Somdej Square Genuine Thai amulets, authenticated by scientific methods - พระเครื่องสมเด็จ - ศึกษาพระเครื่องสมเด็จ

กำลังเดินทางไปหาเจ้าของใหม่นะครับ 🙂 🙂 🙂
16/11/2022

กำลังเดินทางไปหาเจ้าของใหม่นะครับ 🙂 🙂 🙂

EP 9  ผีกองกอย ที่ท่าแฉลบ จันทบุรี  ในโลกนี้ ผมกลัวอยู่สามสิ่ง คือ เข็ม, ผี และเมีย เรียงลำดับจากน้อยไปหามาก ผมไม่ชอบควา...
10/11/2022

EP 9 ผีกองกอย ที่ท่าแฉลบ จันทบุรี


ในโลกนี้ ผมกลัวอยู่สามสิ่ง คือ เข็ม, ผี และเมีย เรียงลำดับจากน้อยไปหามาก ผมไม่ชอบความรู้สึกที่เข็มทิ่มเข้าไปในร่างกายของผม เรื่องผี ผมเป็นคนมีจิตนการสูงมาก และกลัวผีตั้งแต่เด็กๆ จนตอนนี้ก็ยังไม่หาย ส่วนเรื่องเมีย ผมคงไม่ต้องอธิบาย ผมมั่นใจว่าผมมีเพื่อนร่วมอุดมการณ์เยอะ

วันนี้ผมอยากมาแชร์ประสพการณ์เรื่องผีกองกอยที่ผมประสพมากับตนเอง ถ้าคุณกลัวผี หรือไม่ชอบอ่านอะไรยาวๆ ผมแนะนำให้คุณข้าม EP นี้ไปได้เลยนะครับ

ผมเป็นคนพูดคำหยาบไม่เป็น ไม่ว่าจะกูมึงหรือคำสบถต่างๆ ผมไม่รู้ว่าทำไมผมถึงเป็นเช่นนี้ รู้แต่ว่าอายที่จะกล่าวคำพวกนี้ออกมาจากปากของผม ถ้าจะอธิบายให้เข้าใจถึงความอายเวลาถ้าผมต้องพูดคำหยาบ ก็จะประมาณว่าผมเดินเข้าห้องประชุม ใส่เสื้อผูกเนคไท แต่ไม่ได้ใส่กางเกง ผมไม่ใช่ผู้ดีอะไร แต่ผมอายที่จะพูดของผมเอง ในที่นี้ ผมขออนุญาตพูดว่า “ให้ตายสิโรบิ้น” แทนคำว่า “ฉิบหายล่ะ" เพื่อให้ผู้อ่าน เข้าถึงความคิดของผมในขณะนั้นๆได้ชัดเจนขึ้น

หนังผีเรื่องสุดท้ายที่ผมดูคือเรื่อง The Sixth Sense หลังจากคืนนั้น ผมไม่กล้าลุกไปฉี่ในห้องน้ำกลางดึกอีกเลย ผมไม่สามารถลืมฉากที่เด็กน้อยในเรื่อง ยื่นฉี่ในห้องน้ำที่บ้านตัวเอง แล้วมีผีเดินผ่านหน้าประตูห้องน้ำได้ เวลาฉี่ตอนดึกทุกครั้ง ผมจะรู้สึกว่ามีใครยืนอยู่ข้างหลังเสมอ ผมแก้ปัญหาเรื่องนี้ด้วยการซื้อกระโถนมาวางข้างเตียง

คุณอาจเคยเห็นเด็กติดผ้าห่ม ติดตุ๊กตา หรือติดขวดนมอยู่บ่อยๆ แต่ผมเป็นผู้ใหญ่ที่ติดกระโถน ผมติดกระโถนมาก จะใช้หรือไม่ใช้ ผมต้องมีวางไว้ข้างๆเตียงเสมอ มันทำให้ชีวิตผมซับซ้อนมากขึ้น เพราะผมต้องคอยพกกระโถนไปด้วยเวลาที่ผมเดินทางไปต่างรัฐหรือต่างจังหวัด และมันทำให้ผมเสียบุคลิคนิดหน่อยเวลาที่พนักงานถือกระเป๋าเห็นกระโถนของผม แต่ผมว่ามันยังดีกว่าที่ผมต้องลุกขึ้นมาฉี่กลางดึกแล้วหันหลังกลับมาเจอสิ่งที่ผมไม่อยากเห็น ผมยอมเสียบุคคลิก แต่ผมไม่ยอมเสียขวัญ

กองกอย เป็นผีป่าชนิดหนึ่ง มีลักษณะรูปร่างไม่เป็นที่ปรากฏชัด แต่โดยมากจะอธิบายว่าเป็นผีที่มีขาข้างเดียว เคลื่อนที่โดยการกระโดดไปด้วยขาเดียว และส่งเสียงร้องว่า "กองกอย ๆ" อันเป็นที่มาของชื่อ

เชื่อว่า ผีกองกอยจะดูดเลือดจากหัวแม่เท้าของคนค้างแรมในป่า วิธีการป้องกันคือ ให้นอนไขว้ขาหรือชิดเท้ากันทั้งสองข้างและอย่านอนเอาขาหรือเท้าออกนอกเต็นท์นอน

ข้อมูลข้างต้น ผม Search มาจาก Google พวกเราจะได้นึกภาพและจินตนาการไปพร้อมๆกับผมด้วย เพราะผมจะไม่ยอมกลัวผีกองกอยคนเดียว

เมื่อปลายปี 64 ผมได้ไปเยี่ยมพ่อที่จันทบุรี และถือโอกาสไปกางเต๊นท์นอนที่ไร่ของพี่ชายผมที่ท่าแฉลบ ท่าแฉลบเป็นเมืองเล็กๆติดปากอ่าว ถนนที่วิ่งไปท่าแฉลบจะสิ้นสุดที่ท่าเรือ เป็นเมืองที่มีร้านอาหารทะเลสดและอร่อยมีชื่อเสียงอยู่หลายร้าน ใครไปเที่ยวจันทบุรี ให้ลองแวะไปทานอาหารทะเลที่นั่นกันดูนะครับ

ไร่ของพี่ชายผมมี Landscape ที่จัดไว้สวยงามมาก มีทุ่งหญ้า มีวัว มีบึง และติดชายน้ำปากอ่าว มีที่พักคนงานและมีคนงานประจำคอยดูแลไร่และสิ่งปลูกสร้าง ทุกครั้งที่ผมไปเยือน ผมรู้สึกเหมือนเข้าไปสู่อาณาจักรและมิติที่ผมไม่เคยเห็น พี่ชายผมชอบเลี้ยงหมาพันธ์ุหลังอาน ต้องบอกว่าเค้ามีเป็นฝูง หน้าตาไม่น่าไว้ใจเลยสักตัว มีตัวหนึ่งที่ดูจะดุกว่าเพื่อน มันชื่อไอ้ข้าวซอย ซึ่งสำหรับผม มันน่าจะชื่อไอ้เหี้ยม หรือไอ้โหดเสียมากกว่า

ที่บ้านนครนายก ผมมีคนสวนสองคน เป็นคนกะเหรี่ยง จอโด้และจอเช่เป็นฝาแฝดกัน หน้าตาหล่อกว่าผมทั้งคู่ นอกจากนั้น ผมมีแม่บ้านหนึ่งคน ซึ่งเป็นน้องสาวของเค้า ชื่อยาเคน สมัยตอนยาเคนมาใหม่ๆ ผมบอกแฟนว่าผมขอตั้งชื่อเค้าว่า ญาญ่า แต่แฟนผมไม่ยอม ดูความโหดร้ายของแฟนผมสิ แค่ขอมีความสุขเล็กๆเวลาเรียกแม่บ้าน เค้ายังไม่ยอมผมเลย โลกนี้ไม่ยุติธรรม ไม่งั้นป่านนี้ ผมมีญาญ่าเป็นของตัวเองแล้ว

ผมได้พาทั้งสามคนไปด้วย เผื่อต้องหากิ่งไม้มาจุดก่อกองไฟ ปิ้งอาหารและอื่นๆ และข้อสำคัญ ผมอยากพาพวกเค้าไปเปิดหูเปิดตาและพักผ่อนพร้อมกับผม เค้าคือครอบครัวผม

วันนั้นเป็นวันเสาร์ที่ 4 ธันวาคม 2564 ผมจำได้อย่างแม่นยำ ลมหนาวเริ่มเข้า ทำให้อากาศเย็นสบาย สิ่งที่ผมไม่รู้และคิดไม่ถึงมาก่อน คือวันนั้นเป็นวันแรม 15 ค่ำ เดือน 12 ตรงกับวันพระพอดิบพอดี ถ้าความบังเอิญไม่มีในโลก แสดงว่า ชีวิตผมถูกกำหนดให้ไปอยู่ตรงจุดนั้นวันนั้นและเวลานั้น

ผมขับตรงไปท่าแฉลบ และให้จอโด้ จอเช่ ยาเคน ช่วยกันกางเต้นท์ ผมมีเต้นท์ใหญ่ที่นอนกันได้ 5 คน ซึ่งจะเป็นเต้นท์ของผมและแฟน และมีเต้นท์เล็กๆที่นอนได้เต้นท์ละ 2 คนอีกสองเต้นท์ ผมดูจุดยุทธศาสตร์แล้ว เต้นท์ผมจะอยู่ตรงกลาง ส่วนเต้นท์เล็กอีกสองเต้นท์ จะอยู่ ด้านซ้ายและขวามือของเต้นท์ผม โดยให้ทิ้งระยะกันพอสมควร เค้าจะได้ไม่ต้องได้ยินเสียงผมกรน เดี๋ยวเค้าจะนึกว่าในเต้นท์ผมมีหมีมานอนด้วย

