𝑴𝒊𝒄𝒓𝒐 𝑭𝒊𝒆𝒍𝒅 𝑮𝒂𝒓𝒅𝒆𝒏𝒊𝒏𝒈 𝑶𝒖𝒕𝒍𝒆𝒕

𝑴𝒊𝒄𝒓𝒐 𝑭𝒊𝒆𝒍𝒅 𝑮𝒂𝒓𝒅𝒆𝒏𝒊𝒏𝒈 𝑶𝒖𝒕𝒍𝒆𝒕 คัดสรรพันธุ์ไม้ต่างประเทศสาย Native & Xeriscape สำหรับงานจัดสวนสมัยใหม่อย่างยั่งยืน

𝑨𝒍𝒐𝒚𝒔𝒊𝒂 𝒄𝒊𝒕𝒓𝒐𝒅𝒐𝒓𝒂 🍋𝙇𝙚𝙢𝙤𝙣 𝙑𝙚𝙧𝙗𝙚𝙣𝙖 | เลมอนเวอร์บีนาใบเรียวยาวสีเขียวสด พร้อมกลิ่นเลมอนหอมสดชื่น สมุนไพรหอมจากอเมริกาใต้ที่...
03/09/2026

𝑨𝒍𝒐𝒚𝒔𝒊𝒂 𝒄𝒊𝒕𝒓𝒐𝒅𝒐𝒓𝒂 🍋
𝙇𝙚𝙢𝙤𝙣 𝙑𝙚𝙧𝙗𝙚𝙣𝙖 | เลมอนเวอร์บีนา
ใบเรียวยาวสีเขียวสด พร้อมกลิ่นเลมอนหอมสดชื่น สมุนไพรหอมจากอเมริกาใต้ที่เติมทั้งกลิ่น สีเขียว และบรรยากาศสวนเมดิเตอร์เรเนียนให้มีชีวิต
𝘈𝘭𝘰𝘺𝘴𝘪𝘢 𝘤𝘪𝘵𝘳𝘰𝘥𝘰𝘳𝘢 หรือ Lemon Verbena เป็นไม้พุ่มหอมอายุหลายปีที่มีเอกลักษณ์จาก ใบที่มีกลิ่นเลมอนชัดเจนมาก เพียงขยี้ใบเบาๆ ก็จะปล่อยกลิ่นหอมสดชื่นออกมา จึงเป็นพืชที่น่าสนใจทั้งในงานจัดสวนและการใช้ประโยชน์ด้านสมุนไพร
มีถิ่นกำเนิดใน อเมริกาใต้ โดยพบตามธรรมชาติในบริเวณอาร์เจนตินา โบลิเวีย ปารากวัย และอุรุกวัย ก่อนถูกนำไปปลูกอย่างแพร่หลายในยุโรปและภูมิภาคอื่นๆ จนกลายเป็นหนึ่งในพืชหอมที่ได้รับความนิยมสำหรับสวนสมุนไพรและสวนสไตล์ Mediterranean
จุดเด่นของต้นนี้ไม่ได้อยู่ที่ดอกเพียงอย่างเดียว
แต่คือ “กลิ่น” ที่สามารถสัมผัสได้จากระยะใกล้ เหมาะมากสำหรับปลูกบริเวณทางเดิน มุมพักผ่อน หรือจุดที่ผู้คนสามารถเดินผ่านและสัมผัสใบได้
◾ ลักษณะเด่น
🍋 ใบ: ใบเรียวยาว สีเขียวสด เรียงตัวเป็นระเบียบ เมื่อขยี้หรือสัมผัสจะมีกลิ่นหอมเลมอนเข้มข้น
🌿 ทรงพุ่ม: เป็นไม้พุ่มโปร่ง แตกกิ่งเป็นพุ่ม สามารถตัดแต่งเพื่อควบคุมรูปทรงได้
🤍 ดอก: ดอกขนาดเล็ก สีขาวถึงม่วงอ่อน ออกเป็นช่อบริเวณปลายกิ่ง ให้รายละเอียดที่ละเอียดและอ่อนโยนเมื่อเทียบกับใบ
✨ จุดเด่น: เป็นไม้ที่ให้ทั้ง สีเขียว + Texture + กลิ่นหอม ทำให้มีมิติในการจัดสวนมากกว่าพืชที่ให้เพียงความสวยงามทางสายตา
◾ การใช้ในงานจัดสวน
🌊 Mediterranean Garden: เหมาะอย่างยิ่งกับสวนที่ใช้ Olive, Lavender, Rosemary และไม้ใบสีเงิน เพราะสีเขียวสดของ Lemon Verbena ช่วยเพิ่มความสดชื่นให้ Palette ของสวน
🪨 Herb & Gravel Garden: ปลูกท่ามกลางกรวด หินธรรมชาติ และสมุนไพรหอม สร้างบรรยากาศสวนแห้งแบบเมดิเตอร์เรเนียน
🍋 Scent Garden: ปลูกริมทางเดินหรือบริเวณที่นั่งพัก เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถสัมผัสใบและรับกลิ่นเลมอนได้โดยตรง
🏡 Cottage Garden: ใช้ร่วมกับไม้ดอกและสมุนไพรชนิดอื่น ให้ความรู้สึกเหมือนสวนสมุนไพรแบบคลาสสิก
🪴 Container Garden: สามารถปลูกในกระถางและตัดแต่งให้เป็นพุ่มได้ เหมาะกับ Courtyard หรือพื้นที่ขนาดเล็ก
🌿 Edible & Herb Garden: เป็นทั้งไม้ประดับและพืชสมุนไพร จึงเหมาะกับสวนที่ต้องการให้พืชหนึ่งต้นมีประโยชน์มากกว่าหนึ่งด้าน
◾ การดูแล
☀️ แสง: ชอบแดดจัด ควรได้รับแสงอย่างน้อยหลายชั่วโมงต่อวันเพื่อให้พุ่มแข็งแรงและมีกลิ่นหอมดี
🪨 ดิน: ดินร่วนหรือวัสดุปลูกโปร่ง ระบายน้ำดี
ไม่ควรมีน้ำขัง
💧 น้ำ: ปานกลาง ให้น้ำสม่ำเสมอในช่วงตั้งตัว หลังจากแข็งแรงแล้วสามารถทนช่วงแล้งได้พอสมควร
✂️ ตัดแต่ง: ตัดแต่งกิ่งเพื่อควบคุมขนาดและกระตุ้นให้แตกกิ่งใหม่ ช่วยให้ทรงพุ่มดูแน่นและสวยขึ้น
❄️ สภาพอากาศ: เป็นพืชที่ชอบอากาศอบอุ่น แต่ในพื้นที่ที่มีอากาศเย็นจัดอาจทิ้งใบในช่วงฤดูหนาว
◾ การใช้ประโยชน์ด้านอื่นๆ
🍵 ชาสมุนไพร: ใบมีกลิ่นเลมอน นิยมนำไปชงเป็นเครื่องดื่มสมุนไพร
🍋 อาหารและเครื่องดื่ม: ใช้แต่งกลิ่นในชา เครื่องดื่ม ขนม และอาหารบางชนิด
🌿 น้ำมันหอมระเหย: ใบมีน้ำมันหอมระเหยที่มีกลิ่นซิตรัส จึงมีการนำไปใช้ในผลิตภัณฑ์น้ำหอมและผลิตภัณฑ์แต่งกลิ่น
🌸 สวนสมุนไพรหอม: เหมาะกับการสร้าง Sensory Garden เพราะผู้ใช้งานสามารถสัมผัสและรับกลิ่นจากใบได้โดยตรง
⚠️ หมายเหตุ: การใช้เป็นสมุนไพรหรือรับประทานควรใช้ในปริมาณที่เหมาะสม และควรตรวจสอบความปลอดภัยหากใช้เป็นประจำหรือมีโรคประจำตัว/ใช้ยาอยู่
◾ ข้อมูลน่าสนใจ
✅ ชื่อ citrodora สื่อถึงลักษณะกลิ่นที่คล้ายมะนาวหรือเลมอน ซึ่งเป็นเอกลักษณ์สำคัญของพืชชนิดนี้
✅ กลิ่นหอมจะสัมผัสได้ชัดเจนที่สุดเมื่อ ขยี้ใบหรือสัมผัสใบ ทำให้เหมาะกับการปลูกใกล้ทางเดินมากกว่าการปลูกไว้ไกลๆ
✅ เป็นพืชที่ตอบโจทย์สวนยุคใหม่ที่ต้องการ “สวยและใช้ประโยชน์ได้จริง” เพราะสามารถทำหน้าที่เป็นทั้งไม้ประดับ ไม้หอม และสมุนไพร
✅ เมื่อนำไปปลูกคู่กับ Olive + Lavender + Rosemary + Santolina + หินและกรวดสีอ่อน จะได้บรรยากาศ Mediterranean ที่ทั้งสวยและมีกลิ่นหอม
✨มีจำหน่ายแล้ว✨
𝑨𝒍𝒐𝒚𝒔𝒊𝒂 𝒄𝒊𝒕𝒓𝒐𝒅𝒐𝒓𝒂
กระถางไซส์ 𝟔 นิ้ว ความสูงทรงพุ่ม 𝟑𝟎 ซม.
Sาคารวมส่ง 𝐄𝐌𝐒. 𝟑𝟓𝟎.-
🎁โปรโมชั่นพิเศษเมื่อสั่งซื้อ 3 ต้น แถมฟรี 1 ต้น รวม 4 ต้น ในราคา 1,000.- ฟรีจัดส่ง
สนใจอินบ็อกซ์เพื่อสั่งซื้อได้เลยครับ มีจำนวนจำกัด
● โปรดสอบถามแอดมินเพื่อดูรูปขนาดจริง
● มีวิธีปลูกเลี้ยงและดูแลเบื้องต้น
#บ้านและสวน #การจัดสวน #ไม้ดอก #ไม้ใบ #จัดดอกไม้ #สวนดอกไม้ #ร้านขายต้นไม้ #ร้านต้นไม้ #ดอกไม้ #ต้นไม้นำเข้า #ไม้ออสเตรเลีย #พืชพื้นเมือง

