้กำลังใจแบบที่พี่เบิร์ดเห็น ได้รู้ว่ามีคนมาให้กำลังใจมากขนาดนี้ แปลว่าพี่เบิร์ดนึกถึงทีมงานเบื้องหลังอยู่เสมอ
ยิ่งสปอตไลท์ส่องลงที่พี่เบิร์ด พี่เบิร์ดยิ่งฉายแสงไปให้คนอื่นๆ ที่สปอตไลท์ไม่เคยส่องไปถึง
ไม่กอดเก็บความสำเร็จไว้คนเดียว ไม่เป็น One man show ไม่เทคเครดิตเอาดีเข้าตัว แต่ผายมือไปให้ทีมงานทุกคนได้รับคำชื่นชมไปด้วยถ้วนหน้าในฐานะทีมเดียวกัน
หัวหน้าทีมที่ดีเป็นแบบนี้ครับ
“ตลอดชีวิตในวงการบันเทิง พี่เห็นมาตลอดว่า มีคนมากมายทำเพื่อเราคนเดียว มันตื้นตันอย่างบอกไม่ถูกสำหรับคนที่เป็น Nobody มาตลอด พี่เกิดจากความรักของทุกคนที่มีให้ มันเลยเกิดความซาบซึ้ง ความศรัทธา ความกตัญญู เขาดูแลเรา เราต้องดูแลเขา พี่ไม่เคยลืมเลยว่าใครทำเพื่อเราขนาดนี้”
ทุกความสำเร็จไม่ได้เกิดจากคนคนเดียว แต่เกิดจากคนมากมายที่ร่วมมือกัน
มองเห็นคุณค่าของคนทำงานด้วยกัน และทำให้เขารู้ว่าสิ่งที่เขาทำอยู่นั้นมีความหมายแค่ไหน
4
พี่เล็ก บุษบา ดาวเรือง ซึ่งทำงานใกล้ชิดพี่เบิร์ดมาตั้งแต่วันแรก เคยเล่าให้ผมฟังว่า เวลาซ้อมคอนเสิร์ต พี่เบิร์ดจะมาคนแรกและกลับเป็นคนสุดท้ายเสมอ
ยิ่งตอนทำคอนเสิร์ตแบบเบิร์ด เบิร์ด ที่ศูนย์วัฒนธรรม ภาพที่พี่เล็กจำได้ไม่ลืมคือ สิ่งที่พี่เบิร์ดต้องทำเสมอก่อนกลับบ้านก็คือ การเดินขอบคุณทีมงานทุกคนที่มาช่วยกันทำงาน ลามไปถึงการเดินร่ำลาและขอบคุณ รปภ. ของศูนย์วัฒนธรรมเป็นรายคน พี่เบิร์ดทำแบบนี้ทุกวันกว่าจะได้กลับบ้าน
ซ้อมมาก็เหนื่อยมากแล้ว แต่พี่เบิร์ดไม่เคยลืมคนตัวเล็กๆ ที่มาร่วมกันทำงานเพื่อพี่เบิร์ดซึ่งก็เหนื่อยไม่แพ้กัน
พอถึงวันที่ผมได้สัมภาษณ์พี่หญิง รฐา โพธิ์งาม ผมก็จำได้ว่าพี่หญิงเคยเป็นแขกรับเชิญให้คอนเสิร์ตแบบ เบิร์ด เบิร์ด ผมก็เลยถามเรื่องนี้กับพี่หญิงว่าจริงหรือเปล่า
พี่หญิงเล่าให้ฟังว่า เวลามาซ้อม เคยคิดว่าตัวเองมาเช้าก่อนเวลานัดแล้ว แต่มาถึงจะเจอพี่เบิร์ดมาถึงก่อนคนอื่นเสมอ
และไม่ใช่แค่มาถึงเฉยๆ แต่พี่เบิร์ดซ้อมล่วงหน้าก่อนที่จะซ้อมจริงแล้วด้วยซ้ำ เรียกว่าพี่เบิร์ดซ้อมก่อนซ้อมจริง ทำตัวเองให้พร้อมตั้งแต่ก่อนซ้อมแล้ว และยืนยันอีกเสียงว่า พี่เบิร์ดไล่เดินขอบคุณทีมงานก่อนกลับบ้านจริงๆ