จากนั้น ผมก็ไปทานข้าวกับครอบครัวผมที่บ้านในเมืองจันทบุรี เราอยู่กันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ที่บ้านผม เวลาสั่งอาหารมากินกัน ผมจะรู้สึกเสียใจแทนชาวเอธิโอเปียทุกครั้ง คือมันจะเยอะมาก กินกันไม่อั้น อาหารเต็มโต๊ะ ผมฟาดหอยแครงตัวเขื่องไปคนเดียวเกือบกิโล ตามด้วยปูทะเลอีกสองตัว

ที่จันทบุรี เวลาเราไปซื้อปู เราเลือกได้ ระหว่างปูเนื้อ ปูไข่ หรือปูมัน ที่กรุงเทพ จะแยกปูไข่กับปูเนื้อเท่านั้น ผมไปขอซื้อปูมัน แม่ค้าหัวเราะผม หาว่าผมไม่รู้เรื่อง ผมได้แต่หัวเราะในใจและคิดว่า แม่ค้าแหละไม่รู้เรื่อง แต่ผมขี้เกียจไปเล่นกีต้าร์ให้ปลาฟัง

ตกค่ำ ทุกคนกลับไปที่ไร่ท่าแฉลบ มีหลานๆมากันด้วยหลายคน เราเล่นแค้มป์ไฟกันอย่างสนุกสนาน ผมชอบเล่นกีต้าร์ข้างกองไฟ มันเพลินดี ผมจะบังคับให้ทุกคน ปูเสื่อนั่งฟังและร้องตามไปด้วย ผมอยากให้ทุกคนมีความสุขไปพร้อมๆกัน และที่สำคัญที่สุดคือ ผมอยากสร้างความทรงจำดีๆไว้ให้กับคนทุกคนที่อยู่รอบข้างผม ความทรงจำที่สวยงาม มันจะอยู่ในใจคนรอบข้างเราตลอดไป เราเลือกได้ ว่าจะทิ้งความทรงจำแบบใหนไว้ให้เค้า ผมเลือกที่จะทิ้งความทรงจำที่สวยงาม

พอตกดึก หลังจากสนุกสนานกันตามประสา ทุกคนต่างก็แยกย้ายกลับบ้านพวกเค้าที่อยู่ในตัวเมือง แฟนผม ซึ่งเราสรุปกันว่าจะนอนเป็นเพื่อนผมที่เต้นท์ใหญ่ จู่ๆก็เดินมาบอกผมว่าเค้าจะกลับไปนอนบ้านแม่ในเมือง เค้าไม่อยากนอนเต้นท์

“อ้าว ทำกันอย่างนี้ได้ยังไง เราคุยกันแล้วไม่ใช่เหรอ รู้อยู่แล้วว่าพี่กลัวผี รู้งี้พี่หาเมียใหม่มานอนเป็นเพื่อนก็ดี คราวหน้าอย่าทำอย่างนี้อีกนะ” ผมคิดออกมาดังๆในใจ ก่อนที่จะเดินไปส่งเธอขึ้นรถอย่างหงอยๆ

เต้นท์ผมมันใหญ่มาก ใหญ่พอที่จะจุผมและผีอีกสี่ตัวสบายๆ ผมคิดถึงผีแล้วก็รีบเอาตะเกียงไฟฟ้าผูกห้อยไว้กลางเต้น ถ้าผมเปิดไฟนอน และถ้ามีผีมา ผมจะได้เห็นชัดๆ ไม่ต้องคลุมเครือหรือคิดไปเอง ถึงผมกลัวผี แต่ผมก็ฉลาดนะ

ผมนอนคิดถึงผีกองกอย ที่ชอบดูดเลือดจากหัวแม่เท้าของคนค้างแรมในป่า โชคดีที่ผมเอาผ้าใบมาคู่หนึ่ง ผมลุกขึ้นมาใส่ร้องเท้าผ้าใบ ผูกเชือกร้องเท้าอย่างแน่นหนา แล้วก็ล้มตัวลงนอนต่อ ถ้ากองกอยจะมาดูดหัวแม่โป้งผม ก็ต้องออกแรงแกะเชือกกันหน่อย ผมคิดแล้วรู้สึกว่าผมมีชัยชนะเหนืออะไรสักอย่าง สักพักผมก็ผ่อยหลับไปด้วยความเพลียโดยไม่รู้ตัว

ผมตื่นมากลางดึกด้วยเสียงหอนอย่างโหยหวนของหมาในไร่ มันหอนกันอย่างพร้อมเพรียงกัน โชคดีที่หมาทั้งฝูงจะอยู่แถวบ้านพักคนงาน ซึ่งห่างจากเต้นท์ผมประมาณ 100 เมตร พี่ชายผมเล่าว่า หัวหน้าคนงานได้เสียชีวิตกระทันหัน และมีคนโดนหลอกหลายคน รวมถีงพี่ชายผมด้วย พี่เค้าเล่าว่า มีวันหนึ่ง พี่ชายได้รับโทรศัพท์ที่โชว์เบอร์และชื่อว่าเป็นการโทรมาจากช่างคนนี้ ทั้งๆที่โทรศัพท์ของช่างคนนี้ วางอยู่บนหิ้งพร้อมรูปเค้า พี่ชายผมโทรกลับไป สายไม่ว่าง...

ลมหนาวกระโชกจนเต้นท์ผมกระพือเหมือนมีใครมาเขย่า ไฟตะเกียงผมดับสนิท เพราะผมไม่ได้เปลี่ยนถ่านก่อนมา ผมคลำหามือถือ แบตมือถือผมหมดอีก อย่างนี้มันไม่บังเอิญแล้ว ผมคิดด้วยความพรั่นใจ เธอหนอเธอ ทิ้งให้ผมนอนกลัวผีอยู่คนเดียว ถ้ามีเธออยู่ข้างๆ ผมจะไม่ค่อยกลัวผี เพราะผมมีสิ่งที่ผมกลัวกว่า ผมคิดว่าถ้าผีมา เธอเอาผีอยู่แน่ เธอดุกว่าผีเยอะ แต่นี่เธอไม่อยู่ ผมจะทำยังไงดีถ้าผีมาจริงๆ

จู่ๆผมก็ได้ยินหมาตัวหนึ่ง เดินหอนมาจากบ้านพักคนงาน ตรงมาทางเต้นท์ผม มันหอนไปเห่าไป เหมือนมันตามใครมา ผมเงี่ยหูฟัง ผมมั่นใจว่าผมได้ยินเสียงคนลากเท้าเดินมา มันชัดและใกล้มากขี้นทุกที เสียงมาหยุดตรงกองไฟที่ผมนั่งเล่นกีต้าร์ตอนหัวค่ำ เต้นท์ผมอยู่ห่างจากกองไฟประมาณ 30 เมตร ทันใดนั้น ผมเกิดปวดฉี่อย่างรุนแรง ความหนาวเย็นของอากาศ เป๊บซี่และอาหารเย็นมื้อใหญ่ รวมถึงเหตุการณ์สยองขวัญที่อยู่ต่อหน้า ทุกปัจจัย ทำให้ผมรู้สึกปวดมาก แต่ผมคิดว่าผมยอมปวดฉี่ตาย ดีกว่าโดนผีหลอกตาย ถึงแม้ว่าศพผมคงจะไม่สวยทั้งคู่ แต่ผมจะไม่ยอมออกไปฉี่ข้างนอกให้เข้าทางผีตัวนี้แน่ๆ

ผมคิดถีงกระโถนขึ้นมาได้ แต่ให้ตายสิโรบิ้น ผมลืมเอาสิ่งสำคัญมา ในใจแว่บขึ้นมาว่า ผมจะเจาะรูเต้นท์ และยื่นช้างน้อยของผมออกไปฉี่นอกเต้นท์ แต่อีกใจคิดว่า แล้วถ้าไอ้ข้างนอกมันเป็นผีกองกอยจริงๆ แล้วถ้ามันเห็นอะไรยื่นออกมา แล้วถ้ามันคิดว่าเป็นหัวแม่โป้งของผม.... แย่ล่ะ ผมตัดสินใจกลั้นปวดฉี่ต่อ

ผมหลับไปพร้อมกับการปวดฉี่อีกรอบหนึ่ง ผมตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เสียงหมาหอนและลมกระโชกหายไปหมด เหลือแต่ความเงียบสงัดและอากาศที่หนาวเย็น คราวนี้มันเงียบมากจนผมได้ยินเสียงปะทุของฟืนที่เหลือจากการเล่นรอบกองไฟตอนหัวค่ำ ความปวดฉี่มันยังอยู่แต่น้อยลงไปมากกว่าก่อนหน้านี้มาก แต่ที่เลวร้ายที่สุด คือผมรู้สึกว่าท้องผมเสีย มันอยากจะจู๊ดๆ ปวดฉี่ยังพอทนได้ ปวดจู๊ดๆมันทนไม่ได้

ห้องน้ำอยู่ที่เรือนไม้ ไม่ไกลจากเต้นท์ผมมากนัก ผมคำนวณในสมองว่า ถ้าผมเปิดเต้นท์ออกไป วิ่งหลับตาหรือหรี่ตาไปที่ห้องน้ำแล้วรีบเปิดไฟให้สว่าง ผมก็จะไม่มีโอกาสเห็นผี เพราะผีมันกลัวแสงไฟ ผมเห็นเค้าว่ากันอย่างนั้น และทุกอย่างก็น่าจะจบลงด้วยดี