𝑷𝒆𝒓𝒔𝒊𝒄𝒂𝒓𝒊𝒂 𝒂𝒎𝒑𝒍𝒆𝒙𝒊𝒄𝒂𝒖𝒍𝒊𝒔 ‘𝑩𝒍𝒂𝒄𝒌𝒇𝒊𝒆𝒍𝒅’ 🌾𝗣𝗲𝗿𝘀𝗶𝗰𝗮𝗿𝗶𝗮 ‘𝗕𝗹𝗮𝗰𝗸𝗳𝗶𝗲𝗹𝗱’ | 𝗥𝗲𝗱 𝗕𝗶𝘀𝘁𝗼𝗿𝘁ช่อดอกสีแดงเข้มชูเหนือใบเขียว เพอร์ซิคาเรียส...
29/08/2026

𝑷𝒆𝒓𝒔𝒊𝒄𝒂𝒓𝒊𝒂 𝒂𝒎𝒑𝒍𝒆𝒙𝒊𝒄𝒂𝒖𝒍𝒊𝒔 ‘𝑩𝒍𝒂𝒄𝒌𝒇𝒊𝒆𝒍𝒅’ 🌾
𝗣𝗲𝗿𝘀𝗶𝗰𝗮𝗿𝗶𝗮 ‘𝗕𝗹𝗮𝗰𝗸𝗳𝗶𝗲𝗹𝗱’ | 𝗥𝗲𝗱 𝗕𝗶𝘀𝘁𝗼𝗿𝘁
ช่อดอกสีแดงเข้มชูเหนือใบเขียว เพอร์ซิคาเรีย
สายพันธุ์เด่นที่เติมสีสันและจังหวะให้สวนอย่าง
สง่างาม
𝘗𝘦𝘳𝘴𝘪𝘤𝘢𝘳𝘪𝘢 𝘢𝘮𝘱𝘭𝘦𝘹𝘪𝘤𝘢𝘶𝘭𝘪𝘴 ‘Blackfield’ เป็นไม้ล้มลุกอายุหลายปีที่โดดเด่นด้วย ช่อดอกสีแดงเข้มเกือบแดงเลือดนก รูปทรงเรียวยาวคล้ายแท่งเทียน ชูขึ้นเหนือใบอย่างชัดเจน เมื่อปลูกเป็นกลุ่มจะเกิดเป็นจังหวะของช่อดอกสีเข้มที่เคลื่อนไหวไปตามสายลม ให้ความรู้สึกเป็นธรรมชาติแต่มีโครงสร้าง เหมาะอย่างมากกับสวน Naturalistic, Cottage, Meadow และ Contemporary Garden
เสน่ห์ของ ‘Blackfield’ อยู่ที่สีดอกที่เข้มกว่าสายพันธุ์ Persicaria หลายชนิด ทำให้สามารถใช้เป็น Accent Plant สร้างจุดนำสายตาได้ดี โดยเฉพาะเมื่อจับคู่กับไม้ใบสีเงิน หญ้าประดับ หรือพรรณไม้ดอกสีขาวและชมพูอ่อน
◾ ลักษณะเด่น
🌿 ใบ: ใบใหญ่ รูปไข่ถึงรูปหัวใจ สีเขียวสดถึงเขียวเข้ม มีผิวสัมผัสชัดเจน ช่วยสร้างพื้นผิวให้แปลงปลูก
❤️ ดอก: ช่อดอกตั้งตรง สีแดงเข้มสดจนเกือบดำในบางสภาพแสง ให้ความโดดเด่นมากกว่าดอกสีแดงทั่วไป
🌱 ทรงพุ่ม: แตกกอเป็นพุ่มแน่น มีช่อดอกชูขึ้นเหนือใบ ทำให้เกิดความแตกต่างของระดับความสูงในแปลง
🌬️ Movement: ช่อดอกและก้านดอกไหวตามลม ช่วยเพิ่มความมีชีวิตชีวาให้สวน Naturalistic
◾ จุดเด่นด้านสายพันธุ์
‘Blackfield’ เป็นสายพันธุ์คัดเลือก (cultivar) ของ 𝘗𝘦𝘳𝘴𝘪𝘤𝘢𝘳𝘪𝘢 𝘢𝘮𝘱𝘭𝘦𝘹𝘪𝘤𝘢𝘶𝘭𝘪𝘴 ที่ได้รับการคัดเลือกเพื่อความโดดเด่นของ สีแดงเข้มของช่อดอกและคุณภาพของทรงต้น จึงเหมาะสำหรับงานภูมิทัศน์ที่ต้องการสีดอกชัดเจนและมี Character แตกต่างจาก Persicaria ทั่วไป ชื่อ ‘Blackfield’ จึงเป็นจุดขายสำคัญสำหรับนักจัดสวนและนักสะสมที่ต้องการ
ไม้ดอกสีเข้มซึ่งสามารถสร้าง Contrast ได้อย่างชัดเจน
◾ การใช้ในงานจัดสวน
🫒 Mediterranean Garden: แม้ Persicaria จะไม่ใช่พืช Mediterranean โดยกำเนิด แต่สามารถใช้เป็น Accent ในพื้นที่ที่มีความชื้น โดยจับคู่กับไม้ใบเงินและหินธรรมชาติ เพื่อสร้าง Contrast ระหว่างสีแดงเข้มกับโทนเงินเทา
🌾 Naturalistic Garden: เหมาะมากสำหรับปลูกเป็นกลุ่มหรือ Drift ให้ช่อดอกแดงเกิดเป็นจังหวะเหนือพรรณไม้เตี้ย
🌸 Cottage Garden: จับคู่กับไม้ดอกสีขาว ชมพู ม่วง และหญ้าประดับ ให้บรรยากาศสวนอังกฤษที่ดูเป็นธรรมชาติ
🌿 Meadow Garden: ใช้ร่วมกับหญ้าประดับและไม้ดอกทรงโปร่งเพื่อสร้างชั้นของความสูงและ Texture
🏡 Contemporary Garden: ช่อดอกสีแดงเข้มเหมาะกับการสร้างจุดนำสายตาท่ามกลางพื้นที่สีเขียวหรือ Hardscape โทนเรียบ
💧 Rain Garden/Moist Garden: เหมาะกับพื้นที่ที่มีความชื้นสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นจุดที่พรรณไม้กลุ่มไม้แห้งแล้งไม่สามารถทำหน้าที่ได้ดี
◾ การดูแล
☀️ แสง: แดดเต็มวันถึงแดดครึ่งวัน ในพื้นที่อากาศร้อนควรมีแสงเช้าหรือแดดกรองช่วงบ่าย
💧 น้ำ: ต้องการน้ำปานกลางถึงมากกว่าพรรณไม้ Mediterranean ทั่วไป ควรรักษาความชื้นในดินอย่างสม่ำเสมอ
🪨 ดิน: ดินร่วนที่มีอินทรียวัตถุและอุ้มน้ำได้ดี
แต่ยังควรมีการระบายน้ำ ไม่ปล่อยให้รากจมน้ำตลอดเวลา
✂️ ตัดแต่ง: ตัดช่อดอกเก่าหลังหมดฤดูเพื่อรักษาความสะอาดของกอ และตัดใบเก่าช่วงปลายฤดูเพื่อเปิดทางให้ยอดใหม่
🌱 การขยายพันธุ์: สามารถขยายพันธุ์โดยการแบ่งกอ
◾ ข้อมูลน่าสนใจ
✅ ช่อดอกสีแดงเข้มของ ‘Blackfield’ เป็นจุดเด่นที่ทำให้สามารถใช้เป็น Vertical Accent ในแปลงไม้ประดับได้อย่างชัดเจน
✅ ช่อดอกเรียวยาวจำนวนมากให้ภาพคล้าย แท่งเทียนสีแดง เหมาะกับการสร้าง Rhythm
เมื่อปลูกซ้ำหลายกอ
✅ สีแดงเข้มสามารถสร้าง Contrast ได้สวยมากกับ หญ้าประดับสีเขียวทอง ใบสีเงิน และดอกสีขาว
✅ เป็นพรรณไม้ที่เหมาะกับการสร้าง Wildlife Garden เพราะดอกสามารถดึงดูดแมลงผสมเกสรได้
⚠️ สำหรับประเทศไทยควรเลือกตำแหน่งปลูกที่มีความชื้นเพียงพอและอากาศถ่ายเทดี เพราะ Persicaria กลุ่มนี้เหมาะกับสภาพอากาศที่เย็นและชื้นมากกว่าสวนแห้งแบบ Mediterranean
✨มีจำหน่ายแล้ว✨
𝑷𝒆𝒓𝒔𝒊𝒄𝒂𝒓𝒊𝒂 𝒂𝒎𝒑𝒍𝒆𝒙𝒊𝒄𝒂𝒖𝒍𝒊𝒔 ‘𝑩𝒍𝒂𝒄𝒌𝒇𝒊𝒆𝒍𝒅’
กระถางไซส์ 𝟔 นิ้ว ความสูงทรงพุ่ม 𝟐𝟓 ซม.
Sาคารวมส่ง 𝐄𝐌𝐒. 𝟓𝟓𝟎.-
🎁 โปรโมชั่นพิเศษ!
🌿 สั่ง 2 ต้น เหลือเพียง 1,000.- ฟรีจัดส่ง EMS ทั่วประเทศ
📥 สนใจอินบ็อกซ์เพื่อสั่งซื้อได้เลยครับ
มีจำนวนจำกัด
● โปรดสอบถามแอดมินเพื่อดูรูปขนาดจริง
● มีวิธีปลูกเลี้ยงและดูแลเบื้องต้น
● แถมปุ๋ยออร์แกนิคสำหรับพืชดอก
#บ้านและสวน #การจัดสวน #ไม้ดอก #ไม้ใบ #จัดดอกไม้ #สวนดอกไม้ #ร้านขายต้นไม้ #ร้านต้นไม้ #ดอกไม้ #ต้นไม้นำเข้า #ไม้ออสเตรเลีย #พืชพื้นเมือง #หญ้าประดับ