พี่หญิงบอกว่า ความมีวินัยในการซ้อมของพี่เบิร์ดทำให้ทุกคนมีวินัยตามโดยอัตโนมัติ ไม่ใช่การมีวินัยจนเครียด แต่ทุกคนได้เห็นว่า พอมีวินัยแล้วงานมันออกมาดี คนทำงานกันง่ายขึ้นแบบนี้นี่เอง
เช่นเดียวกัน การเห็นพี่เบิร์ดใส่ใจทีมงานทุกคนทำให้ได้เรียนรู้ว่า เราเป็นคนเบื้องหนัาก็จริง แต่อย่าละเลยคนเบื้องหลัง เราไม่ได้อยู่ข้างหน้าแค่คนเดียว แต่มายืนข้างหน้าได้เพราะมีคนข้างหลังอีกเต็มไปหมดที่ช่วยเหลือเราอยู่
“เห็นพี่เบิร์ดทำงานแล้ว พี่ถึงเข้าใจว่ามืออาชีพเขาทำงานกันแบบนี้นี่เอง” พี่หญิงบอก
เป็นประโยคเดียวกับที่ผมคิดอยู่ในใจเหมือนกัน
5
ส่วนใหญ่เราจะเห็นพี่เบิร์ดจากหน้าเวที แต่กว่าจะมาอยู่หน้าเวทีนั้น พี่เบิร์ดต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง
ผมถามพี่เบิร์ดว่า ระหว่างที่พี่เบิร์ดไม่มีคอนเสิร์ต พี่เบิร์ดทำอะไรบ้าง พี่เบิร์ดบอกว่า ใช้เวลาตอนที่ไม่มีคอนเสิร์ตไปกับการเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการมีคอนเสิร์ตในเวลาต่อไป
พี่เบิร์ดมองการเป็นนักร้องเหมือนการเป็นนักกีฬาที่ต้องฝึกซ้อมร่างกายให้เคยชินและก้าวข้ามผ่านขีดจำกัดของตัวเองตลอด ไม่มีนักกีฬาโอลิมปิกคนไหนอยู่เฉยๆ แล้วก็ไปโอลิมปิกได้ แต่เขาซ้อมอยู่ตลอด ซ้อมไปสี่ปีเพื่อวันที่ลงสนามแข่งขันจะได้ทำให้ดีที่สุด
วิธีการเตรียมความพร้อมของพี่เบิร์ดนั้นทำให้ผมทึ่งมากครับ สิ่งที่พี่เบิร์ดทำทุกวันก็คือ พี่เบิร์ดจะออกกำลังกาย ด้วยการวิ่งสลับเดินบนสายพานเป็นเวลาสองชั่วโมงเกือบสามชั่วโมงเท่าเวลาคอนเสิร์ตจริง โดยจินตนาการเอาเองว่าตลอดคอนเสิร์ตนั้นควรจะมีเพลงเร็วเพลงช้าอย่างไรบ้าง
ถ้าช่วงไหนคิดว่าเป็นช่วงเพลงเต้นต่อๆ กัน พี่เบิร์ดก็จะวิ่งเร็วๆ ฝึกหัวใจให้เต้นแรงเหมือนกำลังเต้นบนเวที ถ้าช่วงไหนคิดว่าเป็นเพลงช้า พี่เบิร์ดก็จะเปลี่ยนเป็นเดินแทนเพื่อปรับการเต้นของหัวใจให้ตรงกับสิ่งที่จะได้เจอในคอนเสิร์ต ทำสลับไปเรื่อยๆ จนครบสามชั่วโมงเหมือนเล่นคอนเสิร์ต
เพราะไม่รู้ว่าข้างหน้าจะต้องเจอกับอะไรบ้าง พี่เบิร์ดบอกว่าต้องเตรียมร่างกายให้พร้อมรับกับคอนเสิร์ตทุกรูปแบบ มาแบบไหน พี่เบิร์ดก็พร้อมหมด ให้เล่นวันนี้ ตอนนี้ก็พร้อม