ผมไม่มีเวลาคิดมากนัก ผมตัดสินใจรูดซิบเต้นท์ พุ่งตัวออกไปข้างนอก พยายามหรี่ตาและวิ่งไปที่เรือนไม้ด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่ผมทำได้ โชคยังเข้าข้างผม ที่ผมใส่ร้องเท้าผ้าใบนอน ทำให้ผมวิ่งได้เร็วกว่าปกติ ทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่ผมคิดไว้ตั้งแต่ต้น ตอนนั้นผมรู้สีกเหมือนเนสกาแฟ 3 in 1 คือผมปวดฉี่ ปวดอึ และกลัวผีในเวลาเดียวกัน

ข้างแรมมันมืดมากจริงๆ มีเพียงแสงที่มาจากเสาไฟโซล่าเซลล์ริบหรี่ๆหนึ่งดวง และแสงจากกองฟืนที่กำลังจะมอดเท่านั้น บวกกับบรรยากาศที่เยือกเย็น มันเป็นบรรยากาศที่น่ากลัวที่สุดในชีวิตผม แต่วินาทีนั้น ผมไม่มีเวลาที่จะกลัวอีกต่อไป เพราะพม่าบุกประชิดถึงกำแพงวัดพระแก้วแล้ว

ผมวิ่งข้ามสะพานไป เลี้ยวซ้ายเข้าห้องน้ำได้ทันเวลา แต่พอผมเปิดสวิชไฟ ไฟห้องน้ำดันไม่ติด (มารู้ที่หลังว่าแฝดคนสวนของผม หวังดี ปิด Breaker ที่ตู้ควบคุมก่อนเข้านอน เค้าต้องการประหยัดไฟให้พวกผม) คุณเห็นไม๊ ความบังเอิญไม่มีจริง ผมถูกกำหนดไว้แล้ว ว่าผมต้องโดนผีหลอกคืนนี้ ผมไม่มีเวลาที่จะวิ่งไปที่ตู้ควบคุมไฟแล้ว พวกพม่าเริ่มเคาะประตูวัดพระแก้วชั้นใน โชคดีที่ผมอยู่ในห้องน้ำเรียบร้อยแล้ว ผมแก้ใขปัญหาเปลาะใหญ่สุดได้แล้ว ที่เหลือเป็นเรื่องเล็กน้อย เรื่องน่าจะจบด้วยดี

ผมก้มลงแกะเชือกผูกร้องเท้าที่ผมมัดเป็นปมอย่างแน่นหนา แต่ผมแกะเชือกไม่ออก แกะยังไงก็แกะไม่ออก ผมผูกไว้แน่นเกินไป ทันใดนั้น พม่าก็ตีกรุศรีแตก

ผมไม่อยากเล่าต่อ แต่คุณคิดภาพเอาเองละกัน ผมใส่เสื้อสีขาวตาห่านคู่ กางเกงชาวเลลายดอกกุหลาบอย่างดีที่ซื้อมาจากตอนไปเที่ยวเชียงใหม่ ถุงเท้าและรองเท้ายี่ห้ออาดิดาส ซื้อจากโรงเกลือ ทหารพม่ากระจัดกระจายไปทั่วหัวเมืองทั้งเหนือและใต้ ให้ตายสิโรบิ้น ผมจะทำยังไงดี ผีก็กลัว พม่าก็บุกแบบโหดเหี้ยมทารุณ ไร้เหตุผลมาก ทั้งเสื้อกางเกง ร้องเท้าถุงเท้า มีทหารพม่าติดอยู่เต็มไปหมด

ผมค่อยๆบรรจงแกะเชือกรองเท้าออกจนได้ ในที่สุด ผมก็จัดการกับรองเท้าและกางเกงผมได้สำเร็จ ส่วนเสื้อ ผมไม่สามารถถอดออกได้ ผมกลัวทหารพม่ามาจะติดที่หัวผม ผมคิดอยู่พัก แล้วก็ตัดสินใจฉีกเสื้อให้ขาดเป็นชิ้นๆอย่างบ้าคลั่งด้วยมือ ถ้าผีมีจริงวันนั้น และบังเอิญมาเห็นผม ผีน่าจะกลัวผม เพราะจังหวะนั้น ผมจะประมาณ The Hulk ในหนังเรื่องมนุษย์เขียวเวลาโกรธและฉีกเสื้อตัวเอง

ความกลัวผีหายไปหมด เหลือแต่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ในที่สุดผมก็กู้กรุงศรีกลับคืนมาได้ ปัญหาต่อไปคือ ผมต้องวิ่งกลับไปที่เต้นท์ของผมโดยปราศจากสิ่งห่อหุ้มร่างกายใดๆ แม้กระทั่งรองเท้า ผมรู้สึกเหมือนเด็กแรกเกิดอีกครั้ง

ผมคิดว่าถ้าผมค่อยๆย่องกลับไปที่เต้นท์ คนสวนและแม่บ้านผมคงไม่ตื่นง่ายๆ ผมจะย่องให้เงียบที่สุด คิดแล้วผมก็เปิดประตู ผมสะดุ้งเฮือก เมื่อได้สัมผัสกับลมและอากาศข้างนอกที่เย็นเจี๊ยบ

ผมเดินย่องเลี้ยวขวา ข้ามสะพานไป พอผมข้ามสะพานไป ผมเห็นก้อนสีน้ำตาลอยู่ใต้ต้นไม้ทางขวามือ ตอนแรกนึกว่ากองหญ้า พอกำลังจะผ่าน ไอ้ก้อนสีน้ำตาลที่ผมเห็น มันขยับตัวเหมือนสะดุ้ง มันลุกขึ้นมาแยกเขี้ยวใส่ผม มันคือไอ้ข้าวซอยตัวดุของพี่ชายผม มันคงตกใจนึกว่าเจอผีเมื่อเห็นผมในสภาพนั้น และทำท่าจะวิ่งเข้ามาทางผม

เท่านั้นเอง ผมตะโกนเรียกชื่อมัน เผื่อมันจะคิดออกว่าผมรู้จักชื่อมัน แสดงว่าเราเป็นพวกเดียวกัน ผมตะโกน “ข้าวซอย ข้าวซอย” ด้วยเท้าที่เปลือยเปล่า ทำให้ผมต้องกระโดดหยองแยงไปที่เต้นท์ผม ปากก็ห้ามหมาไม่ให้เข้ามากัดผม “ข้าวซอย ข้าวซอย”

ผมได้ยินเสียงเหมือนคนงานของพี่ชายตะโกนกันโวกเวกแว่วๆ แต่ตอนนั้น ผมไม่มีเวลาที่จะสนใจเรื่องอื่น ไอ้ข้าวซอยมันกำลังจะกัดก้นผม ผมต้องเอาตัวรอดก่อน เป้าหมายผมคือเต้นท์ ผมพุ่งเข้าไปในเต้นท์ได้อย่างปลอดภัย รีบใส่เสื้อผ้า และนอนต่อด้วยความระทึกใจปนเพลีย

วันรุ่งขึ้น ระหว่างทางขับรถกลับบ้านกรุงเทพ น้องสะใภ้ผมโทรมาหาผมด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น “พี่ๆ เมื่อคืน มีคนงานที่ไร่ เห็นผีกองกอยกระโดดไปมาอยู่แถวหน้ากองไฟหน้าเต้ท์พี่ พี่เห็นบ้างไม๊?”

ผมกระดิกนิ้วโป้งเท้าของผม ให้แน่ใจว่านิ้วโป้งเท้าผมยังอยู่ทั้งคู่ แล้วก็ตอบกลับสั้นๆว่า “ผีกองกอย ไม่มีในโลก มีแต่พวกพม่ายกทัพมาตีกรุศรีอยุธยา “ ผมตอบพลางยิ้มและขับรถต่ออย่างมีความสุข


ผมมีพลอยและพระสมเด็จองค์เล็ก มาแบ่งปันให้ 5 คอมเม้นต์แรก ที่บอกยี่ห้อรองเท้า + ของแจกได้ถูกต้อง เช่น “บาจา + พลอย” ผมจะส่งสิ่งนั้นไปให้ แต่รองเท้าผมให้ไม่ได้ เพราะผมได้โยนเข้าไปในกองไฟตอนเช้าวันรุ่งขึ้นพร้อมกับกางเกงชาวเลและเสื้อตราห่านคู่เรียบร้อยแล้ว......