𝑪𝒖𝒑𝒉𝒆𝒂 ‘𝑺𝒕𝒂𝒓𝒇𝒊𝒓𝒆 𝑷𝒊𝒏𝒌’ 🇦🇺ดอกสีชมพูสดพราวเหนือพุ่มใบเขียวคูเฟียฟอร์มกะทัดรัดที่เติมจุดสีหวานให้สวนเมดิเตอร์เรเนียนอย่างมี...
28/08/2026

𝑪𝒖𝒑𝒉𝒆𝒂 ‘𝑺𝒕𝒂𝒓𝒇𝒊𝒓𝒆 𝑷𝒊𝒏𝒌’ 🇦🇺
ดอกสีชมพูสดพราวเหนือพุ่มใบเขียว
คูเฟียฟอร์มกะทัดรัดที่เติมจุดสีหวานให้สวนเมดิเตอร์เรเนียนอย่างมีชีวิตชีวา
Cuphea ‘Starfire Pink’ เป็นไม้ดอกพุ่มขนาดกะทัดรัดที่โดดเด่นด้วย ดอกสีชมพูสดจำนวนมาก ออกตามปลายยอดและซอกใบ ทำให้ทั้งต้นดูเหมือนมีประกายสีชมพูเล็กๆ กระจายอยู่เหนือใบสีเขียวเข้ม เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มสีสันให้สวนโดยยังคงภาพรวมที่โปร่งและเป็นธรรมชาติ
เสน่ห์ของสายพันธุ์นี้อยู่ที่ ดอกจำนวนมาก ทรงพุ่มแตกกิ่งดี ขนาดที่จัดวางง่าย จึงนำไปใช้ได้ทั้งปลูกลงแปลง ปลูกเป็นกลุ่ม ทำขอบแปลง หรือปลูกในกระถาง เหมาะกับ Mediterranean, Cottage, Naturalistic และ Modern Garden
◾ ลักษณะเด่น
🌿 ใบ: ใบขนาดเล็ก สีเขียวเข้ม เรียงตัวหนาแน่น ช่วยขับสีชมพูของดอกให้โดดเด่น
🌸 ดอก: สีชมพูสด รูปทรงมีเอกลักษณ์ ออกต่อเนื่องตามกิ่ง ให้สีสันที่สะดุดตา
🌱 ทรงพุ่ม: แตกกิ่งเป็นพุ่มแน่น
ดูกะทัดรัด เหมาะกับพื้นที่ที่ต้องการไม้ดอกซึ่งควบคุมรูปทรงได้ง่าย
✨ จุดเด่นด้านภูมิทัศน์: สีชมพูช่วยเติมชีวิตให้ Palette ของสวนที่มีโทนเขียว เงิน เทา และม่วง
◾ การใช้ในงานจัดสวน
🌊 สวน Mediterranean: ใช้เป็นจุดสีชมพูท่ามกลาง Lavender, Santolina, Rosemary และไม้ใบสีเงิน สร้าง Contrast ที่นุ่มแต่โดดเด่น
🇦🇺 สวน Australian-inspired: นำไปแทรกระหว่าง Westringia, Eremophila และหญ้าประดับ เพื่อเพิ่มสีดอกโดยไม่กลบ Character ของพืชหลัก
🪨 Gravel Garden: ปลูกบนกรวดสีครีมหรือเทา
ให้ดอกสีชมพูเป็นจุดนำสายตาอย่างสวยงาม
🌿 Naturalistic Garden: ปลูกเป็นกลุ่มเล็กๆ หรือสลับกับไม้ดอกสีขาว ม่วง และฟ้า เพื่อสร้างจังหวะสีที่ดูเป็นธรรมชาติ
🏡 Modern Garden: เหมาะสำหรับขอบแปลง
ริมทางเดิน หรือพื้นที่รอบอาคารที่ต้องการสีสันแบบควบคุมได้
🪴 กระถาง: ใช้แต่ง Patio, Courtyard หรือระเบียงที่ได้รับแสงแดด ช่วยเพิ่มสีโดยไม่ต้องใช้พื้นที่มาก
◾ การดูแล
☀️ แสง: แดดเต็มวันถึงแดดครึ่งวัน
💧 น้ำ: ปานกลาง ให้น้ำสม่ำเสมอในช่วงตั้งตัว และหลีกเลี่ยงน้ำขัง
🪨 ดิน: ดินร่วนหรือวัสดุปลูกโปร่ง ระบายน้ำดี
✂️ ตัดแต่ง: ตัดแต่งปลายกิ่งเมื่อพุ่มเริ่มยืด เพื่อกระตุ้นการแตกกิ่งใหม่และรักษาทรงให้แน่น
🌱 ขยายพันธุ์: สามารถขยายพันธุ์ด้วยการปักชำกิ่ง
◾ ข้อมูลน่าสนใจ
✅ จุดเด่นของ ‘Starfire Pink’ คือการใช้สีดอกเป็น Accent มากกว่าการเป็นไม้ประธาน ทำให้สามารถเติมสีให้สวนได้โดยไม่ทำให้ภาพรวมดูหนัก
✅ ดอกขนาดเล็กแต่มีจำนวนมาก เมื่อปลูกเป็นกลุ่มจะเกิดเป็น กลุ่มสีชมพูละเอียด ที่ช่วยสร้างจังหวะให้แปลงพรรณไม้
✅ สีชมพูเข้ากันได้ดีเป็นพิเศษกับ ใบสีเงินเทา เช่น Santolina และไม้พุ่มใบเงิน รวมถึงดอกโทนม่วงของ Lavender และ Salvia
✅ เหมาะสำหรับสวนที่ต้องการบรรยากาศ Mediterranean แบบร่วมสมัย ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่เพียงสีขาวม่วง แต่สามารถเติมสีชมพูเป็นจุดเล็กๆ เพื่อให้สวนดูมีชีวิตขึ้น
✨มีจำหน่ายแล้ว✨
𝑪𝒖𝒑𝒉𝒆𝒂 ‘𝑺𝒕𝒂𝒓𝒇𝒊𝒓𝒆 𝑷𝒊𝒏𝒌’
กระถางไซส์ 𝟖 นิ้ว ความสูงทรงพุ่ม 𝟑𝟎-𝟑𝟓 ซม.
Sาคารวมส่ง 𝐄𝐌𝐒. 𝟓𝟓𝟎.-
🎁 โปรโมชั่นพิเศษ!
🌿 สั่ง 2 ต้น เหลือเพียง 1,000.- ฟรีจัดส่ง EMS
ทั่วประเทศ
📥 สนใจอินบ็อกซ์เพื่อสั่งซื้อได้เลยครับ
มีจำนวนจำกัด
● โปรดสอบถามแอดมินเพื่อดูรูปขนาดจริง
● มีวิธีปลูกเลี้ยงและดูแลเบื้องต้น
● แถมปุ๋ยออร์แกนิคสำหรับพืชพื้นเมือง
#บ้านและสวน #การจัดสวน #ไม้ดอก #ไม้ใบ #จัดดอกไม้ #สวนดอกไม้ #ร้านขายต้นไม้ #ร้านต้นไม้ #ดอกไม้ #ต้นไม้นำเข้า #ไม้ออสเตรเลีย #พืชพื้นเมือง #หญ้าประดับ

𝑷𝒆𝒏𝒏𝒊𝒔𝒆𝒕𝒖𝒎 𝒂𝒍𝒐𝒑𝒆𝒄𝒖𝒓𝒐𝒊𝒅𝒆𝒔 ‘𝑵𝒂𝒇𝒓𝒂𝒚’ 🌾𝘕𝘢𝘧𝘳𝘢𝘺 𝘍𝘰𝘶𝘯𝘵𝘢𝘪𝘯 𝘎𝘳𝘢𝘴𝘴 | หญ้าน้ำพุเนฟรายช่อดอกฟูนุ่มเหนือเส้นใบโค้งพลิ้วหญ้าน้ำพุสายพั...
15/08/2026