ยิ่งพอรู้ว่าจะมีคอนเสิร์ต พี่เบิร์ดจะปรับเปลี่ยนการออกกำลังให้เข้มข้นขึ้น เซ็ทลิสต์เพลงยังไม่ออกแต่พี่เบิร์ดก็จะจินตนาการเอาเองเหมือนเดิมว่ามันจะเป็นแบบไหนแล้วก็ปรับการออกกำลังกายตามนั้น ปรับแม้กระทั่งการตื่นนอนและการนอนครับ
พี่เบิร์ดลงรายละเอียดขนาดว่า ถ้าเล่นคอนเสิร์ตคืนวันเสาร์ก็ต้องเตรียมร่างกายแบบหนึ่ง ถ้าเล่นคอนเสิร์ตบ่ายวันอาทิตย์ก็ต้องเตรียมร่างกายอีกแบบหนึ่ง พี่เบิร์ดต้องให้เวลากับการปรับสภาพร่างกายจนพร้อมที่จะไปอยู่บนเวทีได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและเป็นมืออาชีพ
มืออาชีพเขาทำงานกันแบบนี้นี่เอง...
6
“พี่ไม่เคยเข้าใจคำว่าชื่อเสียงเลยนะ พี่เข้าใจแค่คำว่าความรับผิดชอบหรือความมีวินัย พี่แฉได้หมดว่าต้องทำอะไรบ้าง”
ผมถามกลับไปด้วยความอยากรู้ว่าต้องทำอะไร
“ต้องทำอะไรก็ตามที่แปลว่าดีครับ ดีต่อเรา ดีต่อใครๆ บางอย่างเราไม่อยากทำหรือว่าเกินกำลังเราก็ต้องหัด คิด พูด ทำ ให้ได้ มันไม่ได้วันนี้มันก็ต้องได้วันถัดไป เพราะว่าเราถูกมองอยู่ เราเป็นคนที่ถูกเลือก แต่เราจะเลือกให้เขามองดีหรือเราจะเลือกให้เขามองอย่างไร เราเป็นคนเลือกได้เองครับ”
ผมชอบวิธีคิดนี้มากครับ เราคือผู้ถูกเลือกให้รับหน้าที่ ขณะเดียวกัน เราก็มีสิทธิ์เลือกที่จะใช้ชีวิตแบบไหนให้สมกับที่ได้รับเลือกมา เลือกได้ว่าอยากให้คนมองเห็นสิ่งที่ดีหรือมองเห็นสิ่งที่ไม่ดี อยู่ที่การกระทำของเราหมด
ผมอดสงสัยไม่ได้ว่าที่พี่ซ้อมมีวินัยเป็นนักกีฬาโอลิมปิกขนาดนี้ พี่เบิร์ดทำเพื่ออะไร
“พี่ไม่ได้ฝึกให้ตัวเองทำแบบนี้เพื่อตัวพี่เองคนเดียว แต่เพราะเรามีทีมงานอีกเยอะเต็มไปหมดที่เขาเองก็ทำงานสุดความสามารถเพื่อพี่ เมื่อทุกคนมอบ The Best ให้พี่แล้ว เพราะฉะนั้น พี่เองก็ต้องมอบ The Best จากตัวพี่ให้กับพวกเขา”
“และถ้าเป้าหมายของเราคือการทำให้คนอื่นมีความสุขเวลามาดูคอนเสิร์ต พี่ก็ต้องดูแล ‘เบิร์ด’ ของทุกคนให้ดีที่สุดเพื่อไปสร้างความสุขให้ทุกคน”
ผมอดคิดไม่ได้ว่า ในระหว่างที่ไม่มีคอนเสิร์ตและทุกคนต้องกักตัวอยู่บ้านนี้ พี่เบิร์ดจะทำอะไรอยู่
ถ้าเดาไม่ผิด ผมว่าตอนนี้พี่เบิร์ดคงกำลังซ้อมคอนเสิร์ตเองอยู่ที่บ้านอย่างเข้มข้นแบบนักกีฬาโอลิมปิคเหมือนเดิม
7
เรื่องสุดท้ายที่ผมจะเล่านี้เป็นเรื่องของพี่เบิร์ดที่ผมไม่เคยลืม และผมก็อยากเล่าเรื่องนี้ไว้ให้มันคงอยู่ต่อไปอีกนานแสนนาน