Oh @ Somdej Square

ผมและแงซายฝาแฝดทั้งสอง รวมทั้งญาญ่าของผม

ของชุด EP 7 และ EP 8 กำลังจะออกเดินทางไปหาเจ้าของนะครับ
06/11/2022

ของชุด EP 7 และ EP 8 กำลังจะออกเดินทางไปหาเจ้าของนะครับ

03/11/2022

EP 8 แม่มด

ผมคงเหมือนคนส่วนใหญ่ในโลกใบนี้ สิ่งแรกที่ทำตอนเช้าตื่นขึ้นมาคือพับผ้าห่ม ผมคิดเสมอว่าชีวิตในทุกๆวัน เราควรเริ่มต้นให้ดีที่สุด และการพับผ้าห่มมันเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เราทำได้ในตอนเช้า ผมเชื่อว่าถ้าเราเริ่มต้นวันด้วยการพับผ้าห่มที่เรียบร้อย ชีวิตวันนั้นของเราก็จะราบรื่น

ผ้าห่มผมจะถูกจับจีบอย่างเรียบร้อย มุมชนมุม ไม่มีขาดไม่มีเกิน ด้านหัวและด้านเท้า ด้านในและด้านนอก จะต้องชัดเจน ไม่มีการสลับสับเปลี่ยน ผมไม่ต้องการเสี่ยงที่จะต้องนอนดมเท้าของตัวเองในคืนต่อๆไป

วันฮาโลวีนที่เพิ่งผ่านไป ทำให้ผมคิดถึงสมัยตอนผมอยู่อเมริกา ผมอยู่รัฐแมสซาชูเซต ในรัฐนี้จะมีเมืองอยู่เมืองหนึ่งชื่อเมืองซาเล็ม เมืองนี้เป็นเมืองแม่มดในอดีต ทำให้เทศกาลฮาโลวีนของเมืองนี้ เป็นเทศกาลใหญ่ประจำปีของเมือง เป็นเหมือนศูนย์รวมผีในคืนนั้น ใครๆก็จะหาโอกาสไปเที่ยวเมืองซาเล็มในคืนวันฮาโลวีน รวมทั้งตัวผมด้วย

ประวัติฉบับย่อของเมืองนี้ก็คือ เมื่อประมาณ 300 ปีก่อน มีเด็กสาวสองสามคนที่อาศัยอยู่ในเมืองนี้ มีอาการเหมือนผีเข้า ถูกเข็มแทงตามร่างกาย เหมือนถูกไสยศาสตร์ทำของ จนทำให้มีการสืบสวนหาข้อเท็จจริง มีคนถูกจับมาทรมานจนกว่าจะซัดทอดไปยังคนอื่นๆ มีคนถูกจับกุมและกล่าวหาว่าเป็นพ่อมดแม่มดกว่าร้อยคน คนที่ถูกกล่าวหาหลายคนถูกทรมานจนตายหรือไม่ก็ถูกแขวนคอ บางรายถูกเผาทั้งเป็น

ถ้าเป็นบ้านเรา พวกเราก็จะเรียกหาหมอปลาให้มาช่วย ทุกอย่างก็จะจบด้วยดี

สมัยนั้น แค่มีคนฝันหรือกุเรื่องว่าคุณเป็นแม่มดหรือซัดทอดว่าคุณเป็นพ่อมดแม่มด คุณจะถูกสืบสวนและตั้งข้อหาทันที กว่าเด็กสาวสองสามคนจะสารภาพว่ากุเรื่องขึ้นเอง ก็มีคนบริสุทธิ์ต้องถูกแขวนคอ ถูกเผาทั้งเป็นหรือทรมานจนตายไปมากมาย

ถ้าตอนนี้ผมอยู่ในช่วงเวลานั้น ผมจะไปฟ้องทางการว่า ผมมีแม่มดอยู่ในบ้าน ใช่ครับ ผมมั่นใจว่าเธอเป็นแม่มด เธอรู้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมทำ ผมไม่เคยปิดบังหรือหลบอะไรเธอได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว ที่ผมมีชีวิตรอดอยู่ได้ทุกวันนี้เพราะผมยอมรับสารภาพทุกครั้ง

ผมแอบใส่รองเท้าเข้าบ้าน เธอก็รู้ ผมกินขนมตรงใหน เธอสามารถบอกได้ว่าผมกินอะไร ชี้จุดและตำแหน่งได้อย่างถูกต้องและแม่นยำเหมือนตาเห็น เธอชอบดูหนังสืบสวนสอบสวนเป็นชีวิตจิตใจ ผมเคยเสนอให้เธอไปสมัครงานที่หน่วย DSI ของไทย แต่เธอถามผมกลับว่า แล้วใครจะคอยจับผิดผม ข้อเสนอผมเลยตกกระป๋องไป

สมัยก่อน ผมจะชอบการตีแบด ในกระเป๋าอุปกรณ์แบดของผม จะต้องมีผ้าขนหนูซับเหงื่อสองสามผืนเสมอ แบดเป็นกีฬาที่เล่นในที่ปิด ทำให้เหงื่อออกมากกว่ากีฬาชนิดอื่นๆ ผ้าขนหนูจึงเป็นอุปกรณ์สำคัญที่ผมขาดไม่ได้

มีครั้งหนึ่ง ผมใส่ชุดตีแบดออกจากบ้าน แต่ไปไม่ถึงโรงแบด เพื่อนๆชวนกันไปสังสรรค์ระหว่างทาง พอผมกลับมาถึงคอนโด ทันทีที่เธอได้ยินผมเดินเข้าประตูมา

“พี่ไม่ได้ไปตีแบดมา” เสียงเธอตะโกนออกมาจากห้องนอน ผมสะดุ้งเล็กน้อย สมองคำนวณว่าจะปฏิเสธหรือสารภาพดีกว่ากัน เธอรู้ได้อย่างไรกัน ว่าผมไม่ได้ไปตีแบดมา

“ เสื้อพี่แห้งสนิท ไม่เปียกเหงื่อ “ เธอบอกกับผมทั้งๆที่เธออยู่หลังประตูห้องนอน ยิ่งทำให้ผมมั่นใจว่าเธอมีตาทิพย์ของแม่มดอยู่ วันนั้นผมเลยยอมจำนนต่อหลักฐาน ยอมสารภาพไปอย่างหมดเปลือก คืนนั้นผมนอนที่โซฟาตามระเบียบ

ครั้งต่อมา เหตุการณ์เหมือนเดิม ผมแต่งชุดเล่นแบดออกมาจากบ้าน เพื่อนๆชุดเดิมดันโทรมาอีก ผมก็ดันใจอ่อน ไปสนุกกับเพื่อนอีก แต่คราวนี้ผมฉลาดขึ้นกว่าเดิมสามเท่า ผมจะไม่ยอมทำผิดให้เธอจับได้อีกเป็นครั้งที่สอง

ผมกลับถึงคอนโดประมาณตีหนึ่ง พอผมจอดรถเสร็จ ผมก็เริ่มวิ่งรอบๆคอนโด ผมวิ่งไปก็คิดไปว่าเวรกรรมมันมีจริง พระเจ้ากำลังลงโทษผมอยู่ แทนที่จะได้นอนพักผ่อนบนเตียงอันนุ่มและแอร์ที่เย็นฉ่ำ ผมต้องมาวิ่งรอบคอนโดให้เหงื่อออกตอนตีหนึ่ง

ผมไม่ได้วิ่งอย่างเดียว ผมถือไม้แบดวิ่งด้วย ด้วยความฉลาดของผม ผมรู้ว่าเดี๋ยวเธอต้องเช็คด้ามจับไม้แบดผม ว่ามีเหงื่อหรือไม่ ผมรอบคอบมากคราวนี้ ผมวิ่งไปก็ชื่นชมความฉลาดของตัวเองไป

ผมถือไม้แบดวิ่งอยู่สี่รอบ จนรปภเริ่มจับตาดูผมอย่างไม่ไว้ใจ คิดว่าผมสติไม่ดี หรือไม่ก็กำลังวิ่งหาลู่ทางทำอะไรสักอย่างที่ผิดกฏหมาย พอครบรอบที่สี่ เสื้อและด้ามจับไม้แบดของผมก็ชุ่มไปด้วยเหงื่อ คราวนี้เธอต้องเชื่อว่าผมไปตีแบดจริงๆแน่นอน ปัญหามา ปัญญามี ปัญหาเล็กน้อยแค่นี้ ผมจัดการได้สบายมาก ผมคิดอย่างนั้น

ผมค่อยๆเปิดประตูห้องเข้าไป เดินย่องให้เบาที่สุด ความรู้สึกเหมือนกำลังจะเข้าไปโจรกรรมอะไรสักอย่างในห้องนี้ ทั้งๆที่เป็นห้องของผมเอง เธอมีเวทมนต์คาถาที่ทำให้ผมต้องรู้สึกเช่นนี้

“กลับมาแล้วเหรอพี่” เสียงเธอดังมาจากห้องนอนทำให้ผมถึงกับสะดุ้ง เธอยังไม่หลับ แย่ล่ะ แผนหนึ่งของผมล้มเหลว ผมตั้งใจกลับให้ดึก เผื่อเธอจะหลับไปก่อน โชคดีที่ผมมีแผนสองรองรับอยู่

“ทำไมกลับดึกจัง ไปเที่ยวมาเหรอ” เธอถามต่อแบบไม่ให้ผมตั้งตัวติด แต่คราวนี้ผมเตรียมตัวมาอย่างดี เธอไม่มีทางทันผมแน่
“ พี่ขออาบน้ำก่อนนะ พี่เหนียวตัว ” ผมเดินตามแผนการณ์ที่ผมวางไว้ ผมเบื่อนอนโซฟา มันสั้นและแคบ แถมย้วย นอนแล้วเจ็บหลัง ผมคิดถึงเตียงของผม

“ถามว่าไปเที่ยวมาเหรอ?” เธอถามด้วยเสียงระดับความถี่ที่สอง คราวนี้เธอเริ่มกัดผมไม่ปล่อย
“ไม่ได้ไปไหนมา เหนียวตัวมาก เหงื่อออกเยอะ เสื้อมีเหงื่อเต็มเลย เดี๋ยวขออาบน้ำก่อน นอนไปก่อนเถอะ” ผมมุสาเล็กน้อย เพื่อให้เธอสบายใจ ผมยังมั่นใจว่าผมรอดแน่คราวนี้ ผมตอกย้ำไปที่หลักฐานสำคัญของผม ผมยังตั้งใจจะนอนเตียงให้ได้ ก็ผมวิ่งรอบคอนโดซะเหนื่อย ร่างกายผมต้องการเตียงนุ่มๆคืนนี้