𝑷𝒆𝒏𝒏𝒊𝒔𝒆𝒕𝒖𝒎 𝒂𝒍𝒐𝒑𝒆𝒄𝒖𝒓𝒐𝒊𝒅𝒆𝒔 ‘𝑵𝒂𝒇𝒓𝒂𝒚’ 🌾
𝘕𝘢𝘧𝘳𝘢𝘺 𝘍𝘰𝘶𝘯𝘵𝘢𝘪𝘯 𝘎𝘳𝘢𝘴𝘴 | หญ้าน้ำพุเนฟราย
ช่อดอกฟูนุ่มเหนือเส้นใบโค้งพลิ้ว
หญ้าน้ำพุสายพันธุ์คัดเลือกจากออสเตรเลีย
ที่เปลี่ยนทุกสายลมให้กลายเป็นจังหวะของสวน
ออสเตรเลี่ยนคอทเทจ
𝘗𝘦𝘯𝘯𝘪𝘴𝘦𝘵𝘶𝘮 𝘢𝘭𝘰𝘱𝘦𝘤𝘶𝘳𝘰𝘪𝘥𝘦𝘴 ‘Nafray’
หญ้าประดับอายุหลายปีในกลุ่ม Fountain Grass สายพันธุ์คัดเลือกที่พัฒนาในออสเตรเลีย เพื่อให้ได้ฟอร์มที่เหมาะกับงานภูมิทัศน์ โดดเด่นด้วยทรงกอแน่นเป็นระเบียบ ใบเรียวยาวโค้งออกจากกลางกออย่างสวยงาม และช่อดอกทรงกระบอกฟูนุ่มจำนวนมากที่ยกตัวเหนือมวลใบ เมื่อปลูกเป็นกลุ่ม ช่อดอกและใบจะพลิ้วไปพร้อมกับสายลม เกิดเป็น Texture และ Movement ที่ทำให้สวนดูมีชีวิตขึ้นทันที
จุดที่ทำให้ ‘Nafray’ แตกต่างจากหญ้าน้ำพุที่พบทั่วไปในประเทศไทย คือการเป็น named cultivar
ที่ได้รับการคัดเลือกลักษณะเฉพาะ จึงให้ Character ของทรงต้นที่ชัดเจน เน้นกอแน่น ใบโค้งเป็นทรงน้ำพุ และช่อดอกฟูนุ่มที่ปรากฏเด่นเหนือพุ่ม เหมาะกับการปลูกเป็นกลุ่มหรือ Drift ซึ่งต้องการความต่อเนื่องและสม่ำเสมอของฟอร์มในงาน Landscape
ต้นกำเนิดทางพฤกษศาสตร์มาจาก Pennisetum alopecuroides ซึ่งเป็นหญ้าประดับพื้นเมืองของเอเชียตะวันออกและบริเวณใกล้เคียง ก่อนที่ ‘Nafray’ จะได้รับการคัดเลือกในออสเตรเลีย เพื่อดึงคุณสมบัติด้านฟอร์มและการออกดอกมาใช้ในงานสวน จึงเป็นหญ้าน้ำพุที่ให้ความรู้สึกละเอียดและมีโครงสร้าง มากกว่าการเป็นเพียงไม้ประดับสำหรับเติมพื้นที่
ด้วยโทนสีเขียวครีมที่เป็นธรรมชาติ ‘Nafray’ เหมาะอย่างยิ่งกับ Mediterranean Naturalistic, Gravel Garden, Meadow Garden และ Contemporary Landscape โดยเฉพาะเมื่อปลูกร่วมกับ Lavender, Santolina, Olive, Westringia และไม้ใบสีเงิน บนพื้นกรวดหรือหินโทนอุ่น จะช่วยเติมความนุ่มนวลและลดความแข็งขององค์ประกอบสวนได้อย่างลงตัว
▪️ จุดเด่นของ ‘Nafray’
🌾 ช่อดอก: ฟูนุ่ม ทรงกระบอก ชูเด่นเหนือพุ่ม ก่อนเปลี่ยนเป็นโทนครีม น้ำตาลอ่อนเมื่อแก่
🌿 ใบ: เรียวยาวและโค้งพลิ้วออกจากโคน เกิดเป็น Fountain Form ที่สวยแม้ในช่วงไม่มีดอก
🌱 ทรงกอ: แน่นและมีฟอร์มชัด เหมาะกับการจัดวางซ้ำในงาน Landscape
🌬️ Movement: ใบและช่อดอกตอบสนองต่อสายลม ช่วยเพิ่มการเคลื่อนไหวให้สวนอย่างเป็นธรรมชาติ
✨ Texture: เส้นใบละเอียดและช่อดอกนุ่ม ช่วยสร้าง Contrast กับหิน กรวด คอนกรีต และไม้พุ่มทรงมน
▪️ การใช้ในงานจัดสวน
🫒 Mediterranean Garden: ปลูกกับ Olive, Lavender และไม้ใบเงิน ให้บรรยากาศโปร่ง สงบ และเป็นธรรมชาติ
🪨 Gravel Garden: ใช้กอหญ้าแทรกระหว่างหินและกรวด เพิ่มเส้นสายโดยไม่ทำให้พื้นที่ดูแน่น
🌾 Naturalistic Planting: ปลูกเป็น Drift หรือ Mass Planting ให้ช่อดอกเกิดเป็นระลอกเหนือมวลพรรณไม้
🏡 Modern Landscape: เหมาะสำหรับลดความแข็งของอาคาร คอนกรีต และเส้นสายสถาปัตยกรรมร่วมสมัย
▪️ การดูแล
☀️ แสง: แดดเต็มวัน ช่วยให้กอแน่นและออกช่อได้ดี
💧 น้ำ: ปานกลาง ให้น้ำสม่ำเสมอช่วงตั้งตัว
เมื่อต้นแข็งแรงแล้วสามารถทนช่วงแห้งได้ดีขึ้น
🪨 ดิน: ชอบดินโปร่งและระบายน้ำดี สำหรับประเทศไทยควรหลีกเลี่ยงบริเวณน้ำขังในฤดูฝน
✂️ ตัดแต่ง: ตัดใบและช่อเก่าเมื่อกอเริ่มโทรม เพื่อเปิดพื้นที่ให้ใบชุดใหม่และรักษาฟอร์มให้สะอาดสวย
▪️ ข้อมูลน่าสนใจ
✅ ‘Nafray’ เป็นสายพันธุ์คัดเลือก ไม่ใช่ชื่อเรียกทั่วไปของหญ้าน้ำพุ จุดเด่นจึงอยู่ที่ Character และความสม่ำเสมอของฟอร์มสำหรับงานสวน
✅ ชื่อ 𝘗𝘦𝘯𝘯𝘪𝘴𝘦𝘵𝘶𝘮 𝘢𝘭𝘰𝘱𝘦𝘤𝘶𝘳𝘰𝘪𝘥𝘦𝘴 ยังคงพบใช้แพร่หลายในวงการไม้ประดับ ขณะที่ปัจจุบันอาจพบชื่อ Cenchrus alopecuroides ในการจัดจำแนกทางพฤกษศาสตร์
✅ ช่อดอกสวยเป็นพิเศษเมื่อได้รับ แสงย้อนช่วงเช้าหรือเย็น ขนอ่อนบนช่อจะจับแสงและเกิดประกายฟูนุ่มเหนือพุ่ม
✅ หากต้องการผลทาง Landscape ที่ชัดเจน ควรปลูกเป็น กลุ่มก้อนหรือ Drift มากกว่าการเรียงเป็นแถวตรง จะได้บรรยากาศที่ดูเป็นธรรมชาติและร่วมสมัยกว่า
✨มีจำหน่ายแล้ว✨
𝑷𝒆𝒏𝒏𝒊𝒔𝒆𝒕𝒖𝒎 𝒂𝒍𝒐𝒑𝒆𝒄𝒖𝒓𝒐𝒊𝒅𝒆𝒔 ‘𝑵𝒂𝒇𝒓𝒂𝒚’
กระถางไซส์ 𝟔 นิ้ว ความสูงทรงพุ่ม 𝟕𝟎-𝟕𝟓 ซม.
Sาคารวมส่ง 𝐄𝐌𝐒. 𝟓𝟓𝟎.-
🎁 โปรโมชั่นพิเศษ!
🌿 สั่ง 2 ต้น เหลือเพียง 1,000.- ฟรีจัดส่ง EMS ทั่วประเทศ
📥 สนใจอินบ็อกซ์เพื่อสั่งซื้อได้เลยครับ มีจำนวนจำกัด
● โปรดสอบถามแอดมินเพื่อดูรูปขนาดจริง
● มีวิธีปลูกเลี้ยงและดูแลเบื้องต้น
● แถมปุ๋ยออร์แกนิคสำหรับพืชพื้นเมือง
#บ้านและสวน #การจัดสวน #ไม้ดอก #ไม้ใบ #จัดดอกไม้ #สวนดอกไม้ #ร้านขายต้นไม้ #ร้านต้นไม้ #ดอกไม้ #ต้นไม้นำเข้า #ไม้ออสเตรเลีย #พืชพื้นเมือง #หญ้าประดับ

𝑪𝒐𝒓𝒕𝒂𝒅𝒆𝒓𝒊𝒂 𝒔𝒆𝒍𝒍𝒐𝒂𝒏𝒂 ‘𝑬𝒗𝒊𝒕𝒂’ 🌾𝘌𝘷𝘪𝘵𝘢 𝘗𝘢𝘮𝘱𝘢𝘴 𝘎𝘳𝘢𝘴𝘴 | 𝘋𝘸𝘢𝘳𝘧 𝘗𝘢𝘮𝘱𝘢𝘴 𝘎𝘳𝘢𝘴𝘴ช่อดอกสีครีมฟูนุ่มเหนือเส้นใบพลิ้วไหวแพมพัสฟอร์มกะทั...
13/08/2026