หลังการสัมภาษณ์ พี่เบิร์ดเดินมากอดผม ขอบคุณที่ผมถามคำถามสัมภาษณ์ที่ดีมาก และทำให้พี่เบิร์ดมีโอกาสได้พูดหลายเรื่องที่อยากเล่ามานาน และพาให้พี่เบิร์ดได้ทบทวนถึงเรื่องราวที่เคยมีมาในชีวิตว่ามีคุณค่าอย่างไร แต่ไม่เคยมีคนถามคำถามดีๆ แบบนี้กับพี่เบิร์ด
แล้วพี่เบิร์ดก็ถามผมว่า “วันนี้ท้อฟฟี่มีความสุขไหม”
แน่นอนครับว่าการได้พูดคุยกับพี่เบิร์ดทำให้ผมมีความสุขที่สุด ในฐานะนักสัมภาษณ์ ผมก็ไม่นึกเหมือนกันว่า ชีวิตจะเดินทางมาถึงการได้มานั่งคุยกับพี่เบิร์ดอย่างใกล้ชิดขนาดนี้ และได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างจากพี่เบิร์ด
“ถ้าวันนี้ท้อฟฟี่มีความสุข ท้อฟฟี่อย่าลืมไปบอกคุณพ่อคุณแม่นะว่าท้อฟฟี่มีความสุข ท่านจะได้รู้ว่าเมื่อเรามีความสุข เรานึกถึงท่าน”
“มา! เรามาวิดีโอคอลหาคุณพ่อคุณแม่กันดีกว่า”
แล้วพี่เบิร์ดก็จัดการให้ผมวิดีโอคอลหาคุณพ่อคุณแม่ผมครับ นั่นเป็นครั้งแรกในชีวิตที่ผมได้เห็นคุณพ่อคุณแม่ผมแทบเป็นลม
“แม่ครับ เบิร์ดภูมิใจในตัวท้อฟฟี่มาก แม่เลี้ยงลูกมาดีมาก เขาเก่งมาก คำถามเขาดีมาก เบิร์ดอยากให้แม่ภูมิใจในลูกชายของแม่เหมือนที่เบิร์ดภูมิใจครับ”
ผมเห็นแววตาเปี่ยมสุขของพ่อกับแม่แล้วมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก ถ้าใช้คำศัพท์ภาษาพี่เบิร์ดคงต้องบอกว่า “ดอกไม้มันบานเต็มไปหมด”
ถ้าถามว่าผมได้เรียนรู้อะไรจากพี่เบิร์ดในเหตุการณ์นี้ ผมขอเรียกมันว่า วิชา “โมเมนต์ดอกไม้บาน”
ในชีวิตเราจะมีโอกาสเจอผู้คนมากมาย ถ้าเราทำให้ช่วงเวลาของเรากับคนตรงหน้าเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข เหมือนการทำให้ดอกไม้ในหัวใจของเขางดงามบานสะพรั่ง และทำให้มีเรื่องราวดีๆ มีพลังงานดีๆ ที่จะไปส่งต่อให้เป็นดอกไม้ที่บานในใจของคนอื่นๆ ได้ไม่รู้จบ
นั่นแหละครับ วิชา “โมเมนต์ดอกไม้บาน”
โมเมนต์นั้นผมไม่ได้รู้สึกว่าพี่เบิร์ดทำให้ผมเพราะมันเป็นอาชีพของเขาที่ต้องทำให้คนมีความสุข แต่พี่เบิร์ดพาผมไปเรียนรู้สิ่งที่ไกลกว่าคำว่า “มืออาชีพ” นั่นคือ “ความเป็นมนุษย์"
“ดอกไม้จะบานเมื่อเราเป็นผู้ให้คนอื่นก่อน” พี่เบิร์ดสอนผมแบบนั้น
ท้อฟฟี่ แบรดชอว์