ผมอาบน้ำไปคิดไป ผมคิดว่าผมเข้าใจถึงแก่นลึกของหลักพระพุทธศาสนาอย่างถ่องแท้ ผมเข้าใจแล้วว่า หนทางแห่งการดับทุกข์ทั้งปวง ต้องเริ่มมาจากการหนีเมียให้ได้ก่อน ผมอยากดำเนินตามรอยเจ้าชายสิทธัตถะบ้าง แต่มันคงไม่ง่ายอย่างที่คิด

ผมพยายามอาบน้ำให้นานที่สุด เผื่อออกมาจากห้องน้ำแล้วเธอจะหลับ พอผมเดินออกมาจากห้องน้ำ สิ่งแรกที่ผมเห็นคือ เธอถือผ้าขนหนูซับเหงื่อของผมที่แห้งสนิททั้งสามผืน ยืนรออยู่หน้าห้องน้ำ พร้อมกับพูดว่า “ถ้าสารภาพ ลดโทษกึ่งหนึ่ง”

ผมไม่ตอบอะไรเธอ เพราะไม่รู้จะตอบอะไร และผมไม่มีอะไรจะตอบ สำหรับผม มันไม่ใช่ประโยคคำถาม มันเป็นประโยคคำสั่ง ผมเดินไปที่โซฟาย้วยๆตัวเดิม แล้วก็ทิ้งตัวลงนอนแบบคนที่พ่ายแพ้ ใช่ครับ....ผมมีแม่มดอยู่ในบ้าน

EP 8 นี้ผมขอแจกพระสมเด็จคะแนน หรือพลอย ให้กับ 5 คนแรก ขอให้เขียนในคอมเม้นท์ว่า ผมวิ่งรอบคอนโดกี่รอบ และ สมเด็จหรือพลอย เช่น “2 รอบ - พลอย” หรือ “3 รอบ - พระสมเด็จ” ด้วยความคิดที่ว่า ก่อนจะได้พระสมเด็จไปบูชาหรือพลอยไปสะสม ก็ต้องทนอ่านความในใจของผมกันก่อน เผื่อผมสามารถรวมกลุ่มแม่มดทั้งหมดได้ จะได้จับส่งไปเผาที่เมืองซาเล็มทีเดียวพร้อมกันไปเลย ผมมั่นใจว่า ผมไม่ได้เป็นคนเดียว ที่มีแม่มดอยู่ในบ้าน...... พรุ่งนี้เช้า อย่าลืมพับผ้าห่มให้เรียบร้อยกันนะครับ

Oh @ Somdej Square

ผมกับเธอ คุณไม่มีทางมองเห็นเธอหรอก เพราะเธอคือแม่มด………

EP 7  ตะเกียงวิเศษวันนี้ผมตื่นแต่เช้า ฟ้าเริ่มสาง อากาศเย็นสบาย ผมชอบฟังเสียงนกร้องตอนเช้าๆ นกจะร้องเจื้อยแจ้วตอนเช้าๆมา...
26/10/2022

EP 7 ตะเกียงวิเศษ

วันนี้ผมตื่นแต่เช้า ฟ้าเริ่มสาง อากาศเย็นสบาย ผมชอบฟังเสียงนกร้องตอนเช้าๆ นกจะร้องเจื้อยแจ้วตอนเช้าๆมากกว่าช่วงบ่าย ผมคิดว่ามันดีใจที่ได้เห็นแสงแรกของวันใหม่และจะได้บินออกไปหากิน

ต่างกับคนเราโดยสิ้นเชิง คนเราตื่นขึ้นมา รู้สึกว่าต้องไปทำงานอีกแล้ว วันไหนได้หยุดทำงานก็จะดีใจ พอตะวันตกพลบค่ำ ก็อยากร้องเพลงอยากขยับตัวตามจังหวะดนตรี ยิ่งดึกยิ่งสนุก ซึ่งในขณะเดียวกันนกและธรรมชาติทั้งหลายกำลังหลับสนิท เพื่อที่จะตื่นมารับเช้าวันใหม่ ผมว่าคนเราแปลกและทำอะไรสวนทางกับธรรมชาติเสมอ หรือว่าเราเกิดมาเพื่อทำลายธรรมชาติ เพื่อรักษาความสมดุลย์ของธรรมชาติ ไม่ให้ธรรมชาติเป็นธรรมชาติเกินไปจนไม่มีความไม่เป็นธรรมชาติ ผมอ่านกลับไปกลับมา แล้วก็งงกับตัวเอง

เมื่อคืนผมนั่งดูข่าวเรื่องธุรกิจเกิดใหม่ที่เป็นข่าวใหญ่ตอนนี้ เป็นการบริการพาคนไปตกหมึกดูหอยบนเรือ แถมด้วยการดูโน่นนี่นั่น ธุรกิจนี้เกิดขึ้นที่บางเสร่ สัตหีบ ผมดูจนจบแล้วอารมณ์เสียนิดหน่อย ผมเสียเวลาตั้งนาน จะบอกเบอร์ติดต่อตอนท้ายรายการสักหน่อยก็ไม่ได้ อุตส่าห์เตรียมกระดาษและปากกาพร้อม ผมรู้ว่ามันไม่ถูกต้อง แต่ผมว่าเจ้าของกิจการเค้ามีหัวคิดแหวกแนวดี ผมอยากจะเพิ่มเค้าเป็นเพื่อนในไลน์ เผื่อผมจะมีไอเดียใหม่ๆมาประยุกต์ให้เข้ากับสิ่งที่ผมทำอยู่

พูดถึงการเพิ่มเพื่อนในไลน์ ผมเคยอยู่ในก๊วนเล่นแบดมินตันกลุ่มหนึ่ง เรามีไลน์กลุ่ม ซึ่งผมเข้าใจว่า เราเอาไว้พูดคุยนัดเวลาตีแบดและสังสรรค์กัน ตอนนั้น ผมเพิ่งเข้าเป็นสมาชิกใหม่ในกลุ่มนี้ ยังจำสมาชิกได้ไม่หมดทุกคน อยู่ๆวันหนึ่งผมนั่งดื่มกาแฟตอนเช้าๆที่บ้าน มีสมาชิกคนหนึ่ง ถ้าผมจำไม่ผิด เค้าชื่อคุณแดง คุณแดงส่งข้อความเข้ามาในไลน์กลุ่มว่า “ขออนุญาตเพิ่มภรรยานะครับ”

ผมยอมรับว่าผมทำกาแฟหกไปครึ่งแก้ว ก็ผมตกใจแกมดีใจ มือไม้สั่นไปหมด ผมอยู่ในกลุ่มที่วิเศษที่สุดในโลก กลุ่มนี้ขอเพิ่มภรรยาได้ด้วย!! มันเป็นกลุ่มอัจฉริยะสำหรับผม สมองอันแหลมคมของผมเริ่มทำงานทันที ผมจะขอยังไงดีถึงจะอยู่ในกฏระเบียบของกลุ่ม ผมจะหาแบบฟอร์มที่ถูกต้องของกลุ่มได้จากไหน มีค่าสมาชิกรายปีที่ผมไม่รู้และไม่ได้ชำระหรือไม่ มีราคาสมาชิกตลอดชีพไม๊ คำถามมันพรั่งพรูมาในสมองผม ถ้ามีการขอเพิ่มภรรยาในกลุ่มนี้ได้ มันก็ต้องขอลดหรือเปลี่ยนภรรยาได้ด้วย คราวนี้เธอเสร็จผมแน่ เธอตกเป็นลูกไก่ในกำมือของผมล่ะ ผมคิดด้วยความกระหยิ่มยิ้มย่อง กลุ่มนี้น่าจะเปลี่ยนชื่อใหม่ เป็นกลุ่มตะเกียงวิเศษ หรืออะไรประมาณนั้น ผมได้หลุดเข้าไปในกลุ่มในฝันของผม โดยผมไม่รู้ตัว

“ ผมนึกว่าจะขอเพิ่มภรรยา ต้องไปขอภรรยาที่อยู่ที่บ้าน ผมไม่ทราบมาก่อน ว่าขอในกลุ่มนี้ได้ด้วยครับ “ ผมเขียนไปในกลุ่มอย่างสุภาพและลิงโลด

สมาชิกทั้ง 18 คนอ่าน ไม่มีใครตอบผม แต่ผมมั่นใจว่ามีคนถูมือด้วยความดีใจและรอคำตอบเหมือนผมอยู่อีกหลายคน แต่พวกเค้าไม่ยอมเปิดเผยตัว คุณแดงช่างเป็นผู้ชายที่กล้าหาญมาก และกลายเป็นเน็ตไอดอลของผมขึ้นมาทันที

“ผมจะขอลดภรรยาก่อน และค่อยเพิ่มภายหลังได้ไม๊ครับ?” “ หรือผมต้องเพิ่มภรรยาใหม่ก่อน แล้วค่อยลดภรรยาเก่าครับ?” ผมยิงคำถามแบบ คม ชัด ลึก เข้าไปในกลุ่ม ผมไม่รู้ว่าผมกำลังถามใคร ใครจะเป็นผู้อนุมัติหรือปฏิเสธ ผมเพียงแต่คิดว่ามันไม่เสียหายที่จะถามเข้าไป ผมต้องทำให้ถูกต้องและกระชับที่สุด เพื่อไม่เป็นการเสียเวลาของผู้อนุมัติ และผมต้องปฏิบัติการด้วยความรวดเร็ว เผื่อมันเป็นอะไรที่มีโควต้า หรือโปรโมชั่นอยู่ หรือถามก่อนได้ก่อน มีจำนวนจำกัด อะไรประมาณนั้น ผมไม่ต้องการพลาดโอกาสทองของชีวิต

เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า ผมรู้สึกว่าหนึ่งนาทีเหมือนหนึ่งชั่วโมง ในที่สุดก็มีสมาชิกคนหนึ่งตอบมาว่า “แดงเค้าจะขอเพิ่มภรรยาเค้าเข้ากลุ่มไลน์เราครับ” เท่านั้นเอง ความฝันผมพังพินาศภายในพริบตา คุณแดงนะคุณแดง ผมเกือบจะสร้างอนุสาวรีย์แห่งความกล้าหาญให้ที่สามแยกหน้าบ้านผมอยู่แล้วเชียว

ทุกวันนี้กลุ่มไลน์นี้ก็ยังอยู่อย่างเหนียวแน่น ส่วนผมได้ออกมาจากกลุ่มแล้ว ไม่ได้โดนขับไล่ออกมานะครับ ผมเลิกเล่นแบดมินตันเพราะมีอาการเจ็บเข่า ผมเลยออกมาจากกลุ่ม แต่ถ้าใครรู้จักกลุ่มประมาณที่ผมว่า รบกวนติดต่อผมด้วยนะครับ ผมจะยกพลอยและพระสมเด็จที่ผมมีทั้งหมดให้

พิมพ์คำว่า “ พลอย” หรือ “พระสมเด็จ” ผมจะส่งไปให้ 6 คนแรกนะครับ ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ถ้าใครไม่ได้ไม่ต้องเสียใจนะครับ ผมเหมือนหนังสือปกหนังแท้เล่มเก่าๆ มีเรื่องราวมาเล่าให้ฟังไม่รู้จบ อย่าลืมแบ่งปันความสุขให้คนรอบข้างนะครับ รอยยิ้มก็แบ่งปันให้กันและกันได้ ใน EP หน้าผมจะเล่าเรื่องผีกองกอยที่จันทบุรีให้ฟัง วันนี้ผมไปตัดหญ้าก่อนครับ ข้าศึกเริ่มฮึกเหิมและขึ้นยาวมาก ผมต้องรีบไปกำราบ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันนะครับ พบกันใหม่ EP หน้าครับ

Oh @ Somdej Square

รูปผมกับหลานๆ ซึ่งตอนนี้เป็นวัยรุ่นกันหมดแล้ว ผมตั้งชื่อรูปนี้ว่า สโนว์ไวท์กับคนแคระทั้งหก

สุขสันต์วันหยุดครับ พลอยและพระสมเด็จ ที่แจกใน EP5 และ EP6 กำลังเตรียมตัวออกเดินทาง รอรับกันนะครับ ส่วนพระสมเด็จ EP4 น่าจ...
24/10/2022

สุขสันต์วันหยุดครับ พลอยและพระสมเด็จ ที่แจกใน EP5 และ EP6 กำลังเตรียมตัวออกเดินทาง รอรับกันนะครับ

ส่วนพระสมเด็จ EP4 น่าจะถึงทุกคนเรียบร้อยแล้ว ถ้าไม่ได้รับ รบกวนแจ้งกลับผมหน่อยนะครับ

EP 6  ปริญญาชีวิตเช้าวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมนอนขี้เกียจๆอยู่บนเตียง กำลังหงุดหงิดกับไอโฟนที่มันจำหน้าผมไม่ได้ตอนผมเพิ่งตื...
20/10/2022

EP 6 ปริญญาชีวิต

เช้าวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมนอนขี้เกียจๆอยู่บนเตียง กำลังหงุดหงิดกับไอโฟนที่มันจำหน้าผมไม่ได้ตอนผมเพิ่งตื่นนอน ผมว่าไอโฟนควรปรับปรุงระบบ Face Id อย่างด่วน ขณะเดียวกัน ผมกำลังคิดว่าจะทำอะไรดีวันนี้ ไปจัตุจักรซื้อกุ้งแคระญี่ปุ่นมาเลี้ยง หรือจะไปหาอะไรกินอร่อยๆดี ชีวิตผมเต็มไปด้วยการตัดสินใจ ตื่นมาก็ต้องตัดสินใจ ผมมีเรื่องต้องตัดสินใจทั้งวันและทุกวัน มีตอนเดียวที่ผมไม่ต้องตัดสินใจคือตอนก่อนนอน เธอจะตัดสินใจให้ผม ว่าผมจะนอนบนเตียงหรือที่โซฟา เธอไม่รู้หรอกว่าผม happy ที่จะไม่ตัดสินใจเรื่องนี้ เพราะผมก็เหนื่อยจากการตัดสินใจมาแล้วทั้งวัน

ผมกำลังเพลินไปกับความคิด จู่ๆเธอก็ถามว่า “จำได้ไม๊ วันนี้วันอะไร?” ผมสะดุ้ง มือซ้ายผมเกร็งจิกหมอนโดยผมไม่ตั้งใจ แต่เธอไม่ทันเห็น สมองที่กลวงของผมคิดทบทวนอย่างรวดเร็ว วันนี้วันอะไรหว่า วันเกิดเธอ วันครบรอบวันอะไรสักอย่าง ทุกอย่างพรั่งพรูเข้ามาในสมองผม แต่ผมก็คิดไม่ออกจริงๆ ว่าเป็นวันอะไร ผมรู้เพียงแต่ว่า ไม่ว่าจะเป็นวันอะไรก็ตาม วันนี้มันไม่ใช่วันของผมแล้ว ผมไม่ได้ไปจตุจักรแล้วอย่างแน่นอน

“วันนี้วันอาทิตย์” ผมโพล่งบอกเธอไปเหมือนคนสิ้นคิด ผมคิดว่ามันดีกว่าไม่มีคำตอบให้เธอ เพราะถ้าผมไม่ตอบเธอกลับ ฟ้าใสๆก็จะกลายเป็นมรสุมชุดใหญ่ ผมอยู่กับเธอมานาน จนผมรู้ว่าผมควรทำอย่างไร ถ้าคุณเคยติดคุกนานๆ คุณจะรู้ว่าคุณไม่ควรเงียบเวลาผู้คุมถามอะไรคุณ เรื่องกุ้งแคระก็ไม่ต้องไปคิดแล้ว ตอนนี้ผมรู้สึกว่าผมกลายเป็นกุ้งแคระตัวที่เล็กที่สุดที่อยู่ในตู้กุ้งที่ตลาดจตุจักร รอวันให้คนมาตักผมขึ้นมา ผมต้องเอาตัวให้รอดผ่านวันนี้ไปให้ได้ก่อน

“วันนี้วันรับปริญญาหลานเรา” เธอตอบอย่างอารมณ์ดี คำตอบของเธอ ทำให้ผมโล่งอก ผมลืมไปสนิท วันนี้เป็นวันซ้อมใหญ่รับปริญญาของหลาน เรานัดกันถ่ายรูปครอบครัว ผมรีบลุกขึ้น อาบน้ำแต่งตัว เตรียมไปถ่ายรูปร่วมกับหลานๆและพี่น้องอย่างใจเบิกบาน วันนี้ผมรอดแล้ว รอดจากอะไรก็ไม่รู้ รู้แต่ว่ารอด

น้องออมเรียนจบคณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณ์ ผมเรียกหลานๆทุกคนว่าน้อง ถึงแม้ว่าผมจะเป็นลุงเค้าก็ตาม ผมพยายามเลี่ยงการเป็นลุงอย่างสุดชีวิต สำหรับผมแล้ว คำว่า “น้า” “อา” เป็นคำไม่สุภาพ ส่วนคำว่า “ลุง” ผมถือเป็นคำหยาบ

น้องออมเป็นเด็กที่เรียนเก่งมาก เธอเคยได้ทุนไป AFS ที่อเมริกา 1 ปี และยิ่งไปกว่านั้น เธอเรียนได้เกียรตินิยมอันดับ 1 เธอทำให้ทุกคนในครอบครัวภูมิใจมาก โดยเฉพาะผม ผมไม่แน่ใจว่าเธอได้ DNA ส่วนใหนจากผมไป เพราะคำว่าเกียรตินิยม มันไม่เคยอยู่ในหัวสมองของผมเลย ตอนผมเรียนหนังสืออยู่ ผมสะกดมันไม่เป็นด้วยซ้ำ

เมื่อหลายเดือนก่อน ผมจ้างแบคโฮเจ้าประจำ มาปรับดินให้เพื่อนบ้านผม ชัชเป็นคนขับแบคโฮที่เก่งและขยันมาก ทุกๆวัน ชัชจะมาแต่เช้าตรู่ เติมน้ำมัน เช็คและเตรียมเครื่องยนต์ให้พร้อม พอ 8 โมงตรง ผมจะได้ยินเสียงเครื่องยนต์สตาร์ท ชัชเป็นคนตรงเวลามาก ผมแอบชื่นชมชัชทุกครั้งที่เรียกใช้บริการ