𝑪𝒐𝒓𝒕𝒂𝒅𝒆𝒓𝒊𝒂 𝒔𝒆𝒍𝒍𝒐𝒂𝒏𝒂 ‘𝑬𝒗𝒊𝒕𝒂’ 🌾
𝘌𝘷𝘪𝘵𝘢 𝘗𝘢𝘮𝘱𝘢𝘴 𝘎𝘳𝘢𝘴𝘴 | 𝘋𝘸𝘢𝘳𝘧 𝘗𝘢𝘮𝘱𝘢𝘴 𝘎𝘳𝘢𝘴𝘴
ช่อดอกสีครีมฟูนุ่มเหนือเส้นใบพลิ้วไหว
แพมพัสฟอร์มกะทัดรัด ที่เปลี่ยนทุกสายลมให้กลายเป็นเสน่ห์ของสวนเมดิเตอร์เรเนียน
𝘊𝘰𝘳𝘵𝘢𝘥𝘦𝘳𝘪𝘢 𝘴𝘦𝘭𝘭𝘰𝘢𝘯𝘢 ‘Evita’ หญ้าแพมพัส
สายพันธุ์คัดเลือกทรงกะทัดรัด ที่นำเสน่ห์ของหญ้าแพมพัสมาอยู่ในสัดส่วนที่ใช้งานจัดสวนได้ง่ายขึ้น โดดเด่นด้วยกอใบเรียวยาวสีเขียวที่โค้งพลิ้วออกจากโคน และช่อดอกฟูขนาดใหญ่ในโทน ขาวครีมถึงเงินอ่อน ชูสูงเหนือมวลใบ เมื่อช่อดอกต้องแสงหรือลู่ไปตามแรงลมจะเกิด Movement ที่นุ่มนวล ทำให้ต้นดูโดดเด่นโดยไม่ต้องอาศัยสีดอกที่ฉูดฉาด
ต้นกำเนิดทางพฤกษศาสตร์ของสายพันธุ์
มาจาก 𝘊𝘰𝘳𝘵𝘢𝘥𝘦𝘳𝘪𝘢 𝘴𝘦𝘭𝘭𝘰𝘢𝘯𝘢 ซึ่งเป็นหญ้าอายุหลายปีพื้นเมืองของ ทางตอนใต้ของอเมริกา โดยเฉพาะบริเวณทุ่งหญ้าแพมพัส อาร์เจนตินา อุรุกวัย และพื้นที่ใกล้เคียง ธรรมชาติของพืชจึงสัมพันธ์กับพื้นที่เปิด แสงแดด และภูมิประเทศแบบทุ่งหญ้า ซึ่งเป็นที่มาของชื่อที่รู้จักกันทั่วโลกว่า "Pampas Grass"
สิ่งที่ทำให้ ‘Evita’ น่าสนใจสำหรับงาน Landscape คือขนาดที่ควบคุมง่ายกว่าฟอร์ม Pampas Grass ขนาดใหญ่ จึงสามารถนำมาใช้สร้าง Architectural Accent หรือปลูกซ้ำเป็นกลุ่มได้โดยไม่ทำให้พื้นที่ดูหนักเกินไป ช่อดอกสีอ่อนยังเข้ากับวัสดุอย่างหินธรรมชาติ กรวด ไม้ และคอนกรีตได้ดี เหมาะกับสวนที่ต้องการความเรียบง่าย แต่ยังมี Texture และการเคลื่อนไหวของพรรณไม้
ความโดดเด่นของ ‘Evita’ ยังได้รับการยอมรับจาก Royal Horticultural Society (RHS) โดยได้รับ Award of Garden Merit (AGM) ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้พรรณไม้ที่มีคุณค่าด้านการปลูกประดับสวนและมีสมรรถนะการปลูกที่ดี จึงช่วยสะท้อนว่า ‘Evita’ ไม่ได้มีดีเพียงรูปลักษณ์ แต่ยังเป็น Pampas cultivar ที่ได้รับการยอมรับในวงการพืชสวนอีกด้วย
▪️ การใช้ในงานจัดสวน
🌾 Mediterranean Garden: ช่อดอกสีครีมเข้ากันได้ดีกับ Olive, Lavender, Santolina, Rosemary และไม้ใบสีเงิน ช่วยเพิ่มความพลิ้วไหวให้สวนหินและกรวด
🪨 Gravel & Dry Garden: ใช้เป็นกอเดี่ยวหรือปลูกซ้ำเป็นจังหวะท่ามกลางกรวดและไม้พุ่มเตี้ย
เพื่อสร้างความสูงและ Movement
🏡 Modern Minimal Landscape: รูปทรงกอที่ชัดเจนและชุดสี Green Cream เหมาะกับงานสถาปัตยกรรมโมเดิร์น โดยเฉพาะพื้นที่ที่ใช้คอนกรีต หิน และวัสดุโทนกลาง
🌿 Naturalistic Planting: ปลูกร่วมกับหญ้าประดับและไม้ดอกอายุหลายปี ให้ช่อดอกลอยเหนือมวลพรรณไม้คล้ายทุ่งธรรมชาติ
🪴 Container Feature: ด้วยขนาดที่กะทัดรัดกว่าฟอร์มใหญ่ จึงสามารถประยุกต์ใช้กับกระถางขนาดใหญ่เพื่อสร้างจุดเด่นบริเวณลานหรือทางเข้าได้
▪️ ลักษณะเด่น
🌿 ใบ: เรียวยาวจำนวนมาก แตกจากโคนเป็นกอแน่น ก่อนโค้งออกด้านข้างอย่างนุ่มนวล ทำให้ต้นมีรูปทรงคล้าย Fountain
🤍 ช่อดอก: ช่อแบบฟูละเอียด โทนขาวครีมถึงเงินอ่อน ชูขึ้นเหนือใบอย่างเด่นชัด และยังคงมี Texture สวยเมื่อช่อเริ่มแห้ง
🌬️ Movement: ใบและช่อดอกตอบสนองต่อสายลมได้ดี เป็นพรรณไม้ที่ช่วยสร้างการเคลื่อนไหวให้สวนโดยไม่ต้องเพิ่มองค์ประกอบอื่น
🌾 ทรงกอ: กะทัดรัดกว่าฟอร์ม 𝘊. 𝘴𝘦𝘭𝘭𝘰𝘢𝘯𝘢 ทั่วไป จึงเหมาะกับพื้นที่สวนร่วมสมัยและการปลูกเป็นกลุ่มมากขึ้น
▪️ การดูแล
☀️ แสง: ชอบแดดเต็มวัน แสงเพียงพอช่วยให้กอแข็งแรงและส่งช่อดอกได้ดี
🪨 ดิน: ปรับตัวได้ค่อนข้างกว้าง แต่ควรเลือกดินที่ระบายน้ำดี โดยเฉพาะเมื่อนำมาปลูกในสภาพอากาศร้อนชื้น
💧 น้ำ: รดสม่ำเสมอในช่วงแรกเพื่อช่วยให้ระบบรากตั้งตัว หลังจากแข็งแรงแล้วสามารถทนช่วงแห้งได้ดีขึ้น
✂️ ตัดแต่ง: ตัดช่อดอกเก่าและใบแห้งออกเพื่อรักษาทรงกอ หากต้องการฟื้นฟูกอสามารถตัดใบเก่าก่อนเริ่มรอบการเจริญใหม่
🧤 ข้อควรระวัง: ขอบใบของหญ้าแพมพัส
มีความคม ควรสวมถุงมือ และเสื้อแขนยาวเมื่อตัดแต่ง และควรเว้นระยะจากทางเดินหรือบริเวณที่มีคนสัมผัสบ่อย
🌧️ สำหรับอากาศไทย: เลือกตำแหน่ง แดดจัด อากาศถ่ายเท และไม่เกิดน้ำขังบริเวณโคน
โดยเฉพาะในฤดูฝน
▪️ ข้อมูลน่าสนใจ
✅ ได้รับ Award of Garden Merit (AGM) จาก RHS สะท้อนคุณค่าของสายพันธุ์สำหรับการปลูกประดับและใช้งานในสวน
✅ ‘Evita’ เป็นหญ้าแพมพัสฟอร์มกะทัดรัด
จึงเหมาะกับสวนที่ต้องการ Character ของ
หญ้าแพมพัสแต่ไม่ต้องการกอขนาดใหญ่เทอะทะ
✅ จุดเด่นไม่ได้อยู่เฉพาะช่วงดอกบาน เพราะทั้งรูปทรงกอ เส้นสายของใบ และช่อดอกแห้ง สามารถสร้าง Texture ให้ Landscape
ได้ยาวนาน
✅ เหมาะกับการออกแบบแบบ Mass Planting โดยปลูกเป็นกลุ่มหรือวางซ้ำเป็นจังหวะ มากกว่าการเรียงเป็นแถวแข็งๆ จะให้ภาพที่เป็นธรรมชาติและร่วมสมัยกว่า
✅ สีขาวครีมของช่อดอกจับคู่กับพรรณไม้โทน Silver Grey Olive Green ได้สวยมาก
จึงประยุกต์เข้าสวน Mediterranean และ Australian inspired Landscape ได้ง่าย
✅ ช่อดอกสามารถนำมาใช้เป็น ดอกไม้แห้งสำหรับงานตกแต่ง ให้ Texture ที่นุ่มฟูและมีรูปทรงโดดเด่น
✨มีจำหน่ายแล้ว✨
𝑪𝒐𝒓𝒕𝒂𝒅𝒆𝒓𝒊𝒂 𝒔𝒆𝒍𝒍𝒐𝒂𝒏𝒂 ‘𝑬𝒗𝒊𝒕𝒂’
กระถางไซส์ 𝟏𝟐 นิ้ว ความสูงทรงพุ่ม 𝟏𝟐𝟎 ซม.
Sาคารวมส่ง 𝐄𝐌𝐒. 𝟏,𝟖𝟎𝟎.-
📥 สนใจอินบ็อกซ์เพื่อสั่งซื้อได้เลยครับ
มีจำนวนจำกัด
● โปรดสอบถามแอดมินเพื่อดูรูปขนาดจริง
● มีวิธีปลูกเลี้ยงและดูแลเบื้องต้น
● แถมปุ๋ยออร์แกนนิคสำหรับบำรุงต้นและราก
#บ้านและสวน #การจัดสวน #ไม้ดอก #ไม้ใบ #จัดดอกไม้ #สวนดอกไม้ #ร้านขายต้นไม้ #ร้านต้นไม้ #ดอกไม้ #ต้นไม้นำเข้า #ไม้ออสเตรเลีย #พืชพื้นเมือง #หญ้าประดับ