อ่านบทสัมภาษณ์ของผมกับพี่เบิร์ดได้ที่

https://thestandard.co/talk-with-bird-thongchai-mcintyre/

https://thestandard.co/thongchai-mcintyre-dream-journey/

https://thestandard.co/bird-thongchai-mcintyre/

https://youtu.be/RBbunewf06g

https://youtu.be/OoMY_LhY5lc

Photo : GMM

01/02/2021

เจาะลึกพฤติกรรม ของผู้บริโภคชาวไทย จาก Google เพื่อต่อยอดธุรกิจและการตลาด
รายงาน Year in Search 2020 ฉบับประเทศไทย เผย 5 เทรนด์ผู้บริโภคไทย
จากพฤติกรรมการค้นหาข้อมูลบน Google โดยใช้ข้อมูลจาก Google Trends ซึ่งสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของกิจวัตร และความต้องการ ดังนี้

เทรนด์ที่ 1: ความเป็นปัจเจกบุคคล
การแพร่ระบาด ทำให้เห็นความแตกต่างของผู้คน ทั้งในแง่ความต้องการ นิสัย และความเชื่อได้อย่างชัดเจนกว่าที่ผ่านมา

ผู้คนกำลังให้ความสำคัญกับแนวคิดของตนเองมากขึ้น แม้ว่าแนวคิดเหล่านั้นจะแตกต่างจากบรรทัดฐานที่เป็นอยู่ เช่น ความรับผิดชอบในการเรียนรู้เกี่ยวกับประเด็นการตีตราทางสังคม

ผู้คนเริ่มมองว่า พฤติกรรมส่วนบุคคลไม่ควรถูกกำหนดโดยสังคมว่าอะไร เหมาะสมหรือไม่เหมาะสม
แต่ควรพยายามทำความเข้าใจและเปิดรับสิ่งที่ทำให้เราต่างกันแทน
และการให้ความสำคัญกับสุขภาวะที่ดีทั้งรางกายและจิตใจ

-การค้นหาเกี่ยวกับการกลั่นแกล้ง (บูลลี่) เพิ่มขึ้น 70%
-การค้นหาเกี่ยวกับ LGBT เพิ่มขึ้น 39%
-การค้นหา “โรคซึมเศร้า” เพิ่มขึ้น 37%
-การค้นหา “ความเท่าเทียม” เพิ่มขึ้น 21%

ข้อสรุปสำหรับแบรนด์
แบรนด์ควรแสดงความเห็นอกเห็นใจ ในสถานการณ์หลากหลายที่ผู้บริโภคพบเจอ และหยิบยื่นความช่วยเหลืออย่างจริงใจ
สิ่งนี้จะส่งผลกับประสบการณ์ที่แบรนด์มอบให้กับลูกค้า

1)พิจารณาเส้นทางเฉพาะบุคคล (Customer Journey) ของผู้บริโภคแต่ละราย
เช่น IKEA เข้าใจว่าลูกค้าแต่ละคน จะต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายไม่เท่ากัน เพื่อเดินทางมาที่ห้าง IKEA
แบรนด์จึงเสนอให้ส่วนลดตามระยะทาง แก่ลูกค้าที่เดินทางมาที่ IKEA

2)สร้างการเข้าถึงให้ครอบคลุม และทำตามคำมั่นสัญญา
เช่น สยามพิวรรธน์ ส่งเสริมการเข้าถึงอย่างครอบคลุม โดยสนับสนุนผู้ด้อยโอกาส ทุพพลภาพ และเด็กที่มีความต้องการพิเศษ

3)น้ำเสียงและจังหวะเวลาที่เหมาะสมคือสิ่งสำคัญ อย่าชิงพูดเรื่องต้องห้ามไวเกินไป (เพราะอาจกลายเป็นการออกตัวแรง) แต่ให้แสดงการสนับสนุนเมื่อผู้ชมพร้อม

4)ใช้ประโยชน์จากเครื่องมือและเทคโนโลยี เพื่อเข้าถึงผู้ชมกลุ่มใหญ่ ที่มีความต้องการเฉพาะตัวและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
ทำให้แบรนดสามารถหามุมมองที่เหมาะสมกับค่านิยมของแบรนด์ และสื่อสารกับลูกค้าอย่างจริงใจ

เทรนด์ที่ 2: เป้าหมายที่ใหญ่ขึ้น
ผู้บริโภคนึกถึงคนอื่นนอกเหนือจากตัวเอง เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของชุมชน
หลายคนมองหาวิธีที่จะทำประโยชน์ให้สังคม และอีกหลายๆ คนก็พยายามหาวิธีรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

-การค้นหา “กระทง รีไซเคิล” เพิ่มขึ้น 50%
-คำค้นหาเกี่ยวกับ อาสาสมัครเพิ่มขึ้น เช่น “จิตอาสาภัยพิบัติ” “อาสาสมัครสาธารณสุขประจําหมู่บ้าน”
-คำค้นหาเกี่ยวกับ บริจาคเพิ่มขึ้น เช่น ““บริจาค โควิด” “บริจาค เสื้อผ้า 2563”