ช่วงตอนพักเที่ยง ชัชดับเครื่อง เราได้มีโอกาสคุยกัน
“ชัชขยันมาก ผมขอชื่นชม” ผมพูดจากใจจริง ชัชยิ้มน้อยยิ้มใหญ่
“ขยันอย่างนี้ เอาเงินไปเก็บไว้ไหนหมด” ผมยิงลูกยอลูกที่สองตามไปติดๆ คราวนี้ชัชยิ้มปากกว้างเกือบถึงใบหู
“ผมไม่สูบบุหรี่ ไม่กินเหล้า ผมเลยพอมีเก็บ” ชัชตอบผมด้วยเสียงที่ภูมิใจ
“งั้นชัชน่าจะชอบเล่นพนันหรือไม่ก็หวย” ผมถามแกต่อด้วยความอยากรู้มากขึ้น
“ผมไม่ชอบเล่นพนันครับ หวยก็ไม่เล่น ผมเล่นไม่เป็น” ชัชตอบอย่างรวดเร็วเหมือนท่องมา
“ งั้นชัชต้องเจ้าชู้แน่ๆ หน้าตาดีอย่างนี้” ผมเริ่มสนุกกับการยิงคำถามแก ผมคิดเสมอว่าคนเราทุกคนมีข้อเสียอะไรสักอย่าง ซึ่งข้อเสียของผม มันหาง่ายกว่าปอกกล้วยเข้าปาก ส่วนข้อดีของผม ก็ประมาณงมเข็มในมหาสมุทร แฟนผมบอกผมมาอย่างนี้

“เรื่องผู้หญิงผมไม่เคยสนใจเลยครับ ผมไม่มีเมียด้วยซ้ำ” แกตอบพร้อมทำท่าประมาณว่าผู้หญิงไม่มีทางที่จะได้แอ้มแกง่ายๆ ผมเริ่มรู้สึกอิจฉาแกนิดๆในคำตอบ ผมอิจฉาคนที่ไม่มีเมีย
“แล้วชัชจะเกิดมาทำไม?” คราวนี้ ผมแหย่แกไปแกมเหน็บ

ชัชยิ้มแหยๆ คงไม่รู้จะตอบยังไง ไปต่อไม่ถูก เลยไม่พูดอะไร ขึ้นไปบนรถแบคโฮและเดินเครื่องตักดินต่อ ผมเห็นแกตักดินขึ้นมาบดขยี้เป็นการใหญ่ ผมคิดว่าผมรู้ว่าชัชคิดอะไรอยู่ในขณะนั้น

ผมคิดเสมอว่า เราทุกคนเกิดมาเพื่อเรียนรู้ ไม่ว่าจะเรียนรู้ในโรงเรียนหรือนอกโรงเรียน เราต้องเรียนรู้ความสุข ความทุกข์ ความรัก ความพลัดพราก ความเจ็บปวด รู้จักการให้ รู้จักตอบแทน และอื่นๆอีกมากมาย

สิ่งที่ง่ายที่สุด ก็คือวันเมื่อวาน เพราะเราผ่านมันไปแล้ว สิ่งที่ยากที่สุดก็คืออนาคต เพราะเราไม่รู้ว่าเราจะเจออะไร สมัยเด็กๆ เวลาผมลืมทำการบ้าน แล้วครูเรียกตรวจการบ้าน ระหว่างเดินมือเปล่าขาสั่นไปที่โต๊ะครู ผมจะคิดว่าเดี๋ยวมันจะต้องผ่านไป พรุ่งนี้ ผมก็จะเริ่มชีวิตใหม่ปกติ แล้วทุกครั้งมันก็จะเป็นเช่นนั้นจริงๆ ผมว่าผมอัจฉริยะตั้งแต่เด็ก

ถ้าเรารู้สึกว่าโลกมันโหดร้ายกับเรามาก ผมแนะนำให้คิดถึงวันพรุ่งนี้ ถ้าพรุ่งนี้มันยังไม่ดีขึ้น ก็คิดถึงวันถัดไปเรื่อยๆ ถ้ามันแย่มาก ให้ลองมองไปข้างหน้า 5 ปี 10 ปี สิ่งที่เราคิดว่าเลวร้ายที่สุดในชีวิตตอนนี้ มันจะกลายเป็นเรื่องที่เล็กน้อยมากในอนาคต ผมว่าธรรมชาติสร้างมาให้เป็นเช่นนั้น อย่างไรก็ตาม เราควรพยายามทำวันนี้ให้ดีที่สุด สำหรับผม แค่ถือศีลหกได้ทุกวัน ผมว่ามันเป็นวันที่ดีของผมแล้ว ชีวิตคู่ก็เช่นกัน ถ้ารวมๆกันแล้ว วันที่ฟ้าแจ่มใส มีมากกว่าวันที่ฝนตก ผมว่ามันเป็นชีวิตคู่ที่ดีแล้ว ถ้าเราไม่คาดหวังว่ามันจะสมบูรณ์ เราก็ไม่มีอะไรผิดหวังมาก เราต่างผิดหวังเพราะตัวเราเองทั้งสิ้น

ผมเรียนจบจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ ผมชอบเรียนรู้ทุกอย่าง ที่ไม่ใช่เรื่องเรียนในหลักสูตร ผมชอบที่จะเลี้ยงงู เลี้ยงกระรอก กัดปลากัดกับเพื่อนๆ การเล่นว่าวที่สนามหลวงเป็นสิ่งที่ผมโปรดปรานที่สุด สมัยก่อนสนามหลวงจะมีว่าวชนิดต่างๆขาย สีสันงดงาม มีเด็กๆเล่นว่าวที่สนามหญ้าสีเขียว ถัดออกไปรอบนอก ก็จะมีต้นมะขามเรียงทอดแนวเป็นระยะๆ มีอาชีพเกิดขึ้นมากมายใต้ต้นมะขามรอบสนามหลวง มีปูเสื่อกินส้มตำ ยันหมอดูลายมือ ผมอุดหนุนมาแล้วแทบทุกต้นมะขาม

การเล่นว่าวที่สนามหลวง ต้องใช้ฝีมือและประสพการณ์ค่อนข้างสูง ที่สนามหลวงจะมีเด็กๆที่เล่นว่าวเก่งเยอะมาก บางทีว่าวผมยังไม่ทันได้กินลมบนเลย จะมีว่าวอื่นมาโฉบและตัดป่านจนขาด ป่านตัดว่าวจะคมเพราะมีเศษแก้วป่นเคลือบอยู่ด้วยกาวหน้งควาย เวลาป่านมาสีกัน คุณต้องมีเทคนิค รู้จักจักหวะปล่อย รู้จักจังหวะตึง เพื่อลดการเสียดสี หรือเพิ่มการบุกคู่ต่อสู้

ผมจะสนุกกับการเล่นว่าวในขณะที่เพื่อนๆผมนั่งเคร่งเครียดกับข้อกฏหมายต่างๆในห้องเรียน ผมเล่นว่าวไป ก็จะคิดสงสารเพื่อนๆที่ต้องนั่งหน้าดำคร่ำเคร่งกับกฏหมายบทต่างๆ พอเพื่อนๆเรียนเสร็จลงมา ผมก็จะรีบเก็บว่าว กลับไปที่คณะ นั่งเล่นหมากรุกหรือไม่ก็เล่นตระกร้อกับเพื่อน ก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้าน ผมทำเช่นนี้แบบเสมอต้นเสมอปลายจนครบ 4 ปี ถ้าพ่อกับแม่ผมอ่านอยู่ ท่านคงภูมิใจในตัวผมมาก

อย่างไรก็ตาม ผมกระเสือกกระสนจนผมเรียนจบ 4 ปีพอดิบพอดีไม่ขาดไม่เกินด้วยคะแนนรวมที่ฉิวเฉียดแบบเส้นยาแดงผ่า 8 แล้วเอา 12 หารซ้ำสองครั้ง

คณะนิติศาสตร์เป็นคณะที่ค่อนข้างใหญ่ รุ่นผมจะมีด้วยกัน 400-500 คน วันรับปริญญาจะมีนักศึกษาจากคณะผมทั้งหมดประมาณ 300-400 คน ผมเป็นหนึ่งในนั้น ทางมหาลัยจะจัดเรียงแถวการนั่งจากเกียรตินิยมและเรียงไล่กันไป เริ่มจากคะแนนมากสุดจนถึงคนที่ได้คะแนนน้อยสุดตามลำดับ

แน่นอนที่สุด ผม…ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการเล่นว่าวประจำคณะ ถูกจัดอยู่ลำดับหลังสุด จริงๆแล้วผมไม่ได้อยู่หลังสุด คะแนนผมนำคนสุดท้ายอยู่ถึงหนึ่งคะแนน แต่บังเอิญเค้าสละสิทธิ์ ผมคิดว่าเค้าไม่มีความกล้าเพียงพอที่จะไปเผชิญหน้ากับพระพักตร์ของในหลวง ผมเลยได้รับเกียรติ กลายเป็นคนสุดท้ายของรุ่นที่รับปริญญาปีนั้นไปโดยปริยาย

ผมคิดว่าผมเปรียบเหมือนพันท้ายนรสิงห์ ที่นั่งคัดเรืออยู่ท้ายสุดของลำเรือ มันต้องมีคนเสียสละอย่างผม เรือถึงจะไปข้างหน้าได้ราบรื่น

ผมนั่งคนละแถวกับเพื่อนที่ได้เกียรตินิยม เค้าจัดให้ผมอยู่ห่างกับเกียรตินิยมมากที่สุดเท่าที่จะห่างได้ เหมือนกับรังเกียจหรือราวจะเกรงว่าพวกเกียรตินิยมจะติดเชื้ออะไรจากผมสักอย่าง