𝑴𝒆𝒍𝒂𝒍𝒆𝒖𝒄𝒂 𝒗𝒊𝒓𝒊𝒅𝒊𝒇𝒍𝒐𝒓𝒂 ‘𝑪𝒂𝒏𝒅𝒚 𝑺𝒑𝒂𝒓𝒌𝒍𝒆𝒔’ 🇦🇺𝗖𝗮𝗻𝗱𝘆 𝗦𝗽𝗮𝗿𝗸𝗹𝗲𝘀 𝗣𝗮𝗽𝗲𝗿𝗯𝗮𝗿𝗸สิ้นสุดการรอคอย กับ เมลาลูก้า ‘แคนดี้ สปาร์คเคิลส์’ สาย...
12/08/2026

𝑴𝒆𝒍𝒂𝒍𝒆𝒖𝒄𝒂 𝒗𝒊𝒓𝒊𝒅𝒊𝒇𝒍𝒐𝒓𝒂 ‘𝑪𝒂𝒏𝒅𝒚 𝑺𝒑𝒂𝒓𝒌𝒍𝒆𝒔’ 🇦🇺
𝗖𝗮𝗻𝗱𝘆 𝗦𝗽𝗮𝗿𝗸𝗹𝗲𝘀 𝗣𝗮𝗽𝗲𝗿𝗯𝗮𝗿𝗸
สิ้นสุดการรอคอย กับ เมลาลูก้า ‘แคนดี้ สปาร์คเคิลส์’ สายพันธุ์คัดเลือกจากออสเตรเลีย
ช่อดอกสีชมพูเข้มที่โดดเด่นเหนือพุ่มใบเงิน
เสน่ห์ที่ทำให้ ‘แคนดี้ สปาร์คเคิลส์’ แตกต่างจาก
เมลาลูก้าที่คุ้นตา อีกหนึ่งพรรณไม้คัดเลือกที่น่าจับตามอง ทั้งสำหรับนักสะสมและผู้หลงใหลในสวนออสเตรเลีย ความพิเศษที่ไม่ควรพลาด
𝘔𝘦𝘭𝘢𝘭𝘦𝘶𝘤𝘢 𝘷𝘪𝘳𝘪𝘥𝘪𝘧𝘭𝘰𝘳𝘢 ‘Candy Sparkles’
สายพันธุ์คัดเลือก (cultivar) ของ 𝘔𝘦𝘭𝘢𝘭𝘦𝘶𝘤𝘢 𝘷𝘪𝘳𝘪𝘥𝘪𝘧𝘭𝘰𝘳𝘢 ที่มีความน่าสนใจเป็นพิเศษ โดยได้รับการคัดเลือกและขยายพันธุ์ด้วยกิ่งจาก รูปแบบที่ให้ดอกสีชมพูเข้ม (dark-pink flowering form) เพื่อรักษาลักษณะสีดอกอันโดดเด่นไว้ ต่างจาก 𝘔. 𝘷𝘪𝘳𝘪𝘥𝘪𝘧𝘭𝘰𝘳𝘢 ในธรรมชาติที่สามารถพบความแปรผันของสีดอกได้ ความพิเศษนี้ทำให้ ‘Candy Sparkles’ กลายเป็น Paperbark ที่มี Character ชัดเจนทั้งในฐานะพรรณไม้สะสมและไม้สำหรับงาน Landscape
ต้นกำเนิดทางพฤกษศาสตร์ของสายพันธุ์ยังเชื่อมโยงกับ 𝘔𝘦𝘭𝘢𝘭𝘦𝘶𝘤𝘢 𝘷𝘪𝘳𝘪𝘥𝘪𝘧𝘭𝘰𝘳𝘢 ซึ่งเป็นพรรณไม้พื้นเมืองของออสเตรเลียตอนเหนือ โดยแหล่งปลูกในออสเตรเลียระบุถึงประชากรจาก Northern Queensland ซึ่งพบตามพื้นที่ชื้นแฉะ หนองน้ำ และริมลำธารที่ได้รับอิทธิพลจากฤดูมรสุม ธรรมชาติเช่นนี้ทำให้พืชชนิดนี้แตกต่างจาก Australian Native หลายชนิด เพราะสามารถรับทั้ง ช่วงที่ดินมีความชื้นสูงและช่วงแห้งยาวนาน ได้ค่อนข้างดี
สิ่งที่ทำให้ ‘Candy Sparkles’ สมชื่อ คือช่อดอกทรงแปรงที่มีสีตั้งแต่ Deep Pink, Hot Pink ไปจนถึง Burgundy Red โดยดอกสีชมพูเข้มจะค่อยๆ เปลี่ยนโทนไปทางแดงเมื่อมีอายุมากขึ้น และมี ปลายเกสร
สีทอง แทรกอยู่ทั่วช่อดอก เกิดประกายเล็กๆ ระยิบระยัยเมื่อกระทบแสง ดอกปกคลุมบริเวณปลายกิ่งอย่างโดดเด่น โดยมีรายงานการออกดอกเด่นในช่วง ฤดูใบไม้ผลิ และฤดูใบไม้ร่วง และอาจให้ดอกหลายระลอกเมื่อสภาพแวดล้อมเหมาะสม
อีกเสน่ห์คือการตัดกันระหว่าง ดอกชมพูเข้ม
ใบโทนเงินหม่น เปลือกลอก Paperbark ทำให้ต้นมีรายละเอียดแม้ในช่วงที่ไม่มีดอก สามารถปล่อยให้เติบโตเป็นไม้พุ่มใหญ่ หรือแต่งกิ่งยกเรือนยอดเพื่อโชว์เปลือกลำต้นที่ลอกซ้อนกันเป็นชั้นๆ กลายเป็นไม้ต้นขนาดเล็กสำหรับใช้เป็น Specimen Tree
ได้อย่างสวยงาม แหล่งเพาะปลูกหลายแห่งในออสเตรเลียให้ขนาดโตเต็มที่ประมาณ 3.5-4 เมตร แม้ขนาดจริงจะขึ้นกับสภาพแวดล้อมและการตัดแต่ง
◾ จุดเด่นของสายพันธุ์
💗 Selected Pink Form: คัดเลือกจาก
𝘔. 𝘷𝘪𝘳𝘪𝘥𝘪𝘧𝘭𝘰𝘳𝘢 รูปแบบดอกชมพูเข้ม และรักษาลักษณะเด่นผ่านการขยายพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ
🌸 ดอก: ช่อทรงแปรงสีชมพูเข้ม ก่อนเปลี่ยนไปทางแดง มีปลายเกสรสีทองละเอียด ทำให้ช่อดอกดูมีมิติ
🌿 ใบ: ใบให้โทนเขียวอมเทา ช่วยขับสีชมพูของดอกให้เด่นขึ้น และให้ Foliage Character ที่สวยแม้ไม่มีดอก
🤎 เปลือก: มีลักษณะ Paperbark ซ้อนเป็นชั้น
เพิ่ม Texture และเอกลักษณ์แบบ Australian Native
🌳 ทรงต้น: เติบโตเป็นไม้พุ่มใหญ่ถึงไม้ต้นขนาดเล็ก ตอบสนองต่อการตัดแต่งได้ดี สามารถควบคุมให้เป็นพุ่มแน่นหรือเปิดเรือนยอดเพื่อโชว์ลำต้นได้
◾ การใช้ในงานจัดสวน
เหมาะมากกับ Australian Native, Australian Naturalistic, Coastal และ Contemporary Landscape โดยใช้เป็นไม้โครงสร้างหรือไม้ประธาน แล้วปลูกชั้นล่างร่วมกับ 𝘈𝘯𝘪𝘨𝘰𝘻𝘢𝘯𝘵𝘩𝘰𝘴, 𝘞𝘦𝘴𝘵𝘳𝘪𝘯𝘨𝘪𝘢, 𝘌𝘳𝘦𝘮𝘰𝘱𝘩𝘪𝘭𝘢, 𝘓𝘦𝘶𝘤𝘰𝘱𝘩𝘺𝘵𝘢 และหญ้าประดับ สีชมพูเข้มของดอกจะทำหน้าที่เป็น Accent เหนือมวลใบสีเงินเขียวหม่น ขณะที่เปลือก Paperbark ช่วยรักษาความน่าสนใจของต้นไว้ตลอดทั้งปี
▪️ การดูแล
☀️ แสง: ชอบแดดเต็มวัน แนะนำอย่างน้อย
6 ชั่วโมงต่อวัน แสงที่เพียงพอช่วยให้ทรงพุ่มแข็งแรงและส่งเสริมการออกดอก
💧 น้ำ: ให้น้ำสม่ำเสมอในช่วงต้นกำลังตั้งตัว
หลังจากระบบรากแข็งแรงแล้วสามารถทนช่วงแห้งได้ดีขึ้น ที่น่าสนใจคือ 𝘔. 𝘷𝘪𝘳𝘪𝘥𝘪𝘧𝘭𝘰𝘳𝘢 มีธรรมชาติสัมพันธ์กับพื้นที่ชื้นตามฤดูกาล จึงรับความชื้นได้ดีกว่าไม้ออสเตรเลียสายแห้งหลายชนิด
🪨 ดิน: ปรับตัวกับดินได้หลายประเภท