ข้อสรุปสำหรับแบรนด์
แบรนด์ควรสร้างการเชื่อมโยงคุณค่ากับผู้บริโภค ทั้งด้านการใช้งานและด้านความรู้สึก
และนำหลักความยั่งยืนมาใช้กับธุรกิจ

1)สร้างสรรค์วิธีใหม่ๆ ให้ผู้บริโภคเชื่อมต่อถึงกันและเชื่อมโยงกับสิ่งแวดล้อม
เช่น Converse เชิญชวนเหล่าศิลปิน มาสร้างสรรค์ผลงานบนกำแพง ด้วยสีที่ดูดซับสารพิษในอากาศ ในประเทศต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงไทยด้วย

2)เผยค่านิยมทางธุรกิจและแนวทางปฏิบัติภายใน ผ่านการสร้างแบรนด์ภายนอก
เช่น AIS ช่วยให้ผู้บริโภคกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างถูกวิธี โดยนำเสนอถังขยะอิเล็กทรอนิกส์ทั่วประเทศไทย ซึ่งทั้งหมดจะถูกนำไปแยกส่วน แยกประเภท และส่งไปยังศูนย์กำจัดต่อไป

3)เข้าถึงผู้มีโอกาสเป็นลูกค้าในชุมชนใกล้เคียง
ต้องมีตัวตนที่โดดเด่นบนโลกออนไลน เพื่อให้ลูกค้าหาเจอได้ง่ายๆ

เทรนด์ที่ 3: ตัวตนในทุกแง่มุม
เส้นแบ่งระหว่างบทบาทต่างๆ เริ่มไม่ชัดเจน ทำให้ผู้บริโภคเริ่มมองหาสิ่งที่ตอบสนองความต้องการที่ไม่แน่นอน ในเวลาที่ไม่แน่นอน

เช่น หลายคนเจอปัญหากับการที่ต้องทำทั้งงานหลัก และงานที่บ้านในที่เดียวกันตลอดเวลา
ทำให้ผู้คนเริ่มมองหาวิธีเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารเวลา พยายามรักษาความเป็นอยู่ที่ดี และหันมาให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเอง

-การค้นหาเกี่ยวกับการทดสอบความเร็วอินเทอร์เน็ต เพิ่มขึ้น 25% (พุ่งขึ้นสูงสุดในช่วงล็อกดาวน์)
-การค้นหา “เก้าอี้ทำงาน” เพิ่มขึ้น 34%
-การค้นหาเกี่ยวกับ “เซรั่ม” เพิ่มขึ้น 37% (เทียบกับ 13% ที่เพิ่มขึ้นสำหรับการดูแลผิวทั่วไป)
-การค้นหา "โยคะ" บน YouTube เพิ่มขึ้น 60%
-การค้นหา “plant-based diet” หรือ อาหารที่ทำจากพืช เพิ่มขึ้น 173%

ข้อสรุปสำหรับแบรนด์
แบรนด์ถูกคาดหวังให้ตระหนักถึง ความเชื่อและความชอบเฉพาะบุคคล ที่ผู้บริโภคมีต่อผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ
นั่นหมายความว่ายิ่งแบรนด์เข้าใจกลุ่มเป้าหมายมาก ก็จะยิ่งมีโอกาสทางธุรกิจมาก

1)พูดภาษาเดียวกับลูกค้า

2)ทบทวนธุรกิจ และท้าทายการทำธุรกิจแบบเดิม ซึ่งอาจทำให้ค้นพบโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ

3)ปรับเปลี่ยนโซลูชันทางธุรกิจและการตลาด ให้เข้ากับวิถีชีวิตและความต้องการของลูกค้า
ไม่ว่าจะผ่านทางกลยุทธ์การสื่อสาร หรือ ฟีเจอร์ของสินค้า

เทรนด์ที่ 4: แสวงหาความสุข
ผู้คนยังไม่ละทิ้งการพักผ่อนและแสวงหาความสุข ในช่วงปีที่ต้องเผชิญกับความไม่แน่นอน
ผู้บริโภคต่างชื่นชอบแบรนด์ที่มอบความสุขและสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้พวกเขาได้พัก

หลายคนมองหาวิธีใช้เวลาพักผ่อนในรูปแบบใหม่ๆ และวิธีใช้เวลาอย่างมีคุณภาพ กับคนที่รักอย่างสร้างสรรค์

ความต้องการความสบายใจและคลายเครียด คือแรงผลักดันหลัก ที่ทำให้การบริโภคสื่อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