สมัยนั้น ในหลวงรัชกาลที่ 9 จะเป็นผู้ประทานปริญญาบัตรให้แก่พวกผม โดยมีพระเทพเสด็จมาด้วย พระเทพจะนั่งอยู่ทางด้านขวามือของพระเจ้าอยู่หัว แต่ท่านจะนั่งระดับที่ต่ำกว่าในหลวง พระเทพท่านยังทรงพระสาวอยู่ในขณะนั้น ผมแอบคิดคำราชาศัพท์ใหม่ๆให้กรมราชบัณฑิตยสถานระหว่างรอการขานชื่อ ผมเป็นคนที่รู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์เสมอ

อากาศในหอประชุมค่อนข้างอบอ้าว ประกอบด้วยคณะผมซึ่งมีนิสิตค่อนข้างมาก เพื่อนๆที่ได้เกียรตินิยมจะได้ถูกขานชื่อก่อน พร้อมกับเสียงตบมืออย่างกึกก้อง นิสิตคนแล้วคนเล่าจะถูกขานชื่อ เพื่อเดินขึ้นไปรับพระราชทานปริญญาบัตรบนเวที ไม่นาน เสียงตบมือจะค่อยๆแผ่วลง ถ้าคุณต้องตบมือโดยไม่หยุดเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมงกว่า คุณจะเข้าใจที่ผมพูด

ขณะที่ทุกคนเริ่มเหนื่อยจากการตบมือ บางคนเริ่มง่วงและอยากจะให้จบการรับปริญญานี้เร็วๆ จะได้ออกไปถ่ายรูปกับญาติพี่น้องที่รออยู่ด้านนอก พอถึงคิวแถวสุดท้าย ซึ่งมีผมปิดท้ายอยู่ ผมก็ลุกขึ้นยืนเตรียมตัว ทุกคนในห้องประชุมจ้องมาที่ผมด้วยความปลื้มปิติ ผมรู้สึกเหมือนผมเป็นดาราดัง หรือเน็ตไอดอลของทุกคนไปชั่วขณะ พวกเค้าดีใจที่จะหมดคณะผมสักที พออาจารย์ขานชื่อผม ทุกคนในห้องประชุมต่างพร้อมตบมือให้ผมอย่างพร้อมเพรียงกัน เสียงตบมือดังกัปมนาท ก้องไปทั่วหอประชุม มันดังจริงๆ มันดังกว่าตอนที่พวกเกียรตินิยมขึ้นรับเสียอีก ผมว่าแม้แต่พระเทพ ท่านยังแอบตบพระหัตน์ในใจให้ผมด้วยซ้ำ

ผมอดคิดไม่ได้ ว่าการที่ผมได้มีโอกาสเรียนจบและรับปริญญาพร้อมกับเพื่อนๆ อาจจะมาจากเหตุการณ์วันนั้น วันที่ผมขึ้นลิฟต์ไปส่งเพื่อนๆเข้าห้องเรียนที่ชั้นสี่ ก่อนจะรีบลงไปชั้นล่าง ใจผมจดจ่ออยู่กับการที่จะไปเล่นว่าวที่สนามหลวง วันนั้นผมจะได้ลองเล่นว่าวจุฬาเป็นครั้งแรก ว่าวจุฬาจะเป็นว่าวที่ขึ้นได้ยาก แต่ถ้าขึ้นแล้ว จะปราดเปรียวว่องไว เหมือนโคถึกที่คึกคะนองแห่งท้องฟ้า

ผมลงลิฟต์มาด้วยความตื่นเต้น ลิฟต์ลงมาถึงชั้นสองอย่างเชื่องช้า สามสิบปีที่แล้ว ลิฟต์ไม่ได้มีความเร็วเหมือนสมัยนี้ ผมชอบเรียกลิฟต์ตัวนี้ว่าไอ้เต่า สำหรับผม การที่ตึกเรียนมีลิฟต์ก็ถือว่าหรูหราหมาเห่ามากแล้วในสมัยนั้น

ทันใดนั้น ผมก็ปวดตดอย่างแรง คุณเคยได้ยินใช่ไม๊ว่า สิ่งที่ห้ามกันไม่ได้ คือห้ามผู้หญิงไม่ให้คลอด ห้ามไอ้ยอดไม่ให้ตด ณ ตอนนั้น ผมนั่นแหละคือไอ้ยอดของทุกคน ไม่มีใครมาห้ามผมได้ แม้แต่ตัวผมเองก็ห้ามตัวเองไม่ได้ ผมรู้สึกเหมือนธาตุไฟแตก โชคยังดีที่ผมอยู่คนเดียวไม่งั้นผมคงอายแย่ แต่ถึงมีคนอยู่ในลิฟต์อีกสิบคน ผมก็คงไม่บอกใครหรอกว่าผมตด และผมมั่นใจว่าถ้าเป็นคุณ คุณก็คงยืนเงียบ ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เช่นกัน คุณก็คงปล่อยให้คนอีกเก้าคนที่อยู่ในลิฟต์ ตกเป็นผู้ต้องสงสัยกันเอง ผมไม่คิดว่าจะมีใครรับสารภาพกันง่ายๆ ถึงแม้จะไม่มีบทลงโทษทางกฏหมายก็ตาม

เรื่องกลิ่น ผมคงไม่ต้องบรรยาย ถ้าเป็นหนังหรือละคร กองเซ็นเซอร์ก็คงต้องตัดบทช่วงนี้ออก คุณน่าจะพอนึกออก ไอ้เต่าค่อยๆเยื้องย่างลงไปที่ชั้น 1 ผมเองแทบทนรอให้ประตูไอ้เต่าเปิดออกไม่ไหว ร่างกายผมต้องการออกซิเจนอย่างแรง ผมกลั้นหายใจมาหนึ่งชั้นเต็มๆ ซึ่งน่าจะเกินสามสิบวินาทีเป็นอย่างน้อย พอประตูลิฟต์เปิด ผมก็รีบยื่นหน้าออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ สิ่งที่ผมเกือบปะทะคือ ท่านคณบดี อาจารย์ที่ปรึกษา และอาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิอีกสองท่าน ทั้งสี่ท่านกำลังยืนรอลิฟต์ เพื่อจะขึ้นไปทำการบรรยายที่ชั้นบนของอาคารเรียน อาจารย์ที่ปรึกษาของผม ท่านเป็นสุภาพสตรี ที่เหลืออีกสามท่านเป็นอาจารย์ผู้ชาย

อาจารย์ที่ปรึกษาท่านจำผมได้ ท่านทำหน้าแปลกๆที่เห็นผม เพราะผมควรอยู่ในห้องเรียน ท่านทำท่าจะทักผม แต่ผมไม่เปิดโอกาสให้ท่านพูด ผมรีบยกมือไหว้อาจารย์ทั้งสี่แบบนักมวย และทำตัวลีบที่สุดเท่าที่ทำได้ เดินออกจากลิฟต์ ผมไม่กล้าหันกลับไปดู ได้แต่รีบกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกไปจากจุดเกิดเหตุ

ผมปล่อยให้อาจารย์ทั้งสี่ รับชะตากรรมกันในลิฟต์แคบๆอันนั้น ผมคิดว่าเหตุการณ์วันนั้น น่าจะทำให้อาจารย์ที่ปรึกษาและท่านคณบดีของคณะ เปิดมติเร่งด่วน ช่วยกันหาทางผลักดันให้ผมรีบจบ ผมว่าผมมีส่วนในการวางรากฐานแนวคิดทำให้เกิดกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ขึ้นมาใน 15 ปีให้หลัง ไม่มากก็น้อย

ถีงเราไม่ได้มีโอกาสได้เรียนสูงๆ ไม่ได้มีโอกาสมีปริญญาใดๆ ในชีวิต มันได้หมายความว่าเราจะไม่สามารถประสพความสำเร็จในชีวิต ปริญญาจากสถาบันการศึกษา เป็นเพียงส่วนเล็กๆในชีวิตของเรา พวกเราทุกคนเกิดมาเพื่อเรียนรู้ เรียนรู้เพื่อที่จะได้พัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นไป ปริญญาบัตร จะอยู่กับเราในชาตินี้ แต่ปริญญาชีวิต จะอยู่กับจิตวิญญานของเราตลอดไป ผมคิดว่า ผมเกิดมาอีกกี่ภพกี่ขาติ ผมก็จะเป็นคนที่เล่นว่าวเก่งเสมอ

EP 6 นี้ ผมตั้งใจจะแจกพระสมเด็จองค์คะแนน หรือพลอย ให้กับพวกเรา 6 คน โดยไม่มีเงื่อนใขใดๆทั้งสิ้นเช่นเคย เพียงแค่พิมพ์คำว่า “พลอย” หรือ “สมเด็จ” ในช่องคอมเม้นท์ในเพจ SomDej Square ผมจะติดต่อกลับไปใน Inbox ครับ ใครพิมพ์อะไรก็จะได้สิ่งนั้น ขอเพียงให้อยู่ใน 6 คนแรก

หวังว่า ผมได้มีส่วนทำให้ทุกคนมีความสุขบ้าง ไม่มากก็น้อยนะครับ เรื่องทุกเรื่องที่ผมเล่า base on true story และจากประสพการณ์จริงของผม แล้วพบกันใหม่ EP ต่อๆไปนะครับ ขอบคุณสำหรับความเมตตาที่มอบให้ผม ผมรู้สึกได้ครับ และอย่าลืมแบ่งความเมตตาให้คนรอบข้างบ้างนะครับ แล้วเราจะได้รับความเมตตากลับมาทวีคูณ

Oh @ Somdej Square

ผู้เขียน ผู้คุม และผู้รับปริญญา

ที่อยู่

Bangkok

เบอร์โทรศัพท์

+66992452254

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Somdej Squareผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Somdej Square:

แชร์