แต่สำหรับการปลูกในประเทศไทยแนะนำวัสดุปลูกที่โปร่ง และระบายน้ำดี โดยเฉพาะการปลูกในกระถาง เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากความชื้นสะสมในฤดูฝน
🌱 ปุ๋ย: ใช้ปุ๋ยสำหรับ Australian Native หรือปุ๋ยที่มีฟอสฟอรัสไม่สูง ให้ในปริมาณพอเหมาะช่วงที่ต้นกำลังแตกยอดใหม่
✂️ การตัดแต่ง: หลังดอกโรยสามารถตัดแต่งปลายกิ่งเพื่อกระตุ้นการแตกยอดด้านข้าง ทำให้พุ่มแน่นและได้โครงสร้างสวยขึ้น เหมาะทั้งการเลี้ยงเป็นพุ่มและการแต่งเป็นไม้ต้นขนาดเล็ก
🌳 การสร้างทรง: หากต้องการใช้เป็น Specimen Tree สามารถค่อยๆ ยกเรือนยอดและเปิดลำต้น เพื่อโชว์ Texture ของเปลือกแบบ Paperbark หรือปล่อยให้แตกกิ่งต่ำเพื่อสร้างพุ่มแน่นสำหรับ Screening
🌧️ สำหรับอากาศไทย: แม้ต้นจะรับความชื้นได้ดี
แต่ในกระถางไม่ควรปล่อยให้วัสดุปลูกอิ่มน้ำต่อเนื่องเป็นเวลานาน ควรเน้นอากาศถ่ายเทและการระบายน้ำที่เหมาะสม
▪️ ข้อมูลน่าสนใจ
✅ ‘Candy Sparkles’ เป็นสายพันธุ์คัดเลือกจาก 𝘔𝘦𝘭𝘢𝘭𝘦𝘶𝘤𝘢 𝘷𝘪𝘳𝘪𝘥𝘪𝘧𝘭𝘰𝘳𝘢 รูปแบบที่ให้ดอกสีชมพูเข้ม จุดเด่นนี้ถูกเก็บรักษาไว้ด้วยการขยายพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ ทำให้ได้สีดอกตามลักษณะของต้นแม่
✅ สีดอกมีมิติมากกว่าชมพูเพียงเฉดเดียว
ช่อดอกสามารถปรากฏตั้งแต่ชมพูสด ชมพูเข้ม
ไปจนถึงแดงเบอร์กันดี พร้อมรายละเอียดของเกสรที่ทำให้ช่อดอกดูเป็นประกาย ซึ่งเข้ากับชื่อ “Candy Sparkles” อย่างมาก
✅ มีความสวยแม้ไม่มีดอก เพราะลำต้นมีเปลือกแบบ Paperbark ที่ซ้อนและลอกเป็นชั้น
สร้าง Texture ตามธรรมชาติ จึงสามารถใช้ทั้งดอก ใบ และเปลือกเป็นองค์ประกอบในการออกแบบสวน
✅ เป็นพรรณไม้ที่มีคุณค่าต่อ Wildlife Garden
ช่อดอกของ 𝘔𝘦𝘭𝘢𝘭𝘦𝘶𝘤𝘢 มีน้ำหวานและสามารถดึงดูดนกกินน้ำหวาน รวมถึงผึ้งและแมลงผสมเกสร ทำให้สวนมีชีวิตมากกว่าการเป็นไม้ประดับเพียงอย่างเดียว
✅ มี Character ต่างจาก Australian Native
สายแห้ง เพราะ 𝘔. 𝘷𝘪𝘳𝘪𝘥𝘪𝘧𝘭𝘰𝘳𝘢 สามารถพบตามพื้นที่ชื้นและบริเวณที่ได้รับน้ำตามฤดูกาลในธรรมชาติ จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับพื้นที่สวนที่มีความชื้นมากกว่า Xeriscape ทั่วไป
✅ ใช้งาน Landscape ได้หลายรูปแบบ ตั้งแต่ไม้ประธาน (Specimen) ไม้พุ่มขนาดใหญ่ (Screening) ไปจนถึงการปลูกเป็นฉากหลังของแปลง Australian Naturalistic
✅ จับคู่สีได้สวยเป็นพิเศษ กับ 𝘌𝘳𝘦𝘮𝘰𝘱𝘩𝘪𝘭𝘢 𝘯𝘪𝘷𝘦𝘢, 𝘞𝘦𝘴𝘵𝘳𝘪𝘯𝘨𝘪𝘢, 𝘓𝘦𝘶𝘤𝘰𝘱𝘩𝘺𝘵𝘢 𝘣𝘳𝘰𝘸𝘯𝘪𝘪 และ Kangaroo Paw สีเหลืองทอง โดยใช้ชุดสี Pink + Silver + Gold + Green สร้างบรรยากาศ Australian Landscape ที่ร่วมสมัย
✅ ยิ่งตัดแต่งอย่างเหมาะสม ยิ่งสร้างฟอร์มได้ชัด จึงเป็นพรรณไม้ที่ไม่ได้มีคุณค่าเฉพาะช่วงออกดอก แต่สามารถใช้โครงสร้างพุ่มและลำต้นเป็นส่วนหนึ่งของงาน Landscape ได้ตลอดปี
✨มีจำหน่ายแล้ว✨
🪴 ไซซ์ 𝙓𝙎 𝟗𝟓𝟎.- (Sาคารวมส่ง EMS)
▫️กระถางไซซ์ 8 นิ้ว
▫️ความสูงทรงพุ่ม 10-15 เซนติเมตร
▫️ระบบราก 𝗢𝗪𝗡 𝗥𝗢𝗢𝗧
🪴 ไซซ์ 𝙎 𝟏,𝟗𝟎𝟎.- (Sาคารวมส่ง EMS)
▫️กระถางไซซ์ 11 นิ้ว
▫️ความสูงทรงพุ่ม 35-40 เซนติเมตร
▫️ระบบราก 𝗚𝗥𝗔𝗙𝗧𝗘𝗗
🪴 ไซซ์ 𝙈 𝟐,𝟓𝟎𝟎.- (Sาคารวมส่ง EMS)
▫️กระถางไซซ์ 11 นิ้ว
▫️ความสูงทรงพุ่ม 40-45 เซนติเมตร
▫️ทรงพุ่มใหญ่กว่า แตกกิ่งมากกว่า
▫️ระบบราก 𝗚𝗥𝗔𝗙𝗧𝗘𝗗
🪴 ไซซ์ 𝙇 𝟑,𝟓𝟎𝟎.- (Sาคารวมส่ง EMS)
▫️กระถางไซซ์ 12 นิ้ว
▫️ความสูงทรงพุ่ม 50-70 เซนติเมตร
▫️ระบบราก 𝗚𝗥𝗔𝗙𝗧𝗘𝗗
🪴 ไซซ์ 𝙓𝙇 𝟒,𝟗𝟎𝟎.- (Sาคารวมส่ง EMS)
▫️กระถางไซซ์ 12 นิ้ว
▫️ความสูงทรงพุ่ม 118-120 เซนติเมตร
▫️พร้อมช่อดอกตูม
▫️ระบบราก 𝗚𝗥𝗔𝗙𝗧𝗘𝗗
🪴 ไซซ์ 𝙓𝙓𝙇 𝟏𝟐,𝟎𝟎𝟎.- (ไม่รวมส่ง EMS)
▫️กระถางไซซ์ 22 นิ้ว
▫️ความสูงทรงพุ่ม 120-130 เซนติเมตร
▫️รุ่นแม่พันธุ์ พร้อมดอกสวย
▫️ระบบราก 𝗚𝗥𝗔𝗙𝗧𝗘𝗗
📥 สนใจอินบ็อกซ์เพื่อสั่งซื้อได้เลยครับ มีจำนวนจำกัด
● โปรดสอบถามแอดมินเพื่อดูรูปขนาดจริง
● มีวิธีปลูกเลี้ยงและดูแลเบื้องต้น
● แถมปุ๋ยออร์แกนิคสำหรับพืชพื้นเมือง
#บ้านและสวน #การจัดสวน #ไม้ดอก #ไม้ใบ #จัดดอกไม้ #สวนดอกไม้ #ร้านขายต้นไม้ #ร้านต้นไม้ #ดอกไม้ #ต้นไม้นำเข้า #ไม้ออสเตรเลีย #พืชพื้นเมือง

𝑨𝒏𝒊𝒈𝒐𝒛𝒂𝒏𝒕𝒉𝒐𝒔 ‘𝑳𝒂𝒏𝒅𝒔𝒄𝒂𝒑𝒆 𝑮𝒐𝒍𝒅’ 🇦🇺𝙇𝙖𝙣𝙙𝙨𝙘𝙖𝙥𝙚 𝙂𝙤𝙡𝙙 𝙆𝙖𝙣𝙜𝙖𝙧𝙤𝙤 𝙋𝙖𝙬ช่อดอกสีทองที่ชูเด่นเหนือมวลใบความงามจากเวสเทิร์นออสเตรเลียใน...
11/08/2026