คนไทยใช้เวลาบนอินเทอร์เน็ตเฉลี่ย (ที่ไม่ใช่การทำงาน)
3.7 ชม. ต่อวัน (ก่อนโควิด-19)
4.6 ชม. ต่อวัน (ในช่วงที่การล็อกดาวน์)
4.3 ชม. ต่อวัน (หลังคลายล็อกดาวน์)

-เวลาในการรับชม “หนังตลก” บน YouTube เพิ่มขึ้น 90%
-การค้นหา “ปลูก” เพิ่มขึ้น 20%
-การค้นหา “เล่นเกมกับเพื่อน” เพิ่มขึ้น 105%

ข้อสรุปสำหรับแบรนด์
แบรนด์ที่สร้างเซอร์ไพรส์ และความประทับใจ จะได้รับความรักจากผู้บริโภคเป็นสิ่งตอบแทน
โดยเฉพาะเมื่อความสุขนั้น เกิดจากความเข้าใจความรู้สึกของผู้บริโภคที่ไม่เหมือนกันอย่างถ่องแท้

1)มอบความสนุกแบบเฉพาะบุคคล
เช่น Google เอาใจแฟน Avengers ด้วยผลการค้นหาสุดเซอร์ไพรส์ เมื่อพวกเขาค้นหาตัวละครในภาพยนตร์

2)ตลกอย่างมีสไตล์
เช่น Mars วิเคราะห์ข้อมูลจาก Search เพื่อหาคำค้นหาที่ฟังดูน่าประหลาดบน Google
และส่งช็อกโกแลตให้กับคนที่ตกอยู่ใน “สถานการณ์จนมุม” เหล่านั้น
แคมเปญนี้ช่วยลดความตึงเครียดของสถานการณ์แย่ๆ หรือสถานการณ์ที่น่าอึดอัดด้วยอารมณ์ขัน

3)ให้การแชร์ความสุขเป็นเรื่องง่าย
เช่น เมื่อต้องระงับการให้บริการอาหารบนเครื่องบินในช่วงที่มีการแพร่ระบาด
Thai AirAsia จึงนำอาหารและเครื่องดื่มที่ผู้บริโภคชื่นชอบ มาใหบริการแบบส่งถึงบ้านเลยทีเดียว

เทรนด์ที่ 5: ความแน่นอนในอนาคต
ในปีที่มีแต่สถานการณ์ที่คาดไม่ถึง ผู้คนต่างมองหาสิ่งที่ตัวเองควบคุมได้ เพื่อทำให้รู้สึกชีวิตมั่นคงมากขึ้น หลายคนเริ่มมองหาวิธีการใหม่ๆ เพื่อช่วยสร้างความมั่นคงให้กับอนาคต และลดความเสี่ยงในชีวิต
ในขณะเดียวกัน ก็มองหาความมั่นใจจากแบรนด์ต่างๆ ไปพร้อมๆ กัน

นอกจากนี้ ผู้คนยังค้นหาวิธีเพิ่มทักษะความรู้ในด้านต่างๆ รวมถึงทางด้านการเงิน และหาอาชีพเสริม

-การค้นหา “เรียน ออนไลน์” เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 6 เท่า
-การค้นหา “เปิดพอร์ต” เพิ่มขึ้น 72%
-เวลาในการรับชมวิดีโอเกี่ยวกับการเงิน บน YouTube เพิ่มขึ้น 70%
-การค้นหาเกี่ยวกับ การตลาดดิจิทัล เพิ่มขึ้น 50%
-การค้นหา “ขายของออนไลน์” เพิ่มขึ้น 32%

-คำค้นหายอดนิยมที่เกี่ยวข้องกับการขายของออนไลน์
“ขายของออนไลน์ อะไรดี” “วิธีขายของออนไลน์ให้ขายดี” “แอปแต่งรูปขายของออนไลน์”

ข้อสรุปสำหรับแบรนด์
แบรนด์ควรคำนึงถึงวิธีที่จะช่วยเสริมพลังให้กับผู้บริโภค และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในเรื่องความสบายใจและความเสี่ยงต่ำ

1)สื่อสารสิ่งที่เป็นประโยชน์กับลูกค้า แต่ต้องไม่มากเกินไป

2)สร้างสรรค์เพื่อลดความเสี่ยงให้ผู้บริโภค
เช่น Family Mart ประเทศไทย นำเสนอร้านค้าปลีกในรูปแบบคอนเทนเนอร์ และตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ
เพื่อนำมาใช้ในพื้นที่ ที่มีการกักตัว โดยที่ยังคงการเว้นระยะห่างทางสังคมเอาไว้

3)ช่วยให้ลูกค้านำข้อมูลไปใช้ได้ง่ายขึ้น
ช่วยผู้บริโภคตัดสินใจ โดยการให้ข้อมูลที่สำคัญ เช่น ไฮไลต์ ราคา และสถานที่ตั้ง

4)มองหาวิธีสนับสนุน พาร์ตเนอร์ในระยะยาว สำหรับ B2B
เช่น Castrol ผู้ผลิตน้ำมันหล่อลื่นสำหรับเครื่องยนต์ เพิ่มยอดขายกว่า 44% ในประเทศจีน
โดยการให้พื้นที่โฆษณาฟรี แก่ศูนย์ซ่อมเครื่องยนต์อิสระกว่า 6,000 ศูนย์

5)บทบาทของแบรนด์ ในการเพิ่มทักษะให้กับผู้คน
เช่น โครงการ Saphan Digital ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง Google กระทรวงพาณชย์ และอีกหลายองค์กรในประเทศไทย เพื่อเพิ่มทักษะให้ผู้ประกอบการ SMEs องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร และบุคคลทั่วไป ได้ใช้โอกาสบนโลกออนไลน์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ทั้งนี้ ในรายงานนี้ ยังได้เจาะเทรนด์ในธุรกิจ 6 ประเภท ได้แก่ ยานยนต์, ความงามและการดูแลตัวเอง, การเงิน, อาหารและเครื่องดื่ม, สื่อและโทรคมนาคม และการชอปปิง
เพื่อให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงและโอกาสต่างๆ ที่เกิดขึ้น

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ > https://www.thinkwithgoogle.com/intl/th-th/feature/year-in-search-for-brands/

มารู้จักบทบาทในเพจจริงจังกันมั้ย 🤔 ที่มา 👇👇
11/11/2020

มารู้จักบทบาทในเพจจริงจังกันมั้ย 🤔

ที่มา 👇👇

ปัจจุบันมีจำนวนผู้ใช้งาน Facebook กว่า 2.38 พันล้านคนต่อเดือน มีคอมมูนิตี้เกิดขึ้นมากมาย ทั้งกลุ่มผู้ใช้ทั่วไป แ.....

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาโปรแกรมอัดหน้าจอคอมอยู่ วันนี้แอดมีโปรแกรมดีๆ มาฝากจ้าาา 🤩ที่มา 👇👇
04/09/2020

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาโปรแกรมอัดหน้าจอคอมอยู่
วันนี้แอดมีโปรแกรมดีๆ มาฝากจ้าาา 🤩

ที่มา 👇👇

It’s a simple task to record screen in Windows 10 with ActivePresenter and other best screen recording software. Check them out!

เรื่อง “ ลิขสิทธิ์   มันคือยังไงกันแน่”ที่มา 👇👇
29/08/2020

เรื่อง “ ลิขสิทธิ์ มันคือยังไงกันแน่”

ที่มา 👇👇

ปวดหัวกับความหลากหลายของ ลิขสิทธิ์ Windows อยู่ใช่มั้ย บทความนี้มีคำตอบ

เรื่องที่ควรต้องรู้เกี่ยวกับ  #ลิขสิทธิ์ที่มา 👇👇
15/07/2020

เรื่องที่ควรต้องรู้เกี่ยวกับ #ลิขสิทธิ์

ที่มา 👇👇

ลิขสิทธิ์ คืออะไร สิทธิแต่เพียงผู้เดียวของผู้สร้างสรรค์งาน ที่จะกระทำการใดๆ เกี่ยวกับงานที่ผู้สร้างสรร.....

ที่อยู่

Bangkok

เวลาทำการ

จันทร์ 09:00 - 23:00
อังคาร 09:00 - 23:00
พุธ 09:00 - 23:00
พฤหัสบดี 09:00 - 23:00
ศุกร์ 09:00 - 23:00
เสาร์ 09:00 - 23:00
อาทิตย์ 09:00 - 23:00

เบอร์โทรศัพท์

+66917988226

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Shop 24x7 SHOPผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์