𝑨𝒏𝒊𝒈𝒐𝒛𝒂𝒏𝒕𝒉𝒐𝒔 ‘𝑳𝒂𝒏𝒅𝒔𝒄𝒂𝒑𝒆 𝑮𝒐𝒍𝒅’ 🇦🇺
𝙇𝙖𝙣𝙙𝙨𝙘𝙖𝙥𝙚 𝙂𝙤𝙡𝙙 𝙆𝙖𝙣𝙜𝙖𝙧𝙤𝙤 𝙋𝙖𝙬
ช่อดอกสีทองที่ชูเด่นเหนือมวลใบ
ความงามจากเวสเทิร์นออสเตรเลียในจังหวะของสวนธรรมชาติ
Anigozanthos ‘Landscape Gold’
เป็น Kangaroo Paw ในกลุ่ม Landscape Series
ที่คัดเลือกมาเพื่อการใช้งานด้านภูมิทัศน์โดยเฉพาะ จุดเด่นอยู่ที่ความแข็งแรง การแตกกอ และช่อดอกทรงสูงที่สร้างมวลสีได้อย่างโดดเด่นกว่าการมองเป็นเพียงไม้ดอกกระถาง ด้วยดอกสีเหลืองทองสดจำนวนมากบนก้านช่อสีแดงอมบรอนซ์ ชูตัวเหนือพุ่มใบเรียวยาวสีเขียว เมื่อปลูกเป็นกลุ่มจะเกิดชั้นของดอกสีทองโปร่งเบาลอยอยู่เหนือมวลใบ สร้างทั้งสีสัน ความสูง และ Movement ให้กับสวนอย่างมีเอกลักษณ์
ดอกมีรูปทรงหลอดเรียวยาว ปกคลุมด้วยขนอ่อนละเอียด และปลายดอกแยกออกคล้าย อุ้งเท้าจิงโจ้ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของสกุล Anigozanthos ความน่าสนใจของ ‘Landscape Gold’ คือการตัดกันระหว่าง Yellow Gold ของดอก + Bronze Red ของก้าน + Deep Green ของใบ ทำให้ต้นมีรายละเอียดของ
สีหลายระดับ และยังคงโดดเด่นแม้มองจากระยะไกล
Kangaroo Paw เป็นพรรณไม้ที่มีเอกลักษณ์ของ Western Australia และเป็นหนึ่งในกลุ่มพืชที่สื่อถึงภูมิทัศน์ออสเตรเลียได้ชัดเจนที่สุด ด้วยรูปทรงที่ไม่เหมือนไม้ดอกทั่วไป ‘Landscape Gold’ จึงเหมาะกับทั้ง Australian Native, Australian Naturalistic, Contemporary Mediterranean, Gravel และ Coastal Garden โดยเฉพาะการปลูกแบบ Drift หรือ Mass Planting เพื่อให้ช่อดอกสีทองปรากฏซ้ำเป็นจังหวะทั่วทั้งสวน
◾ ลักษณะเด่น
💛 ดอก: สีเหลืองสดถึงเหลืองทอง รูปทรงคล้ายอุ้งเท้าจิงโจ้ มีขนอ่อนละเอียด ให้สีที่สดและมองเห็นได้ชัดจากระยะไกล
❤️ ก้านช่อดอก: ทรงสูง โปร่ง แตกแขนง และมีโทนแดงบรอนซ์ ช่วยขับสีเหลืองของดอกให้เด่นขึ้น
🌿 ใบ: เรียวยาวคล้ายสายดาบ แตกจากโคนเป็นกอแน่น ให้เส้นสายแบบ Architectural และยังคงสวยแม้นอกช่วงออกดอก
🌾 ฟอร์ม: ฐานพุ่มแน่น แต่ช่อดอกด้านบนโปร่ง ทำให้สามารถเพิ่มความสูงให้แปลงโดยไม่สร้างมวลที่ดูหนัก
◾ การใช้ในงานจัดสวน
🦘 Australian Native Garden: จับคู่กับ Westringia, Eremophila, Grevillea และ Melaleuca เพื่อสร้างบรรยากาศพรรณไม้ออสเตรเลียอย่างชัดเจน
🌾 Australian Naturalistic: ปลูกเป็นกลุ่ม 3-7 กอ หรือทำเป็น Drift ซ้ำไปตามแปลง ให้ช่อสีทองลอยเหนือหญ้าประดับและไม้พุ่มเตี้ย
🌊 Contemporary Mediterranean: สีทองเข้ากันได้ดีกับ Olive, Lavender, Santolina และไม้ใบสีเงิน รวมถึงกรวดสีครีมและหินธรรมชาติ
🪨 Gravel & Dry Garden: ใช้เป็น Vertical Accent ท่ามกลางไม้พุ่มทรงมนและพืชใบละเอียด ช่วยให้สวนมีระดับต่ำ กลาง สูง
🏡 Modern Landscape: เหมาะกับแนวอาคารสมัยใหม่ ทางเดิน และลานกรวด เพราะรูปทรงชัดเจนแต่ไม่แข็งทื่อ
◾ การดูแล
☀️ แสง: แดดเต็มวันประมาณ 6 ชั่วโมงขึ้นไป
จะช่วยให้กอแข็งแรงและออกดอกได้ดี
💧 น้ำ: ให้น้ำสม่ำเสมอในช่วงต้นกำลังตั้งตัว
หลังจากนั้นสามารถลดความถี่ลงได้ แต่ไม่ควรปล่อยให้แห้งรุนแรงต่อเนื่องในช่วงกำลังออกดอก
🪨 ดิน: เน้นดินหรือวัสดุปลูกที่ โปร่งและระบายน้ำดีมาก โดยเฉพาะเมื่อนำมาปลูกในสภาพอากาศร้อนชื้น
✂️ ตัดแต่ง: หลังดอกโรยควรตัดก้านดอกเก่าลงใกล้โคน พร้อมกำจัดใบแก่ เพื่อเปิดพื้นที่และกระตุ้นการแตกใบใหม่
🌱 ปุ๋ย: ให้ปุ๋ยในระดับพอเหมาะ และหากใช้ร่วมกับกลุ่ม Australian Native ควรเลือกสูตรที่ไม่เน้นฟอสฟอรัสสูง
🌧️ ในประเทศไทย: หัวใจสำคัญคือ แดดจัด + อากาศถ่ายเท + ระบายน้ำเร็ว โดยเฉพาะฤดูฝนควรหลีกเลี่ยงแปลงต่ำหรือน้ำขังบริเวณโคน
◾ ข้อมูลน่าสนใจ
✅ ‘Landscape Gold’ เหมาะกับการใช้งานในระดับ Landscape เพราะความโดดเด่นของช่อดอกทรงสูงและความสามารถในการสร้างมวลสีเมื่อปลูกหลายกอร่วมกัน
✅ ช่อดอกสามารถนำไปใช้เป็น Cut Flower ได้
รูปทรงแปลกตาและสีเหลืองทองเหมาะกับงานจัดดอกไม้ร่วมสมัย
✅ Kangaroo Paw มีความสัมพันธ์กับสัตว์ผสมเกสรของออสเตรเลีย โดยเฉพาะ นกกินน้ำหวาน (honeyeaters) ที่เข้าหาน้ำหวานจากดอก
✅ เมื่อนำไปปลูกร่วมกับไม้ใบเงิน เช่น Eremophila nivea, Westringia หรือ Leucophyta brownii
จะเกิดชุดสี Gold + Silver + Green ที่ดูร่วมสมัยและให้กลิ่นอายออสเตรเลียอย่างชัดเจน
✅ สำหรับงานออกแบบ ไม่จำเป็นต้องปลูกเป็นแถวตรง การวางเป็น กลุ่มก้อนและ Drift ซ้ำๆ
จะช่วยดึงธรรมชาติของก้านดอกที่สูงโปร่งออกมาได้สวยกว่า และทำให้สวนดูเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น
✨มีจำหน่ายแล้ว✨
𝑨𝒏𝒊𝒈𝒐𝒛𝒂𝒏𝒕𝒉𝒐𝒔 ‘𝑳𝒂𝒏𝒅𝒔𝒄𝒂𝒑𝒆 𝑮𝒐𝒍𝒅’
กระถางไซส์ 𝟔 นิ้ว ความสูงทรงพุ่ม 𝟒𝟎-𝟓𝟎 ซม.
Sาคารวมส่ง 𝐄𝐌𝐒. 𝟖𝟓𝟎.-
สนใจอินบ็อกซ์เพื่อสั่งซื้อได้เลยครับ มีจำนวนจำกัด
● โปรดสอบถามแอดมินเพื่อดูรูปขนาดจริง
● มีวิธีปลูกเลี้ยงและดูแลเบื้องต้น
● แถมปุ๋ยออร์แกนิคสำหรับพืชพื้นเมือง
#บ้านและสวน #การจัดสวน #ไม้ดอก #ไม้ใบ #จัดดอกไม้ #สวนดอกไม้ #ร้านขายต้นไม้ #ร้านต้นไม้ #ดอกไม้ #ต้นไม้นำเข้า #ไม้ออสเตรเลีย #พืชพื้นเมือง

ที่อยู่

ไทย

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ 𝑴𝒊𝒄𝒓𝒐 𝑭𝒊𝒆𝒍𝒅 𝑮𝒂𝒓𝒅𝒆𝒏𝒊𝒏𝒈 𝑶𝒖𝒕𝒍𝒆𝒕 โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ทางลัด

แชร์